สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 649 เขตแดนสวรรค์สิบอีกาของเมล็ดผลึกสุริยัน
- Home
- สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation
- บทที่ 649 เขตแดนสวรรค์สิบอีกาของเมล็ดผลึกสุริยัน
สังหรณ์อันตรายนี้มาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า อุบัติขึ้นอย่างฉับพลัน
ทันใดจนอวี่ไสว้ไม่ทันได้ตอบสนอง ซึ่งความจริงมันก็ไม่มีปัญญาจะ
ตอบสนอง พลังกดดันที่ระเบิดออกมาจากเขตแดนสวรรค์สิบอีกา กระทั่ง
จอมปิศาจด่านไสว้เช่นมันยังแทบหายใจหายคอไม่ออก!
ความรู้สึกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ซึ่งสำหรับมันแล้วทั้งแปลก ใหม่ทั้ง
ไม่คุ้นเคย!
นานเท่าใดแล้วที่มันไม่ได้ถูกแรงกดดันของผู้ใดข่มขู่คุกคาม? นาน
จนกระทั่งมันเองยังจดจำไม่ได้ แต่คราครั้งนี้มันถึงกับถูกแรงกดดันอันน่า
ประหลาดนี้ข่มขู่คุกคาม จะไม่ให้มันแตกตื่นลนลานได้อย่างไร
จั่วม่อไหนเลยจะล่วงรู้ความพรั่นพรึงในใจของอวี่ไสว้ ซึ่งความจริงมัน เอง
ก็ไม่ได้มีเวลาจะมัวมาสนใจ มันในยามนี้ประดุจเดินไต่เส้นลวดอยู่บนปาก
เหว หากประมาทเลินเล่อสักเพียงเล็กน้อย ขอเพียงพลั้งพลาดเพียง ก้าว
เดียวจะร่วงลงไปตายอย่างอนาถ ต่อหน้ากรงเล็บพิฆาตมังกรและ เมล็ด
ผนึกสุริยันสองสมบัติวิเศษอันกร้าวแกร่งเกรียงไกร อวี่ไสว้ไม่นับเป็น อะไร
ได้
มันรู้สึกเช่นนั้นจากใจจริง
อย่างไรก็ตาม การที่เมล็ดผลึกสุริยันเข้าบังคับใช้เขตแดนสวรรค์สิบ อีกา
ทำให้มันประหลาดใจไม่น้อย แต่ในไม่ช้าพลันเข้าใจกระจ่าง เมล็ดผลึก
สุริยันตรวจพบการคุกคามจากกรงเล็บพิฆาตมังกร จึงคิดหยิบยืมพลัง
ของเขตแดนสวรรค์สิบอีกาเข้าต่อกรกับกรงเล็บพิฆาตมังกร!
เขตแดนสวรรค์สิบอีกาของเมล็ดผลึกสุริยันมีระดับพลังเหนือกว่า มันมาก
เขตแดนสวรรค์สิบอีกาสำแดงพลานุภาพออกมาอย่างยิ่งใหญ่ ไพศาลกว่า
ปกติมาก ร่างแปลงทั้งสิบของเขตแดนสวรรค์สิบอีกาถูกใช้ ออกมาใน
คราวเดียว กระทั่งการเปลี่ยนแปลงระดับสูงซึ่งจะสามารถใช้งาน ได้ก็
ต่อเมื่อดวงอาทิตย์ทั้งสิบสั่งสมพลังชั้นสูงอย่างล้นเหนือ ยังถูกเมล็ด ผนึก
สุริยันใช้ออกมาทั้งหมด
จั่วม่อเฝ้าดูกระบวนการทั้งหมดอย่างใจจดใจจ่อ ไม่กล้าแบ่งแยก ความ
สนใจแม้แต่น้อย
แม้ว่าตอนนี้มันจะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์คับขันอันตรายสุดขีด ภาพ
เบื้องหน้านี้ก็ยังคงดึงดูดความสนใจของมันโดยไม่อาจต่อต้านแข็งขึ้น มัน
สามารถมองเห็นทุกการเปลี่ยนแปลงอันลี้ลับของเขตแดนสวรรค์สิบ อีกา
อย่างทะลุปรุโปร่งด้วยสายตาตัวเอง สมาธิจิตใจทั้งหมดของมันทุ่มเท ลง
ไปยังการเฝ้ามองเมล็ดผลึกสุริยันทำการบังคับใช้เขตแดนสวรรค์สิบอีกา
ครั้งนี้หากจับตาดูให้ดี อาจสามารถล่วงรู้การเปลี่ยนแปลงทุกกระบวน ท่า
ของเขตแดนสวรรค์สิบอีกาได้อย่างครบถ้วน เมล็ดผลึกสุริยันยัง ชี้ให้เห็น
ถึงเส้นทางแห่งการพัฒนาทั้งหมดของเขตแดนสวรรค์สิบอีกา อย่าง
ละเอียดลออ!
