สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 710 แบบฉบับหลอมสร้างอันอึกทึกครึกโครม
(ตอนปลาย)
เหล่าวัตถุดิบซึ่งมีค่าควรเมืองกองเป็นภูเขาเลากาอยู่ด้านนอกบ่อน้า
ศาสตรามารชั้นสวรรค์ แสงประกายอันเจิดจรัสสาดส่องไปทั่วบริเวณ
แม่น้านรกใต้พิภพ ทุกผู้คนที่ชมดูภาพอันงามตระการนี้แทบลืมหายใจโดย
ไม่รู้ตัว
ทั่วทั้งเมืองปู้โจวตะลึงลานแล้ว!
ผู้คนนับไม่ถ้วนเพื่อชมดูภาพที่ชั่วชีวิตยากจะพบพานนี้ พากัน
เบียดเสียดเข้าสู่แม่น้านรกใต้พิภพอย่างเนืองแน่น แม่น้านรกใต้พิภพซึ่ง
ปกติแล้วเงียบสงบไร้ผู้คน ยามนี้แน่นขนัดไปด้วยทะเลผู้คนละลานตา
แสงประกายของสองร้อยล้านม๋อเป้ยบาดตาน่าดูชม ผู้คนได้แต่อ้า
ปากค้างกันถ้วนหน้า
นอกจากนี้ยังมีผู้ที่คิดอาศัยความวุ่นวายของฝูงชนแอบลอบเข้าไป
ฉวยโอกาส แต่ผู้คุ้มกันทั้งสามร้อยคนของศาลาสมบัติหายากเฝ้าระวัง
อย่างเข้มงวด ผู้คุ้มกันเหล่านี้มีสีหน้าเย็นชา แผ่ซ่านกลิ่นอายอันตรายสุด
ขั้วออกมา ผู้ที่ล่วงรู้เรื่องราวทางโลกอยู่บ้างล้วนสามารถบอกได้ว่านี่เป็น
กองกำลังชั้นยอด ยิ่งไปกว่านั้น ทังเฉินเมื่อทราบเรื่องก็ส่งกองทหารมาช่วย
ดูแลความสงบเรียบร้อยเช่นกัน
ต่อหน้าการคุ้มกันอันแน่นหนาถึงเพียงนี้ เหล่าผู้ที่บังเกิดจิตคิดละโมบ
ได้แต่ถลึงตามองอยู่ไกล ๆ อย่างเศร้าเสียดาย
ข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแพร่สะพัดไปดุจไฟลามทุ่ง นำมาซึ่งการ
วิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงในแดนปิศาจ
คนส่วนใหญ่เพียงมองเห็นเป็นเรื่องบันเทิงใจ ในสายตาของผู้คน
จำนวนมาก เซียวอวิ๋นไห่ที่ประกาศก้องอย่างมากมีสีสันว่าจะหลอมสร้าง
ศาสตรามารปฐพีอีกเล่มหนึ่ง เป็นเพราะมันไม่รู้จักประมาณตน ยามนี้ยัง
แสร้งก่อให้เกิดความอึกทึกครึกโครมใหญ่โต กระทั่งหลายคนที่เคยมี
ความเห็นเป็นกลาง ยามนี้ยังอดไม่ได้กลายเป็นไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อมัน
ทว่าไม่มีผู้ใดคาดคิด การกระโจนเข้ามาร่วมวงของบุคคลสองคน
กลับก่อกวนให้เรื่องราวที่เดิมทีผู้คนเพียงเฝ้าชมดูความสนุกสนาน พลันไต่
ระดับขึ้นไปถึงสุดยอดความร้อนแรงเป็นประวัติการณ์!
ปรมาจารย์ศาสตรามารป๋อฉิงอัน! ปรมาจารย์ศาสตรามารเหยียน
ม่าน!
ต่างจากเซียวอวิ๋นไห่ซึ่งเพียงเริ่มจะมีชื่อเสียงขึ้นมา สองปรมาจารย์คู่
นี้คร่าหวอดมานานปี พวกมันเป็นหนึ่งในบรรดาสุดยอดปรมาจารย์
ศาสตรามารแห่งยุคปัจจุบัน เป็นแบบอย่างของเหล่าอาจารย์หลอมสร้าง
นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรมาจารย์ป๋อฉิงอัน ท่ามกลางบรรดา
ปรมาจารย์ศาสตรามารทั่วแดนปิศาจ มันเป็นหนึ่งในปรมาจารย์เพียงสาม
คนซึ่งหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีสำเร็จถึงสองเล่ม!
