สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 642 อู่อวี้ลงมือ
เปี๋ยหานพอเห็นจั่วม่อกับอากุ่ยลงมือ ดวงตาพลันหรี่แคบดุจคมมีด
มันสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ากององครักษ์หยาดพิรุณแทบไม่อาจสะกด
กลั้นได้อีกต่อไป แม้ดูผิวเผินกระบวนทัพของพวกมันยังคงเป็นระเบียบ
เรียบร้อย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด แต่เปี๋ยหานรู้สึกได้ถึงแรงพลุ่งพล่านที่
ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น
นี่เป็นสัญชาตญาณที่ยากจะบ่งบอกบรรยาย ที่มีเพียงแม่ทัพเยี่ยงเปี๋ย
หานที่จะสัมผัสได้
เปี๋ยหานค่อย ๆ สงบใจลง ดวงตายิ่งมายิ่งลึกล้าดุจบ่อน้าโบราณ
เมื่อศัตรูเริ่มอดรนทนไม่ไหว กระเหี้ยนกระหือรือคิดลงมือเต็มที่
มักจะหมายความถึงโอกาสกำลังจะปรากฏขึ้น
กำลังพลของฝ่ายศัตรูมีมากกว่ามันหลายเท่าตัว จำเป็นต้องใช้
ประโยชน์จากโอกาสที่เหมาะเจาะพอดี
อู่อวี้ตัดสินใจลงมือ
หากยามนี้มันยังไม่ลงมืออีก เฉียนชิงกับเซี่ยงตงคงกลายเป็นผีเฝ้า
สนามรบกันทั้งคู่แล้ว กององครักษ์หยาดพิรุณวันนี้สูญเสียถงเซียนเซิง
กับซ่งหลงไปแล้ว หากยังปล่อยให้เฉียนชิงกับเซี่ยงตงต้องสิ้นชีพไปด้วย
พวกมันจะประสบความสูญเสียหนักหนาสาหัสเกินไป
Page 1 of 12
ยอดยุทธ์ระดับนี้มิใช่จะเสาะหาเข้าสังกัดได้โดยง่าย
“แม่นางท่านนี้ โปรดยั้งมือไว้ไมตรีด้วย!”
อู่อวี้รวดเร็วยิ่ง พลันปรากฏขึ้นด้านข้างอากุ่ยอย่างกะทันหัน ลงมือ
ช่วยเหลือเซี่ยงตงในบัดดล
สตรีประหลาดและทหารยันต์ทองคำดำแม้มีพลังเข้มแข็ง แต่ละคนมี
ฝีมือของตน แต่อู่อวี้หาได้หวาดหวั่นครั่นคร้ามต่อพวกมันไม่ มันอยู่ห่าง
จากด่านไสว้เพียงครึ่งก้าว อาจนับได้ว่าเป็นจอมปิศาจด่านไสว้ครึ่งตัว ต่อ
ให้ทอดตาทั่วร้อยเถื่อนแดนทมิฬมันยังเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดฝีมือชั้นแนว
หน้าผู้หนึ่ง
อู่อวี้พอก้าวขึ้นไปกลางเวหา ทันใดนั้นสังหรณ์อันตรายอย่างแรงกล้า
พลุ่งขึ้นในใจ
มันใจสั่นสะท้าน ฝ่ามือขวาดีดฟาดขึ้นจากข้างกายตามสัญชาตญาณ
ปัง!
มือข้างนั้นสั่นระริก มันต้องรีบโคจรพลังทักษะปิศาจเข้ามาสะกดพลัง
แปลก ๆ ที่แตกปะทุอยู่ภายในมือข้างนั้น
นี่คือพลังเทพหรือไม่?