จั่วม่อใช้สายตาหิวกระหายเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงทุกกระบวนท่า ของ
เขตแดนสวรรค์สิบอีกาภายใต้การควบคุมบังคับใช้ด้วยฝีมืออันลํ้าเลิศ
ของเมล็ดผลึกสุริยัน
ในเวลานี้ เมล็ดผลึกสุริยันเป็นเหล่าซือที่ดีที่สุดของมัน
ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดผลึกสุริยันหรือกรงเล็บพิฆาตมังกร พวกมันคล้ายมี
สติปัญญาเทียบเท่ากับบุคคลอันชาญฉลาดผู้หนึ่ง
กรงเล็บพิฆาตมังกรหยั่งทราบจิตเจตนาของเมล็ดผลึกสุริยัน เจตนา ฆ่า
ฟันอันไพศาลทะลักทลายทั่วบริเวณในบัดดล
สายฝนโปรยของเขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืนชะงักค้างกลางเวหา อย่าง
ฉับพลัน ภายใต้เจตนาฆ่าฟันอันกราดเกรี้ยวไพศาลถึงเพียงนี้ เขต แดน
หยาดพิรุณไม่หวนคืนเปราะบางไม่ต่างอันใดจากเศษแก้ว
ท่ามกลางเม็ดฝนที่ชะงักค้างกลางอากาศ กลุ่มพลังสีเทาเสี้ยวเล็ก ๆ
มากมายนับไม่ถ้วนของเจตจำนงฆ่าฟันว่ายเวียนไปมาอย่างดุร้ายปราด
เปรียว
เย็นยะเยียบ แผ่ไพศาล ดุดันอำมหิต ประหนึ่งสัตว์ร้ายบรรพกาล สยายคม
เขี้ยว ถลึงมองเหยื่อด้วยดวงตาแดงฉาน สามารถฉีกกระชากชั้น พลัง
ป้องกันอย่างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ ทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจผู้คน โดย
ไม่พานพบแรงต้านทานอันใด
ผู้คนที่ได้รับผลกระทบ บังเกิดความรู้สึกว่าความหวาดกลัวอันไร้ที่ สิ้นสุด
ประดุจคลื่นคลุ้มคลั่ง กวาดทำลายขึ้นมาจากสองขา จวบจนกระทั่ง กลืน
กินพวกมันลงไปทั้งตัวในชั่วพริบตาเดียว
เสียงแตกระเบิดดังสดใสเสนาะหู ก้องกังวานไปทั่ว
ภายใต้การจู่โจมของกรงเล็บพิฆาตมังกรเขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืน
เพียงยืนหยัดได้ไม่กี่อึดใจ ก่อนจะพินาศย่อยยับลงกับตา
อวี่ไสว้ใบหน้าเผือดขาวเขตแดนหยาดพิรุณไม่หวนคืนเชื่อมโยงกับ ตัวมัน
เมื่อถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง พลังกระแทกสะท้อนย่อมกระแทกทำ ร้ายมัน
รับบาดเจ็บไม่เบา
ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง เหม่อมองคลื่นพลัง ฆ่า
ฟันที่ประหนึ่งสัตว์ร้ายบรรพกาลร่างมหายักษ์กำลังแผดคำรามอย่าง
เกรี้ยวกราด ถึงกับนิ่งข็งตะลึงงันไป กรงเล็บพิฆาตมังกร! หรือว่านี่คือพลัง
ที่แท้จริงของยอดศาสตรามารชั้นนภากรงเล็บพิฆาตมังกร?
