สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 693 กระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์ชุดสมบูรณ์
“ยินดีต้อนรับอาคันตุกะผู้มีเกียรติ มิทราบว่าท่านมาเพื่อซื้อหรือขาย
สมบัติ?” บุรุษชราถามอย่างสุภาพ
จั่วม่อพยักหน้า กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม “ร้านของเจ้ามีกระดูกงูสัน
เขาพิสุทธิ์หรือไม่?”
“กระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์?” นัยน์ตาฝ้ามัวของชายชราทอแวว
ประหลาดใจวูบหนึ่ง มันเงยหน้าขึ้นกล่าว “ร้านของเรามีกระดูกงูสันเขา
พิสุทธิ์อยู่บ้าง เชิญตามข้ามาทางด้านนี้”
กล่าวจบคำมันก็หมุนตัวเดินนำเข้าสู่ด้านใน
คนทั้งสามเดินตามชายชราไป เพดานเหนือศีรษะประหนึ่งท้องนภา
ยามรัตติกาล ลำแสงพาดผ่านดุจดาวตกพาดผ่านฟ้า สะท้อนประกายบน
แผนผังปิศาจที่สลักเสลาไว้ทั่วเพดาน ศาสตรามารมากมายลอยอยู่เหนือ
ท้องฟ้าดุจมวลหมู่ดารานับไม่ถ้วน
เส้นด้ายหลากสีทอดยาวลงมาจากศาสตรามารเหล่านั้น แกว่งไกวไป
มาเหมือนทะเลหญ้าอันแปลกตา
จั่วม่อฉุกใจคิด ยื่นมือออกไปคว้าจับเส้นด้ายสีเขียวที่ตรงหน้า ทันทีที่
มือของมันสัมผัสถูกเส้นด้ายแสง ศาสตรามารที่ล่องลอยเหนือศีรษะเล่ม
หนึ่งพลันเปล่งแสงวาบ จากนั้นปรากฏขึ้นในมือของจั่วม่อ
เขิงเหลียนเอ๋อร์รู้สึกว่าน่าเล่นยิ่ง นางดึงเส้นด้ายแสงสีเงินเส้นหนึ่ง
ตะขอคู่หนึ่งพลันปรากฏขึ้นในมือของนาง
บุรุษชราไม่เร่งรัดพวกมัน เพียงอธิบายอย่างยิ้มแย้ม “นี่คือฟากฟ้า
สรรพศาสตราของร้านเรา ศาสตรามารที่พวกท่านถืออยู่นั้นไม่ใช่ของจริง
แต่กลิ่นอายนั้นคล้ายเหมือนกับของจริงไม่มีผิดเพี้ยน ท่านสามารถครวจดู
ได้จนกว่าจะพอใจ หากท่านต้องการศาสตรามารเล่มใดเล่มหนึ่งในนั้น
เพียงแต่ต้องจ่ายม๋อเป้ยตามราคาที่เหมาะสม มันจะลอยลงมาอยู่ในมือ
ของท่านทันที”
จั่วม่อเชี่ยวชาญศาสตร์วิชาด้านแผนผังปิศาจ หลังจากยืนมองสำรวจ
ตรวจตราฟากฟ้าสรรพศาสตราอยู่ชั่วครู่ ก็พอจะมีความเข้าใจคร่าวๆ
เกี่ยวกับกลไกการทำงาน มันแย้มยิ้มเล็กน้อยแล้วคลายมือ ศาสตรามารที่
อยู่ในมือของมันกลับกลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง พุ่งกลับขึ้นไปสู่ฟากฟ้า
สรรพศาสตราเบื้องบนศีรษะของพวกมัน
มันย่อมไม่มีความสนใจในศาสตรามารเหล่านี้
ไม่นานนัก บุรุษชราก็นำพาอาคันตุกะทั้งสามไปยังห้องดื่มชาอันเลิศ
หรูแห่งหนึ่ง ภายในห้องดื่มชาเห็นบุรุษวัยกลางคนหน้าขาวไร้หนวดเคราผู้
หนึ่งนั่งดื่มชาอย่างเฉื่อยชา
บุรุษวัยกลางคนพอเห็นคนทั้งสาม พลันเผยอยิ้มอย่างมีไมตรี มันผาย
มือพลางกล่าว “ท่านทั้งสามเชิญนั่ง”
จากนั้นมันรินน้าชาลงในถ้วย ยื่นส่งให้คนทั้งสามอย่างเปี่ยมมารยาท
กลิ่นหอมจรุงใจอบอวลไปทั่วห้อง ชายชราที่นำทางมีสีหน้าลุ่มหลงมึนเมา
บุรุษวัยกลางคนพอเหลือบไปเห็น ต้องยิ้มน้อย ๆ ออกมา แล้วรินน้าชาส่ง
ให้แก่ชายชราถ้วยหนึ่ง
บุรุษชราปิติยินดียิ่ง รับถ้วยชาอย่างระมัดระวัง พลางรีบกล่าวว่า
“ขอบคุณท่านพ่อบ้านใหญ่!”
