สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 643 ดุเดือด
เมื่อรอยยิ้มลี้ลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าจั่วม่อ อู่อวี้ที่อยู่ด้านหลังอู่อวี้มไม่
อาจมองเห็นได้ แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด มันพลันบังเกิดความรู้สึกหัวใจ
แทบกระดอนออกมา เซี่ยวม่อเกอใช่ยังมีลวดลายใดซ่อนอยู่ในแขนเสื้ออีก
หรือไม่?
แต่ถึงกระนั้น มันอยู่ในสภาวะทุ่มเทใช้กระบวนทำอย่างสุดกำลังแล้ว การ
โจมตีนี้มันไม่ได้ออมรั้งสิ่งใดไว้แม้แต่น้อย! ปีกของมันรวดเร็วจนแทบ จะ
เลือนหายไปกับอากาศธาตุ กระทั่งเสียงกรีดฝ่าอากาศยังไล่ติดตามไม่
ทัน! ต่อให้มีขุนเขามหึมากั้นขวางอยู่เบื้องหน้า มันก็เชื่อมั่นว่าสามารถตัด
ขาดเป็นสองท่อน
ทันใดนั้นเอง สองปีกของมันเกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ปีกที่ไม่อาจ
ทำลายได้ของอู่อวี้ พลันมีเลือดพุ่งกระฉุดออกมาดุจนํ้าพุ
ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบ่งบอกบรรยายได้แล่นปราดมาจากปีกทั้งสองข้าง
อู่อวี้ใบหน้าขาวเผือดในบัดดล
ปีกทั้งสองคล้ายถูกมีดบางเฉียบตัดขาดเป็นหลายสิบชิ้น กระจัด กระจาย
ไปในอากาศอย่างเหลือเชื่อ!
เห็นเส้นใยบางเฉียบราวเส้นผมหลายสิบเส้นสะบัดพลิ้วแวบวับอยู่ใน
อากาศ หากมิใช่ว่าเส้นใยมหาประลัยเหล่านี้เปื้อนเลือดของมัน อู่อวี้จะไม่
มีทางสังเกตเห็นพวกมันแม้แต่น้อย
นี่มันอะไรกัน?
อู่อวี้รู้สึกหวาดสะพรึงสุดระงับ
แต่มันยังไม่ทันได้ตอบสนอง ร่างกายพลันถูกรัดตรึงอย่างแปลกประหลาด
เส้นใยไร้รูปลักษณ์นับไม่ถ้วนรัดพันทั่วร่างของมันอย่างแน่นหนา เส้นใย
เรียวบางที่มองไม่เห็นเหล่านี้แข็งแกร่งยิ่ง พวกมันเริ่มรัดแน่น กระชับขึ้น
เรื่อย ๆ เนื่องเพราะเส้นใยเหล่านี้บางยิ่ง แต่แน่นเหนียวทนทาน ยิ่งพวกมัน
จึงคมกล้ายิ่งกว่าใบมีด! กระทั่งสังขารปิศาจอันแกร่งกร้าวของ อู่อวี้ ยังไม่
อาจรอดพ้นจากการถูกเชือดเฉือนด้วยเส้นใยเล็ก ๆ เหล่านี้
ปึด!
ละอองเลือดเล็ก ๆ ฉีดพ่นออกมาจากทั่วร่างของอู่อวี้ เส้นใยบางๆ บาดลึก
เข้าไปในเลือดเนื้อของมันอย่างน่าสยดสยอง
สายใยสามพันอาวรณ์!