ทันใดนั้นมันจู่ ๆ รู้สึกว่าตัวมันเองช่างเล็กกะจ้อยร่อย เป็นเพียงฝุ่น ธุลีที่ไม่
มีคุณค่าความหมายใด
ไม่ว่าความทะเยอทะยานหรือความภาคภูมิใจ ชั่วพริบตานี้ไม่ต่างกัน ใด
จากฟองสบู่งดงามที่ระเบิดหายไป จอมปิศาจแห่งด่านไสว้ผู้เคยปราบ
พิชิตไปทั่วหล้า ยามนี้สีหน้าขาวเผือดดุจคนตาย ดวงตาหม่นมัวไร้
ประกาย
อย่างไรก็ตาม มันจะอย่างไรเป็นชนชั้นจอมปิศาจด่านไสว้ผู้หนึ่ง รังสี ฆ่า
ฟันแม้กระทบจิตใจมันอย่างรุนแรง แต่มีใช่ว่าไม่มีเรี่ยวแรงจะตอบโต้ พลัง
ทักษะปิศาจภายในกายมันค้นพบอันตราย เริ่มโคจรด้วยตัวเองร่าง
สะท้านขึ้นเฮือกหนึ่ง ใบหน้ายิ่งขาวซีดกว่าเดิม แต่สีหน้าสงบเยือกเย็นลง
อย่างช้า ๆ ค่อย ๆ ต่อสู้ฟื้นกลับจากความหวาดกลัว ใบหน้ามันแม้ยังทอ
แววตื่นตะลึง แต่ดวงตากระจ่างแจ่มใสขึ้นกว่าเดิม
สุ่มเสี่ยงอันตรายนัก!
ความอันตรายในชั่ววูบเมื่อครู่ ยังอันตรายยิ่งกว่าการต่อสู้ครั้งใดที่มัน เคย
ผ่านพบมาทั้งหมด อวี่ไสว้จ้องมองเซี่ยวม่อเกอซึ่งร่างถูกห่อหุ้มอยู่ใน กลุ่ม
แสงสีทองบนฟากฟ้าด้วยความหวาดกลัวที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจ ภายใน
กลุ่มแสงสีทองเจิดจ้าบาดตา เป็นเสาพลังงานสีเทาที่พวยพุ่งขึ้นฟ้า ต้น
หนึ่ง นั่นย่อมเป็นกรงเล็บพิฆาตมังกร
กรงเล็บพิฆาตมังกร ศาสตรามารชั้นนภา
จนถึงยามนี้มันค่อยเข้าใจความหมายของประโยคนี้โดยกระจ่าง ว่า กันว่า
มีเพียงจอมปิศาจด่านไสว้หรือเหนือกว่านั้นจึงสามารถปราบพิชิต กรงเล็บ
พิฆาตมังกรได้ในที่สุดมันค่อยซาบซึ้งถึงเหตุผลที่แฝงเร้นอยู่ ภายใน
ถ้อยคำเหล่านี้
อวี่ไสว้พลันหัวร่อเย้ยหยันตัวเอง
ก่อนหน้านี้มันเข้าใจว่าการปราบพิชิตกรงเล็บพิฆาตมังกร เป็นเพียง ส้มใน
ลังที่สามารถหยิบฉวยเอาเมื่อใดก็ได้ แต่บัดนี้ในที่สุดค่อยทราบชัดว่า
ความคิดนี้น่าขบขันเพียงใด มีคำเล่าลือมากมายเกี่ยวกับกรงเล็บพิฆาต
มังกร แต่ทุกผู้คนล้วนเชื่อกันว่า “มีเพียงจอมปีศาจด้านไสว้หรือเหนือลํ้า
กว่านั้น จึงสามารถปราบพิชิตกรงเล็บพิฆาตมังกรได้”
แต่หลังจากประจักษ์ถึงอิทธิฤทธิ์ของกรงเล็บพิฆาตมังกรด้วยสายตา
ตัวเอง อวี่ไสว้พลันตระหนักในบัดดล ที่แท้ประโยคนี้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