ในด้านของการหลอมสร้างศาสตรามาร มันถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จ
เด็ดขาด สองปรมาจารย์คู่นี้คือผู้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมอาจารย์ศาสตรามาร มี
ศักดิ์ฐานะสูงส่งเทียมฟ้า
“สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก” ผู้ดูแลแม้สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตาทอแวว
หวาดวิตก
“อ้อ” พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนจิบน้าชาอย่างเอื่อยเฉย สีหน้าสงบ
เยือกเย็น “เลวร้ายถึงขั้นใด?”
“อาคันตุกะของร้านเราส่งจดหมายมาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็น
จำนวนมาก มีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งที่รอการยืนยัน แต่ลูกค้ากลับ
ประวิงเวลาเอาไว้ก่อน เห็นได้ชัดว่าพวกมันมีข้อกังขา” ผู้ดูแลรายงานด้วย
เสียงเบาต่า
“อ้อ แล้วมีสิ่งใดอีก บอกกล่าวมาทีเดียวให้หมดสิ้น” พ่อบ้านปิศาจวัย
กลางคนกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ
“เมื่อคืนที่ผ่านมา อาจารย์ศาสตรามารสิบห้าคนขอลาออก พวกมัน
ถูกสมาคมอาจารย์ศาสตรามารเรียกไปสอบสวนอย่างรุนแรง” ผู้ดูแลสุ้ม
เสียงเริ่มทอแวววิตกกังวลเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนรอยยิ้มเลือนหายไปทันควัน มันยืดตัวตรง
กล่าวด้วยเสียงลึกว่า “สมาคมอาจารย์ศาสตรามารไฉนสอดมือเข้า
แทรกแซง?”
“อาจเป็นเพราะท่าทีของป๋อฉิงอันกับเหยียนม่าน บรรดาอาจารย์
ศาสตรามารคนอื่น ๆ ก็เริ่มพากันลังเลใจไม่น้อย หากมิใช่ว่าหลายปีมานี้
เราปฏิบัติต่อพวกมันด้วยดี เกรงว่าผู้ที่ออกไปคงไม่ใช่เพียงนี้เท่านั้น”
ผู้ดูแลคอยสังเกตสีหน้าพ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนอย่างระมัดระวัง
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนนิ่งเงียบงันไปนาน
ในตอนแรกเริ่ม สมาคมอาจารย์ศาสตรามารเป็นเพียงองกรค์ที่หลวม
คลายชนิดหนึ่ง ริเริ่มโดยปรมาจารย์ศาสตรามารไม่กี่ท่าน ด้วยการชี้นำ
ของชนชั้นปรมาจารย์ พวกมันสร้างระบบและโครงสร้างที่สมบูรณ์ขึ้นมาที
ละน้อย จัดรวมข้อมูลรายละเอียดของศาสตรามารและให้บริการอื่น ๆ อีก
มากมาย ชั่วระยะเวลาหนึ่งพวกมันมักเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
เป็นประจำ ทั้งยังจัดให้มีการเรียนการสอน รวมทั้งจัดหาวัตถุดิบ
หลากหลายชนิดขายให้แก่สมาชิกในราคาย่อมเยา ช่วยให้สมาชิกได้ขาย
ศาสตรามารที่หลอมสร้างขึ้นด้วยกำไรที่มากกว่า
ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ สมาคมอาจารย์ศาสตรามารจึงเติบโตอย่างเร็ว
รี่ รับสมาชิกเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว การประเมินของทางสมาคมได้รับ
ความเชื่อถือสูงมากจากขุมกำลังทั้งหลาย สมาคมยิ่งมายิ่งเติบโตอย่างไม่
หยุดยั้ง กลับกลายเป็นขุมกำลังที่ทรงอำนาจอิทธิพลในไม่ช้า ถึงตอนนี้
ตลาดศาสตรามารระดับสูงกว่าครึ่งอยู่ในกำมือของพวกมัน
นี่เป็นจำนวนอันน่าสะพรึงกลัว และที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงยิ่งไปกว่า
นั้น คืออิทธิพลของพวกมันที่มีต่อบรรดาอาจารย์ศาสตรามารทั่วหล้า
