สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 647 เปลี่ยนแปลง
กลิ่นอายดุร้ายอำมหิตของกรงเล็บพิฆาตมังกรไม่มีสิ่งใดสามารถยกขึ้น
เทียบได้กระทั่งสัตว์ร้ายแดนร้างซึ่งจั่วมอสามารถอัญเชิญออกมา ด้วย
ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยยังเทียบไม่ติด แต่หลังสภาวะอันดุร้าย
อำมหิตนี้หากเทียบกับกรงเล็บพิฆาตมังกรเมื่อครั้งกระโน้นแล้วที่ไม่อาจ
นับเป็นอะไรได้ ตามคำของผูเยากับเว่ย กรงเล็บพิฆาตมังกรถูกสายใย
สามพันอาวรณ์สะกดเอาไว้นานปี ยามนี้อ่อนแอกว่าหลายพันปีที่แล้วมาก
เรื่องนี้ถึงกับทำให้จั่วม่อใคร่ชมดูสักคราว่า กรงเล็บพิฆาตมังกรเมื่อครั้ง
กระโน้น แกร่งกร้าวเกรียงไกรถึงเพียงไหน ?
พลังอันตรายป่าเถื่อนของกรงเล็บพิฆาตมังกรถาโถมเข้ามาใน ร่างกาย
ของจั่วม่ออย่างบ้าคลั่ง
พฤติการณ์เช่นนี้คล้ายกระตุ้นโทสะของเมล็ดผลึกสุริยันกระแสความ ร้อน
ที่หนาแน่นจนแทบมีตัวตนไหลซึมออกมาจากรอยแตกร้าวของผนึก คืบ
คลานเข้ามาอย่างช้า ๆ
หนึ่งเป็นของวิเศษโบราณที่ดุร้ายป่าเถื่อนสุดเปรียบปาน อีกหนึ่งเป็น
สมบัติอันยิ่งใหญ่แห่งฟ้าดิน หนึ่งเย็นหนึ่งร้อน ขุมกำลังทั้งสองพอปะทะ
กัน ก็ไม่ต่างจากเทราดนํ้าเย็นเฉียบลงไปในนํ้ามันร้อนฉ่า
สังขารปิศาจที่กล้าแกร่งดุจเหล็กไหลของจั่วม่อ ต่อหน้าพลังอำนาจ อันน่า
สะพรึงกลัวสองขุมนี้ กลายเป็นเปราะบางราวแผ่นกระดาษ เพียงชั่วอึดใจ
เดียวทั้งร่างก็ปรุพรุนไปด้วยหลุมบ่อ หากมิใช่ว่ามีพลังรักษาเยียวยา อัน
สูงสุดยอดของหยดนํ้าลี้ลับเถาวัลย์เขียว มันคงถูกบดขยี้เป็นจุณไป นับ
ร้อยรอบแล้ว
แต่รอจนการประจัญบานเดือดระอุขึ้น พลังทั้งสองต่างยึดตำแหน่ง ฐานที่
มั่นอย่างเหนียวแน่น พวกมันเข้ามากระจุกรวมกันอยู่รอบๆ บริเวณ
แผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ทั้งสิบบนร่างของจั่วม่อ
แผนผังปิศาจารงอาทิตย์ทั้งสิบแห่งสังขารปีศาจอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกา
ย่อมเป็นแนวร่วมเดียวกันกับเมล็ดผลึกสุริยัน กระทำตนเป็นแปลง
พลังงานที่พลังเทพมารวมตัวกันตามธรรมชาติ ผลก็คือพลังของเมล็ดผลึก
สุริยันไหลหลั่งเข้าสู่แผนผังปิศาจทั้งสิบอย่างไม่หยุดยั้ง
ฉวยโอกาสในที่เมล็ดผสึกสุริยันหันไปวุ่นวายอยู่กับแผนผังปิศาจรูป ดวง
อาทิตยทั้งสิบ พลังเย็นอันตรายของกรงเล็บพิฆาตมังกรบเข้ายึดครอง
ร่างกายของจั่วม่ออย่างรวดเร็ว เริ่มโหมจู่โจมใส่แผนผังปีศาจรูปดวง
อาทิตย์เหล่านี้อย่างเกรียวกราด ยามนี้หากมีคนมากระทบถูกร่างกายของ
จั่วม่อ พวกมันจะพบด้วยความตื่นตะลึงว่าร่างกายของจั่วม่อ ทั่วร่างเย็น
เฉียบดุจนํ้าแข็ง แต่บริเวณแผนยังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ทั้งสิบร้อนระอุดุจ
เหล็กหลอมเหลว
การต่อสู้ยิ่งมายิ่งทวีความดุเดือดรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งพลังเทพ ที่
ถูกผนึกอยู่ในวังวนบนมือขวาของจั่วม่อยังถูกฉุดลากเข้าร่วมสงครามอัน
ยิ่งใหญ่นี้
ตัวจั่วมอเองยามนี้อ่อนแอถึงที่สุด
พลังทั้งมวลในร่างอาละวาดดั่งม้าป่าหลุดออกจากบังเหียน ทั่วร่าง
กลายเป็นสับสนอลหม่านรับบาดเจ็บหนักหนาสาหัส แต่ในชั่วพริบตาเอง
จั่วมือก็ไขว่คว้าได้โอกาสสายหนึ่ง
ยังมีพลังอีกชนิดหนึ่งอยู่ในร่างกายของมัน ซึ่งตลอดเวลามันหลงลืม ไป
เสียสนิทนั่นคือแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น!
