สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 640 เฮยจินออกศึก
แขนเสื้อยาวโบกสะบัดกลางสายลม พลิ้วไหวเป็นระลอก เขิงเหลียน
เอ๋อร์ยืนนิ่งสงบอยู่บนฟากฟ้า สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมองดูร่างงาม
สะคราญปานจะล่มเมืองนั้นเป็นตาเดียว
ทั่วทั้งลานต่อสู้ไร้สุ้มเสียงอย่างสิ้นเชิง
ฝ่ามือเนตรหน้าผากลับพ่ายแพ้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้?
ผู้คนมีสีหน้าตื่นตะลึง ยามกะทันหันถึงกับไร้วาจาจะกล่าว พวกมัน
แม้ไม่ได้เผชิญหน้ากับฝ่ามือเนตรหน้าผาของถงเซียนเซิงโดยตรง แต่
เจตนาฆ่าฟันอันเย็นเยือก เปี่ยมด้วยพลังสภาวะสุดยะเยียบ ยังแผ่กระจาย
ออกมาให้รู้สึกสะท้านขวัญกันถ้วนหน้า
ผู้ที่ทราบความร้ายกาจของทักษะวิชาฝ่ามือดวงเนตร ล้วนตื่นตะลึง
จนพูดไม่ออก
เขิงเหลียนเอ๋อร์กวาดตามองรอบด้าน ภายใต้สายตาตื่นตะลึงของ
ผู้คน นางพลันเผยอยิ้มอย่างเฉิดฉัน
ในเวลานี้เอง ใบหน้าสวยซึ้งตรึงตรากลายเป็นขาวเผือด นางไม่อาจ
ฝืนรั้งบังคับร่างกายได้อีก ร่วงลิ่วลงมาจากฟากฟ้าอย่างฉับพลัน!
ทันใดนั้น เงาร่างหลายสายสาดวาบออกมาจากกององครักษ์หยาด
พิรุณ แต่ละเงาร่างรวดเร็วดุจสายฟ้า มุ่งตรงเข้าหาเขิงเหลียนเอ๋อร์อย่าง
พร้อมเพรียง!
Page 1 of 11
จั่วม่อดวงตาสาดประกายคมกล้า แค่นเสียงอย่างเย็นชาคำหนึ่ง ร่าง
หายวับไปในบัดดล แทบจะในเวลาเดียวกัน ร่างของอากุ่ยก็เลือนหายไป
ด้วย
ปัง!
ร่างหนึ่งแค่นเสียงหนัก ๆ ไม่ต่างจากถูกค้อนยักษ์ฟาดใส่อย่างหนัก
หน่วง ปลิวลิ่วไปราวกับว่าวสายป่านขาด
อากุ่ยราวกับเงาผีอันลี้ลับ ปรากฏตัวขวางหน้ากลุ่มยอดยุทธ์กอง
องครักษ์หยาดพิรุณอย่างกะทันหัน ซ้ายังลงมืออย่างดุดันโดยไม่มีเค้าลาง
ล่วงหน้า บนใบหน้าแข็งทื่อไร้ชีวิตชีวาของนางคล้ายแฝงไว้ด้วยพลัง
สภาวะที่ยากจะบ่งบอกบรรยายชนิดหนึ่ง พลังงานสีม่วงในดวงตาทอ
ประกายสดใส นางจ้องมองเหล่ายอดยุทธ์ที่เหินทะยานเข้าหานางอย่างไร้
อารมณ์ความรู้สึก
นางยกมือวางเท้าเป็นท่วงท่าอันแปลกพิสดารยิ่ง เท้าข้างหนึ่งยกขึ้น
สูง เท้าอีกข้างหนึ่งวางต่าลงมา ราวกับว่านางกำลังก้าวเท้าเดินขึ้นบันได
เท้าเปล่าอันไร้ตำหนิของนางงดงามจนชวนสะท้านขวัญ
ยอดยุทธ์ที่เหลือเห็นสหายผู้หนึ่งด่าวดิ้นสิ้นชีพไปต่อหน้าต่อหน้า
พลันถูกวิชาฝีมืออันลี้ลับของอากุ่ยข่มขวัญจนระย่นย่อ ไม่กล้าบุกจู่โจม
เข้ามาอีก
จั่วม่อคว้าร่างไร้สติของเขิงเหลียนเอ๋อร์ ชั่วครู่ให้หลังค่อยถอนหายใจ