มิใช่ว่าจอมปิศาจด่านไสว้หรือเหนือกว่านั้นจึงสามารถปราบพิชิต กรงเล็บ
พิฆาตมังกร สิ่งที่ขาดไปก็คือ มิเพียงต้องมีพลังฝึกปรืออย่างน้อย ด่านไสว้
แต่ยังต้องมีทักษะปิศาจที่เหมาะสมอีกด้วย ของวิเศษที่โหดเหี้ยม อำมหิต
เช่นกรงเล็บพิฆาตมังกร มีเพียงจอมปีศาจที่กระหายการต่อสู้และ
กระหายเลือดตามกมลสันดานเท่านั้น จึงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะปราบ
พิชิตมัน
มิเช่นนั้นต่อให้คนผู้นั้นมีพลังฝึกปรือด่านไสว้ ยังต้องถูกเจตจำนงฆ่า ฟัน
อันกราดเกรี้ยวของกรงเล็บพิฆาตมังกรฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เมื่อเข้าใจถึงความจริงข้อนี้ อวี่ไสว้ในใจสับสนงงงวยยิ่งกว่าเดิม
เจตจำนงฆ่าฟันอันยิ่งใหญ่ไพศาลของกรงเล็บพิฆาตมังกรกระทั่งตัว มัน
เองยังไม่มีปัญญาต้านทานได้ หากว่ากันตามหลักการ เซี่ยวม่อเกอสมควร
ถูกบดขยี้เป็นจุณไปตั้งแต่แรก แต่เซี่ยวม่อเกอที่กลางเวหากลับไม่เป็น
อันตรายใด ยิ่งไปกว่านั้นพลังของประกายแสงสีทองแม้ผิดแผกแตกต่าง
ออกไป แต่ก็น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้กัน ที่แท้เป็นสิ่งของใดกันแน่?
หรือว่าเป็นศาสตรามารชั้นนภาอีกชิ้นหนึ่ง?
ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของอวี่ไสว้อย่างกะทันหัน แต่มันพลันรู้สึก เหลวไหล
ในทันที ได้พบพานศาสตรามารชั้นนภาเช่นกรงเล็บพิฆาตมังกร เล่มหนึ่ง
นับเป็นโชควาสนายิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน หรือยังจะมีคนครอบครอง ของ
วิเศษระดับนี้ถึงสองชิ้นในคราวเดียว นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?
ในสนามรบแห่งนี้นับอวี่ไสว้พลังฝีมือเข้มแข็งที่สุด ญาณรับรู้ของมัน ย่อม
แข็งกล้าที่สุดในไม่ช้ามันก็พบอย่างประหลาดใจว่าเป้าโจมตีของกรง เล็บ
พิฆาตมังกรกลับไม่ใช่ตัวมัน แต่เป็นกลุ่มแสงสีทองกับเขตแดนสวรรค์ สิบ
อีกา!
อวี่ไสว้อารมณ์ผสมปนเป ทั้งกระหายใคร่รู้ ทั้งปิติยินดี เต็มไปด้วย ความ
ประหวั่นพรั่นพรึงที่ยังไม่สลายคลาย
หากเป้าโจมตีของกรงเล็บพิฆาตมังกรเป็นตัวมัน เช่นนั้นคง ความคิดนี้ทำ
ให้มันสั่นเทาไปทั้งร่าง
ตูม ตูม ตูม!