แสงค์กดิ์สิทธิ์มาจากมรดกตกทอดของเว่ย นอกจากครั้งที่ใช้จัดตั้งอาคม
หวงห้ามภายในร่างของกู้หมิงกง จั่วมือแทบไม่เคยใช้งานแสงศักดิ์สิทธิ์อัน
ลี้ลับนี้อีกเอย นี่มิใช้ว่าจั่วม่อดูแคลนพลังอำนาจของแสงศักดิ์สิทธิ์
เพียงแต่การสืบทอดแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นขาดช่วงไปนาน เกินไป
เก่าแก่โบราณเกินไป ยากจะทำความเข้าใจอย่างสิ้นเชิง กระทั่งเว่ยผู้ถือ
ครองมรดกขึ้นนี้มานานหลายพันปี ยังไม่อาจให้ความกระจ่างอันใดได้
แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นเองก็สับพิสดารสุดหยั่งถึง จั่วม่อถึงกับไม่ทราบ
ว่าจะเริ่มศึกษาจากที่ใด
ทว่าสิ่งที่มันไม่คาดฝันก็คือ ในช่วงคับขันอันตรายสุดขีดแสง ศักดิ์สิทธิ์
วิญญาณมั่นกลับเริ่มเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง มันชำแรกออกมาจากสายใย
สามพันอาวรณ์อย่างแช่มช้า สายใยสามพันอาวรณ์และแสง ศักดิ์สิทธิ์
วิญญาณมั่น อีกสองขุมพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ กลับไม่ได้เข่นฆ่า ทำลาย
ซึ่งกันและกันในด้านของสายใยสามพันอาวรณ์ จั่ต่อไม่ได้แปลก ใจมาก
นัก สิ่งที่สามารถสะกดตรึงกรงเล็บพิฆาตมังกรมานานนับร้อยปี ย่อมต้อง
เป็นสมบัติวิเศษที่เทียบเท่ากับกรงเล็บพิฆาตมังกรอย่างไม่ต้อง สงสัย แต่
แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นที่ถือกำเนิดขึ้นในยามก่อเกิดจักรวาล
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้กลับไม่สะทกสะท้านเช่นเดียวกัน จั่วมอค่อย
ตระหนักในบัดดล แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นที่แท้ก็เป็นสมบัติวิเศษใน
ระดับชั้นเดียวกันกับกรงเล็บพิฆาตมังกรและเมล็ดผลึกสุริยัน!
แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นเมื่อเจาะออกมาจากสายใยสามพันอาวรณ์ ก็
ค่อย ๆ ว่ายเวียนไปตามร่างกายที่ปริแตกของจิ๋วต่อดุจมัจฉาสีรุ้งตัวหนึ่ง
จั่วม่อที่ถูกบีบคั้นจนแทบอับจนหนทาง เมื่อพบว่าแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณ
มั่นโผล่ออกมา หัวใจพล้นโลดขึ้นวูบหนึ่ง
โอกาส!
