สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 657 กองพันใหม่
กว่าที่จั่วมอจะล่วงรู้ว่ากู่เหลียงเตาตัดสัมพันธ์กับซีเซวียนแล้ว ก็เป็น เวลา
อีกหนึ่งเดือนให้หลัง จั่วม่อเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ตั้งแต่ต้นจนจบ กู่เหลี
ยงเตาไม่ได้ก้าวออกมาปกป้องตัวเองแม้แต่น้อย จั่วม่อทราบดีแก่ใจว่า
เป็นเพราะเหตุใด มีข้อสันนิษฐานมากมายเกี่ยวกับตัวตนของจั่วม่อ แต่
ส่วนใหญ่ล้วนมุ่งเป้าไปในด้านตัวตนในฐานะอสูรปิศาจ มันเชื่อว่านี่จึงเป็น
เหตุผลที่กู่เหลียงเตาเลือกจะนิ่งเงียบ
พวกมันทั้งสองแลกเปลี่ยนตราประทับวิญญาณกันตั้งแต่คราวนั้น จั่วม่อ
ขบคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจเขียนจดหมายถึงกู่เหลียงเตา ขอบคุณ ที่ช่วย
รักษาความลับให้แก่มัน และถามไถ่ว่ามันจะสามารถช่วยเหลืออันใด ได้
บ้าง
นกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งหวนกลับมายังมือของจั่วม่ออย่าง รวดเร็ว
จดหมายของกู่เหลียงเตากระชับสั้นยิ่ง ยามที่เขียนจดหมายฉบับนี้มัน เพิ่ง
จะเสร็จสิ้นการทำศึกรอบหนึ่ง ในจดหมาย กู่เหลียงเตาบอกว่ามันปิด ผนึก
รอยแยกแห่งความโกลาหลที่เชื่อมต่อกับดินแดนซีเซวียนเรียบร้อย แล้ว
ต่อไปพวกมันจะไม่ได้รับทรัพยากรสนับสนุนอีก แต่มันได้ยึดครอง
อาณาจักรปีศาจสิบห้าแห่ง เตรียมความพร้อมเอาไว้ตั้งแต่แรก เพื่อที่มัน
จะสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาซีเซวียน ดังนั้นยามนี้ทุก
อย่าง นับว่ายังดีอยู่ ขอให้ไม่ต้องกังวลใจไป
จั่วม่อหลังจากอ่านจบครบถ้วน ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
สิบห้าอาณาจักร แม้ว่าจะเป็นเพียงสิบห้าอาณาจักรขนาดเล็ก แต่ก็
เพียงพอจะสนับสนุนกองทัพของกู่เหลียงเตาได้อย่างเหลือเฟือ อย่างไรก็
ตาม สิบห้าอาณาจักรที่พวกมันถือครองเป็นอาณาจักรในแดนปิศาจเผ่า
ปิศาจเคียดแค้นชิงชังซิวเจ่ออย่างลึกลํ้า กู่เหลียงเตาคิตปกครองสิบห้า
อาณาจักรนี้ เกรงว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลาอันสั้น กู่เหลียงเตาสมควรยังไม่มีปัญหา
จั่วม่อตกลงใจว่ารอจนมันเสร็จเรื่องในอาณาจักรนํ้าพุปรโลก และ หวน
กลับไปยังอาณาจักรทะเลเมฆ มันจะก่อตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายเชื่อมต่อ กับ
ดินแดนในปกครองของกู่เหลียงเตา จากนั้นพวกมันจะสามารถไปมาหา สู่
กันได้อย่างเสรี และช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้อย่างสะดวก
จั่วม่อสลัดความกังวลที่มีต่อกู่เหลียงเตาออกไป เริ่มหันมาขบคิด
ใคร่ครวญสภาพการณ์ของมันในปัจจุบัน
ในช่วงหนึ่งเดือนมานี้ พวกมันเดินทางด้วยความเร็วเต็มที่ กล่าวได้ว่า
ชื่อเสียงของเซี่ยวม่อเกอโด่งดังสะท้านไปทั่วแดนปิศาจ ไม่ว่าจะเป็นการ