อย่างโล่งอก นางเพียงแค่เหน็ดเหนื่อยเกินไปเท่านั้น ไม่ได้รับบาดเจ็บหนัก
หนาอันใด มันแม้ไม่ค่อยมีความประทับใจที่ดีต่อเขิงเหลียนเอ๋อร์ แต่จะ
Page 2 of 11
อย่างไรพวกมันก็รู้จักมักคุ้นกันมานาน อย่าว่าแต่เขิงเหลียนเอ๋อร์ตลอดมา
ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รับฟังคำขอร้องของมันเสมอโดยไม่เคยปริปาก
บ่นว่า
สายใยสามพันอาวรณ์สองสามเส้นรัดพันรอบเรือนกายอันงดงามของ
เขิงเหลียนเอ๋อร์อย่างประเปรียว ช่วยให้สองมือของจั่วม่อเป็นอิสระ
มองดูผู้คนที่เผชิญหน้ากับอากุ่ย ในดวงตาของจั่วม่อเดือดพล่านด้วย
รังสีฆ่าฟัน
ชั่วพริบตาที่เขิงเหลียนเอ๋อร์พลังฝีมือรุดหน้า พลังเทพภายในร่างของ
จั่วม่อก็ถูกปลุกเร้าไปด้วย เริ่มโคจรหมุนเวียนด้วยตัวเอง เรื่องราวหลาย
ประการที่สำหรับมันเคยยากที่จะเข้าใจ กลับผุดขึ้นในใจไม่ขาดสาย เป็น
ความปลาบปลื้มยินดีที่ยากจะบ่งบอกบรรยาย
อย่างไรก็ตาม ที่มันคาดไม่ถึงก็คือการเปลี่ยนแปลงที่บังเกิดขึ้นกับ
พลังเทพ ผู้ได้รับประโยชน์กลับมิใช่พลังเทพ แต่เป็นสังขารปิศาจของมัน
แทน!
อุปกรณ์สวรรค์สิบอีกา!
หากยามนี้เปิดร่างกายของมันออกให้เปลือยเปล่า ผู้คนจะเห็นได้ชัด
ตาว่าดวงอาทิตย์ทั้งสิบบนร่างกายมัน กำลังสว่างไสวเจิดจ้าขึ้นเป็นลำดับ
ดวงอาทิตย์ที่สว่างไสวที่สุดคือดวงอาทิตย์ที่ตรงหว่างคิ้ว ลวดลายสี
ทองสุกปลั่งที่ละเอียดซับซ้อนกำลังเปล่งประกายวาววาม ราวกับว่ามี
ทองคำไหลเวียนผ่าน
Page 3 of 11
ลำพังกรงเล็บพิฆาตมังกรที่สะพายอยู่บนหลังจั่วม่อเดิมทีให้
ความรู้สึกอหังการสยบหล้าแก่ผู้คนอยู่แล้ว เมื่อผนวกกับลวดลายดวง
อาทิตย์เจิดจรัสที่กลางหว่างคิ้ว มันดูราวกับเทพปิศาจลงมาเยือนโลกหล้า
น่าครั่นคร้ามยำเกรงเสียจนผู้คนไม่อาจจ้องมองได้โดยตรง
พลังเทพอันพลุ่งพล่านประเปรียวไหลบ่าออกมาจากวังวนในมือขวา
ตรงเข้าสู่ร่างกายของมัน แผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ทั้งสิบกลายเป็นวัง
วนอีกสิบแห่ง ดูดกลืนพลังงานเทพเหล่านี้เข้าไปไม่ขาดสาย
ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเกิดอะไรขึ้น จั่วม่อเองก็ไม่ล่วงรู้
พลังเทพกับอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาผสานรวมเข้าด้วยกันโดยไร้สุ้ม
เสียง
จั่วม่อสูดลมหายใจลึก นี่ย่อมมิใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฝ่า
ด่านรุดหน้า ต้องรอจนกว่ามันจะจัดการกับคนเหล่านี้เสร็จสิ้นเสียก่อน!