เวลานี้พลังอื่นในร่างกายของมัน ถูกเมล็ดผลึกสุริยันและกรงเล็บ พิฆาต
มังกรควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์ มันอาจใช้สอยพลังใดได้แม้แต่น้อย สายใย
สามพันอาวรณ์แม้ว่าไม่ได้ถูกพลังทั้งสองสะกดเอาไว้ แต่เนื่อง เพราะ
ลักษณะของพลังที่เฉพาะเจาะจงเกินไป ไม่มีส่วนช่วยในการต่อสู้
การที่จู่ ก็พบเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นเผยตัวออกมาเท่ากับ ค้นพบ
สมุนไพรช่วยชีวิตที่ถูกกับโรคของจั่วม่อพอดี!
จั่วม่อสงบใจลงทันควัน สะกดความลิงโลดยินดีที่พลุ่งขึ้นกลับคืนลง ไป
พยายามหวนนึกดูว่าครั้งก่อนมันเรียกใช้แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นด้วยวิธี
ใด
เป็นไปตามคาด มันพอเพ่งจิตวูบ แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมันก็หยุดกึก ลง
ทันที
จั่วม่อปิติยินดียิ่ง ดูเหมือนว่ามันยังคงสามารถควบคุมแสงศักดิ์สิทธิ์
วิญญาณมั่นในสภาพอับจนหนทางสุดขีดเช่นนี้ พลังที่มันสามารถควบคุม
ได้คือสิ่งที่มันปรารถนามากที่สุด! แม้ว่าจะเป็นเพียงพลังเล็กน้อย แต่มัน
ย่อมไม่ยินยอมตัดใจ พลังที่มันสามารถควบคุมได้ย่อมหมายถึงมันไม่ต้อง
รอให้ผู้คนมาตัวกำหนดชะตากรรมของมัน
มันควบคุมแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นอย่างรอบคอบระมัดระวัง เนื่อง
เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้ใช้งานพลังขุมนี้ มิหนำซํ้าตั้งแต่แรกเริ่มมันก็ใช่
ว่าจะซํ่าซองชำนาญในการใช้แสงศักดิ์สิทธิ์ ที่แรกมันควบคุมอย่างประดัก
ประเดิด สะดุดติดขัดไปหมด แต่จั่วม่อไม่ท้อแท้หดหู่ อย่าได้เห็นว่ามันยาม
ปกติไม่ค่อยอินังขังขอบ แต่ยามคับขันอันตรายถึงชีวิตมักจะมีจิตใจจะ
กระจ่างแจ้งผิดธรรมดา ยิ่งอดทนอดกลั้นอย่างที่ไม่เคยเป็น
ศึกสัประยุทธ์ระหว่างเมล็ดผลึกสุริยันกับกรงเล็บพิฆาตมังกรบรรลุถึง จุด
เดือดอันร้อนระอุ
กระแสความร้อนแผดเผาที่ไหลหลั่งออกมาจากเมล็ดผลึกสุริยัน ยังคงถา
โถมเข้าไปในแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ทั้งสิบอย่างไม่ขาดสาย สิบ
แผนผังปีศาจรูปดวงอาทิตย์ถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว พวกมันอัดแน่นไป
ด้วยพลังอย่างล้นเหลือประดุจลูกไฟร้อนระอุสิบดวง และเนื่องเพราะพลัง
ที่เติมเต็มเข้ามาแกร่งกร้าวเกินไป แผนผังปิศาจถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่าง
เต็มที่ แผนผังปิศาจที่ตื่นขึ้นถึงกับปกปิดซ่อนเร้นแสงสว่างของตน แสง
สว่างโชติช่วงเปลี่ยนเป็นความมืดดุจห้วงจักรวาล
แสงสว่างและความมืด เดิมทีก็เป็นคู่แฝดคนละขั้วกันอยู่แล้ว!
