สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 708 แบบฉบับหลอมสร้างอันอึกทึกครึกโครม
(ตอนต้น)
“สำคัญด้วยหรือว่าข้าเป็นใคร” ตาเฒ่าประหลาดแย้มยิ้มด้วยสีหน้า
สัตย์ซื่อโง่งม
บุรุษหนุ่มประดุจอสรพิษขนดที่เตรียมพร้อมจู่โจมได้ทุกเมื่อ
กล้ามเนื้อเกร็งแน่นเพื่อที่จะสามารถกระโจนเข้าขย้าได้ทุกขณะจิต เต็มไป
ด้วยกลิ่นอายอันตรายสุดขีด ทว่าตาเฒ่ารอยยิ้มบนใบหน้าไม่แปรเปลี่ยน
แม้แต่น้อย ชั่วอึดใจให้หลัง บุรุษหนุ่มค่อยมีท่าทีผ่อนคลายลง ขดตัวกลับ
เข้าไปยังความว่างเปล่าอย่างเกียจคร้าน
“สอง ให้ได้มากที่สุดแค่สอง” บุรุษหนุ่มปลิดผลองุ่นเลือดโยนใส่ปาก
ขบเคี้ยวพลางกล่าว “แต่หากท่านมอบเซี่ยวม่อเกอให้แก่เรา พวกเรา
สามารถมอบไม้กำยานหอมตกสะเก็ดทั้งหมดให้แก่ท่านได้… …”
ชายชราลึกลับหัวร่อคิกคัก “สองก็นับว่าดีมากแล้ว อย่างไรก็ตาม
ก่อนที่เซี่ยวม่อเกอจะปรากฏขึ้นออกมา เจ้าต้องคุ้มครองเซียวอวิ๋นไห่”
“ผู้อาวุโส ท่านดูคล้ายห่วงใยเซียวอวิ๋นไห่เสียจริง” บุรุษหนุ่มจาก
วิหารเทพปิศาจกล่าวอย่างมีนัย
“นั่นย่อมแน่นอน มันเป็นผู้ที่สามารถหลอมสร้างศาสตรามารนภา ตา
เฒ่าผู้นี้ยังคงหวังว่าในชีวิตจะได้ถือครองศาสตรามารนภาสักเล่ม จะได้
อาละวาดไปให้สาแก่ใจ” ชายชราลึกลับกลับบอกกล่าวตามตรง
?” บุรุษหนุ่มงงงันวูบ สีหน้างุนงงสงสัย “ท่าน
คาดหวังถึงเพียงนั้นจริง ๆ มันเพิ่งจะหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีได้
เพียงเล่มเดียวเท่านั้น”
“รอดูกันไปเถอะ” ชายชราโบกมือตัดบท สีหน้าเต็มไปด้วยความ
เชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น
เทพปิศาจหนุ่มใบหน้าเคลือบแคลงสงสัยไม่คลาย มันรู้สึกว่า
จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของตาเฒ่าสมควรไม่เรียบง่ายเพียงเท่านั้น แต่ไม่ว่า
จะอย่างไรก็ไม่อาจค้นพบร่องรอยใดจากใบหน้าของอีกฝ่ายได้เลย
จั่วม่อไม่ล่วงรู้เรื่องราวภายนอก มันรั้งอยู่ภายในบ่อน้าศาสตรามารที่
เช่าเอาไว้ จมอยู่กับการหลอมสร้างศาสตรามารนภา
มองดูเศษซากศาสตรามารที่กระจัดกระจายอยู่ภายในบ่อน้า ต้องสั่น
ศีรษะพลางฝืนยิ้มขื่น “ศาสตร์งานฝีมือศาสตราทบซ้อนนี้ใช่ว่าจะประสบ
ความสำเร็จทุกครั้ง เช่นนี้เป็นว่าคราวที่แล้วข้าโชคดีอย่างแท้จริง”
แต่ละครั้งที่ล้มเหลว จะหมดเปลืองศาสตรามารด่านเจียงไปสิบชิ้น
หลังจากล้มเหลวไปหลายหน จำนวนศาสตรามารด่านเจียงที่จั่วม่อมีไว้ใน
ครอบครองก็ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย ความสูญเปล่านี้ทำให้จั่วม่อใน
หัวใจมีเลือดหยาดหยด