เขิงเหลียนเอ๋อร์พลันกล่าวว่า “ชาหน่อศิลาอันประเสริฐ!”
บุรุษกลางคนเผยสีหน้าทั้งประหลาดใจทั้งปลาบปลื้มยินดี “นึกไม่ถึง
ว่าคุณหนูท่านนี้จะเป็นผู้งมงายชาเช่นเดียวกันกับข้า! เสียคารวะแล้ว!”
เขิงเหลียนเอ๋อร์ยกถ้วยชาขึ้นจิบ หลังจากละเลียดอยู่ชั่วขณะ ค่อย
กล่าวอย่างใจเย็น “ฟังว่าร้านของเจ้ามีกระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์ใช่หรือไม่?”
บุรุษวัยกลางคนแย้มยิ้มน้อย ๆ “มิผิด ร้านรวงเล็ก ๆ ของเราโชคดีมี
กระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์อันครบถ้วนสมบูรณ์อยู่ชุดหนึ่ง”
“กระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์ชุดสมบูรณ์?” เขิงเหลียนเอ๋อร์ไม่อาจรักษา
ท่วงท่าใจเย็นอีกต่อไป ทั้งยังไม่ปกปิดสีหน้าลิงโลดยินดี กระดูกงูสันเขา
พิสุทธิ์นับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว กระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์ชุดสมบูรณ์ยังเสาะหา
ได้ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่า
ปิศาจวัยกลางคนแย้มยิ้มจาง ๆ แล้วกล่าวต่อไปว่า “มิผิด กระดูกงูสัน
เขาพิสุทธิ์ชุดนี้มิเพียงครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งยังไร้ตำหนิ กล่าวตามความสัตย์
นับตั้งแต่ก่อตั้งร้านศาลาสมบัติหายากขึ้นมา พวกเราก็เพิ่งจะเคยพบพาน
กระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์ที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้เป็นครั้งแรก”
“ว่าราคามาเถอะ” เสี่ยวม่อเกอกล่าวอย่างอาจหาญ
“เพียงแลกเปลี่ยนเท่านั้น” บุรุษวัยกลางคนยกถ้วยชาขึ้นจิบคราหนึ่ง
ก่อนกล่าวสืบต่อ “แลกเปลี่ยนกับของวิเศษในระดับเดียวกัน หากเป็น
ศาสตรามาร ก็จะต้องเป็นศาสตรามารปฐพี”
ศาสตรามารปฐพี!