มันยังไม่ทันจะครุ่นคิดอันใดมากมาย การโจมตีของอากุ่ยก็โหมซัด
เข้ามาเป็นจักรผัน
ฝ่ามือของอากุ่ยเพียงตบฟาดใส่อากาศธาตุ ไม่ก่อให้เกิดสุ้มเสียง ไม่มี
แสงพลังงาน แต่อู่อวี้รู้สึกราวกับว่ามันเป็นมุสิกที่อยู่ภายใต้สายตาของแมว
Page 2 of 12
ขนหัวลุกชี้ชันจนสุดปลาย สังหรณ์อันตรายในใจยิ่งมายิ่งรุนแรงขึ้นทุก
ขณะ
อู่อวี้ตระหนักถึงความเลวร้ายของสถานการณ์ สีหน้าเปลี่ยนเป็นหนัก
อึ้งเคร่งเครียด ทันใดนั้นนัยน์ตาข้างขวาส่องประกายวาบ ลำแสงสีฟ้า
ครามพวยพุ่งออกมา
อากาศด้านหน้ามันผนึกแข็งตัวเหมือนแผ่นเหล็ก
ปัง!
ฝ่ามือเรียวงามตบฟาดกำแพงอากาศตรงหน้าแตกระเบิด กระแสลม
เย็นเยือกพัดกระโชกไปทุกทิศทาง
อู่อวี้ตื่นตะลึงวูบ แต่ดวงตายิ่งร้อนผ่าวกว่าเดิม สมกับที่เป็นพลังเทพ!
กระบวนท่าของมันเมื่อครู่เรียกว่า ‘น้าแข็งฟ้าคราม’ เย็นเยียบสุดขั้ว
สามารถแช่แข็งชั้นอากาศจนแข็งกล้าเหมือนแผ่นเหล็ก หากมันผู้ใด
กระทบถูก สามารถดับดิ้นสิ้นชีพในชั่วพริบตา
แต่การโจมตีของสตรีประหลาดนางนี้ยากหยั่งคาด ทรงอานุภาพ
อย่างน่าอัศจรรย์ คิดไม่ถึงว่าน้าแข็งฟ้าครามของมันจะถูกทำลายอย่าง
ง่ายดายถึงเพียงนี้!
แต่ถึงกระนั้นอู่อวี้ก็ยังคงปิติยินดี ความหวังในการก้าวเข้าสู่ด่านไสว้
ของมันในที่สุดก็เริ่มฉายแสงอีกครา หากมันสามารถฝึกปรือพลังเทพจะ
เป็นประโยชน์นับอเนกอนันต์ การบุกฝ่าเข้าสู่ด่านไสว้จะเป็นเพียงเรื่อง
ของเวลาเท่านั้น
Page 3 of 12
อู่อวี้กรำศึกโชกโชน พลังฝีมือสูงเยี่ยม เมื่อน้าแข็งฟ้าครามช่วยปิด
สกัดการโจมตีไว้ชั่วครู่ มันก็สามารถตั้งหลักมั่นในทันใด
ปีกค้างคาวสีดำทมิฬคู่หนึ่งแผ่กว้างออกมาบนแผ่นหลังของมัน บน
ขอบของแผ่นปีกเป็นกระดูกสีแดงเลือดที่ปกคลุมด้วยหนามแหลม ลำแสง
ไหลเวียนดุจเปลวไฟ นอกจากนี้มันยังถือเหรียญทองแดงทรงกลมพวงหนึ่ง
ใจกลางเหรียญเป็นรูรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส นับดูมีเจ็ดเหรียญห้อยลงมาจาก
พวงเชือกสีดำ
มันหัวร่อฮิฮะ พลางซัดเหรียญทองแดงเหล่านั้นขึ้นกลางอากาศ
“เหรียญวิเศษใจอำมหิต!” จูเข่อม่านตาหดแคบลงทันควัน สีหน้า
แปรเปลี่ยนเล็กน้อย
เสียงอุทานประโยคนี้พอดังออกมา หลายคนหน้าเปลี่ยนสีทันควัน
ศาสตรามารชั้นนภานับเป็นสุดยอดในบรรดาศาสตรามารทั้งมวล
จากอดีตกาลจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ อาวุธที่มีคุณสมบัติเพียงพอจะจัดเข้า
สู่ทำเนียบศาสตรามารชั้นนภามีอยู่เพียงยี่สิบเล่มเท่านั้น เพียงแต่ยังมี
ศาสตรามารบางเล่มที่ทรงพลังอำนาจและน่าอัศจรรย์ พวกมันแม้ไม่ลี้ลับ