จั่วม่อเดิมทีเข้าใจว่าตนเชี่ยวชาญศาสตร์งานฝีมือศาสตราทบซ้อนอยู่
พอสมควรแล้ว แต่ทุกครั้งที่ทบซ้อนศาสตราเข้าไปหนึ่งชั้น ความ
ยากลำบากจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ รอจนถึงยามที่ศาสตรามารห้าเล่มหลอม
รวมเข้าด้วยกันแล้ว ศาสตรามารจะกลายเป็นไม่มั่นคงอย่างยิ่ง และโอกาส
ล้มเหลวจะพุ่งทะยานขึ้นทันที กระทั่งปรมาจารย์หลอมสร้างเช่นจั่วม่อยัง
จนปัญญาจะแก้ไข
ศาสตรามารปฐพีเล่มหนึ่งต้องใช้ศาสตรามารด่านเจียงอย่างน้อยสิบ
เล่มเป็นวัตถุดิบ ไม่มีน้อยไปกว่านี้
หลังจากสูญเสียศาสตรามารด่านเจียงไปหลายสิบเล่ม จั่วม่อไม่อาจ
ทนรับความเจ็บปวดใจเช่นนี้ได้อีก ควรทราบว่าศาสตรามารด่านเจียงแต่
ละเล่มมีราคาค่างวดไม่ต่ากว่าสามล้านม๋อเป้ย นี่เท่ากับว่าจั่วม่อหมด
เปลืองไปแล้วเกือบหนึ่งร้อยล้านม๋อเป้ย
หากเป็นตระกูลสูงศักดิ์ที่ร่ารวยล้นฟ้าสักแห่งคงไม่ใส่ใจกระไรนัก แต่
จั่วม่อเจ็บปวดใจยิ่ง
“เหลวไหล นี่เจ้าเข้าใจว่าศาสตรามารปฐพีเป็นของเล่นหรือไร” ผูเยา
กล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
จั่วม่อนิ่งงัน จมลงไปในภวังค์ครุ่นคิด ตั้งแต่ครั้งที่หลอมสร้างหอก
อสรพิษฟ้าสิบแปลงสำเร็จ มันก็เข้าใจว่าคว้าจับความลับของศาสตรามาร
ปฐพีไว้แล้ว ดังนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นต่อการหลอม
สร้างศาสตรามารปฐพีอีกเล่มหนึ่ง ทว่าผลที่ออกมากลับแตกต่างจากที่
คาดการณ์เอาไว้อย่างสิ้นเชิง
หลังจากสูญเปล่าไปเกือบหนึ่งร้อยล้านม๋อเป้ย มันต้องย้อนกลับมา
คิดทบทวนใหม่
ศาสตร์งานฝีมือศาสตราทบซ้อนแม้เป็นวิธีการที่สะดวกง่ายดาย แต่
กลับไม่ใช่วิธีการหลอมสร้างศาสตรามารที่หวังผลได้แน่นอน จั่วม่อพลัน
ตระหนักว่ามันหลงเดินไปในเส้นทางที่ไม่ถูกไม่ควร กลับพึ่งพาศาสตร์งาน
ฝีมือศาสตราทบซ้อนมากเกินไป
ในสายตาของผู้อื่น ศาสตรามารกับอาวุธเวทแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แต่ในความเห็นของจั่วม่อ โดยพื้นฐานแล้วพวกมันไม่มีสิ่งใดแตกต่างกัน
เพียงแต่ชนิดแรกใช้แผนผังปิศาจ ส่วนอีกชนิดหนึ่งใช้ค่ายกลยันต์
ยอดศาสตราอันเลิศล้าในหมู่ศาสตรามารทั้งหลายมีคุณลักษณะที่
เหมือนกันอยู่ประการหนึ่ง นั่นก็คือพวกมันสามารถสำแดงพลังแห่ง
สายเลือดที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายผู้ใช้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ นี่จึงเป็นเหตุผล
ว่าเหตุใดศาสตรามารปฐพีจึงมีคุณค่าที่มิอาจประเมินได้
แกนหลักของมันคือแผนผังปิศาจนั่นเอง แผนผังปิศาจอันสมบูรณ์
พร้อมซึ่งยากจะหาได้จากที่ใดอีก!