จั่วม่อพอเห็นภาพเบื้องหน้า พลันบังเกิดความรู้สึกคล้ายเข้าใจสัจธรรม
บางประการ
พลังที่อัดแน่นอยู่ในแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์แต่ละดวงมากมาย
มหาศาลเกินกว่าที่แผนผังปิศาจแต่ละดวงจะทนทานรับได้ หากไม่มีการ
กระทำจากภายนอกมาช่วยลดทอนพลังเหล่านี้ แผนผังปีศาจรูปดวง
อาทิตย์จะไม่มีทางทนรับกระแสพลังที่ทะลักล้นเข้ามา ผลสุดท้ายจะมี
เพียงจุดจบเดียว คือร่างระเบิดเป็นเลือดเนื้อเลอะเลือนกองหนึ่ง
เคราะห์ดีที่มีกรงเล็บพิฆาตมังกร
พลังเย็นอันดุร้ายป่าเถื่อนของกรงเล็บพิฆาตมังกรโอบล้อมแผนผังปิศาจ
รูปดวงอาทิตย์จากทุกทิศทุกทาง เมล็ดผลึกสุริยันที่ถูกคุกคามคล้าย
ตระหนักรู้ว่าแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์เป็นสมรภูมิมันได้เปรียบ เป็น
เหมือนดินแดนบ้านเกิดที่มันคุ้นเคยและเป็นฝ่ายมีเปรียบ หากปล่อยให้
แผนผังปีศาจปตรงอาทิตย์แตกระเบิดไป เช่นนั้นมันย่อมสูญเสียข้อ
ได้เปรียบอย่างไม่ต้องกังขา ดังนั้นแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ได้มุ่งหน้า
เข้าสู่วิถีทางที่จั่วม่อไม่ เคยคาดฝันมาก่อน
วิวัฒนาการ
พลังของเมล็ดผลึกสุริยันไหลบ่าเข้าไปยังทุกซอกทุกมุมของแผนผังปิศาจ
รูปดวงอาทิตย์ พลังส่วนที่ล้นออกมาจากความสามารถรองรับของแผนผัง
ปิศาจรูปดวงอาทิตย์ ค่อย ๆ ทำการกลั่นเกลาดัดแปลงแผนผัง ปิศาจอย่าง
ต่อเนื่อง นี่จึงเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลง
ราวกับต้นหญ้าเขียวชอุ่มงอกเงยทีละน้อย แผนผังปิศาจอันซับซ้อน เริ่ม
เติบโตขึ้นอย่างเงียบเชียบ
นับเป็นครั้งแรก ที่จั่วม่อได้ประจักษ์การเติบโตของแผนผังปีศาจด้วย
สายตาตัวเอง
ในเวลาเดียวกัน กรงเล็บพิฆาตพิฆาตมังกรทรงภูมิปัญญาไม่ยิ่ง หย่อน
ไปกช้ากันไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของในผนผังปีศาจรูป ดวง
อาทิตย์อย่างทันท่วงที
ชั้นนํ้าแข็งพลันปรากฏขึ้นบนร่างจั่วม่อในบริเวณรอบ ๆ แผนผัง ปิศาจรูป
ดวงอาทิตย์ ชั้นนํ้าแข็งเหล่านี้ไม่ได้เป็นสีขาวหรือสีฟ้าอย่างที่ควรเป็น แต่
กลับมีสีเทาซีด พลังเย็นอันดุร้ายกระหายเลือดของกรงเล็บพิฆาต มังกร
ส่วนหนึ่งเริ่มทำการเยี่ยวยารักษาจั่วม่อที่แทบจะกลายเป็นเนื้อบด
เพียงแต่พลังเย็นของกรงเล็บพิฆาตมังกรตามป่าเถื่อนเกินไป แม้ว่า จะ
พยายามเยียวยารักษา กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีดน้ำแข็งเล็กนับพัน เล่ม
กระหนํ่าเชือดเนื้อเถือหนังจั่วม่อซํ้าแล้วซํ้าเล่า
จั่วม่อกลํ้ากลืนฝืนทนต่อความเจ็บปวดที่กรีดลึกถึงหัวใจ พยายาม
ควบคุมแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นอย่างระมัดระวัง ซ่อนแสงศักดิ์สิทธิ์ไว้ใน
มุมหนึ่งเฝ้ารอโอกาสอย่างอดทน มันทราบดีว่ายามนี้ยังไม่ใช่เวลาลงมือที่
เหมาะสมที่สุด เมล็ดผลึกสุริยันและกรงเล็บพิฆาตมังกรต่างฝ่ายต่างพา
กัน สั่งสมกำลังอย่างไม่หยุดยั้ง เชื่อแน่ว่าการสัประยุทธ์ครั้งต่อไปจะยิ่ง
ดุเดือด รุนแรงกว่าก่อนหน้านี้มาก
สังขารปิศาจของจั่วม่อแม้แข็งแกร่งทนทาน แต่ต่อหน้าของวิเศษที่ดุร้าย
อำมหิตเช่นกรงเล็บพิฆาตมังกร ย่อมไม่อาจนับเป็นอะไรได้ต่อหน้า พลัง