จั่วม่อถึงกับตะลึงลานไปวูบหนึ่ง ศาสตรามารปฐพีเพียงต่าชั้นกว่า
ศาสตรามารนภาขั้นหนึ่ง ทั่วทั้งแดนปิศาจ มีศาสตรามารปฐพีเพียงหนึ่ง
ร้อยแปดเล่มเท่านั้น กระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวของเขิงเหลียนเอ๋อร์และเหรียญ
วิเศษใจอำมหิตแต่เดิม ล้วนเป็นหนึ่งในศาสตรามารปฐพีทั้งร้อยแปด
จั่วม่อได้หลอมสร้างเหรียญวิเศษใจอำมหิตกลายเป็นถ้วยวิเศษของ
เสี่ยวม่อไปแล้ว และหากมันควักกระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวออกมาแลก ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าตัวตนของพวกมันจะถูกเปิดเผยทันที
เขิงเหลียนเอ๋อร์วางถ้วยชาโดยที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนสี นางสั่นศีรษะ
พลางกล่าว “ราคาแพงเกินไปแล้ว”
“แน่นอนว่าราคานี้นับว่าแพงมาก” บุรุษวัยกลางคนไม่ปฏิเสธ พยัก
หน้าพลางกล่าว “แต่รับรองว่าคุ้มค่าสมราคาเป็นที่สุด”
เขิงเหลียนเอ๋อร์นิ่งงัน อีกฝ่ายกล่าวไม่ผิด กระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์ชุด
สมบูรณ์เรียกได้ว่าเป็นสมบัติที่มิอาจประเมินค่า
นางลุกขึ้นยืนพลางกล่าวกับจั่วม่อ “ไปกันเถอะ”
เสี่ยวม่อเกอกลับไม่ลุกขึ้นตาม มันหันไปกล่าวกับบุรุษวัยกลางคน “มิ
ทราบว่าร้านค้าของท่านต้องการศาสตรามารปฐพี หรือศาสตรามาร ‘ชั้น’
ปฐพี?”
ปิศาจวัยกลางคนมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย มันเข้าใจสิ่งที่เสี่ยวม่อเกอ
คิดกล่าว หรือว่าผู้อื่นถือครองศาสตรามารที่สามารถเทียบชั้นได้กับ
ศาสตรามารปฐพี?
ควรทราบว่าศาสตรามารปฐพีมีอยู่หนึ่งร้อยแปดเล่ม ทั้งหมดล้วนถูก
วิเคราะห์เจาะลึกและบันทึกรูปลักษณ์รายละเอียดของพวกมันเอาไว้อย่าง
ครบถ้วน คิดหาดูข้อมูลของพวกมันไม่ใช่เรื่องยาก
ศาสตรามารที่สามารถเทียบชั้นกับศาสตรามารปฐพี
หรือว่ามีปรมาจารย์ศาสตรามารท่านใดมีผลงานใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้?
ปิศาจวัยกลางคนงุนงงอยู่บ้าง แต่ยังคงยิ้มพลางกล่าวว่า “หากมี
ศาสตรามารที่บรรลุถึงระดับเดียวกันกับศาสตรามารชั้นปฐพี ราคานี้
สามารถยอมรับได้”
ซึ่งความจริงศาสตรามารปฐพีที่ไม่ถูกจัดอยู่ในทำเนียบศาสตรามาร
ปฐพี มีแต่จะขายได้ราคาสูงกว่าอย่างไม่มีข้อกังขา
ผู้ใดจะต้องการให้ศาสตรามารของพวกมัน เป็นสิ่งที่ผู้อื่นล้วนล่วงรู้
รายละเอียดทุกประการกันเล่า
จั่วม่อพลันยืนขึ้น “ประเสริฐ เช่นนั้นอีกสองสามวันเราจะกลับมา
ใหม่”
เห็นใบหน้าเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมของจั่วม่อ บุรุษปิศาจกลางคนรู้สึก
เชื่อถืออย่างบอกไม่ถูก มันลุกขึ้นยืนส่งอาคันตุกะจากไป “ผู้น้อยจะรอคอย
การมาของพวกท่าน”
เมื่อออกจากศาลาสมบัติหายาก คนทั้งสามเดินไปตามท้องถนน
เขิงเหลียนเอ๋อร์กล่าวอย่างเยือกเย็น “นอกจากกระบี่ลิ้นปลาหลีเขียว
แล้ว พวกเราหาได้มีศาสตรามารปฐพีอื่นใดอีกไม่”
“นั่นง่ายดายยิ่ง เราเพียงหลอมสร้างใหม่ขึ้นใหม่สักอัน” วาจาของ
จั่วม่อเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างล้นเหลือ
“หลอมสร้างขึ้นใหม่?” เขิงเหลียนเอ๋อร์ตะลึงลาน
นางไม่เคยนึกถึงคำตอบเช่นนี้มาก่อนเลย
จั่วม่อไม่ได้เพียงหยอกล้อเล่น
