สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 694 เคล็ดงานฝีมือศาสตราทบซ้อน
“มันเช่าบ่อศาสตรามารเช่นนั้นรึ?” หัวหน้าพ่อบ้านประหลาดใจ
เล็กน้อย คนทั้งสามที่มาเยือนศาลาสมบัติหายากของพวกมันเมื่อวันนั้น
สะกิดความสนใจของมันไม่เบา จึงสั่งให้คนของตนลอบติดตามการ
เคลื่อนไหวของพวกมัน
“ขอรับ พวกมันเช่าบ่อศาสตรามารชั้นสวรรค์” บ่าวไพร่ผู้นั้นสืบเสาะ
มาอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วรีบกลับมารายงาน
“ชั้นสวรรค์!” ปิศาจวัยกลางคนงงงันวูบ มันย่อมทราบว่าเรื่องนี้
หมายความว่าอย่างไร ผู้ที่กล้าเช่าบ่อศาสตรามารชั้นสวรรค์จะต้องมีฝีมือ
อยู่บ้าง ในฐานะบ่อศาสตรามารชั้นสูงสุดในเมืองปู้โจว มิเพียงมีราคาค่า
เช่าสูงเสียดฟ้า ปริมาณน้าในบ่อนั้นเปี่ยมล้นสมบูรณจนน่าทึ่ง พลังงาน
มากล้นนั้นยากจะควบคุมถึงขีดสุด บ่อศาสตรามารที่จัดอยู่ชั้นสวรรค์ ใน
แต่ละปีแทบไม่มีผู้ใช้งาน
หรือว่าในหมู่พวกมันทั้งสามมีปรมาจารย์ศาสตรามารรวมอยู่ด้วยจริง
ๆ?
ใบหน้าที่ดูสามัญธรรมดาของบุรุษหนุ่มผุดขึ้นในใจของพ่อบ้านปิศาจ
วัยกลางคน แต่แล้วมันพลันตระหนักในบัดดล ไม่ว่ามันจะพยายามหวนคิด
ทบทวนมากเท่าใด ก็ไม่สามารถจดจำรูปโฉมของบุรุษหนุ่มได้ชัดเจนนัก
ส่วนสตรีอีกสองนางนั้นก็คล้ายธรรมดาสามัญมากเสียจนไม่อาจนึกภาพ
ใบหน้าของพวกนางได้เลย
มันมีประสบการณ์รอบรู้ ตระหนักได้ทันทีว่าคนทั้งสามอาจปลอม
แปลงรูปโฉม
แต่มันไม่ได้พะวงกับปัญหานี้นานนัก ในห้วงกลียุคอันสับสนวุ่นวายนี้
มีผู้คนมากมายชมชอบปลอมแปลงรูปโฉมของตน เพื่อไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้
ตัวตนที่แท้จริงของพวกมัน เหล่ายอดคนผู้ทรงพลังอำนาจมักลี้ลับพิสดาร
ไม่เหมือนคนทั่วไป หัวหน้าพ่อบ้านศาลาสมบัติหายากจึงไม่ใส่ใจมาก
เกินไป มันเพียงกังวลสนใจอยู่กับปรมาจารย์ศาสตรามาร โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งปรมาจารย์ศาสตรามารผู้มีฝีมือสูงส่ง ปรมาจารย์ศาสตรามารที่เข้มแข็ง
ผู้หนึ่ง ย่อมหมายถึงการค้าที่ทำกำไรอย่างมั่นคงไม่รู้จักจบจักสิ้น
ปรมาจารย์ศาสตรามารนับเป็นทรัพยากรชนิดหนึ่ง และปรมาจารย์
ศาสตรามารผู้มีฝีมือเหนือล้า เป็นทรัพยากรที่ผู้คนล้วนต่อสู้แย่งชิง
นึกถึงสีหน้าเยือกเย็นซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยความเชื่อมั่นของบุรุษหนุ่มผู้
นั้น ปิศาจวัยกลางคนหัวใจโลดขึ้นในบัดดล
ศาสตรามารชั้นปฐพี!