อันเหี้ยมเกรียมขุมนี้ เลือดเนื้อจำนวนมหาศาลของมันหลอมละลาย ดุจ
หิมะต้องแสงตะวัน หลงเหลือเพียงเลือดเนื้อที่สามารถดูดซับพลังอันเหี้ยม
เกรียมนี้เข้าไปได้
ใสิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งกระบวนการที่ทำให้เลือดเนื้อของจั่วม่อ เปลี่ยนแปลง
ไปอย่างสิ้นเชิง เลือดเนื้อที่แข็งแกร่งที่สุดเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เติบโต
กล้าแข็งขึ้นเรื่อยๆ เลือดเนื้อส่วนที่อ่อนแอที่สุดถูกทำลาย เร็วรี่ สลาย
หายไปอย่างไม่หยุดยั้ง เลือดเนื้อส่วนที่เหลือรอดยังคงกระเสือก กระสน
ดิ้นรนอยู่ในทะเลพลังงานหฤโหดอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ เกิด เสถียรภาพขึ้น
อย่างช้า ๆ
ยามนี้ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น แผนผังปีศาจสีเทาชนิดหนึ่งปรากฏขึ้น ภายใน
ร่างกายของจ่วมือ ค่อย ๆ เติบโตขึ้น พาดผ่านทั้งร่างของมันดุจเถาไม้เลื้อย
แผนผังปีศาจชุดนี้ผิดแผกแตกต่างจากแผนผังปีศาจดั้งเดิม ของมันอย่าง
สิ้นเชิงริมขอบของแผนผังปิศาจสีเทาบางส่วนปรากฏ ลวดลายคล้ายเกล็ด
หนาขึ้น หากมีคนเพ่งมองให้ชัดตา พวกมันจะพบว่า เคล็ดละเอียดอ่อน
เหล่านี้ ทั้งรูปร่างและสีสันคลับคล้ายกับแผ่นเกล็ดมังกร บนกรงเล็บพิฆาต
มังกรเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่ขนาดเล็กกว่ามาก
พลังเย็นหฤโหดอันหนักหน่วงอัดแน่นอยู่ในรัศมีหนึ่งจั้งรอบกายจั่วม่อ
คล้ายจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับกรงเล็บพิฆาตมังกร
แต่ภายนอกของรัศมีหนึ่งจิ้งนี้ กลิ่นอายของพลังนี้ถูกเก็บงำอย่าง สมบูรณ์
ไม่ปล่อยให้ผู้ใดที่อยู่ด้านนอกค้นพบได้
มิหนำซํ้าทุกผู้คนในยามนี้ สวยตาล้วนติดตรึงแน่นอยู่กับการต่อสู้
ระหว่างอวี่ไสว้กับหว่อหลี
“โซ่ไม่พลัดพราก”
ดรรชนีเรียวงามของหว่อหลีจี้ตรงไปยังอวี่ไสว้ สายตาเย็นเฉียบของ นาง
เต็มไปด้วยความเด็ดเดียวและจิตวิญญาณการต่อสู้อันร้อนแรง ภายใต้
ทะเลบุปผากระบี่ หลัวหลีดังเงาสะท้านซองหว่อหลีร่างของมันโปร่งใสดุจ
ไร้ตัวตน มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ
แทบจะในเวลาเดียวกันสองบุรุษสตรีเส้นปากอย่างพร้อมเพรียง
สุ่มเสี่ยงของหว่อหลีกระด้างเย็นเยียบดุจกระบี่ “ไม่พลัดพราก!”
สุ่มเสียงของหลัวหลีแผ่วเบาดุจกระซิบ อ่อนโยนปานสายนํ้าริน “ไม่ พลัด
พราก!”
วู้ม โซ่เส้นหนาพลันพวยพุ่งออกจากใต้ฝ่าเท้าของหว่อหลีในบัดดล
ประหนึ่งพญางูโบราณฉกปราดเข้าใส่อวี่ไสว้อย่างกราดเกรี้ยว
ทั่วบริเวณลระหึ่มกึกก้องไปด้วยเสียงเกรียวกราวของสายโซ่ทะเลบุปผาทั้ง
มวลสันสะเทือนเลื่อนลั่น
ท่ามกลางเสียงสายโซ่กระทบกัน พลังสภาวะพิสดารที่ยากจะบ่ง บอก
บรรยายชนิดหนึ่งแผ่คลุมรอบบริเวณ
นี่มัน… …
จูเข่อสีหน้าแข็งค้าง ทอแววสับสนลังเล
“นี่คือ….” หญิงรับใช้วัยกลางคนอุทานเบา ๆ แต่หยุดชะงักอย่าง กะทันหัน
ใบหน้ากลับกลายเป็นไร้สีเลือดอย่างสิ้นเชิง ,
เซี่ยเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน เสียงหายใจหนัก ๆ ได้ยินถนัดชัดเจน ผ่าน
ชุดเกราะหนา
นี่คือกลิ่นอายของชีวิตและความตาย!