สำหรับบุคคลที่รอบรู้เจนจัดในด้านแผนผังปิศาจ ศาสตร์วิชาหลอม
สร้าง ทั้งยังถือครองเพลิงเทพสุริยัน รวมถึงสมบัติมากมาย คิดหลอมสร้าง
ศาสตรามารสักเล่ม หาใช่เรื่องยากเย็นอันใดไม่
อย่างไรก็ตาม หากคิดหลอมสร้างยอดศาสตรามารชั้นปฐพีจั่วม่อ
จะต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลัง ทว่ามันก็มิใช่ว่าไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย
เนื่องเพราะมันเคยศึกษาวิเคราะห์เหรียญสมบัติใจอำมหิตและกระบี่ลิ้น
ปลาหลีเขียวมาแล้ว
แน่นอนว่าพวกมันมิอาจนำกระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวออกมาแลกเปลี่ยน
ทั่วแดนปิศาจล้วนล่วงรู้ว่าอวี่ไสว้ตกตายใต้เงื้อมมือของพวกจั่วม่อ หาก
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป เกรงว่าจะชักนำเภทภัยไม่สิ้นสุดดุจคลื่นยักษ์ถา
โถม
ปัญหาถัดไปก็คือ จั่วม่อจำต้องหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีโดยใช้
วัตถุดิบที่มีอยู่ในมือ
มันมีวัตถุดิบชั้นเลิศไม่น้อย วัตถุดิบยิ่งคุณภาพสูง ยิ่งมีคุณค่าใช้สอย
มากขึ้นและใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม หากเป็นวัตถุดิบระดับต่า อาวุธ
เวทและศาสตรามารใช้วัตถุดิบที่แตกต่างกันไปคนละทาง แต่เมื่อมาถึง
อาวุธชั้นสูง ทั้งสองวิถีแทบจะแยกกันไม่ออกอีกแล้ว
จั่วม่อมีวัตถุดิบชั้นสูงมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาสมบัติที่มัน
ช่วงชิงมาจากร่างของมหาสมณะจี้เจิ้ง สินค้าเหล่านั้นล้วนเป็นวัตถุดิบชั้น
ยอด
จั่วม่อยังมีข้อได้เปรียบอีกประการหนึ่ง นั่นคือมันมีศาสตรามารด่าน
เจียงอยู่เป็นจำนวนมาก ในศึกกับอวี่ไสว้ ยอดยุทธ์ปิศาจด่านเจียงใต้ร่มธง
ของอวี่ไสว้แทบทั้งหมดล้วนจบชีวิตลงใต้เงื้อมมือพวกมัน ศาสตรามารของ
คนเหล่านั้นย่อมต้องตกอยู่ในมือของจั่วม่อเป็นธรรมดา นอกจากศาสตรา
มารบางเล่มที่จัดสรรให้แก่คนของมันแล้ว จั่วม่อยังคงถือศาสตรามาร
จำนวนมากอยู่กับตัว
ศาสตรามารที่ยังเหลือนี้ ในปัจจุบันไม่ได้มีประโยชน์ต่อจั่วม่อมากนัก
ยามนี้มันไม่ขาดแคลนม๋อเป้ย ดังนั้นยังไม่ถึงขั้นที่ต้องขายศาสตรามาร
เหล่านี้ออกไป ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาวัตถุดิบที่มันต้องใช้ในครั้งนี้ ล้วน
แล้วแต่เป็นสมบัติล้าค่าที่ไม่อาจซื้อหาได้ด้วยม๋อเป้ย
ความเชื่อมั่นของจั่วม่อขึ้นอยู่กับศาสตรามารเหล่านี้เอง
ก่อนมหาสงครามพันปี วิธีการหลอมสร้างศาสตรามารมีอยู่มากมาย
หลายวิธี แต่บัดนี้สูญหายไปแทบหมดสิ้นแล้ว ตามคำของเว่ย สิ่งนี้เรียกว่า
‘งานฝีมือ’ เว่ยมีประสบการณ์โชกโชน รอบรู้เจนจัดทางด้านนี้อย่างไม่มี
ผู้ใดเสมอเหมือน มันสามารถสืบย้อนกรรมวิธีหลอมสร้างศาสตรามาร
กลับไปได้ถึงยุคบรรพกาลเลยทีเดียว
นับตั้งแต่จั่วม่อสัตย์สาบานต่อป้ายศิลาสุสาน ท่าทีของเว่ยก็ดีขึ้นมาก
จนน่าหวั่นใจ ถึงกับแปรเปลี่ยนจากสภาพซังกะตายก่อนหน้านี้อย่าง
สิ้นเชิง หลังจากเพลิดเพลินไปกับการดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีพิถันอยู่สอง
สามวัน จั่วม่อได้ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าฝันร้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
เว่ย…ที่แท้เป็นคนช่างจ้อถึงเพียงนี้!