สุดหยั่งคาดเท่ากับบรรดาศาสตรามารชั้นนภา แต่ยังคงจัดเป็นยอด
ศาสตรามารในหมู่ศาสตรามารทั้งมวล เจ้านายของศาสตราวิเศษเหล่านี้
หากมิใช่บุคคลอันร้ายกาจก็เป็นเจ้าผู้ครองแว่นแคว้นแห่งหนึ่ง ยอด
ศาสตรามารในระดับชั้นนี้เพียงถูกจัดอยู่ต่ากว่าศาสตรามารชั้นนภา
เล็กน้อย เรียกว่าศาสตรามารชั้นปฐพี แต่ละเล่มล้วนเป็นสมบัติวิเศษใน
แดนดิน ที่ผู้คนนับไม่ถ้วนเฝ้าใฝ่ฝันถึง
Page 4 of 12
ศาสตรามารชั้นนภามีทั้งสิ้นยี่สิบชิ้น ส่วนศาสตรามารชั้นปฐพีมีหนึ่ง
ร้อยแปดชิ้น
เหรียญวิเศษใจอำมหิตเป็นหนึ่งในศาสตรามารชั้นปฐพีทั้งหนึ่งร้อย
แปดนั้นเอง
เหรียญทองแดงที่ดูธรรมดาสามัญในมือของอู่อวี้ ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า
จะถึงกับเป็นเหรียญวิเศษใจอำมหิตที่มีชื่อเลื่องลือ!
เหรียญวิเศษใจอำมหิตมีทั้งสิ้นเจ็ดเหรียญ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าผู้สร้าง
เป็นใคร แต่ศาสตรามารชิ้นนี้มีพลังพิเศษเฉพาะตัว สามารถสร้างเขตแดน
ได้ด้วยตัวเอง เรียกว่าเขตแดนไม่เป็นผล ภายในเขตแดนนี้ธาตุทั้งห้าตกอยู่
ในสภาพปั่นป่วนวุ่นวาย กระทั่งหยินหยางยังจะพลิกกลับตาลปัตร
เจ็ดเหรียญวิเศษลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วหายวับไปอย่างฉับพลัน
ภาพตรงหน้าอากุ่ยแปรเปลี่ยนในบัดดล แผ่นฟ้ากลับกลายเป็นอยู่ใต้
ฝ่าเท้าของนาง เหนือศีรษะเป็นแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล
อู่อวี้แย้มยิ้มเล็กน้อย พลังเทพแม้กล้าแกร่งเกรียงไกร แต่ทื่อด้าน
ตรงไปตรงมา ในความเห็นของมันพลังเทพขาดการพลิกแพลง กับพลังที่
ยังไม่สมบูรณ์เช่นนี้ มันย่อมมีวิธีรับมือ
ทันทีที่เขตแดนไม่เป็นผลก่อเกิดขึ้น กระทั่งเทพเทวะยังยากจะ
หลบหนีออกมาได้
แต่เพียงเท่านั้นเอง กร๊อบ พลันบังเกิดเสียงแตกหักดังมาจากใน
ระยะใกล้ อู่อวี่ชะงักกึก จากนั้นค่อยมีปฏิกิริยาตอบสนอง สีหน้า
แปรเปลี่ยนกลับกลาย สังหรณ์ร้ายแล่นวาบขึ้นในใจ
Page 5 of 12
จริงดังคาด รอจนมันหันกลับไป ก็พบเห็นเฉียนชิงลำคอบิดเบี้ยว สอง
ตาเหลือกถลน
ทหารยันต์ทองคำดำแสยะยิ้ม หัวร่อฮี่ฮี่ให้แก่อู่อวี้
อู่อวี้สีหน้าดำคล้า อวี่ไสว้ชมดูอยู่ที่นี่ แต่พวกมันกลับสูญเสียยอดยุทธ์
คนแล้วคนเล่า มิหนำซ้ายังมีสายตาผู้คนนับไม่ถ้วนเฝ้าชมดู หากเรื่องนี้
แพร่สะพัดออกไปย่อมไม่เป็นผลดี มันทราบว่าจู่ซ่างต้องการรับขบวนของ
เซี่ยวม่อเกอเข้าสังกัด แต่หากต้องเสื่อมเสียหน้ามากเกินไป เช่นนั้นก็ไม่มี
ประโยชน์อันใดอีกแล้ว
ช่างน่าเสียดายนัก!