ในเวลานี้เอง พลันบังเกิดแรงสั่นสะเทือนมาจากในแหวนของมัน
ทหารยันต์ทองคำดำปรากฏกายขึ้นข้าง ๆ อากุ่ย มันลอบกวาดตามอง
ไปรอบ ๆ พลางหาวหวอด “เกิดมาเพื่อต่อสู้”
รอจนมันเห็นพาหนะปิศาจของกององครักษ์หยาดพิรุณ สองตาพลัน
ลุกวาบ สีหน้าท่าทีเริ่มคึกคักกระตือรือร้น มันเลียริมฝีปาก พลางตบ
หน้าอกแรง ๆ กล่าวด้วยสุ้มเสียงเปี่ยมคุณธรรม “อากุ่ยเจี่ยเจีย ข้าจะช่วย
ท่านเอง!”
อากุ่ยไม่เหลือบแลกลับมามองมันแม้สักแวบ
Page 4 of 11
ทหารยันต์ทองคำดำยกมือข้างหนึ่งเท้าสะเอว อีกมือหนึ่งชี้กราด ร้อง
ตวาดว่า “เหวย! เจ้าพวกภูตเล็กผีน้อยทั้งหลาย เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองเวลา
ของเหยีย รีบหลีกทางไปเสียแต่โดยดี เหยียหิวโหยมานานแล้ว … … อะ
แฮ่ม อะแฮ่ม … … ไม่ใช่ ไม่ใช่ เหยียคันไม้คันมือมานานแล้วต่างหาก!”
เฉียนชิงและเซี่ยงตงคือสองคนที่เผชิญหน้ากับอากุ่ยโดยตรง
คนทั้งสองมองดูอากุ่ยด้วยสีหน้าตื่นตะลึงระคนหวั่นใจ เมื่อครู่นี้
ภายใต้การโจมตีอย่างฉับพลันทันใดของอากุ่ย พวกมันเห็นสหายผู้หนึ่ง
ของพวกมันตกตายไปต่อหน้าต่อหน้า การโจมตีนี้มาโดยไม่มีเค้าลาง
ล่วงหน้าแม้แต่น้อย เช่นเดียวกันกับเขิงเหลียนเอ๋อร์ ทั้งแปลกพิสดารและ
ยากจะหยั่งคาดคำนวณได้
สตรีนางนี้ใช่เป็นอีกคนที่ฝึกปรือพลังเทพเช่นเดียวกันหรือไม่?
ส่วนทหารยันต์ทองคำดำ พวกมันทั้งสองกระทั่งเหลือบแลยังไม่ยอม
เหลือบแล
หุ่นเชิดปิศาจมีอยู่ทั่วไปในแดนปิศาจ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีสิ่งใดพิเศษ
สำหรับการต่อสู้ในระดับนี้ หุ่นเชิดปิศาจไม่อาจส่งผลกระทบอันใดได้ คิด
สร้างหุ่นเชิดปิศาจที่สามารถต่อกรกับยอดยุทธ์ด่านเจียงสักคน ยากเย็น
แสนเข็ญยิ่งกว่าเพาะสร้างยอดยุทธ์ด่านเจียงขึ้นมาสักคนเสียอีก
แม้ว่าทหารยันต์ทองคำดำตนนี้จะดูคล้ายมีชีวิตชีวายิ่ง แต่พวกมันก็
ยังคงไม่เห็นว่าเพียงแค่หุ่นเชิดปิศาจจะมีอันใดสำคัญ
แต่เห็นได้ชัดว่าการที่ถูกพวกมันไม่เห็นหัว ทำเอาทหารยันต์ทองคำ
ดำขุ่นแค้นยิ่ง
Page 5 of 11
ใบหน้าที่ลอกเลียนมาจากจั่วม่อยามนี้ดำทะมึน เค้นเสียงลอดไรฟัน
อย่างเหี้ยมเกรียม “พวกเจ้ากล้าไม่เห็นหัวเหยียผู้นี้? ข้าจะเขมือบพวกเจ้า
ให้หมด!”