สวรรค์! หลังจากรู้จักมักคุ้นกับเจ้าผู้นี้มาเป็นเวลานาน จั่วม่อเพิ่งจะ
ค้นพบว่าเว่ยเป็นคนช่างจ้อก็คราวนี้เอง กระทั่งผูเยาผู้ที่ภูตเทพต้องครั่น
คร้าม เมื่อเผชิญกับการพูดพล่ามไม่มีที่สิ้นสุดของเว่ยยังต้องถอยกรูดเป็น
พัลวัน
จั่วม่อในที่สุดค่อยเข้าใจ อันใดเรียกว่าถูกภูตผีตามหลอกหลอน
“อาจั่ว เจ้าคิดใช้เคล็ดงานฝีมือศาสตราทบซ้อนเช่นนั้นรึ? ความคิดนี้
ไม่เลว แต่มีรายละเอียดหลายแห่งที่ข้าไม่ค่อยแน่ใจนัก มันยาวนานเกินไป
เจ้าอาจต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง โอ้ ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ ข้ายังไม่เคยเล่า
ประวัติของเคล็ดงานฝีมือศาสตราทบซ้อนให้เจ้าฟังเลยใช่หรือไม่ ไอ๊หย่า
หย่า ข้าถึงกับหลงลืมเรื่องสำคัญเช่นนี้ไปเสียได้ ชราแล้ว ชราแล้ว ความจำ
ของข้าเริ่มหลง ๆ ลืม ๆ แล้ว โอ้โอ้โอ้ กล่าวถึงเคล็ดงานฝีมือศาสตราทบ
ซ้อน นี่ต้องเริ่มกล่าวจากเมื่อสามหมื่นห้าพันปีที่แล้ว ครั้งนั้น… …”
จั่วม่อรู้สึกราวกับมีแมลงวันฝูงหนึ่งบินหึ่ง ๆ อยู่รอบกาย
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
“หยุด!” จั่วม่อตะโกนใส่เว่ย
เว่ยหุบปากฉับ ดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว
จั่วม่อนวดขมับอย่างเหนื่อยใจ มันทราบว่านับตั้งแต่ที่มันเปล่งคำ
สาบานต่อป้ายศิลาสุสาน ระหว่างมันกับเว่ยก็เชื่อมโยงด้วยสายสัมพันธ์
ชนิดหนึ่ง นิสัยใจคอที่ซุกซ่อนอยู่ของเว่ยล้วนเผยออกมาหมดสิ้น
เมื่อสงบใจลง จั่วม่อเริ่มครุ่นคิด
มันตั้งใจจะใช้เคล็ดงานฝีมือศาสตราทบซ้อนจริงตามที่เว่ยกล่าว นี่
เป็นหนทางที่ดีที่สุดในเวลานี้ เคล็ดงานฝีมือศาสตราทบซ้อนคือการนำ
ศาสตรามารหลายชิ้นมาหลอมสร้างทบซ้อนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเป็น
ศาสตรามารเล่มเดียว กรรมวิธีหลอมสร้างศาสตราทบซ้อนที่หายสาบสูญ
ไปหลังจากมหาสงครามพันปี จั่วม่อเรียนรู้มาจากเว่ยเรียบร้อยแล้ว
บรรดาศาสตรามารที่อยู่ในมือของมันล้วนแล้วแต่มีคุณภาพดีเลิศ
หากมันใช้เคล็ดงานฝีมือศาสตราทบซ้อน หากโชคดีอาจสามารถหลอม
สร้างศาสตรามารปฐพีสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เว่ยแม้เคยหลอมสร้างศาสตรามารหลายชิ้น แต่มัน
ไม่ใช่ช่างหลอมสร้างศาสตรามารที่มีฝีมือ มีหลายสิ่งหลายสิ่งที่จั่วม่อ