หุ่นเชิดปิศาจนี้เมื่อสามารถสังหารเฉียนชิงอย่างง่ายดาย ก็เห็นได้ว่ามี
สติปัญญาสูงมาก หุ่นเชิดปิศาจที่มีความสามารถถึงระดับนี้พันปียากจะ
พบพาน ที่อู่อวี้ต้องเศร้าเสียดายก็เพราะว่า มันไม่คิดจะเก็บเจ้าหุ่นปิศาจ
ตัวร้ายนี้เอาไว้อีกแล้ว มันจำต้องลงมือเชือดไก่ให้ลิงดู!
เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ ก็ไม่อาจแปรเปลี่ยนกลับกลายได้อีก!
อู่อวี้แค่นเสียงอย่างเย็นชา ปีกค้างคาวที่กลางหลังสะบัดพรึบ
ทหารยันต์ทองคำดำรอยยิ้มบนใบหน้าพลันแข็งค้าง มันคล้ายถูกบาง
สิ่งสะกดตรึงเอาไว้ ไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวแม้แต่ปลายนิ้ว
ไม่ว่ามันจะดิ้นรนขัดขืนสักเพียงใด ก็ไม่อาจหลุดรอดเป็นอิสระได้
ทหารยันต์ทองคำดำแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ แผดร้องตะโกนสุดเสียง
“พี่ใหญ่ ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย!”
Page 6 of 12
อู่อวี้พอฟังต้องแค่นหัวร่ออย่างเย็นชา หุ่นเชิดปิศาจตนนี้ช่าง
สนุกสนานน่าสนใจโดยแท้ แต่สีหน้ามันเปลี่ยนเป็นยิ่งเคร่งเครียด “อย่าฝัน
ไปเลย ไม่มีใครจะช่วยเจ้าได้!”
กล่าวพลางหัวร่อออกมาอย่างกะทันหัน มันถึงกับต่อปากต่อคำกับหุ่น
เชิดปิศาจตนหนึ่ง ช่างน่าหัวร่อนัก!
ทหารยันต์ทองคำดำราวกับเสาทองคำที่ปักตรึงแน่น ไม่อาจ
เคลื่อนไหวแม้แต่ปลายนิ้ว ได้แต่ร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายอย่างไม่คิด
ชีวิต
อู่อวี้ไม่แยแสสนใจมันอีก ตัดสินใจลงมือสังหารให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่
แล้วทันใดนั้นเอง สุ้มเสียงแหบพร่าเล็กน้อยพลันกระซิบมาจากทาง
ด้านหลังของมัน “เป็นความจริง?”