หากคนผู้นั้นสามารถหลอมสร้างขึ้นใหม่จริง… …
กระทั่งพ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนผู้มักทระนงในความเยือกเย็นของ
ตน ยังอดจิตใจปั่นป่วนรวนเรไม่ได้
“จับตาดูอย่างใกล้ชิด ข้าต้องการล่วงรู้รายละเอียดทุกประการ! ไม่ว่า
ต้องจ่ายค่าตอบแทนเท่าใดก็ตาม เข้าใจแล้วหรือไม่?” หาได้ยากนักที่
ปิศาจวัยกลางคนจะใช้น้าเสียงเคร่งขรึมจริงจังถึงเพียงนี้
“ขอรับ! บ่าวเข้าใจดี!”
ในความคิดของจั่วม่อ หากมองเพียงด้านศาสตร์วิชาหลอมสร้าง ใน
บรรดาสามวิถีฝึกปรือหลักของโลก ต้องยอมรับว่าซิวเจ่อเหนือล้ากว่าอีก
สองเผ่าพันธุ์มาก วิชาค่ายกลยันต์ลึกล้าไพศาลเสียจนอสูรปิศาจปิศาจ
เทียบไม่ติด
หากเทียบกันแล้ว แม้ว่าแผนผังปิศาจจะพัฒนาจนกลายเป็นระบบ
เฉพาะของตนเอง แต่ยังไม่ได้พัฒนาจนถึงขั้นสูงล้าสุดยอดเหมือนเช่นค่าย
กลยันต์ แต่กระนั้นทอดตาทั่วแดนปืศาจ ผู้ที่ล่วงรู้ศาสตร์วิชาแผนผังปิศาจ
สามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้รอบรู้ ซึ่งมีจำนวนเพียงน้อยนิด
เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับมุมมองที่ชนเผ่าปิศาจมีต่อศาสตรามารของ
พวกมัน
ศาสตร์วิชาหลอมสร้างศาสตรามารโดยทั่วไปมักเรียบง่ายและหยาบ
กระด้าง แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งมี่ซิวเจ่อไม่อาจเทียบเคียงได้ นั่นก็คือวัตถุดิบ
วัตถุดิบที่ใช้หลอมสร้างศาสตรามารมักจะต้องเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของ
ปิศาจตนนั้นเอง ยกตัวอย่างเช่นขนนกหรือกรงเล็บของตัวเอง ดังนั้น
ศาสตรามารแม้หลอมสร้างด้วยวิธีหยาบ ๆ แต่หลังจากผ่านการกลั่นเกลา
อย่างต่อเนื่องไม่เว้นแต่ละวัน ผนวกกับความสัมพันธ์อันเนื่องมาจากเป็น
ส่วนหนึ่งในร่างกายของตน ศาสตรามารจึงมักเป็นประดุจแขนขาที่แท้จริง
ของปิศาจผู้ใช้เอง
ทว่านั่นเป็นเพียงศาสตรามารชั้นธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
แต่ยอดศาสตรามารชั้นสูงเช่นศาสตรามารปฐพี กลับมิได้หลอมสร้าง
ง่ายดายถึงเพียงนั้น
ในบรรดาศาสตรามารปฐพีทั้งหนึ่งร้อยแปดเล่ม นอกเหนือจาก
ศาสตรามารไม่กี่เล่มที่หลอมสร้างขึ้นโดยตัวผู้ใช้เอง อย่างเช่นกระบี่ลิ้น
ปลาหลีเขียว ส่วนใหญ่ล้วนหลอมสร้างขึ้นด้วยฝีมือของปรมาจารย์
ศาสตรามาร
สำหรับเหล่าปรมาจารย์ศาสตรามาร การหลอมสร้างศาสตรามารชั้น
ปฐพีสักเล่มเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของพวกมัน ส่วนศาสตรามารนภา