ถล่มกององครักษ์หยาดพิรุณจนย่อยยับ สังหารอวี่ไสว้กลางศึก มี
ความสัมพันธ์อันดีกับกู่เหลียงเตา และเรื่องราวอื่น ๆ อีกมากมาย สิ่ง
เหล่านี้ทำให้นามของเซี่ยวม่อเกอเป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงของผู้คน
จั่วม่อเดิมที่ตั้งใจว่าสมควรเดินทางอย่างไม่สะดุดตา แต่หลังจาก เผชิญ
การต่อสู้บ่อยครั้งไปตลอดทาง เมื่อเป็นเช่นนี้ จั่วม่อได้แต่ตัดสินใจ
ประกาศตนอย่างโจ่งแจ้ง อาศัยชื่อเสียงของเซี่ยวม่อเกอเพื่อหลีกเลี่ยงการ
ต่อสู้โดยไม่จำเป็นเป็นตามคาด กระบวนท่านี้ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมในทันที
เหล่าขุมกำลังตามรายทางซึ่งเดิมที่ไม่ล่วงรู้ฉากหลังของฝ่ายจั่วมอ เมื่อ
ทราบว่าผู้มาคือกองทัพเซี่ยวม่อเกอผู้กระเดื่องดัง ถึงกับสะท้านขึ้นสุด ตัว
จนแทบร่วงจากเก้าอี้ พากันได้สติ รีบห้ามปรามกองทัพของพวกมัน แทบ
ไม่ทัน แต่กระนั้นย่อมมีแม่ทัพปิศาจที่ไม่เชื่อว่าเซี่ยวม่อเกอจะร้ายกาจดัง
คำรํ่าลือ คิดทดสอบฝีมือของเซี่ยวม่อเกอผู้โด่งดังสักครา แต่เหล่า แม่ทัพ
นายกองของมันล้วนพากันคัดค้านอย่งแข็งขันกันถ้วนหน้า ท้ายที่สุดในคํ่า
คืนนั้นแม่ทัพปิศาจผู้ไม่ประมาณตนก็ถูกคนของมันเองลอบ สังหารคาห้อง
หับของตนเพื่อตัดปัญหาทั้งมวล
เมื่อชูธงของมันนำหน้า เส้นทางของจั่วม่อสามารถเรียกได้ว่าสะดวก
ราบรื่น ปราศจากอุปสรรคใด
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อหาได้ปิติยินดีไม่ ในขณะที่ความเร็วของพวกมัน
เพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวของพวกมันก็กลับกลายเป็นเปิดเผยต่อสายตา
ผู้คนทั่วโลก
วันนี้เซี่ยวม่อเกอไปถึงที่ใดแล้ว?
นี่เป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในแดนปีศาจทุกวันนี้ มิหนำซํ้า ปัญหา
อื่น ๆ ที่เหนือความคาดหมายก็เริ่มเกิดขึ้นในตอนนี้เอง ทีแรกพวกมัน
หวาดกลัวจั่วม่อกับพวกจนแทบกลั้นใจตาย แต่เหล่าปิศาจเริ่มตระหนัก
อย่างรวดเร็ว พวกมันพบว่าเซี่ยวม่อเกอไม่เห็นจะเหี้ยมโหดดุร้ายอย่างที่
พูดกันเสียหน่อย ขอเพียงไม่ไปตอแยมัน มันก็ไม่เคยข่มขู่คุกคามผู้ใด ทั้ง
ยังไม่มีความสนใจจะยึดครองดินแดนของพวกมัน เพียงแค่ผ่านทางไปเฉย
ๆ เท่านั้น
กองทัพที่ทั้งกล้าแกร่งเกรียงไกรและมีเหตุผลนี้ บันดาลให้หลายคน คิดผูก
สัมพันธ์ด้วย ต่อให้พวกมันไม่อาจผูกสัมพันธ์ได้ แต่มีไมตรีต่อกันสัก นิดก็
นับว่าดีมากแล้ว ดังนั้นผู้แทนของแต่ละฝ่ายมาเยือนมันไม่เว้นแต่ละ วัน
พร้อมด้วยของกำนัลมากมาย เฝ้าเชื้อเชิญพวกจั่วม่อไปเป็นอาคันตุกะ
จั่วมอไม่ทราบจะหัวร่อหรือรํ่าไห้ดี มันแม้ยอมรับของกำนัล แต่ ปฏิเสธคำ
เชิญทั้งหมด
ทว่าสิ่งที่มันสุดจะคาดคิดไปถึงได้จริง ๆ ก็คือการที่มีปิศาจจำนวน มากมา
ตามชื่อเสียงของมัน ด้วยความหวังว่าจะสามารถเข้าร่วมกองทัพ ของมัน
ด้วย!