นับว่าไร้ผู้เทียบเทียม
สำหรับธุรกิจการค้าแห่งหนึ่ง การสูญเสียคำสั่งซื้อไม่กี่รายไม่ใช่เรื่อง
ใหญ่โตอันใด ทว่าการสูญเสียอาจารย์ศาสตรามารจำนวนมากกลับเป็นอีก
เรื่องหนึ่งแล้ว นี่เพียงพอจะสั่นคลอนรากฐานของพวกมัน ธุรกิจร้านค้า
หากไม่มีแหล่งสินค้าที่มั่นคง จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความ
น่าเชื่อถือของพวกมันอย่างใหญ่หลวง
ดังนั้นพ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนพอฟังว่าพวกมันสูญเสียอาจารย์
ศาสตรามารไปจำนวนหนึ่ง จึงไม่อาจนั่งนิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อีก
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนถึงกับสีหน้าแปรเปลี่ยน มันนึกไม่ถึงว่า
สมาคมอาจารย์ศาสตรามารจะสอดมือเข้ายุ่งเกี่ยว เหล่าอาจารย์ศาสตรา
มารที่ตีจากศาลาสมบัติหายาก เห็นได้ชัดว่าสืบเนื่องมาจากความไม่พอใจ
ของสมาคมอาจารย์ศาสตรามารเอง
มันทราบกระจ่างแก่ใจว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
ตัวบัดซบสมาคมอาจารย์ศาสตรามารที่มุ่งเป้าโจมตีเซียวอวิ๋นไห่ ก็
เนื่องเพราะเซียวอวิ๋นไห่ไม่ใช่สมาชิกของพวกมัน วิถีทางดำเนินงานของ
สมาคมอาจารย์ศาสตรามารในยามนี้แตกต่างจากในยุคเริ่มแรก เนื่อง
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนเผยอยิ้มเยาะหยัน เปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอาย
เย็นเยียบ
ศาลาสมบัติหายากไม่เคยข้ามหน้าข้ามตาหรือระรานสมาคมอาจารย์
ศาสตรามารแม้แต่ครั้งเดียว มันจึงนึกไม่ถึง สมาคมอาจารย์ศาสตรามาร
กระทั่งถามไถ่สักคำยังไม่เคยเอ่ยปาก แต่กลับกระโจนเข้ากัดพวกมัน
โดยตรง!
เหล่าปรมาจารย์บัดซบที่ยอมศิโรราบต่อการล่อลวงของม๋อเป้ย!
เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนคิดคำนวณผลกำไร
ขาดทุนเสร็จสิ้น หากคราครั้งนี้มันยอมอ่อนข้อให้แก่สมาคมอาจารย์
ศาสตรามาร แม้ว่าในระยะสั้นยังคงได้กำไรจำนวนหนึ่ง แต่ต่อไปในภาย
ภาคหน้า มันจะต้องตกอยู่ในอุ้งมือของอีกฝ่ายตลอดไป
แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ไยไม่ทุ่มเดิมพันลงข้างเซียวอวิ๋นไห่เล่า!
“ไป นำสินค้าตามในใบรายการอีกชุดหนึ่งส่งไปยังเซียวอวิ๋นไห่
อย่าได้ชักช้า” พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนกล่าวเสียงเย็นเยียบ
ผู้ดูแลสะท้านขึ้นทั้งร่าง “แต่ปรมาจารย์เซียวอาจไม่ได้ต้องการอีก…
…”
“เช่นนั้นก็เพียงแค่กองสุมไว้ที่นั่นก็พอ!” ปิศาจวัยกลางคนเน้นเสียง
อย่างเย็นชา “ไปหาเด็กน้อยที่ปรมาจารย์เซียวส่งมาคนนั้น มันเรียกว่าเจ้า
ถั่วงอก ให้มันแจ้งต่อปรมาจารย์เซียว ไม่ว่าต้องการวัตถุดิบอันใด ขอเพียง
ศาลาสมบัติหายากของเรามีอยู่ เราจะไม่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า!”
ผู้ดูแลกำลังจะรับคำด้วยหัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง แต่พ่อบ้านปิศาจ
วัยกลางคนกลับร้องออกมาด้วยน้าเสียงที่เปลี่ยนไป “ไม่ได้ รอประเดี๋ยว
ก่อน!”
ผู้ดูแลค่อยคลายใจลงเล็กน้อย แทบปาดเช็ดน้าตาด้วยความปลาบ
ปลื้ม… ต้าเหรินยังไม่สูญเสียสติสัมปชัญญะ!