อวี่ไสว้ดวงตาทอแววตื่นตะลึงและเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก สายโซ่เหล็กที่
คล้ายพญาอสรพิษนี้ประกอบขึ้นจากสองพลังที่แตกต่างเป็นคนละขั้ว ชีวิต
และความตาย!
หากมิใช่ว่ามันประจักษ์แจ้งอยู่คาตา มันจะไม่ยินยอมเชื่อเป็นอันขาด
ชีวิตและความตาย สองพลังที่แตกต่างตรงข้ามเป็นคนละสุดปลาย ทว่า
กลับผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างหมดจดงดงาม ช่างอัศจรรย์พันลึกโดยแท้
นี่มันเคล็ดวิชาอันใด
สตรีนางนี้เป็นใครกันแน่?
ความคิดนับไม่ถ้วนวาบผ่านในใจมันไม่ขาดสาย แต่แล้วเพียงชั่วพริบตา
จิตใจมั่นก็สงบเยือกเย็นและกระจ่างแจ้งอีกครั้ง
สายโซ่ที่ถักทอขึ้นจากชีวิตและความตายนี้เป็นหนึ่งในพลังที่เลิศลํ้า ที่สุด
เท่าที่มันเคยพบเห็นมา ทั้งประณีตงดงาม ทั้งอัศจรรย์พันลึก จนยากจะ
เชื่อได้ลง กระทั่งอวี่ไสว้ในฐานะจอมปีศาจด่านไสว้ยังต้องทอดถอน
ชมเชยอย่างจริงใจ
แต่น่าเสียดาย ที่พลังอันเลิศลํ้าและหมดจดนี้มิใช่ว่าไม่มีจุดอ่อน พลังนี้ยัง
ไม่ทันได้ขัดเกลามากพอ
อีกฝ่ายสมควรเพิ่งสำเร็จวิชาได้ไม่นานนัก แม้ว่าจะบรรลุถึงหลักใหญ่
ใจความของพลังอันแสนเลิศ แต่ยังคงขาดการฝึกปรือพลังยังอ่อนด้อย
เกินไปมาก คล้ายต้นอ่อนที่มีพลังอันร้ายกาจ รอจนเติบใหญ่อาจทรงพลัง
ไร้ผู้ต้าน แต่เมื่อต้นอ่อนเพิ่งจะงอกจะยังคงผ่ายผอมและเปราะบางนัก
พลังแม้มาจากเคล็ดวิชาแต่ยังต้องผ่านการสั่งสมขัดเกลาอย่าง ยาวนาน
เทียบกับวิชาทั่วไป วิชาที่หลอมรวมชีวิตและความตายเข้าด้วยกันนี้ ย่อม
จัดเป็นยอดวิชาอย่างไร้ข้อกังขา อวี่ไสว้ไม่มีวิชาใดที่เทียบชั้นกับวิชา นี้ได้
แต่ในด้านของพลังที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ฝ่ายตรงข้ามยังขาดพร่อง ไป
มาก
แต่มันไม่เคยคาดฝันว่าจะถูกบีบคั้นจนตกอยู่ในสภาพนี้ ด้วยมือ ของหญิง
สาวนางหนึ่ง
อวี่ไสว้หัวร่อเยาะหยันตนเอง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สามารถบรรลุวิชา อัศจรรย์
พันลึกถึงเพียงนี้ย่อมมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคู่มือของมัน!
รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายไป กระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวในมือ ยกขึ้น
เล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง
อุปสรรคและความลำบากลำบนนานัปการที่เคยเผชิญในวิถีบำเพ็ญ เพียร
ของมันวาบผ่านเบื้องหน้าในใจของมัน จิตใจของมันเต็มไปตัวยความ
ทระนงภาคภูมิ
ท่ามกลางสายพิรุณโปรยปราย ร่างสูงถือกระบี่ยืนหยัดอย่างอหังการ
ข้าจะให้จ้าได้เห็นพลังที่แท้จริงของ เขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืน ของ
จอมปีศาจด้านไสว้