กล่าวจบคำ ทหารยันต์ทองคำดำพลันสาดพุ่งเข้าหาคนทั้งสองอย่าง
เกรี้ยวกราด!
ร่างหนึ่งกลับมาถึงข้างรถศึก กล่าวรายงานด้วยเสียงต่า “ถงเซียนเซิง
สิ้นใจแล้ว”
“ช่างน่าเสียดายนัก ถงเซียนเซิงสามารถฝึกปรือทักษะปิศาจฝ่ามือ
ดวงเนตรได้ถึงระดับนี้ นับเป็นยอดยุทธ์ที่ยากจะพบพาน” สุ้มเสียงจากบน
รถศึกฟังคล้ายเศร้าเสียใจอยู่บ้าง
“พลังเทพกล้าแกร่งเกรียงไกรดังคาด!” คนผู้นี้เรียกว่าอู่อวี้ เป็นยอด
ฝีมือที่ร้ายกาจที่สุดภายใต้ร่มธงของอวี่ไสว้ และได้รับความไว้วางใจมาก
ที่สุด
ภายใต้อำนาจบารมีของอวี่ไสว้มียอดยุทธ์มากมาย ผู้ที่มีศักดิ์ฐานะ
สูงส่งที่สุดในหมู่พวกมันเรียกรวมกันว่าสิบองครักษ์หยาดพิรุณ เฉียนชิง
กับเซี่ยงตงก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านี้เอง อู่อวี้ผู้นี้รั้งลำดับแรกในสิบองครักษ์
หยาดพิรุณ ส่วนถงเซียนเซิงจัดอยู่ลำดับหก เฉียนชิงลำดับเจ็ด เซี่ยงตง
ลำดับที่ห้า บุคคลที่ตกตายภายใต้เงื้อมมือของอากุ่ยเมื่อสักครู่ เรียกว่าซ่ง
หลง จัดอยู่ลำดับสิบ
Page 6 of 11
สิบองครักษ์หยาดพิรุณนับว่ามีหน้ามีตาที่สุดในหมู่ยอดยุทธ์สังกัดอวี่
ไสว้ พวกมันแต่ละคนล้วนเป็นยอดยุทธ์ที่ปกครองแว่นแคว้นหนึ่ง อวี่ไสว้
ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไม่น้อย กว่าจะรวบรวมพวกมันมาไว้ใต้ร่มธงของ
ตนได้
“เซี่ยวม่อเกอกลับมียอดยุทธ์มากมายถึงเพียงนี้อยู่ใต้ร่มธงของมัน
ด้วย ช่างคาดไม่ถึงจริง ๆ” อวี่ไสว้กล่าวเนิบนาบ “ยังเยาว์วัยถึงเพียงนี้
กลับมีความสำเร็จเช่นนี้แล้ว สมกับที่เป็นอัจฉริยบุรุษผู้หนึ่ง!”