จำต้องค้นคว้าด้วยตัวเอง
เคราะห์ดีที่ในเมืองปู้โจวมีบ่อศาสตรามารสำหรับหลอมสร้างศาสตรา
มารโดยเฉพาะ
การหลอมสร้างอาวุธเวทโดยมากมักใช้ไฟ ดังนั้นผลลัพธ์ก็คือกระถาง
หลอมกลั่นทุกประเภท
ส่วนการหลอมสร้างศาสตรามาร จะเกิดขึ้นในบ่อศาสตรามาร
เมืองปู้โจวมีแม่น้านรกใต้พิภพที่เหมาะสมต่อการหลอมสร้างศาสตรา
มารเป็นที่สุด บ่อศาสตรามารโดยมากมักสร้างขึ้นด้วยแม่น้านรกใต้พิภพ
แม่น้านรกใต้พิภพเงียบสงบมาก กว้างราวยี่สิบลี้ ดูน่าตื่นตาตื่นใจไม่
น้อย น้าในแม่น้าเหนียวข้นราวกับแป้งเปียก สีดำสนิททว่ากระจ่างใส ไหล
เอื่อย ๆ อย่างเงียบเชียบ
เมื่อเดินท่องไปตามลำน้า จะพบเห็นบ่อศาสตรามารน้อยใหญ่เรียง
รายตามชายฝั่งไปตลอดทาง คล้ายยืดยาวไม่มีที่สิ้นสุด
นอกจากนี้ยังมีถ้าน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน ขุดเพิ่มเติมออกไปตามสอง
ฟากฝั่งแม่น้า ผู้คนมักใช้ทักษะปิศาจชักนำน้าในแม่น้าเข้าสู่ถ้าของพวกมัน
ถ้ายิ่งอยู่ต่าเท่าใด น้าในบ่อน้าศาสตรามารก็จะยิ่งมากเท่านั้น และคุณภาพ
ดีขึ้นเท่ากัน แน่นอนว่าย่อมมีราคาแพงกว่าด้วย ส่วนถ้าที่อยู่สูงขึ้นไปตาม
ผนังผานั้นราคาย่อมเยากว่ามาก แต่ผู้คนจะต้องออกแรงชักนำน้าด้วย
ตนเอง
ในสถานที่แห่งนี้มีบ่อศาสตรามารอยู่สองประเภท หนึ่งคือบ่อศาสตรา
มารซึ่งถูกครอบครองโดยตระกูลที่ทรงอำนาจในท้องถิ่น บ่อศาสตรามาร
เหล่านี้ไม่ได้เปิดกว้างแก่สาธารณชน ทว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของตระกูล
เหล่านั้น ส่วนบ่อศาสตรามารอีกประเภทหนึ่งเปิดกว้างแก่ทุกผู้คน ผู้ใดที่มี
ปัญญาจ่ายม๋อเป้ยล้วนสามารถเข้าใช้งานได้ทั้งสิ้น บ่อศาสตรามารหล่านี้
เป็นกิจการของตระกูลทังนั่นเอง
เมื่อพวกจั่วม่อเดินเข้ามา ปิศาจชราผู้หนึ่งตรงเข้ารับหน้า มันสวม
อาภรณ์ที่มีตราสัญลักษณ์ของตระกูลทัง
“ท่านต้องการสิ่งใด?”
“ข้าอยากได้บ่อศาสตรามารสักแห่ง” จั่วม่อตอบอย่างไม่อ้อมค้อม
“คุณภาพอย่างไร?” อีกฝ่ายถามต่อ
“คุณภาพดีเลิศที่สุด” จั่วม่อกล่าวอย่างไม่ลังเล
ปิศาจชรามีสีหน้าประหลาดใจอยู่บ้าง ควรทราบว่าบ่อศาสตรามาร
คุณภาพดีเลิศที่สุดมิเพียงแต่ราคาแพงหูดับ แต่กระแสน้ายังเชี่ยวกราก
และเปี่ยมล้นสมบูรณ์ หากผู้ใช้ไม่มีพลังมากพอ พวกมันอาจไม่มีปัญญา
ควบคุมพลังงานในบ่อได้
หรือว่าคนผู้นี้เป็นปรมาจารย์หลอมสร้างศาสตราที่มีชื่อเสียง?