หวนนึกถึงสิ่งที่มันเคยศึกษาร่าเรียนมา แผนผังปิศาจนับไม่ถ้วนผุด
ขึ้นในใจจั่วม่อไม่ขาดสาย
จั่วม่อดวงตาเป็นประกายขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งสุกใสแวววาวดุจดวง
ดาราบนผืนฟ้ายามวิกาล
แผนผังปิศาจที่สามารถปลุกพลังแห่งสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาล้วน
แล้วแต่เป็นแผนผังปิศาจอันทรงพลังอำนาจ พวกมันปกติแล้วมักเป็น
แผนผังปิศาจที่ก่อตัวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของเหล่าวัตถุดิบชั้นยอด โดยแท้จริง
แล้วอาจารย์ศาสตรามารทั่วไปเพียงแค่กระตุ้นให้แผนผังปิศาจที่ซ่อนอยู่
ในวัตถุดิบเหล่านี้สำแดงพลังออกมาเท่านั้น
แต่จั่วม่อมีความเข้าใจต่อแผนผังปิศาจอย่างลึกซึ้ง มันทราบว่า
สามารถสลักเสลาแผนผังปิศาจลงไปเฉกเช่นเดียวกันกับค่ายกลยันต์ของ
ศาสตร์งานฝีมือศาสตราทบซ้อนของมันพอบรรลุถึงศาสตรามารชิ้น
ที่ห้า จะเกิดปัญหาความเสถียรลดน้อยลงอย่างมาก แต่ก่อนหน้านั้นอาศัย
การควบคุมอันแม่นยำของจั่วม่อ สามารถรับประกันได้ว่าไม่มีทางล้มเหลว
ศาสตราทบซ้อนของจั่วม่อล้วนล้มเหลวหลังจากผสานรวมชิ้นที่หกขึ้นไป
ทั้งนั้น
ศาสตรามารหลังจากผสานรวมห้าทบ แม้ยังไม่มีพลังถึงขั้นศาสตรา
มารปฐพี แต่หากคิดใช้เก็บกักแผนผังปิศาจอันทรงพลัง กลับทำได้ไม่ยาก
ศาสตรามารด่านเจียงแม้ล้าค่า แต่หากเทียบกับสมบัติวิเศษแห่งฟ้า
ดินเหล่านั้นแล้ว นับว่าราคาย่อมเยากว่ามาก
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้จั่วม่อสามารถผลิตศาสตรา
มารปฐพีได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น
แรงบันดาลใจมากมายท่วมท้นอยู่ในใจ มันนึกถึงกลวิธีหลอมสร้าง
ด้วยน้า นึกถึงวิธีผสานรวมกับค่ายกล นึกถึง… …
จั่วม่อนั่งจมอยู่ข้างบ่อน้าศาสตรามาร วันแล้ววันเล่า เฝ้าแต่ครุ่นคิด
จนเลอะเลือนงมงายราวกับรูปปั้นที่ไม่ไหวติง
จั่วม่อนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้นถึงห้าวันเต็ม
จนถึงวันที่หก ร่างพลันสะท้านขึ้นเฮือกหนึ่ง คล้ายเพิ่งสะท้านตื่นจาก
ห้วงนิทราลึก
จั่วม่อเมื่อตื่นเต็มตา สองตากระจ่างดุจดวงดาว มันเดินวนรอบบ่อน้า
ศาสตรามารอย่างช้า ๆ
เมื่อถึงรอบที่ห้า มันพลันหยุดยั้งลงอย่างกะทันหัน จากนั้นหยิบฉวย
วัตถุดิบกองใหญ่ออกมาจากแหวน เริ่มหลอมแปรสภาพด้วยเพลิงเทพ
สุริยัน ภายใต้เพลิงเทพสุริยันอันเกรียงไกร สินแร่สีดำแปรเปลี่ยนเป็นโลหะ
หลอมเหลวอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงวูบไหวราวกับมีชีวิต
จั่วม่อสิบดรรชนีกรีดกรายดั่งมวลบุปผาบาน ลำแสงหลายสายดุจ
วิหคคืนรัง พุ่งหายเข้าไปในน้าโลหะหลอมเหลว
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!