อู่อวี้แย้มยิ้มพลางกล่าว “เมื่อครั้งที่ผู้น้อยมีอายุเท่ากับมัน ส่วนใหญ่
ใช้เวลาไปในเหล่าสุราบ่อนพนัน ฮ่า เมื่อเทียบกับเซี่ยวม่อเกอ มารดามัน
เถอะ ทั้งหมดล้วนเป็นเศษสวะทั้งสิ้น”
อวี่ไสว้พอฟังอู่อวี้กล่าวคำหยาบคาย อดหัวร่อไม่ได้ “หากเซี่ยงตงกับ
พวกได้ยินเจ้ากล่าวเช่นนี้ พวกมันไม่ละอายใจแทบตายหรือ?”
อู่อวี่เพียงแย้มยิ้มไม่ตอบคำ
อวี่ไสว้พลันกล่าวว่า “เจ้าคล้ายใกล้จะก้าวเข้าสู่ด่านไสว้ในอีกไม่ช้า”
อู่อวี้ฝืนยิ้มเจื่อนขม “ดูเหมือนว่าจะยังไม่ถึงเวลา”
อวี่ไสว้ลดเสียงลง “ข้าจะคัดลอกวิชาฝึกปรือพลังเทพให้แก่เจ้าฉบับ
หนึ่ง เจ้าจะสามารถฝ่าด่านรุดหน้าหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเองแล้ว”
“ขอบพระคุณ จู่ซ่าง!” อู่อวี้คึกคักขึ้นอักโข มันติดค้างอยู่ที่จุดสูงสุด
ของด่านเจียงมานานปี แต่ก็ไม่อาจหาวิธีฝ่าด่านขึ้นสู่ด่านไสว้ได้ มันทราบ
กระจ่างแก่ใจว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป โอกาสที่จะก้าวเข้าสู่ด่านไสว้จะยิ่ง
มายิ่งลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ แล้ว
Page 7 of 11
“ไม่ต้องเกรงใจ ช่วยเหลือเจ้าเท่ากับช่วยเหลือตัวข้าเอง รอจนเจ้า
กลายเป็นจอมปิศาจด่านไสว้ ข้าก็สามารถวางใจได้บ้างแล้ว” สุ้มเสียงจาก
ในรถศึกแฝงแววเหนื่อยล้าอยู่บ้าง
อู่อวี้สีหน้าเคร่งขรึม “ผู้น้อยจะไม่ทำให้จู่ซ่างผิดหวัง!”
“เฉียนชิงกำลังพลาดท่า” อวี่ไสว้สุ้มเสียงแปลกใจเล็กน้อย “เซี่ยวม่อ
เกอมีหุ่นเชิดปิศาจที่ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียว?”
อู่อวี้งงงันวูบ สติสัมปชัญญะค่อยหวนคืนสู่สนามรบ
เฉียนชิงไม่เคยตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชถึงเพียงนี้มาก่อน มันร้อยพัน
ไม่คิด ไม่คิดว่าจะมีวันที่ถูกหุ่นเชิดปิศาจตนหนึ่งทุบตีจนมีสารรูปเยี่ยงนี้!
หุ่นเชิดปิศาจตนนี้แปลกประหลาดยิ่ง เมื่อลงมือต่อสู้จะปรากฏ
อักขระประหลาดขึ้นบนร่างกายของมัน กระทั่งเฉียนชิงที่รอบรู้กว้างขวาง
ยังไม่รู้จักลวดลายอักขระเหล่านั้นแม้แต่ตัวเดียว
แต่อักขระเหล่านี้อันตรายมาก!
เฉียนชิงไม่กล้าสัมผัสถูกแม้แต่ปลายเล็บ!