การต่อสู้นั่นระหว่างกรงเล็บพิฆาตมังกรกับเมล็ดผลึกสุริยัน ทวี ความ
รุนแรงขึ้นทุกขณะ
เขตแดนสวรรค์สิบอีกาบรรลุถึงระดับพลังที่กล้าแข็งสุดยอดแล้ว พลัง อัน
ยิ่งใหญ่ไพศาลที่สร้างขึ้นจากการโคจรของดวงอาทิตย์ทั้งสิบก่อตัวเป็น
เสาเพลิงสีทองอำไพ พุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้า ถล่มเข้าใส่จั่วม่อและกรงเล็บ
พิฆาตมังกรที่อยู่ตํ่าลงมา
กรงเล็บพิฆาตมังกรครอบครองร่างกายเก้าในสิบส่วนของจั่วม่อ ย่อม ไม่
สำแดงความอ่อนแอต่อหน้าคู่อริ แผนผังปิศาจสีเทาผุดขึ้นบนร่างของ
จั่วม่ออีกครั้ง ประกายแสงสีเทาจาง ๆ พลันระเบิดออกมาจากร่างของ
จั่วม่อ คุ้มครองมันไว้ภายในม่านแสง
ในโล่แสงสีเทา เห็นเงาดำรูปมังกรวูบไหวอยู่ภายใน
รอจนเสาเพลิงถล่มลงมาปะทะกับม่านแสงสีเทา ลำแสงเพลิงแตก ระเบิด
เป็นประกาย หักเหกระจายออกรอบด้าน
สะเก็ดประกายปลิวเวียนว่อน โปรยปรายลงมาดุจม่านพิรุณแสงเพลิง
ดวงอาทิตย์ทั้งสิบกลางเวหาคล้ายบันดาลโทสะขึ้นมา แผดแสงแรง กล้า
เจิดจรัส บนฟากฟ้าสีแดงฉานพลันปรากฎกระแสลำธารเพลิงไฟสีเข้ม
มากมายสุดคนานับ
ท้องฟ้าประดุจแม่นํ้าสายใหญ่ ส่วนเพลิงไฟราวกับคลื่นนํ้าอันเกรี้ยวกราก!
เสาเพลิงสีทองสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ เสาเพลิงหยาบหนาเริ่มหดรั้ง รวมตัว
เข้าหากัน จวบจนกระทั่งแทบผนึกแข็งตัว!
เสียงกรีดแหลมของอีกาพลันดังก้องลงมาจากฟากฟ้า เห็นดวง อาทิตย์แต่
ละดวงพลันปรากฏอีกาทองคำที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟโผพุ่ง ออกมา
สิบอีกาทองคำเมื่อโถมทะยานออกมา พวกมันก็แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสิบ
สาย พุ่งเข้าสู่เสาเพลิงทองคำในบัดดล!
ราวกับว่าจู่ ๆ เทนํ้าเย็นเฉียบราดรดลงบนเสาแสงสีทอง เสาสีทอง ผนึก
แข็งตัวเหมือนจริงในบัดดล สิบอีกาทองคำปรากฏขึ้นในตำแหน่งที่ผิด
แผกแตกต่างสิบแห่ง แต่ละตัวเสมือนมีชีวิตจริง
ชมดูจากระยะไกล อวี่ไสว้ม่านตาหดแคบลงในบัดดล เสากระทั่งเมืองอีกา
ทองคำ!
กระบวนท่านี้ของเซี่ยวม่อเกอ มันเคยรับทราบความร้ายกาจมาด้วย
ตัวเอง นี่เป็นกระบวนท่าสังหารที่ร้ายกาจยิ่ง เหนือลํ้ากว่าระดับพลังของ
ด่านเจียงอย่างสมบูรณ์
แต่เสากระทั่งเมืองสีทองที่เพิ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตามันนี้ แตกต่าง
อย่างสิ้นเชิงจากเมื่อครั้งที่เซี่ยวม่อเกอเคยใช้ออก
แรงกดดัน!
มิผิด คราครั้งนี้เต็มไปด้วยสภาวะกดดันที่ข่มขู่คุกคามจนแทบหายใจ ไม่
ออก!