เป็นสายในสามพันอาวรณ์ที่กระทั่งกรงเล็บพิฆาตมังกรยังต้องยอมสยบ
ลำพังอู่อวี้ไหนเลยจะมีพลังพอที่จะต้านทานพวกมันได้
ตะขอทมึฟบนร่างจั่วม่อก็ไม่ได้หายไปเช่นกัน มันยังถูกสะกดตรึงไว้อย่าง
แน่นหนา แต่รอยยิ้มเจิดจ้ากว่าเดิม นับตั้งแต่แรกเริ่มมันก็ทราบดีแก่ใจ
ด้วยเขตแดนสวรรค์สิบอีกาที่มันเพิ่งจะสำเร็จ โอกาสเอาชัยอู่อวี้ มีไม่มาก
นัก
ดังนั้นมันเดิมพันกับสายใยสามพันอาวรณ์ สายใยสามพันอาวรณ์เป็นของ
วิเศษที่กระทั่งสิ่งดุร้ายอำมหิตเช่นกรงเล็บพิฆาตมังกรยังต้องสยบ ใช้
จัดการกับอู่อวี้ สมควรไม่มีปัญหาใด
เพื่อล่อลวงให้อู่อวี้เข้ามาใกล้ มันต้องใช้ความพยายามไปไม่น้อย แสร้ง
เผยจุดอู่อวี้น แสร้งเป็นเย่อหยิ่งโอหัง
เคราะห์ดีที่ผลลัพธ์เป็นไปตามคาด สายใยสามพันอาวรณ์สามารถ สลับ
สับเปลี่ยนไปมา ระหว่างจับต้องได้และจับต้องไม่ได้
ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างสะกดตรึงอีกฝ่ายเอาไว้ แต่อย่าได้ลืมเลือนว่า พวก
มันยังคงอยู่ภายในเขตแดนสวรรค์สิบอีกาของจั่วม่อ
จั่วมอต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อยในการจับตัวอู่อวี้ เมื่อ ประสบผล
ไหนเลยจะมัวมารีรอลังเล กระบวนท่าสังหารตามติดมาทันควัน
ดวงอาทิตย์ทั้งสิบบนฟากฟ้าพลันหมุนคว้างอย่างเร่งร้อน
วู้ม!
เปลวไฟที่เบาบางยิ่ง ปะทุขึ้นจากด้านล่างของอู่อวี้
ประกายแสงสีฟันวาบขึ้นบนร่างของอู่อวี้ สกัดกั้นเปลวไฟเอาไว้ได้ อย่าง
ทันท่วงที่ ภายใต้ชนพลังงานสีฟ้า อู่อวี้มีสีหน้าน่าสะพรึงกลัวทั่วร่างชุ่มโชก
ด้วยโลหิต ดวงตาสาดประกายฆ่าฟันอย่างเกรี้ยวกราด มันพลันกัดปลาย
ลิ้น
ทันใดนั้นโลหิตบนร่างของมันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ฝูงแมลงปิศาจ
ขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือไต่ออกมาจากเลือดของมัน
แมลงปิศาจเหล่านี้ปกคลุมทั่วรอยเลือด บนร่างของพวกมันสามารถ
มองเห็นแผนผังปิศาจเล็กละเอียด พวกมันปีนไต่ไปตามร่างกายของอู่อวี้อ
ย่างประเปรียว
แมลงปิศาจโลหิตเหล่านี้เมื่อเคลื่อนไหว ชั้นแสงสีโลหิตที่พวกมัน
ปลดปล่อยออกมาก็ห่อหุ้มทั่วร่างของอู่อวี้ด้วย
ในเวลานี้แสงสีฟ้าไม่อาจต้านทานเปลวไฟสีทองจาง ๆ ได้อีก พลัน สลาย
หายไปกับตา
จั่วม่อบังเกิดความรู้สึกเลวร้ายขึ้นมา ประกายแสงสีเลือดกลับแข็งแกร่ง
ทนทานยิ่ง แม้ว่าถูกเผาผลาญเสียงดังได้ยินถนัดชัดเจน ซํ้ายัง ค่อย ๆ ลด
ขนาดลง แต่เป็นไปอย่างเชื่องช้ายิ่ง
เปลวไฟสีทองอ่อนเป็นหนึ่งในไม้ตายสุดท้ายของจั่วม่อ
เมล็ดผลึกสุริยันอยู่ภายในร่างกายมัน พลังเทพที่มันฝึกปรือยังผสาน
รวมเข้ากับเขตแดนสวรรค์สิบอีกา ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง
ขึ้นกับเขตแดนสวรรคสิบอีกา
เปลวไฟเทพสุริยันเป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านั้น
แรกเริ่มเดิมที เปลวไฟแห่งเขตแดนสวรรค์สิบอีกา สมควรเป็นเปลวไฟอีกา