เห็นตะปูสีดำเล็ก ๆ ร่วงกราวลงมาจากกองเพลิง ทยอยตกลงบนพื้น
บังเกิดเสียงดังสดใสระรัว
ตะปูดำยาวร่วมสามชุ่น ปกคลุมไปด้วยแผนผังปิศาจเล็กละเอียดแน่น
ขนัด
จั่วม่อใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพึงใจ นี่เป็นครั้งแรกที่มันใช้กลวิธีหลอม
สร้างอาวุธเวทเพื่อสลักเสลาแผนผังปิศาจ ผลลัพธ์ดีกว่าที่มันคาดการณ์
เอาไว้มาก
วิธีการนี้เป็นไปได้!
จั่วม่อหน้าแดงก่าด้วยความตื่นเต้นยินดี
มันเหินร่างขึ้นกลางอากาศเหนือบ่อน้าศาสตรามาร ตะปูดำล่องลอย
ขึ้นจากพื้น กระจัดกระจายเข้าสู่พื้นที่ว่างรอบบ่อน้าศาสตรามารอย่าง
แม่นยำ จากนั้นลำแสงต่างสีสันพวยพุ่งออกจากมือของมัน ลำแสงเหล่านี้
พอตกลงถึงพื้นพลันหายวับไป แต่กลับกลายเป็นว่ามีเส้นสีจาง ๆ
หลงเหลืออยู่บนพื้นดิน
ลำแสงยังคงทยอยตกลงมาไม่ขาดสาย เส้นจาง ๆ รอบบ่อน้ายิ่งมายิ่ง
มาก หากมีอาจารย์ศาสตรามารอยู่ที่นี่ พวกมันจะค้นพบอย่างประหลาดใจ
ว่าเส้นสายเหล่านี้ดูคลับคล้ายกับแผนผังปิศาจที่พวกมันรู้จักเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม แผนผังปิศาจเหล่านี้ถูกดัดแปลงแก้ไขจนต่างออกไป
จากสิ่งที่พวกมันคุ้นชิน
ผู้ใดจะคาดคิดได้ ว่าจั่วม่อจะอาศัยโครงสร้างของค่ายกลยันต์ เพื่อ
รังสรรแผนผังปิศาจขึ้นมาชุดหนึ่ง
คลื่นใต้น้าสุดยะเยียบเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการหลอมสร้าง
ศาสตรามาร ทว่าพวกมันโดยมากจะอยู่ลึกลงไปใต้แม่น้า ยากจะเก็บเกี่ยว
มาใช้งาน คลื่นใต้น้าเหล่านี้เย็นเยียบสุดขีด อย่าว่าแต่พวกมันยังยากจะ
บังคับควบคุมเป็นที่สุด ผู้ที่มีพลังปิศาจอ่อนแอหากปล่อยให้ไอเย็นยะ
เยียบเหล่านี้ล่วงล้าเข้ามาในร่าง จะกลายเป็นรูปปั้นน้าแข็งในชั่ว
พริบตาเดียว
มันสีหน้าตื่นเต้นเร้าใจ แรงบันดาลใจมากมายหมุนคว้างอยู่ในใจ
แผนการแปลกพิสดารนับไม่ถ้วนผุดออกมาไม่หยุด มันต้องการทดลองดู
ทั้งหมดในบัดดล
มองดูศาสตรามารด่านเจียงหกสิบเล่มที่อยู่เบื้องหน้า แนวคิดอันบ้า
คลั่งและไม่เคยปรากฏมาก่อนพลันวาบขึ้นในใจ
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้น ก็ไม่อาจระงับยับยั้งได้อีก