“ยังไม่พอ เจ้าจงแจ้งไปยังร้านสาขาทุกแห่ง พวกมันจะต้องเลือกเฟ้น
วัตถุดิบที่เลิศล้าที่สุดในร้านของพวกมันสามชนิด จัดผู้คุ้มกันที่ฝีมือดีที่สุด
นำส่งมาโดยเร็วที่สุด พวกมันพอมาถึง ให้กองสิ่งของทั่งหมดไว้ที่หน้าบ่อ
น้าศาสตรามารชั้นสวรรค์! แจ้งต่อปรมาจารย์เซียวว่ามันสามารถใช้ทุก
อย่างได้เท่าที่พอใจ ข้ามีข้อร้องขอเพียงประการเดียว… ต้องหลอมสร้าง
ศาสตรามารปฐพีให้จงได้!”
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนขบกรามแน่น ใบหน้าสงบราบเรียบแผ่ซ่าน
จิตสังหารออกมาอย่างล้นเหลือ!
… …
… …
เนื่องจากการกระทำอันอึกทึกครึกโครมของศาลาสมบัติหายาก ข่าว
ลือเกี่ยวกับซือกงจื้อค่อย ๆ ซาลงไปเอง
“เหล่าจง! เหล่าฉิน!” ทังเฉินพอเห็นใบหน้าผู้มาเยือนชัดตา อดร้อง
อุทานด้วยความเบิกบานใจไม่ได้
“เจ้ายังคงเหมือนเดิมไม่มีผิด!” จงเวิ่นเทียนจับจ้องมองดูทังเฉิน สอง
ตาทอแววลิงโลดยินดีวูบหนึ่ง ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าพวกมันเคยคบหาสมาคม
กันในวัยหนุ่ม ร่วมพเนจรไปสุดหล้าฟ้าเขียว ร่วมเป็นร่วมตายนับครั้งไม่
ถ้วน เพาะสร้างเป็นความสัมพันธ์ฉันท์สหายร่วมตาย
ฉินหมิงเองก็แย้มยิ้ม กล่าวอย่างเบิกบานใจว่า “นอกจากตี๋ไสว้แล้ว
ทุกคนล้วนอยู่กันพร้อมหน้า” สุ้มเสียงของมันสุภาพอ่อนโยน คนยังหล่อ
เหลาปานเทพบุตร
สหายเก่าพบหน้าอีกหน ชวนให้ผู้คนบังเกิดอารมณ์หวนรำลึก
วุ่นวายอยู่เป็นครู่ใหญ่ พวกมันค่อยทรุดกายลงนั่ง ซือกงจื้อนั่งลงเป็น
คนสุดท้ายอย่างเรียบ ๆ ร้อย ๆ จงเวิ่นเทียนและฉินหมิงแม้เป็นบริวาร
ของตี๋ไสว้ แต่ตี๋ไสว้ปฏิบัติต่อพวกมันดุจพี่น้องร่วมอุทร ซือกงจื้อเติบใหญ่
ขึ้นมาภายใต้สายตาของพวกมันเอง ใกล้ชิดสนิมสนมยิ่งกว่าอาหลานทั่วไป
อีก
ทันใดนั้นเอง หัวหน้าพ่อบ้านตระกูลทังผลุนผลันเข้ามาอย่างเร่งร้อน
ก้มลงกระซิบข้างหูของทังเฉิน
ทังเฉินดวงตาทอประกายวาบ จากนั้นเห็นทุกคนพากันหันมามองดู
มัน จึงยิ้มพลางอธิบายว่า “ศาลาสมบัติหายากกับสมาคมอาจารย์ศาสตรา
มารเริ่มประลองกำลังกันแล้ว”
“สมาคมอาจารย์ศาสตรามาร!” ฉินหมิงดวงตาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
สุ้มเสียงสุภาพอ่อนโยนแฝงจิตสังหารอันแรงกล้า “พวกมันล้วนมิใช่ตัวดี”
ทังเฉินงงงันวูบ “เป็นไร?
?”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด” ฉินหมิงโบกมือ กล่าวอย่างไม่เห็นสำคัญ
“มีอยู่ครั้งหนึ่ง พวกเราต้องการศาสตรามารจำนวนหนึ่งเป็นการด่วน พวก
?” ทังเฉินถามอย่างสนอกสนใจ
“ฮ่าฮ่า ไม่มีใด จากนั้นเหล่าจงก็ไปเยี่ยมเยือนพวกมันรอบหนึ่ง เข่น
ฆ่ายอดฝีมือด่านเจียงของพวกมันรวดเดียวสิบสองคน ก่อนที่พวกมันจะ
หวาดกลัวจนหัวหด ยินยอมขายศาสตรามารให้แก่เราแต่โดยดี” ฉินหมิง
เล่าพลางหัวร่อเบา ๆ
จงเวิ่นเทียนแหงนหน้าหัวร่อดังสนั่น
ทังเฉินใจหายวาบ