ทองคำซึ่งเป็นเปลวไฟระดับเจ็ด ตามตำนานเล่าว่าอีกาทองคำสามขาร่าง
ปกคลุมด้วยเปลวไฟ และเปลวไฟที่ทรงพลังอำนาจที่สุดของมัน อยู่ที่เท้า
ทั้งสามนั่นเอง เปลวไฟเหล่านี้จึงถูกเรียกขานว่าเปลวไฟเท้าอีกาทองคำ
แต่จั่วม่อมีดวงอาทิตย์ที่ยังไม่เติบโตเต็มที่อยู่ภายในกาย เมล็ดผลึกสุริยัน
เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขตแดนสวรรค์สิบอีกาของจั่วม่อยกระดับพลัง
อำนาจขึ้นไปอีกขั้น
แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ขึ้น ก็คือการที่พลัง
เทพของจั่วม่อผสานรวมกับสังขารปิศาจของมันเองเปลไฟเท้าอีกา เมื่อ
สัมผัสถูกพลังเทพสุริยัน จึงบังเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ
ก่อให้เกิดเปลวไฟชนิดใหม่ที่กร้าวแกร่งอหังการสุดเปรียบปาน
ไฟกำเนิดใหม่นี้ไม่เคยถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ดังนั้นจั่วม่อเรียก มันว่า
เปลวไฟเทพสุริยัน
เปลวไฟเทพสุริยันกร้าวแกร่งอหังการยิ่งกว่าเปลวไฟใดที่จั่วม่อเคย พบ
เห็นมาทั้งหมด หากมิใช่ว่าตัวมันองเป็นผู้ให้กำเนิดเปลวไฟนี้ มันจะไม่
กล้ากระทบถูกเปลวไฟมีแม้แต่ปลายเล็บ
ลำพังเปลวไฟเท้าอีกาก็จัดเป็นเปลวไฟระดับเจ็ด เปลวไฟเทพสุริยันนี้ยัง
เหนือลํ้ายิ่งกว่าอาจบรรลุถึงระดับแปด แต่กระทั่งเปลวไฟที่ร้ายกาจถึง
เพียงนี้ กลับยังคงถูกชั้นแสงสีโลหิตของฝ่ายตรงข้ามหยุดยั้งเอาไว้ได้ จั่ว
ม่อไหนเลยจะไม่ตระหนกตกใจได้?
สิ่งของผีสางนี้คืออะไรกัน?
อู่อวี้ ที่เบื้องหลังม่านโลหิตยังอัศจรรย์ใจยิ่งกว่าจั่วม่อเสียอีก แมลงปิศาจ
โลหิตเหล่านี้เป็นสุดยอดกระบวนท่าช่วยชีวิตของมัน พวกมันเรียกว่าแมลง
ค้างคาวโลหิต อู่อวี้มักป้อนพวกมันด้วยพิษร้ายสารพัดชนิด ค้างคาวโลหิต
หลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงเลือดของตัวเองด้วย
แมลงค้างคาวโลหิตเหล่านี้อาจเรียกได้ว่าไม่มีวันตาย เว้นเสียแต่ว่า ฝ่าย
ตรงข้ามเป็นจอมปีศาจด่านไสว้ มิเช่นนั้นศาสตรามารสามัญทั่วไปและ
เปลวไฟแทบทุกประเภทไม่บังเกิดผลต่อแมลงเหล่านี้แมลงค้างคาวโลหิต
เหล่านี้ยังสามารถเดินทางผ่านมิติช่องว่างได้ดั่งใจปรารถนา ยากจะระวัง
ป้องกัน ยิ่งยากที่จะรับมือ หากพวกมันเจาะทะลวงเข้าไปในร่างของศัตรู
จะสูบกลืนโลหิตและพลังงานของเหยื่อจนแห้งเหือด
หลายปีมานี้พลังฝีมือของอู่อวี้รุดหน้าก้าวไกล แทบไม่เคยลงมือต่อสู้กับ
ผู้คนอีก แต่กระนั้นมันยังเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูแมลงค้างคาวโลหิตเหล่านี้
อย่างระมัดระวัง
ในยามคับขันอันตรายถึงชีวิต มันปลดปล่อยแมลงค้างคาวโลหิต เหล่านี้
ออกมาโดยไม่คำนึงถึงค่าตอบแทนที่ต้องจ่าย แต่มันไหนเลยจะคาดคิด ว่า
ชั้นแสงโลหิตที่ก่อเกิดจากแมลงค้างคาวโลหิตกลับไม่อาจ หยุดยั้งเปลวไฟ
ของเขตแดนอีกาทองคำได้
ปฏิกิริยาแรกของมันก็คือ นี่เป็นไปไม่ได้!