อู่อวี้ตะลึงงัน ก่อนที่มันจะทันได้ตั้งสติ ภาพตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนไป
อย่างฉับพลัน
นั่นเป็นฟากฟ้าสีแดงก่าผืนหนึ่ง มีดวงอาทิตย์สิบดวงแขวนค้างอยู่
กลางหาว แผ่นหินรกร้างแตกระแหง ปกคลุมด้วยเปลวไฟที่ปะทุขึ้นอย่าง
ไร้ที่สิ้นสุด ในโลกแห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถคงอยู่ เห็นกองกระดูกขาว
โพลนอยู่ทั่วทุกแห่ง ให้ความรู้สึกประหนึ่งแดนมิคสัญญีที่จุดสิ้นสุดของโลก
กำลังก่อตัวขึ้น
เขตแดนสวรรค์สิบอีกา!
อู่อวี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง
เซี่ยวม่อเกอ! เซี่ยวม่อเกอลงมือแล้ว!
Page 7 of 12
เป็นไปตามที่คาด เห็นเงาร่างผอมสูงที่สะพายกรงเล็บพิฆาตมังกร
ขนาดมหึมาบนแผ่นหลังปรากฏขึ้นใกล้ ๆ
อู่อวี้สีหน้าสงบลงอย่างรวดเร็ว พลางกวาดมองสำรวจตรวจตราจั่วม่อ
อย่างสงสัยใคร่รู้ “โอ้ เจ้าเพิ่งจะฝ่าด่านสำเร็จ? สมกับที่เป็นยอดอัจฉริยะ
โดยแท้! ข้าสังเกตแต่แรกว่าเจ้าอยู่ในขั้นตอนที่ใกล้จะสำเร็จเขตแดน
สวรรค์สวรรค์สิบอีกา แต่บัดนี้เจ้ากลับก่อกำเนิดเขตแดนสำเร็จจริง ๆ
นับว่าไม่ง่ายเลย!”
มันแย้มยิ้มเยือกเย็น ปีกค้างคาวที่กลางหลังโบกสะบัดอย่างแช่มช้า
กระแสอากาศหมุนคว้างปิดกั้นสายลมร้อนลวกจากเขตแดนสวรรค์
สิบอีกา
“เจ้าเป็นยอดอัจฉริยะของแท้แน่นอน ข้าไม่ยอมรับนับถือก็ไม่ได้
แล้ว” อู่อวี้กล่าวพึมพำกับตัวเอง สองปีกยังกระพือพลิ้วไม่หยุดยั้ง “ยัง
เยาว์วัยแต่กลับมีความสำเร็จสูงล้าถึงเพียงนี้ คนเช่นเจ้าข้าเพิ่งจะเคยพบ
พานเป็นครั้งแรก”
วาจาฟังคล้ายยกย่องชมเชย แต่สีหน้าของมันกลับเต็มไปด้วยความ
ไม่ยอมรับนับถือ
“เจ้ายังฝึกปรือพลังเทพ ของวิเศษที่หลายคนเฝ้าใฝ่ฝันถึง เจ้าช่างมี
โชควาสนานัก” มันสั่นศีรษะ แล้วกล่าวอย่างจริงจัง “แต่วันนี้เจ้ามีเพียง
หนทางเดียว ยอมเชื่อฟังและยอมจำนนแต่โดยดี จงสาบานตนว่าจะ
สวามิภักดิ์ต่อจู่ซ่างของข้า ต่อไปรับรองว่าเราจะไม่ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไม่
เป็นธรรม หากเจ้ายังยืนกรานต่อต้านแข็งขืน ก็อย่าได้โทษว่าข้าไร้น้าใจ
Page 8 of 12
อ้อ แทบลืมบอกต่อเจ้า ข้ายังมีฝีมือในวิชาลับสำหรับควานวิญญาณค้น
ความทรงจำอีกด้วย”
อู่อวี้พลันแย้มยิ้มเล็กน้อย “เจ้าคงรู้สึกยากลำบากมากกระมัง?”