หลังจากประมือกันไม่กี่กระบวนท่า มันกลับถูกทหารยันต์ทองคำดำ
สะกดข่มเอาไว้ทุกทาง
เฉียนชิงผู้นี้เกิดมาด้วยสายเลือดสูงส่ง เป็นสายเลือดของปิศาจจักจั่น
จรัสเวิ้งว้าง ทำให้มันมีความเร็วที่ไร้ผู้เปรียบติด มันยังสามารถฉีกพื้นที่มิติ
ได้ดั่งใจปรารถนา ‘ฉีกมิติ’ สามารถทำให้ปิศาจที่อ่อนแอกลายเป็นยอด
ฝีมือซึ่งสามารถเข่นฆ่าผู้คนได้อย่างไร้ร่องรอย
Page 8 of 11
มันสามารถปรากฏตัวจากที่ใดก็ได้ ก่อกวนรูปแบบการต่อสู้ของฝ่าย
ตรงข้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่คราวนี้ไม่ว่ามันจะฉีกฝ่ามิติ กระโจน
ออกมาจากที่ใด ทหารยันต์ทองคำดำก็ดูเหมือนสามารถคาดเดาการ
เคลื่อนไหวของมันได้ล่วงหน้า สองหมัดอันดุดันก็จะเฝ้ารอท่ามันอยู่
ตลอดเวลา
บัดซบ!
อักขระน่าขนพองสยองเกล้าบนหมัดทั้งสองของทหารยันต์ทองคำดำ
คือสิ่งใด มันไม่มีทางล่วงรู้ได้ แต่เฉียนชิงไม่ว่ามองเห็นอักขระเหล่านั้นครั้ง
ใด ล้วนไม่อาจระงับความรู้สึกประหวั่นพรั่นกลัวที่ผุดขึ้นในใจได้
เฉียนชิงมีพรสวรรค์ ทั้งยังมีประสบการณ์รอบรู้ มันทราบว่าความ
กลัวที่ไม่อาจอธิบายได้นี้หมายถึงสิ่งใด
สิ่งที่สามารถทำให้ลางสังหรณ์ของมันกรีดร้องระงมถึงเพียงนี้ได้ มี
เพียงสิ่งที่อันตรายสุดขีดเท่านั้น!
จะเป็นไปได้อย่างไร?
เจ้าตัวดำเบื้องหน้ามันนี้มิใช่ว่าเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดปิศาจหรอกหรือ?
หรือว่ามันพบพานเข้ากับหุ่นเชิดปิศาจไร้เทียมทาน?
เฉียนชิงทั้งตื่นตระหนกทั้งเดือดดาล!
อย่างไรก็ตาม ยามนี้หากมันถอยออกจากการต่อสู้ สถานะของมันจะ
กลายเป็นง่อนแง่นคลอนแคลนมากแล้ว ลำดับของมันในสิบองครักษ์หยาด
พิรุณจะเสื่อมทรุดลงอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญที่สุด จู่ซ่างอาจสูญเสีย
ความไว้วางใจในตัวมันไปจนหมดสิ้น
Page 9 of 11
ไม่มีสิ่งใดน่าสะพรึงกลัวยิ่งไปกว่านั้นอีกแล้ว!
สายเลือดปิศาจจักจั่นจรัสเวิ้งว้างแม้สูงศักดิ์ แต่พวกมันไม่ได้
หลงเหลืออยู่มากเท่ากับในอดีตอีกแล้ว เหตุที่หลายปีมานี้ตระกูลของพวก
มันรุ่งโรจน์ขึ้นมาได้อีกครั้ง เนื่องเพราะมันได้เสาะพบร่มไม้ใหญ่โตอันสุข
สบาย ที่เรียกว่าอวี่ไสว้
เฉียนชิงเป็นบุคคลอันชาญฉลาดผู้หนึ่ง มันเข้าใจดีว่าจู่ซ่างของมัน
ชมชอบหรือชิงชังสิ่งใด
หากมันพลีชีพกลางสมรภูมิ อวี่ไสว้จะยังคงดูแลตระกูลของมันเป็น
อย่างดี จะไม่ปล่อยให้เสื่อมทรุดลง แต่หากมันถอยหนีออกจากการต่อสู้
เบื้องหน้า ทุกสิ่งที่มันครอบครองในยามนี้จะอันตรธานหายไปทันที!