แรกเริ่มเดิมทีคนเหล่านี้มีจำนวนไม่มากนัก แต่เมื่อคนกลุ่มแรกที่ มาถึงได้
เห็นเหล่าไพร่พลอันกล้าแกร่งของค่ายจูเซวี่ยและกองพันบาปเคราะห์ พวก
มันต้องตะลึงลานอยู่ครึ่งค่อนวัน ความปรารถนาของพวกมัน ยิ่งร้อนเร่า
กว่าเดิม และเมื่อภาพมายาที่บันทึกเอาไว้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ก่อกวนคลื่น
ลมลูกมหึมาทันที
บรรดาตระกูลใหญ่เริ่มศึกษาภาพมายาเหล่านี้อย่างจริงจัง พวกมัน ล้วน
ได้ข้อสรุปเดียวกัน นี่คือยอดกองทัพอันแกร่งกร้าวเกรียงไกร
เริ่มจากปราบพิชิตกองโจรตระกูลหมิง ตามด้วยถล่มกององครักษ์ หยาด
พิรุณ ควรทราบว่าสองกองทัพนี้ ท่ามกลางกองทัพมากมายดุจ ดวงดาวใน
ร้อยเถื่อนแดนทมิฬยังจัดอยู่ในระดับสูง เมื่อมองดูภาพมายา เหล่านี้ ข้อ
กังขาส่วนเสี้ยวสุดท้ายในใจพวกมันก็สลายไป พวกมันเข้าใจ กระจ่างใน
บัดดล กองทัพของเซี่ยวม่อเกอที่สามารถเอาชัยกองโจร ตระกูลหมิงและก
ององครักษ์หยาดพิรุณ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแม้แต่น้อย!
เผ่าปิศาจมักจัดอันดับพวกมันเองจากพลังอำนาจ ผู้ที่แข็งแกร่งจึง
สามารถเป็นที่นับหน้าถือตา ปิศาจมากมายซึ่งเข้าใจว่าพวกมันเด่น เหนือ
ผู้ใด พากันแห่ตามมาอย่างบ้าคลั่ง
เซี่ยวม่อเกอเมื่อสามารถสังหารอวี่ไสว้ นี่หมายถึงว่าเซี่ยวม่อเกอ
ครอบครองขีดความสามารถในต่อสู้ระดับสูง ผนวกกับอีกสองกองพันชั้น
ยอด มันก็เพาะสร้างขุมกำลังของตนขึ้น สำหรับบรรดาปิศาจที่มาจาก
ตระกูลเล็ก ๆ แต่มีพรสวรรค์เด่นลํ้า การเข้าร่วมกองทัพของเซี่ยวม่อเกอ
แน่นอนว่าเป็นหนทางที่ดีมากอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อผู้คนถูกชื่อเสียงของมันดึงดูดให้แห่แหนกันมา ยิ่งนานยิ่งมากขึ้น เรื่อย
ๆ จนกระทั่งฝูงชนตั้งแถวยาวเหยียดเป็นขบวนติดตามด้านหลัง กองทัพ
ของจั่วม่อ พวกมันไม่กล้าเข้ามาใกล้กองทัพ แต่ก็ไม่ยินดีจากไป แต่ละคน
ตระเตรียมเสบียงสัมภาระของตน ติดตามกองทัพมาด้วยอย่างไม่ ยอม
เลิกรา
สำหรับบรรดาปิศาจแล้ว นี่เป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจอยู่บ้าง ดึงดูด ความ
สนใจของคนจำนวนมาก ข่าวสารทุกประเภทถูกแพร่กระจายไปทั่วแดน
ปิศาจ เซี่ยวม่อเกอไม่ว่าจะทำอะไร ทั้งโลกจะล่วงรู้ไปด้วยในทันที นี่ เป็น
หัวข้อที่นิยมสนทนากันระหว่างรับประทานอาหาร หรือระหว่างจิบนํ้า ชา
ก็ล้วนถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างออกรส
ทั่วทั้งดินแดนร้อยเถื่อนกำลังเฝ้าดูความสนุกสนาน และรอชมเชี่ยวม่อเกอ
สิ้นท่า
“มิอาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว”
จั่วมอสีหน้าอับจนหนทาง ผู้คนรอบกายมันหัวร่อกันคิกคัก คนเหล่านี้ ล้วน
มาจากชาติกำเนิดตํ่าต้อยหรือตระกูลเล็ก ๆ พวกมันแม้ไม่กล่าวออก จาก
ปาก แต่การมีชื่อเสียงยังทำให้รู้สึกดีไม่น้อย
พวกมันมองหน้ากัน แล้วแย้มยิ้มอย่างรู้กัน เว้นเสียแต่เปี๋ยหาน
เปี๋ยหานถือกำเนิดจากตระกูลสูงศักดิ์ เติบใหญ่ในวัดเสวียนคง เกี่ยวกับ
เรื่องเหล่านี้ของผู้อื่น มันชินชามานานแล้ว ใบหน้าที่เยือกเย็นปาน นํ้าแข็ง
ของมันโดดเด่นสะดุดตายิ่ง แต่ทุกผู้คนล่วงรู้นิสัยใจคอของมันแล้ว จึงไม่
ถือสาใบหน้าเย็นชาของมัน
“ข้าจริงจัง” จั่วม่อกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เราไม่ทราบว่าในหมู่คน
เหล่านี้ มีสายลับแฝงตัวมาด้วยมากน้อยเท่าใด ทุกการเคลื่อนไหวของเรา
ล้วนตกอยู่ในสายตาผู้คน นี่อันตรายยิ่ง!”