จั่วม่อร่างสะท้านขึ้นเล็กน้อยแทบสังเกตไม่เห็น
“เขตแดนสวรรค์สิบอีกานี้ แกร่งกร้าวเกินกว่าที่พลังฝีมือของเจ้าใน
ยามนี้จะทนทานรับไหว เจ้าเมื่อบรรลุความเข้าใจถึงระดับนี้ ก็นับว่ามี
พรสวรรค์สูงล้ายิ่ง แต่น่าเสียดายที่สังขารร่างกายของเจ้ายังคงไล่ตามไม่
ทัน”
อู่อวี้กล่าวเสียงราบเรียบ “ข้าที่ให้โอกาสเจ้า เพียงเพราะเจ้ามี
ความสามารถ เขตแดนสวรรค์สิบอีกาของเจ้าหากสำเร็จสมบูรณ์ เจ้าอาจ
สะกดข่มข้าได้บ้าง แต่ยามนี้เจ้ายังมิใช่คู่มือของข้า จงยอมจำนนแต่โดยดี
เถอะ เจ้าไม่มีโอกาสได้ชัยแม้แต่น้อย”
“มารดามันเถอะ ช่างพร่าพิไรมากความโดยแท้!” จั่วม่อฝืนบังคับ
ตัวเองให้แค่นเสียงอย่างเย็นชา มือขวาที่ซ่อนอยู่ด้านหลังสั่นสะท้าน
เล็กน้อย มันพยายามระงับยับยั้งอย่างสุดความสามารถ
อู่อวี้สั่นศีรษะ “คนยิ่งชาญฉลาด ยิ่งไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้าตา”
กล่าวจบคำ สองปีกพลันสะบัดพรึบ
กระแสลมวนปรากฏขึ้นตรงหน้ามันอย่างกะทันหัน
สายลมหมุนคว้างอย่างเร่งร้อน ก่อเกิดเป็นเสาพายุที่ยิ่งมายิ่งกราด
เกรี้ยวหนาหนัก เริ่มม้วนกวาดเศษหินเศษทรายบนพื้นขึ้นในลมพายุ เพียง
Page 9 of 12
ชั่วพริบตา เสาพายุกลับกลายเป็นสูงใหญ่หลายจั้ง และยังคงขยายตัวอย่าง
ไม่หยุดยั้ง
จั่วม่อไม่กล่าวคำใด ดวงอาทิตย์ทั้งสิบบนฟากฟ้าหมุนปั่นอย่างแช่ม
ช้า
ตูม!
ทันใดนั้นเอง เสาเพลิงหลายสิบสายระเบิดขึ้นจากพื้น กลืนกินอู่อวี้ลง
ไปในบัดดล
“ไม่มีประโยชน์”
สุ้มเสียงของอู่อวี้กลับดังมาจากเบื้องหลังจั่วม่อ
มันปรากฏกายขึ้นด้านหลัง เปลวไฟไม่ระคายผิวมันแม้แต่น้อย เสา
พายุยังดูดกลืนเปลวไฟจำนวนมากเข้าไปด้วย ก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาด
ยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าห้าลี้ ประหนึ่งเสาสวรรค์ที่เชื่อมต่อฟ้า
ดินเข้าด้วยกัน กระทั่งดวงอาทิตย์บนท้องฟ้ายังต้องหม่นหมองสีสัน
เศษหินเศษทรายปลิวเวียนว่อน แผ่นดินสะท้านสะเทือนเหมือน
ลูกเต๋าถูกเขย่า
จั่วม่อสีหน้ากลับกลายเป็นขัดตากว่าเดิม แต่มันยังคงเร่งเร้าพลังทั่ว
ร่าง หมุนปั่นดวงอาทิตย์ทั้งสิบอย่างไม่หยุดยั้ง
ดวงอาทิตย์พลันลุกไหม้!