ชั่วขณะที่เสาสีทองก่อตัวขึ้น ฟ้าดินคล้ายหยุดเคลื่อนไหวไปด้วย เวลา ดู
เหมือนหยุดชะงักลง ฝุ่นผงกลางอากาศแข็งค้าง ทุกสรรพสิ่งคล้ายชะงัก
งั้นไปพร้อมกัน
อวี่ไสว้ทราบแน่แก่ใจว่านี่เป็นเพียงความรู้สึกหลอน มันล่วงรู้ว่านี่เป็น
เพียงปรากฏการณ์ที่ปรากฏขึ้นเนื่องเพราะพลังอำนาจอันกร้าวแกร่ง
เกรียงไกรมากพอ แต่รู้ทั้งรู้ ยังอดไม่ได้ต้องตื่นตะลึงสุดระงับ ความเย็น
สายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นจากใจ
เคร้ง! เสากระทั่งเมืองอีกาทองคำกระแทกใส่ม่านแสงสีเทาอย่างหนัก
หน่วงดุดัน
แรงกระแทกนี้กระทั่งอวี่ไสว้ยังสะท้านขึ้นทั้งร่าง คล้ายซุ้มเสียงระเบิด
กึกก้องในกะโหลกศีรษะของมัน สมองขาวว่างเปล่าไปวูบหนึ่ง เหล่าผู้ที่
พลังฝึกปรืออ่อนด้อยซึ่งอยู่ไกลออกมา พากันกระอักโลหิตเป็นฟูฝอย
ในทันที แต่ละคนรับบาดเจ็บปางตาย
ภายใต้การโจมตีสะท้านฟ้าสะเทือนดินนี้ ม่านแสงสีเทามิอาจ ต้านทานได้
แตกระเบิดเป็นฝนประกายกลุ่มหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม โล่แสงสีเทาแม้แตกสลาย แต่ไม่ได้เลือนหายไปทันที กลับ
เปลี่ยนเป็นร่างสีเทาหลายสิบสาย พุ่งเข้าจู่โจมเสากระทั่งเมืองอีกา
ทองคำอย่างหักโหม
เสียงกรีดแหลมดังระงมกลางเวหา
ทันใดนั้นสายหมอกสีเทามากมายพวยพุ่งออกมาจากร่างจั่วม่อ พวก มัน
พอปรากฏขึ้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเงาสีเทาหลายสายบุกเข่นฆ่าเข้าหาเสา
กระทั่งเมืองอีกาทองคำ เงาสีเทาเหล่านี้กลายเป็นฝูงมังกรสีเทาตัวเล็ก ๆ
มังกรน้อยแต่ละตัวแผดคำรามกระหึ่มก้อง โผนเข้าสัประยุทธ์ตามท่อนเสา
กระทั่งเมืองอีกาทองคำเป็นพัลวัน
ภายในชั่วพริบตาเดียว บนพื้นผิวของเสากระทั่งเมืองอีกาทองคำ ปรากฏ
รอยแตกร้าวเล็ก ๆ นับไม่ถ้วน
เหล่ามังกรน้อยสีเทายังคงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ โถมทะยานออกมา จาก
พลังงานสีเทาบนร่างจั่วม่อไม่ขาดสาย ตรงรี่เข้าร่วมจู่โจมอย่างเกรี้ยว
กราด มังกรน้อยเหล่านี้ดุร้ายยิ่ง แผดคำรามดังสนั่นหวั่นไหวเกินขนาด
ร่างกาย ร่างกายของพวกมันเรียวยาว ขาหน้าขาหลังรวมกันสี่ข้างศีรษะ
เป็นรูปสามเหลี่ยมแหลมยาว บนหน้าผากมีสองเขาสั้นกุดเป็นประกาย
แวว วาว สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือครึ่งหนึ่งของร่างกายของพวกมันเป็น
ปากที่อ้ากว้าง เต็มไปด้วยกรงเขี้ยวขาววับสองแถว แต่ละคมเขี้ยว
ประหนึ่งมีด เล็ก ๆ ที่คมกล้าสุดเปรียบปาน ผู้คนเพียงแค่ชมดูก็รู้สึกเย็น
เฉียบไปถึงขั้วหัวใจ
บึ้ม!
ทันใดนั้นเสากระทั่งเมืองอีกาทองคำแตกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ปลดปล่อยเศษเสี้ยวพลังสีทองมากมายเหลือคนานับออกมา
ภายใต้ท้องนภาสีแดงเข้ม จุดแสงสีทองที่กระจัดกระจายดูงดงาม ตระการ
ตา ประหนึ่งฝูงนิ่งห้อยนับไม่ถ้วน
ภาพอันสวยสดงดงามสุดขีด กำเนิดขึ้นภายใต้อันตรายสุดขั้ว!