เมื่อหลุดออกจากห้วงแห่งการรู้แจ้ง จั่วม่อสมาธิจิตใจทั้งมวลถูก
ครอบงำอย่างสมบูรณ์ด้วยแรงกระตุ้นนี้ มันรู้สึกว่าสมาธิจิตใจของมันไม่
เคยชัดเจนถึงเพียงนี้ และไม่เคยเฉียบไวถึงเพียงนี้มาก่อย ทันทีที่แนวคิด
ผุดขึ้น สมาธิจิตใจก็มันคล้ายสามารถขัดเกลาแนวคิดจนเสร็จสมบูรณ์ด้วย
ตัวเอง ไม่ชักช้า ไม่ยุ่งยาก ความสุขสบายที่บังเกิดขึ้นทำให้มันลิงโลดยินดี
จนแทบครางออกมา!
โดยไม่รีรอลังเล มันบันทึกรายการวัตถุดิบทั้งหมดที่ต้องการด้วย
ความเร็วอันน่าตระหนก จากนั้นโยนให้เจ้าถั่วงอกที่ยืนอยู่ข้างประตู
เสร็จแล้วมันก็หาได้หยุดยั้งรอรีอันใดไม่ เริ่มต้นหลอมสร้างในบัดดล
บรรดาศาสตรามารถูกโยนลงไปในบ่ออย่างรวดเร็ว
เจ้าถั่วงอกยืนเฝ้าอยู่ข้างประตู เบื่อหน่ายจนแทบหลับใหลไปหลาย
ครั้งแล้ว มันที่เฝ้าอยู่ข้างประตู ก็เพื่อรอรับคำสั่งในยามที่ท่านปรมาจารย์มี
ธุระจะใช้งานมัน
มันพอได้รับมอบหมายหน้าที่ ต้องลิงโลดยินดีสุดระงับ พยายาม
ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่ว่าท่านปรมาจารย์จะได้สั่งการมันได้ทุกขณะจิต
ทว่าสังขารปิศาจของมันอ่อนด้อยเกินไป มิหนำซ้าสมาธิจิตใจยังไม่ได้
กล้าแข็งนัก หลังจากเฝ้ารออยู่สามวันมันก็สุดจะทานทนอีกต่อไป มันเหี่ยว
เฉาราวกับมะเขือถูกแช่แข็ง หาวหวอดเป็นระยะ
ทันใดนั้นแสง ลำแสงสายหนึ่งแล่นวาบออกมาจากด้านใน แล้วตกลง
ในมือของมัน
เจ้าถั่วงอกสะท้านขึ้นทั้งร่าง รีบตะเกียกตะกายขึ้นมา
ท่านปรมาจารย์มีเรื่องใช้งานมันแล้ว
เมื่อเห็นใบรายการที่อยู่ในมือ พลันเข้าใจทันทีว่าท่านปรมาจารย์
ต้องการวัตถุดิบบางอย่าง
มันคึกคักขึ้นอักโข ท่านปรมาจารย์ได้บอกกล่าวต่อศาลาสมบัติหา
ยากไว้ล่วงหน้าแล้ว มันสามารถไปหยิบฉวยเอาจากศาลาสมบัติหายากได้
เท่าที่ต้องการ หรือหากเป็นวัตถุดิบระดับต่า มันจะไปซื้อหาที่ตลาดในเมือง
แต่รอจนเจ้าถั่วงอกกวาดตามองใบรายการอย่างละเอียด คนคล้าย
ตะลึงงันอยู่กับที่ ตัวแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน ปากอ้าตาค้างจนหุบปากไม่ลง