เขตแดนสวรรค์สิบอีกาแม้จัดอยู่ลำดับแรกในด่านเจียง แต่เซี่ยวม่อเกอเห็น
ได้ชัดว่ายังไม่อาจก่อกำเนิดรูปแบบที่สมบูรณ์พร้อม นอกจากนี้พลังอัน
เป็นที่สุดของเขตแดนสวรรค์สิบอีกาเน้นหนักที่ความสามารถ ในการ
ควบคุมพลังของฟ้าดิน หาใช่เปลวไฟไม่ ไหนเลยจะมีเปลวไฟที่ทรง
อานุภาพเช่นนี้อยู่ด้วย?
มีอีกสิ่งหนึ่งที่มันพบว่ายากจะเชื่อได้ลง คือการที่เส้นใยโปร่งใสบน ร่างมัน
ถึงกับสะกดตรึงแมลงค้างคาวโลหิตเอาไว้ได้!
แมลงค้างคาวโลหิตทั้งหมดถูกตรึงเอาไว้อย่างแน่นหนา ไม่อาจหลุดรอด
ออกมาได้ อย่าว่าแต่จะเคลื่อนผ่านช่องว่างมิติเลยแค่ขยับออกห่าง จาก
ร่างของมันยังทำไม่ได้!
มองดูม่านโลหิตคุ้มกายของมันค่อย ๆ ถูกแผดเผาไป ความสิ้นหวัง เกาะ
กุมหัวใจของมันอย่างแน่นหนา
“ใครก็ได้รีบมา! รีบมาช่วยข้าเร็ว!”
เสียงตะโกนโหยหวนดังสะท้อนก้องอยู่ในเขตแดนสวรรค์สิบอีกา แต่ ไม่
อาจหลุดผ่านออกมาจากเขตแดนได้
จั่วม่อเองก็ตื่นตระหนกสุดระงับ ยามนี้พลังทั้งหมดของมันมุ่งเน้นไปยัง
การเร่งเร้าพลันทพสุริยัน ไม่มีเวลาไปสนใจอย่างอื่น หากมีคนเข้ามาช่วย
เจ้าผู้นี้จริง เช่นนั้นก็ไม่ดีแล้ว
ชั่วพริบตาที่อู่อวี้ซัดเหรียญวิเศษใจอำมหิตออกมา ก่อเกิดเขตแดนไม่เป็น
ผลกักขังอากุ่ยไว้ภายใน เซี่ยงตงค่อยหลุดรอดจากการโจมตีปานพายุโหม
ของอากุ้ย และถอยหลบห่างออกมาทันทีถึงยามนี้ค่อยได้พักหายใจ หาย
คอในที่สุดสามารถสงบใจลงได้บ้าง
เห็นสตรีอัปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวกลับถูกอู่อวี้วี่กักตัวเอาไว้โดยง่ายดาย
เซี่ยงตงลิงโลดยินดีขึ้นมา
อู่อวี้ ต้าเหริน สมกับที่รั้งลำดับแรกในสิบองครักษ์หยาดพิรุณ! พลังฝีมือ
ของอู่อวี้ ต้าเหรินช่างสุดหยั่งคาดโดยแท้
ต่อมาเห็นอู่อวี้ต้าเหรินสามารถหยอกเย้ากับเซี่ยวม่อเกอในเขตแดนสวรรค์
สิบอีกาอย่างปลอดโปร่ง มันยิ่งรู้สึกคาดหวังมากกว่าเดิม เนื่องเพราะ
ความหวาดกลัวและเสื่อมเสียหน้าที่มันได้รับ เซี่ยงตงใครสังหารคน กลุ่มนี้
ด้วยนํ้ามือของตน
แต่แล้วเรื่องที่บังเกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับทำให้มันอ้าปากค้างเย็นวาบ ไป
ถึงไขสันหลัง
ชั่วพริบตาดุจประกายไฟ อู่อวี้ต้าเหรินกลับรับบาดเจ็บสาหัส มิหนำซํ้ายัง
คล้ายมิอาจขยับเคลื่อนไหวได้?