โลกเบื้องหน้าเริ่มหลอมละลาย ก้อนหินดินทรายเริ่มหลอมเหลว มวล
หินหลอมเหลวปะทุออกมาตามรอยแยกของแผ่นดิน เพียงชั่วกะพริบ
Page 10 of 12
ตาเดียว มวลหินหลอมเหลวก็ไหลหลั่งเป็นแม่น้าหินหลอมเหลวนับไม่ถ้วน
ตัดไขว้ไปมาดุจตาข่าย
“เจ้าทำให้ข้าผิดหวัง” อู่อวี้กล่าวอย่างเฉยชา แทบจะในเวลาเดียวกัน
ดวงตาสาดประกายเย็นเยียบ
มันค้นพบตำแหน่งของเซี่ยวม่อเกอ
นับตั้งแต่อู่อวี้ก้าวเข้าสู่ระยะเขตแดนของเซี่ยวม่อเกอ มันก็ไม่
สามารถจับตำแหน่งที่แน่นอนของเซี่ยวม่อเกอได้อีก เขตแดนสวรรค์สิบ
อีกาเป็นเขตแดนของเซี่ยวม่อเกอ กลิ่นอายของเจ้าของเขตแดนมักถูกซ่อน
เร้นอยู่ไว้เป็นอย่างดี อู่อวี้เพียรใช้วาจารบกวนสมาธิฝ่ายตรงข้าม
จนกระทั่งเผยตำแหน่งของตนออกมา
อย่าได้เห็นว่ามันกล่าวอย่างปลอดโปร่งสบายใจ แท้ที่จริงอู่อวี้
ระมัดระวังเขตแดนสวรรค์สิบอีกาเป็นอย่างยิ่ง นี่คือเขตแดนอันดับหนึ่ง
แห่งด่านเจียง ทรงพลานุภาพสุดฟ้าสุดดิน หากมันต้องปะทะด้วย แม้ได้ชัย
ยังต้องจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อย
แต่หากมันสามารถค้นพบตำแหน่งที่แน่นอนของเซี่ยวม่อเกอ มัน
จะต้องได้ชัยอย่างแน่นอน!
อู่อวี้รอจนค้นพบตำแหน่งของเซี่ยวม่อเกอ พลันจู่โจมสังหารโดยไม่
รีรอลังเล มันแม้กล่าววาจาเกลี้ยกล่อมมากมาย แต่ยามลงมือกลับไม่ออม
รั้งยั้งมือแม้แต่น้อย ทุ่มเทใช้กระบวนท่าสังหารอย่างสุดกำลัง!
มันไม่มีเจตนาจะไว้ชีวิตเซี่ยวม่อเกอแม้แต่น้อย!
‘ตะขอค้างคาว!’
Page 11 of 12
จั่วม่อรู้สึกร่างแข็งทื่อ ร่างกายถูกพลังอันกล้าแข็งขุมหนึ่งสะกดตรึง
เอาไว้อย่างแน่นหนา พลังขุมนี้แปลกพิสดารยิ่ง ไม่ว่ามันจะดิ้นรนอย่าง
รุนแรงเท่าใด ก็ไม่อาจหลุดรอดเป็นอิสระได้
วู้ม ทันใดนั้นอู่อวี้ปรากฎกายขึ้นด้านหลังจั่วม่อ ปีกค้าวคาวราวกับ
ดาบยักษ์สองเล่ม ฟาดฟันคมแสงสีเขียวใส่จั่วม่ออย่างหักโหม
อู่อวี้มีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นว่าดาบนี้สามารถผ่าร่างเซี่ยวม่อเกอ
ออกเป็นสองส่วน
ในเวลานี้เอง จั่วม่อคล้ายไม่ได้สังเกตเห็นมฤตยูคร่าชีวิตที่ฟาดฟันมา
จากทางด้านหลัง บนใบหน้าพลันผุดรอยยิ้มลี้ลับวูบหนึ่ง
Page 12 of 12