ฝูงมังกรเทาที่สูญเสียเป้าหมายแผดคำรามอย่างกราดเกรี้ยว สุ้มเสียง ของ
พวกมันแม้ไม่ดังมากนัก แต่เต็มไปด้วยความดุร้ายกระหายจนชวน
สะท้านใจ และเนื่องเพราะพวกมันมีจำนวนมหาศาล สุ่มเสียงที่บังเกิดจึง
ระเบิดเป็นคลื่นเสียงโถมซัด บันดาลให้ผู้รับฟังถึงกับหนังศีรษะชาซ่าน
กลิ่นอายโลหิตฉุนกึกทั่วบริเวณ ฝูงมังกรเทาเผ่นโผนขึ้น ราวกับคิดจ์ โจม
ใส่ดวงอาทิตย์ทั้งสิบที่กลางนภา
กระแสธารเพลิงไฟที่อาละวาดไปทั่วฟ้าสีแดงเข้มคล้ายรับรู้ได้ถึง อันตราย
พากันพุ่งดิ่งลงรับหน้าฝูงมังกรเทา
ท้องฟ้ากลับกลายเป็นสนามรบอันดุร้ายรุนแรงที่สุดในบัดดล
เปลวไฟและมังกรเทายังคงโถมเข้าประหัตประหารราวกับไม่รู้จัก เหน็ด
เหนื่อย ทั้งสองฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะยอมรามือ มังกรเทายังคงโผบินออกมา
จากหมอกสีเทาอย่างต่อเนื่อง ส่วนดวงอาทิตย์ทั้งสิบก็ยังคง ปลดปล่อย
เพลิงไฟออกมาไม่ขาดสาย
ผู้คนที่กำลังเฝ้าดูเทพเซียนสัประยุทธ์กันนี้ ล้วนมีสีหน้าคล้ายกำลัง มองดู
วันสิ้นโลก
กรงเล็บพิฆาตมังกรคล้ายไม่พอใจกับการต่อสู้ที่คู่คี่กํ่ากึ่ง มันสั่นวูบ อย่าง
ฉับพลัน กระแสพลังอันดุร้ายไพศาลไหลบ่าเข้าไปในร่างของจั่วม่อ กระแส
พลังเย็นอันดุร้ายนี้ถึงกับกล้าแข็งว่ากาลก่อนหลายเท่า!
หากมิใช่ว่า สังขารร่างกายของจั่วม่อถูกกรงเล็บพิฆาตมังกรขัดเกลาเอาไว้
ล่วงหน้า เกรงว่าชั่วพริบตานี้คงแหลกสลายเป็นฝุ่นธุลีไปแล้วแต่แม้ว่า
ร่างกายจะถูกเสริมสร้างด้วยพลังของกรงเล็บพิฆาตมังกร มิหนำซํ้ายังก่อ
เกิดแผนผัง ปิศาจสีเทาชุดหนึ่ง แต่กระแสพลังสีเทาเหล่านี้ไม่ว่าทะลัก
ทลายไปถึงที่ใด ในร่างกายของจั่วม่อ ยังคงสร้างความเจ็บปวดแทบขาด
ใจให้แก่มันอยู่ดี
กระแสพลังงานดุร้ายเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายของจั่วม่อ แผนผัง ปิศาจสี
เทาบนผิวหนังร่างกายของมันพลันเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
แผนผังปิศาจทอประกายแปลกพิสดาร บันดาลให้ผู้คนบังเกิด ความรู้สึก
คล้ายว่าแผนผังปิศาจเหล่านี้กลายเป็นมีชีวิต!
จั่วมอทนรับความเจ็บปวดแสนสาหัส รักษาความแจ่มใสวูบหนึ่ง เอาไว้ไม่
กล้าพลาดรายละเอียดใด
มันพลันบังเกิดความรู้สึกอย่างแรงกล้าประการหนึ่ง กระบวนท่าไม้ตาย!
กรงเล็บพิฆาตมังกรกำลังจะใช้ท่าไม้ตายของมันแล้ว!