ทุกคนสลายรอยยิ้มจากใบหน้า พวกมันล้วนปีนป่ายออกมาจากกอง
ซากศพในสมรภูมิ มีความตระหนักต่ออันตรายมากกว่าคนทั่วไปมาก
“อา สุ่มเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง” กงซุนชาแย้มยิ้มเอียงอาย
เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าแม่นางน้อยต้าเหริน ทุกคนหัวใจกระตุกวูบ “ทุกคน
ลองช่วยกันคิดหาวิธี จะทำอย่างไรดี?” จั่วม่อมีสีหน้าทนทุกข์
“ฆ่าทิ้งให้หมด” เบี๋ยหานกล่าวเสียงเย็นเยียบ
ทั้งกระโจมเงียบกริบลงทันควัน ทุกผู้คนถูกวาจาอันรวบรัดและ ฉับพลัน
ทันใดของเปี๋ยหานขู่ขวัญจนตะลึงลาน
ในหมู่พวกมันมีบางคนที่เพิ่งเข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งแรก ได้แก่อาซา
เก๋อ เบี๋ยหาน เหมียวจุนและถังเฟย อาซาเก๋อระวังตัวที่สุดมันแม้ตกลงใจ
ติดตามกงซุนชา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบจั่วม่อ ส่วนเหมียวจุนกับ ถังเฟย
ก็เลือกที่จะนิ่งเงียบเอาไว้ก่อน มีเพียงเปี๋ยหานที่ไม่คิดระมัดระวังตัว อันใด
อาซาเก๋อแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ เผ่าปิศาจแม้ชมชอบการฆ่าฟัน แต่ มัน
ไม่เคยพบเห็นผู้ที่ไม่สนใจชีวิตคนเช่นนี้มาก่อน เหมียวจุนม่านตาหด แคบ
ลง ถังเฟยสีหน้ากลายเป็นโกรธขึ้ง นางเป็นบุคคลยึดถือคุณธรรมผู้ หนึ่ง
ไม่ค่อยชมชอบเบี๋ยหานซึ่งมีพฤติการณ์โหดเหี้ยมอำมหิตสักเท่าใด
ก่อนที่ถังเฟยจะโต้แย้ง จั่วม่อชิงสั่นศีรษะพลางกล่าว “ทำเช่นนั้นใน ยามนี้
เกรงว่าจะไม่เหมาะสมนัก”
จั่วม่อมิใช่คนบ้าคลั่งเช่นเปี๋ยหาน แม้ว่าในการต่อสู้กับศัตรูมันจะไม่ เคย
มือไม้อ่อนมาก่อน แต่การจะให้มันเข่นฆ่าเหล่าปิศาจที่มาเพียงเพราะ
ชื่อเสียงของมันโดยไม่มีเหตุอันควร มันยังไม่อาจหักใจกระทำได้ลงคอ
กงซุนซาพลันกล่าวว่า “พวกมันในเมื่อมาหาท่าน ไฉนเราไม่เลือกเฟ้น ผู้ที่
เด่นลํ้ามาจำนวนหนึ่ง เพียงแค่ต้องระวังอย่าได้ปล่อยให้สายลับปะปน เข้า
มาได้ก็พอ”
จั่วม่อขบคิดตาม ถูกต้อง พวกมันในเมื่อเสนอตัวมา มันไฉนไม่ฉวย โอกาส
รับตัวพวกมันเอาไว้เล่า? สำหรับเรื่องที่จะมีสายลับปะปนเข้ามาก มิใช่
เรื่องที่จำเป็นต้องกังวล มีฝูเยากับเว่ยอยู่ที่นี่ เพียงมองปราดเดียวก็ ทราบ
ว่าผู้ใดมีจิตเจตนาแอบแฝง
มันกวาดตามองไล่ไปทีละคน รอจนสายตาหยุดลงที่เหมียวจุน ค่อย ชะงัก
ไปชั่ววูบ
ความแข็งแกร่งของเหมียวจุนย่อมไม่เป็นที่กังขา แม่ทัพบัญชาการศึก
ระดับทองไม่ว่าจะอยู่ในกองกำลังใดก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีฝีมือสูงสุด หาก