ทั้งสิบสองเล่มนั้น ผู้สร้างล้วนเป็นยอดปรมาจารย์ศาสตรามารที่มี
ความสำเร็จสูงสุดในยุคสมัยของพวกมัน นามแต่ละนามเหล่านั้นเป็น
ตัวแทนของตำนานเรื่องราวบทหนึ่ง
ในความเห็นของจั่วม่อ การหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีสักเล่มหาใช่
เรื่องยากเย็นอันใดไม่ มันเพียงต้องการวัตถุดิบที่จำเป็นเท่านั้น แต่ต่อให้
มันไม่มีสิ่งใดเลยก็ตาม ยังคงสามารถกระทำสำเร็จได้ด้วยศาสตร์วิชานอก
สารบบอย่างเช่นวิธีทบซ้อนศาสตรา แต่การหลอมสร้างศาสตรามารนภา
อยู่นอกเหนือขีดความสามารถของมันอย่างสิ้นเชิง
บริเวณบ่อศาสตรามารในเมืองปู้โจวเป็นที่ชุมนุมของปรมาจารย์
ศาสตรามารจำนวนไม่น้อย หลายคนพำนักอยู่ที่นี่นานหลายปีเพื่อหลอม
สร้างศาสตรามาร ตัวเมืองย่านนี้เมื่อนานมาแล้วได้พัฒนาเป็นแหล่งพำนัก
ของเหล่าปรมาจารย์ศาสตรามารอย่างถาวร ทำให้ผู้คนมากมายค้นพบ
หนทางทำมาหากิน นี่หมายความว่าหากต้องการวัตถุดิบทั่วไป สามารถซื้อ
หาได้จากผู้ค้าในย่านนี้เอง
นี่ช่วยประหยัดเวลาให้แก่จั่วม่อได้มากหลาย
หลังจากจับจ่ายใช้สอยไปกว่าสองล้านม๋อเป้ยสำหรับวัตถุดิบทุกชนิด
จั่วม่อก็เสร็จสิ้นการเตรียมการอย่างรวดเร็ว
สำหรับบ่อศาสตรามารชั้นสวรรค์นั้นมีราคาค่าเช่าเดือนละห้าแสนม๋อ
เป้ย กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ยังไม่ทันจะได้เริ่มต้นจั่วม่อก็ใช้จ่ายไปแล้วกว่า
สองล้านห้าแสนม๋อเป้ย แต่จั่วม่อผู้มั่งคั่งร่ารวยไม่ได้รู้สึกรู้สาอันใดกับเงิน
จำนวนนี้แม้แต่น้อย
สองล้านห้าแสนม๋อเป้ย อันที่จริงเป็นเพียงราคาของศาสตรามารด่าน
เจียงที่เหนือธรรมดาอยู่บ้างแค่เล่มเดียวเท่านั้น
มันมีศาสตรามารด่านเจียงกองพะเนินอยู่ในแหวนมิติ ลำพังค่าใช้จ่าย
เล็กน้อยเพียงเท่านี้ ไหนเลยจะเพียงพอให้มันต้องเจ็บปวดใจได้
แต่จั่วม่อแม้ไม่เจ็บปวดใจ นี่ไม่ได้หมายความว่าผู้อื่นจะไม่เจ็บปวดใจ
ด้วย บรรดาปรมาจารย์ศาสตรามารโดยรอบแม่น้านรกใต้พิภพพากันล่วงรู้
ในไม่ช้า ว่ามีคนมาใหม่ซึ่งจับจ่ายวัตถุดิบมูลค่ากว่าสองล้านม๋อเป้ยใน
คราวเดียว
เมื่อพวกมันได้ยินว่าคนผู้นี้ยังเช่าบ่อศาสตรามารชั้นสวรรค์ด้วย ไหน
เลยจะไม่สะกิดความสนใจของทุกผู้คนได้
มีการคาดเดาเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้อยู่สองประการ หากมิใช่ลูกล้าง
ผลาญของตระกูลร่ารวย ก็ต้องเป็นยอดคนที่มีความสำเร็จสูงล้า!