ในช่วงเวลาอันกระชั้นสั้น เฉียนชิงก็ตกลงใจขั้นเด็ดขาด
มันหยุดท่าร่างวูบหนึ่ง ปล่อยให้สายลมกระโชกผ่านใบหน้า ดวงตา
ตื่นตระหนกสงบลงทันควัน
‘ฉีกมิติ’ เป็นพรสวรรค์ที่ยอดฝีมือปิศาจจักจั่นจรัสเวิ้งว้างทุกตนล้วน
ถือครอง นับเป็นความสามารถที่เลื่องลือระบือนามที่สุดของตระกูลปิศาจ
จักจั่นจรัสเวิ้งว้าง วิชานี้มันถนัดจัดเจนเป็นอย่างยิ่ง แต่นี่ยังมิใช่กระบวน
ท่าไม้ตายขั้นสุดยอดของมัน
ลำพังแค่ ‘ฉีกมิติ’ ของมัน ก็เพียงพอให้มันเบียดเสียดเข้าสู่สิบลำดับ
แรกแห่งกององครัก์หยาดพิรุณแล้ว
สังขารปิศาจที่เฉียนชิงฝึกปรือคือสังขารปิศาจใด พลังเขตแดนที่ก่อ
เกิดจากสังขารปิศาจนั้นเรียกว่าอะไร แทบไม่มีผู้ใดล่วงรู้
Page 10 of 11
นี่คือความลับสุดยอดของมัน!
เทียบกับจำนวนน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน เผ่าปิศาจจักจั่น
จรัสเวิ้งว้างเคยมีจำนวนมหาศาล ให้กำเนิดยอดยุทธ์มากมาย พวกมันเป็น
นักฆ่าโดยธรรมชาติ เบื้องหน้ารับใช้ขุมกำลังหลายฝ่าย แต่ในทางลับลอบ
รวบรวมทักษะปิศาจจากทุกสถานที่ที่พวกมันเข้ารับใช้
ยอดยุทธ์ที่โดดเด่นในแต่ละรุ่นจะอาศัยทักษะปิศาจเหล่านี้ ผสานรวม
กับสายเลือดปิศาจจักจั่นจรัสเวิ้งว้าง ใช้เป็นรากฐานในการเพาะสร้าง
สังขารปิศาจมากมายหลายชนิด
สังขารปิศาจที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่ ทั้งผิดแผกหลากหลายแทบไม่มีที่
สิ้นสุด แต่ละชนิดมีพลังพิเศษเฉพาะของตน
แม้ว่าจะอยู่ร่วมตระกูลปิศาจจักจั่นจรัสเวิ้งว้างเช่นกัน แต่มักไม่ค่อยมี
คนเลือกฝึกปรือสังขารปิศาจชนิดเดียวกัน แต่เนื่องเพราะความเสื่อมทรุด
ของตระกูลปิศาจจักจั่นจรัสเวิ้งว้าง สังขารปิศาจที่สมาชิกตระกูลแต่ละคน
ฝึกปรือไม่ได้เก็บเป็นความลับเหมือนเช่นในอดีตอีก แต่นี่ยังมีข้อยกเว้น ยัง
มีคนผู้หนึ่งที่กระทั่งผู้คนในตระกูลไม่ล่วงรู้ว่ามันฝึกปรือสังขารปิศาจชนิด
ใด นั่นก็คือเฉียนชิง ปิศาจจักจั่นจรัสเวิ้งว้างที่โดดเด่นที่สุดในยุคปัจจุบัน!
มันไม่เคยคาดฝันมาก่อน ว่าครั้งแรกที่สังขารปิศาจของมันจะได้อวด
โฉมต่อโลกหล้า คู่ต่อสู้ของมันกลับเป็นเพียงหุ่นเชิดปิศาจตนหนึ่ง!
ความหวาดกลัวในดวงตาเฉียนชิงสลายหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่ ก็
คือความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น!
Page 11 of 11