จั่วม่อปล่อยให้คนเช่นนี้อยู่ว่าง ถือเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง แต่
ในขณะที่เหมียวจุนติดตามจั่วมอมา จิตเจตนาของมันก็ไม่เคยกระจ่างชัด
เหมียวจุนแม้ไม่เคยปิดบังอำพราง แต่ก็ไม่เคยปริปากถึงเหตุผลที่เลือก
ติดตามจั่วม่อเนื่องเพราะเหตุนี้เองจั่วม่ออกลังเลใจอยู่บ้างไม่ได้
รอจนสายตาของมันกวาดมองไปยังถังเฟยผู้ยืนอยู่ข้างเหมียวจุน พลัน
ดวงตาเป็นประกาย แม่นางน้อยถังเฟยนี้รักความยุติธรรมเป็นชีวิต จิตใจ
ทั้งดื้อรั้นและพากเพียร นางจะไม่ยินยอมให้มีข้อผิดพลาดใด นาง เมื่อ
ยอมรับคำแนะนำของเถาซิง เลือกติดตามจั่วมอมา ก็ไม่เคยสำนึก เสียใจ
มาก่อน แม้ว่าพอพบหน้าจั่วม่อนางไม่เคยมีสีหน้าที่ดี แต่ทุกคำสั่งที่ จั่วมอ
สั่งการ นางจะกระทำตามอย่างหมดจดเรียบร้อย จั่วม่อเชื่อถือนาง
ก่อนหน้านี้นางมีความสามารถของแม่ทัพบัญชาการศึกระดับเงิน แต่
หลังจากผ่านการสอนสั่งขัดเกลาจากเหมียวจุน นางเริ่มมีท่วงท่าสภาวะ
ของแม่ทัพบัญชาการศึกผู้เกรียงไกรอยู่บ้าง
จั่วมอพลันบังเกิดความคิดอันบรรเจิดประการหนึ่ง
“เช่นนั้นก็ดี! เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะสร้างกองพันใหม่ทัพหนึ่ง อ้อ เรียกว่ากอง
พันถังเถอะ ให้ถังเฟยเป็นแม่ทัพหลัก ส่วนเหมียวจุนเป็นรองแม่ทัพ”
ทุกผู้คนพอฟังต้องมีสีหน้าประหลาดใจ พากันหันไปมองถังเฟยเป็น
ตาเดียว แม่นางน้อยกับผมหางม้าผู้นี้ปกติไม่สะดุดตา แต่ในเวลานี้นาง
กลายเป็นจุดสนใจของเหล่าแม่ทัพนายกองทั้งกลุ่ม ในที่นี้มีเพียงไม่กี่คนที่
เคยเห็นฝีมือของนาง ล้วนอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง ทั้งยังไม่มีผู้ใดเห็นค้าน
การตัดสินใจของจั่วม่อ
ถังเฟยเองเป็นคนที่ตื่นตกใจที่สุด แต่นางสงบใจลงทันควัน นางเพ่ง ตา
มองจั่วม่อชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นหันไปมองเหมียวจุนว่ากันตามเหตุผลผู้ที่
เหมาะจะเป็นแม่ทัพหลักมากกว่าก็คือเหมียวจุน ซึ่งมีฝีมือเหนือกว่านาง
มาก
เหมียวจุนแย้มยิ้มให้นาง มันเข้าใจความคิดของจั่วม่อ แต่แผนการนี้ ตรง
ใจมันพอดี ทั้งสองฝ่ายแม้ไม่เคยพูดจาเป็นกิจจะลักษณะ แต่ในความ เป็น
จริง ถังเฟยนับเป็นลูกศิษย์ของมัน มิหนำซํ้ามันยังชมชอบศิษย์ผู้นี้มาก
หากเป็นสถานที่อื่น ด้วยฝีมือของถังเฟยก็เพียงพอจะเป็นแม่ทัพหลัก ที่คุม
กำลัง แต่มันนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าใต้ร่มธงของจั่วม่อ จะเต็มไปด้วยแม่ทัพ
บัญชาการศึกที่มีฝีมือมากมายถึงเพียงนี้!