จั่วม่อไม่มีเวลาว่างจะมาสนใจเสียงซุบซิบเหล่านี้ เวลาของมันกระชั้น
ยิ่ง ฉลามเวหาเพียงหยุดพักในเมืองนี้ไม่กี่วันเท่านั้น
หากมิใช่ว่าในแขนเสื้อของมันซุกซ่อนศาสตร์งานฝีมือศาสตราทบ
ซ้อนอยู่ด้วย อีกทั้งกระดูกงูสันเขาพิสุทธิ์ชุดสมบูรณ์ยังมีความสำคัญต่อ
เขิงเหลียนเอ๋อร์เป็นอย่างยิ่ง จั่วม่อย่อมไม่ยินยอมเสียเวลากับเรื่องนี้เป็น
แน่
แต่เมื่อยามนี้มันเริ่มต้นลงมือแล้ว เป็นธรรมดาที่ต้องกระทำให้ดีที่สุด
คำว่า ‘สูญเปล่า’ ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของเสี่ยวม่อเกอ
เขิงเหลียนเอ๋อร์กับอากุ่ยยืนเฝ้าระวังอยู่ที่ด้านนอกบ่อศาสตรามาร
คอยป้องกันไม่ให้มีผู้ใดเข้าไปรบกวนจั่วม่อ
บ่อศาสตรามารชั้นสวรรค์มีขนาดกว้างราวครึ่งหมู่ น้าในบ่อสีดำสนิท
เหนียวข้น ไหลมาจากแม่น้านรกใต้พิภพ ก่อตัวเป็นวังน้าวนตามธรรมชาติ
ภายในบ่อ วังน้าวนหมุนด้วยความระดับความเร็วอันน่าตระหนกดุจม้าป่า
ควบตะบึง แผ่ซ่านกลิ่นอายเย็นเยือก มืดมนและหนักข้นออกมาไม่ขาด
สาย ผู้ที่พลังฝึกปรืออ่อนแออยู่บ้างจะรู้สึกหนาวเยือกจนทนไม่ไหว และ
หากสัมผัสถูกเป็นเวลานาน อาจได้รับบาดเจ็บบอบช้าภายในได้ไม่ยาก
แต่สังขารปิศาจของจั่วม่อสุดหยางสุดแกร่งกร้าว ดังนั้นไม่ระคายผิว
แม้แต่น้อย
มันเดินวนสำรวจตรวจตราไปรอบ ๆ บ่อศาสตรามาร แล้วพยักหน้า
อย่างพึงพอใจ น้าในแม่น้านรกใต้พิภพมีคุณสมบัติสุดหยินและบริสุทธิ์
มาก รายล้อมบ่อศาสตรามารชั้นสวรรค์เต็มไปด้วยแผนผังปิศาจมากมาย
ปริมาณน้าอันเปี่ยมล้นสมบูรณ์สามารถช่วยชะล้างกลั่นเกลาวัตถุดิบทั้ง
หายได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อขบคิดใคร่ครวญรอบหนึ่ง จั่วม่อเพิ่มแผนผังปิศาจใหม่อีกหลาย
ชุดลงไปบนพื้นฐานของแผนผังปิศาจดั้งเดิม วังน้าวนอันกึกก้องเกรี้ยว
กราดเงียบกริบลงในบัดดล แต่ใจกลางของวังวนยิ่งมายิ่งลึกล้า แผ่ระลอก
คลื่นออกมาจากบริเวณใจกลางไม่ขาดสาย
จั่วม่อเริ่มโยนบรรดาวัตถุดิบลงไปในบ่อศาสตรามาร
น้าสีดำทว่าใสกระจ่างเริ่มกลายเป็นขุ่นคลั่ก วังวนคล้ายสามารถกลืน
กินทุกสรรพสิ่ง วัตถุดิบที่มันโยนลงไปล้วนหายสาบสูญโดยไร้ร่องรอย
รอจนวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายถูกโยนหายลงไปในน้า น้าในสระถึงกับกลับ
กลายเป็นสีแดงเข้ม
วังวนสีแดงเข้มประดุจเนตรโลหิตดวงมหึมา หมุนคว้างไม่หยุดยั้ง
ดึงดูดให้สายตาผู้คนมองมายังมันโดยไม่ได้ตั้งใจ