มองดูอู่อวี้ ต้าเหรินถูกเปลวไฟโหมกลืนกินลงไป เซี่ยงตงหวาดหวั่นจน
ขวัญหนีดีฝ่อ แทบหมุนตัวหลบลี้หนีหน้าทันควัน เคราะห์ดีที่ชั้นแสงสี
เลือดเปล่งออกมาจากร่างของอู่อวี้ต้าเหรินหยดยั้งเปลวไฟเอาไว้ได้
เซี่ยงตงเป็นคนชาญฉลาดผู้หนึ่ง มันเห็นได้ทันทีว่าเขตแดนสวรรค์สิบอีกา
ของเซี่ยวม่อเกอถูกอู่อวี้วต้าเหรินหยุดยั้งเอาไว้ได้ ทั้งสองฝ่ายตกสู่สภาพ
ชะงักงัน
ความคิดนั้นหาญกล้าบ้าบิ่นประการหนึ่ง พลันผุดขึ้นในใจมัน
หากขึ้นสามารถช่วยเหลืออู่อวี้ ต้าเหริน ต่อไปในภายภาคหน้า ภายใต้ร่ม
ธงของอวี่ไสว้ มันอาจสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ดั่งใจ! อู่อวี้ต้าเหรินเป็น
ยอดฝีมอลำดับหนึ่งในสังกัดอวี้ไสว้ ทั้งยังเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจ
มากที่สุด
แสวงหาความมั่งคั่ง ท่ามกลางความสุ่มเสี่ยงอันตราย!
ความคิดนี้พอบังเกิด เซี่ยงตงขบกรามแน่น มันหมุนตัวกลับไปโดมา
ทะยานเข้าหาจั่วม่ออย่างเด็ดเดี่ยว
“ฮ่า คิดลอบเล่นเล่ห์กลหรือ?” ทหารยันต์ทองคำดำโผล่ออกมาขวาง หน้า
ด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม เนื่องเพราะอู่อวี้ไม่ได้สนใจมันอีก เฮยจิน จึง
หาทางสลัดหลุดออกมาจากตะขอค้างคาว ได้ในที่สุด
มันจ้องมองเซี่ยงตงด้วยรอยยิ้มประสงค์ร้าย
เซี่ยงตงหัวใจเย็นเฉียบ มันไฉนหลงลืมเทพเจ้าแห่งภัยพิบัติตนนี้ไป เสีย
ได้?
เฉียนชิงดับดิ้นสิ้นชีพภายใต้เงื้อมมือของเจ้าหนปิศาจประหลาดตนนี้เอง
แม้ว่าพลังที่เฉียนชิงปกปิดซ่อนเร้นเอาไว้จะทำให้ทุกผู้คนตื่นตะลึง แต่ถึง
กระนั้นภายใต้กำมือของหุ่นปิศาจสีทองคำเข้มนี้ เฉียนชิงยังคงตกตาย ใน
สภาพน่าสังเวช
บัดซบ
ภายใต้สายตาพวาดสะพรึงของเซี่ยงตง ทหารยันต์ทองคำคำแสยะยิ้ม ให้
อย่างมีไมตรีจิต
วู้ม วู้ม วู้ม
เงาร่างหลายสิบสายสาดพุ่งออกมาจากกององครักษ์หยาดพิรุณอย่าง
พร้อมเพรียง พวกมันเห็นอู่อวี้ต้าเหรินตกอยู่ในห้วงอันตราย รีบเร่งรุดมา
ช่วยเหลือ
ซู่หลงกับพวกพอเห็นเช่นนั้น ก็พากันเห็นร่างขึ้นขัดขวาง
ทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะหักหาญอย่างดุเดือดบนฟากฟ้า
ซู่หลงกับพวกแม้สามารถเรียกได้ว่าอยู่เหนือระดับพลังทั่วไปในแดนปิศาจ
แต่พวกมันเพิ่งผ่านการทำศึกอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ชั่วขณะนี้เป็น
ช่วงเวลาที่พวกมันเหน็ดเหนื่อยถึงที่สุด ในเวลาเช่นนี้พวกมันได้แต่เลี่ยง
ชีวิตเข้าต่อสู้ แต่เมื่อรวมกับที่ว่าพวกมันมีฝีมือในการร่วมมือประสานงาน
ยามกะทันหันจึงปิดสกัดการโจมตีระลอกนี้เอาไว้ได้อย่างหมดจด
ศึกอันดุเดือดรุนแรงที่กลางเวหา แทบจะอยู่นอกเหนือจินตนาการ ของ
ผู้คน
คนอื่น ๆ เฝ้าชมดูอย่างงุนงงความทรหดอดทนของบรรดาบริวารของเซี่ยว
ม่อเกอบันดาลให้ทุกผู้คนล้วนอัศจรรย์ใจ พวกมันเข้าใจว่าบริวารเหล่านี้
เมื่อเผชิญศึกหนักกับกองโจรตระกูลหมิง ก็สมควรเหน็ดเหนื่อย แทบตาย
แล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าเผชิญหน้ากับกององครักษ์หยาดพิรุณอัน กระเดื่อง
ดังคนเหล่านี้กลับยืนหยัดต่อสู้ไม่ถอยแม้สักก้าวเดียว
บริวารอันกล้าแกร่งถึงเพียงนี้ เซี่ยวม่อเกอไปควานหามาจากที่ใด?