ด้านของกงซุนชาและเปี๋ยหานย่อมไม่มีอันใดต้องเอ่ยถึง พวกมันทั้ง สอง
จัดอยู่ในระดับชั้นเดียวกันกับกู่เหลียงเตา กระทั่งเหมียวจุนยังได้แต่ แหงน
หน้ามองยอดแม่ทัพเหล่านี้แต่ไกล ซึ่งความจริงการมีแม่ทัพเช่นนี้ สองคน
อยู่ในกองกำลังเดียวกันนับเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง
ต่อมาเป็นอาซาเก๋อ นี่เป็นครั้งแรกที่เหมียวจุนได้พบพานแม่ทัพลือ นามผู้
นี้ แต่มันย่อมเคยได้ยินนามนี้มานาน หนึ่งในสามแม่ทัพบัญชาการ ศึกผู้
ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลซิงหลัว นี่ก็คาดไม่ถึงว่าคนเช่นนี้จะเข้าสู่ใต้ร่มธง ของ
เซี่ยวม่อเกอด้วย
อีกประการหนึ่งที่ลืมเลือนไม่ได้นั่นคือตัวเซี่ยวม่อเกอเองก็เป็นแม่ทัพ
บัญชาการศึกระดับทองผู้หนึ่ง!
แม้แต่คนที่เหลือ อย่างเช่นซู่หลงหรือเหล่านายกองใต้บัญชาการของ กง
ซุนชา เทียบกับถังเฟยแล้วก็หาได้อ่อนด้อยกว่าไม่ นี่เหนือความ
คาดหมายของมันอย่างสิ้นเชิง มันนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าการแข่งขันภายในขุม
กำลังนี้จะดุเดือดเข้มข้นถึงเพียงนี้
ถังเฟยแม้มีพรสวรรค์สูงลํ้า แต่หากยังไม่ผ่านการสั่งสมประสบการณ์ ก็
ยากบอกได้ว่าในอนาคตจะมีความสำเร็จถึงขั้นใด ยามนี้ภายใต้เซี่ยวม่อเก
อก่อเกิดโครงสร้างทางอำนาจที่มองไม่เห็นขึ้น หากคิดเป็นแม่ทัพหลักที่
คุมกองกำลังอาจไม่ใช่เรื่องง่าย มันเข้าใจศิษย์ผู้นี้เป็นอย่างดี ด้วยนิสัยใจ
คอของนาง ในเมื่อตกลงใจติดตามจั่วม่อ ต่อให้ไม่ถูกใช้สอยอีก ไม่ว่าจะ
อย่างไรนางก็จะไม่สำนึกเสียใจในภายหลัง
อีกคนหนึ่งที่มันเคยสอนสั่งคือซู่หลง แต่คนผู้นี้เป็นหนึ่งในคนสนิท ของ
จั่วม่อตั้งแต่แรก ไม่จำเป็นต้องให้มันมากังวลเกี่ยวกับอนาคตของอีก ฝ่าย
มีเพียงถังเฟยที่ตกอยู่ในตำแหน่งที่ชวนกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
แต่ในขณะที่มันกำลังกลัดกลุ้มกังวล คิดไม่ถึงว่าวม่อจะโยนโอกาส อันดี
งามถึงเพียงนี้มาให้ มันตระหนักในทันที สำหรับถังเฟยแล้วนี่เป็น โอกาส
ทองที่อาจะไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง
ก่อนที่ถังเฟยจะทันได้กล่าววาจา เหมียวจุนรีบผุดลุกขึ้นรับคำอย่าง ไม่
ลังเล “รับคำสั่ง เราจะไม่ทำให้ต้าเหรินผิดหวัง!”
มันจะช่วยเหลือถังเฟยสร้างกองพันถัง เพาะสร้างตำแหน่งแห่งที่ของ ตน
ขึ้นภายในขุมกำลังนี้ให้จงได้