จั่วม่อหลับตาลง ศาสตรามารด่านเจียงเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของ
มัน นี่เป็นหอกสัมฤทธิ์เล่มหนึ่ง เปล่งประกายสีน้าเงินสดสะท้านขวัญ
วิญญาณผู้คน
จั่วม่อโยนหอกสัมฤทธิ์ที่คลับคล้ายกับอาวุธเกอเล่มนั้นลงไปในวัง
น้าวนสีแดงเข้ม
จากนั้นศาสตรามารด่านเจียงอีกสิบเอ็ดเล่มถูกโยนตามลงไปในบ่อ
ศาสตรามารอย่างต่อเนื่อง วังน้าวนสีแดงเข้มยิ่งมายิ่งแดงฉาน จวบ
จนกระทั่งกลายเป็นสีแดงดุจโลหิตอย่างสมบูรณ์
รอจนศาสตรามารด่านเจียงเล่มสุดท้ายถูกโยนลงไปในบ่อศาสตรา
มาร วังวนกลับหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน
จั่วม่อไม่กล้าคลายใจ สองมือผนึกท่ามุทราไม่หยุดยั้ง ลำแสงหลากสี
พวยพุ่งออกจากฝ่ามือ เข้าสู่บ่อศาสตรามารไม่ขาดสาย
หากซิวเจ่อที่มีฝีมือทางหลอมสร้างพบเห็นภาพเบื้องหน้า ทุกสิ่งที่บัง
เกิดขึ้นที่นี่จะทำให้พวกมันต้องอ้าปากค้าง
จั่วม่อถึงกับใช้ศาสตร์วิชาหลอมสร้างอาวุธเวทเพื่อหลอมสร้าง
ศาสตรามาร!
มิผิด จั่วม่อกำลังใช้ศาสตร์วิชาหลอมสร้างอาวุธเวทจริง ๆ แต่สิ่งที่มัน
ใช้ผิดแผกแตกต่างจากศาสตร์วิชาหลอมสร้างอาวุธเวททั่วไป เนื่องเพราะ
ประกายแสงที่พวยพุ่งออกจากมือของมันไม่ใช่เวทวิชายันต์ แต่เป็น
แผนผังปิศาจ!
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มันใช้ศาสตร์ทางด้านค่ายกลยันต์ด้วยแผนผัง
ปิศาจ
กระบวนการนี้กินเวลาไปร่วมหกชั่วยาม
กระทั่งบุคคลที่ดื้อด้านทนทานเยี่ยงจั่วม่อยังเผยทีท่าเหน็ดเหนื่อยอยู่
บ้าง
ผ่านไปหกชั่วยาม
ปุดปุด ปุดปุด!
บ่อศาสตรามารโลหิตคล้ายเดือดพล่านอย่างแช่มช้า ฟองอากาศผุด
ขึ้นบนผิวหน้าไม่ขาดสาย แล้วแตกระเบิดเบา ๆ
จั่วม่อสมาธิจิตใจจดจ่อถึงขีดสุด มันไม่กล้าคลายใจแม้แต่น้อย บ่อ
ศาสตรามารสีแดงเลือดที่แทบเท้ามันกลับกลายเป็นสีส้มอย่างรวดเร็ว มัน
สามารถมองเห็นบรรดาศาสตรามารที่ก้นสระได้อย่างชัดเจน แต่ทว่า
ศาสตรามารเหล่านั้นยามนี้หดเล็กลงกว่าแต่ก่อนมาก แต่กลับเปล่ง
ประกายเจิดจ้ากว่าเดิม หลังจากผ่านการชะล้างกลั่นเกลาด้วยน้าวิเศษใน
บ่อศาสตรามาร สิ่งเจือปนทั้งหมดก็ถูกกวาดล้างออกไป ศาสตรามารแต่ละ
เล่มมีคุณภาพเลิศล้ากว่าเดิม
เห็นแผนผังปิศาจสว่างไสวไหลวนอบู่บนพื้นผิวของศาสตรามาร
เหล่านี้
จั่วม่อระบายลมหายใจยาวเหยียด จนถึงตอนนี้มันยังไม่มีข้อผิดพลาด
ในบ่อศาสตรามารยามนี้มีศาสตรามารสิบสองเล่ม พากันลอยตั้งตรง
อยู่ในน้า
จัวม่อไม่ได้ลงมือต่อในทันที แต่กลับนังลงขัดสมาธิท่าดอกบัวแทน ไม่