หลายคนพบว่ายากจะเข้าใจได้จริง ๆ พวกมันล้วนเผชิญศึกหนักกับ
กองโจรตระกูลหมิงด้วยตัวเองเช่นกัน แต่นอกเหนือจากพวกจูเข่อไม่กี่คน
แล้ว คนอื่นๆ แทบทั้งหมดล้วนเหน็ดเหนื่อยจนแทบจะสิ้นแรงโดยสิ้นเชิง
ทันใดนั้นเอง สุ่มเสียงแปลกประหลาดดังกึกก้องไปทั่วสนามรบ
เห็นค่ายกลไม่เป็นผลซึ่งก่อเกิดจากพลังของเหรียญวิเศษใจอำมหิต กลับ
ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประหนึ่งถูกมือมหายักษ์ฉีกกระชากออกจากกัน
ภาพภายในเขตแดนไม่เป็นผลหายวับไป ท่ามกลางเสียงสดใสดังระรัว
เหรียญวิเศษใจอำมหิตทั้งเจ็ดทยอยหล่นร่วงดับแสงอยู่บนพื้น
อากุ่ยยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศโดยไร้เสียง เหตุแปรเปลี่ยนอย่าง
ฉับพลันนี้ก็เปลี่ยนแปลงสภาพในสนามรบด้วย
ฝ่ายซู่หลงย่อมคึกคักขึ้นอักโข ในขณะที่เหล่าองครักษ์หยาดพิรุณหน้า
เขียวคลํ้า พวกมันล้วนประจักษ์ชัดว่าสตรีประหลาดนางนี้น่าสะพรึงกลัว
เพียงใด!
เหล่าองครักษ์หยาดพิรุณถอยกรูดในบัดดล
ในเวลานี้เอง ทั่วทั้งสนามรบอันสับสนวุ่นวาย กลับถูกกลบกลืนอยู่ ภายใต้
เสียงถอนหายใจเบา ๆ คราหนึ่ง
เป็นสุ่มเสียงจากบนรถศึกของอวี่ไสว้ “เราผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ผิดหวัง กับ
พวกเจ้ายิ่ง หรือว่าต้องให้เราผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ต้องลงมือต่อสู้ด้วย ตัวเอง
จริงๆ ”
เหล่าองครักษ์พยาดพิรุณที่หวาดหวั่นลนลานพลันหน้าแดงฉาน สองตา
แดงกำด้วยสายเลือด แต่ละคนโถมกลับเข้าหาวงต่อสู้อย่างเกรี้ยวกราด
คลุ้มคลั่งบรรดายอดทหารแห่งกององครักษ์หยาดพิรุณไม่อาจระงับยับยั้ง
ตัวเองได้อีกต่อไป พากันทะยานเข้าสู่สนามรบอย่างพร้อมเพรียง
ภายในชั่วพริบตา กององครักษ์หยาดพิรุณรุกคืบรุดหน้า ช่วงชิงเป็นฝ่ายมี
เปรียบ
แต่ในเวลานี้เอง ไม่มีผู้ใดทันได้สังเกตเห็นประกายคมกล้าดุจคมมีดใน
ดวงตาของเปี้ยหาน