นานก็จมดิ่งลงไปในฌาณสมาธิ
สามชั่วยามให้หลัง มันค่อยลืมตาขึ้นอีกครั้ง เค้าความเหนื่อยล้าบน
ใบหน้าอันตรธานหายไป ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า มันฟื้นคืนสู่สภาพ
สมบูรณ์ดังเดิม
มันยกมือขึ้นในบัดดล
หนึ่งในศาสตรามารที่ก้นบ่อศาสตรามารเริ่มสั่นระริก บนผิวหน้าสระ
น้าที่ราบเรียบเหมือนกระจก พลันบังเกิดระลอกคลื่นเล็ก ๆ ที่เบาบางเป็น
อย่างยิ่ง
ศาสตรามารเล่มนั้นค่อย ๆ หลอมละลายช้า ๆ ครึ่งชั่วยามถัดมา ค่อย
เปลี่ยนเป็นโลหะหลอมเหลวกลุ่มหนึ่ง มีแผนผังปิศาจนับไม่ถ้วนล่องลอย
ไหลเวียนอยู่ยนพื้นผิว
จากนั้นศาสตรามารอีกชิ้นหนึ่งค่อยลอยขึ้นมา โลหะหลอมเหล่ากลุ่ม
นึ้คล้ายมีชีวิต พุ่งเข้าห่อหุ้มศาสตรามารที่กำลังลอยเข้าหาในบัดดล โลหะ
หลอมเหลวสีแดงฉานกลุ่มนี้คล้ายสัตว์ประหลาดที่หิวกระหาย ค่อย ๆ กลืน
กินศาสตรามารเล่มนั้นลงไปอย่างแช่มช้า
อีกครึ่งชั่วยามให้หลัง โลหะหลอมเหลวเติบโตขึ้นเป็นสองเท่า แผนผัง
ปิศาจบนพื้นผิวยิ่งมายิ่งกระจ่างจ้า ยิ่งนานยิ่งละเอียดซับซ้อน
จากนั้นมันก็เริ่มสวาปามศาสตรามารอีกเล่มหนึ่ง!
เวลาผ่านไปอย่างแช่มช้าด้วยประการฉะนี้เอง
น้าในบ่อศาสตรามารค่อย ๆ กลับกลายเป็นใสกระจ่างเป็นประกาย
ขึ้นอย่างช้ าๆ หยดน้าเล็ก ๆ คล้ายถูกแรงที่มองไม่เห็นดึงดูดออกมา ลอย
ขึ้นเหนือบ่อศาสตรามารไม่หยุดยั้ง
จากนั้นกลุ่มหมอกเริ่มก่อตัวขึ้นบริเวณเหนือบ่อน้า หมอกเหล่านี้
คล้ายมีชีวิตจิตใจ เริ่มผสานรวมเข้าด้วยกันทีละน้อย
กลุ่มหมอกที่ผนึกรวมรั้งเป็นทรงกลมเต้นเร่าอย่างแช่มช้าอยู่เหนือบ่อ
น้า ราวกับมังกรวารีเริงระบำ
หมอกกลุ่มนี้ยิ่งมายิ่งประเปรียว พลังสภาวะเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่จั่วม่อไม่ล่วงรู้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์ไม่เพียงจำกัด
อยู่ในบริเวณบ่อศาสตรามารของมันเท่านั้น แต่กำลังจะบังเกิดขึ้นกับแม่น้า
นรกใต้พิภพที่ด้านนอกห้องหลอมสร้างของมันอีกด้วย
ปรมาจารย์ศาสตรามารคนแล้วคนเล่าพากันโถมทะยานออกจากบ่อ
ศาสตรามารของพวกมัน เหล่าปรมาจารย์ศาสตรามารที่ลอยตัวอยู่เหนือ
ฝั่งของแม่น้านรกใต้พิภพ ยิ่งมายิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ แน่นขนัดละลาน
ตาไปหมด จนดูราวกับว่าปรมาจารย์ศาสตรามารทุกคนในพื้นที่ล้วนมากัน
พร้อมหน้า
พวกมันถลึงตามองผิวน้าอันกว้างไพศาลของแม่น้านรกใต้พิภพด้วยสี
หน้าแตกตื่นตะลึงลาน!