สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 715 จักรพรรดิแห่งศาสตรามาร
อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องทนลำบากลำบน แต่ก็ไม่มีผู้ใดบ่นว่าตำหนิ นี่
เป็นฉลามเวหาที่เสริมเพิ่มเข้ามาในเส้นทางสัญจรหลักเป็นการชั่วคราว
ฉลามเวหาที่ถูกเสริมเข้ามาในลักษณะนี้มีมากกว่าสามร้อยเที่ยวบิน
ทั้งหมดล้วนมีจุดหมายปลายทางแห่งเดียว นั่นก็คือเมืองปู้โจว แต่กระนั้น
แม้จะเพิ่มฉลามเวหาเข้ามาอีกกว่าสามร้อยเที่ยว เพียบพร้อมไปด้วย
ขีดจำกัดในการบรรทุกผู้คนอันมหาศาลถึงเพียงนี้แล้ว กลับยังไม่เพียงพอ
จะสนองตอบต่อการไหลบ่ามาอย่างบ้าคลั่งของฝูงชนทั่วแดนปิศาจได้
ฉลามเวหาแต่ละตัวอัดเต็มไปด้วยผู้คนจนถึงขีดจำกัดสูงสุด ไม่ว่า
บ้านพักส่วนตัวหรือที่พักชั้นเลิศอันใดล้วนถูกยกเลิกไปหมดสิ้น ทุกซอกทุก
มุมภายในตัวฉลามเวหาเต็มไปด้วยผู้คน แต่ถึงแม้ว่าจะต้องทนลำบากกับ
สภาพอันเลวร้ายเช่นนี้ พวกมันกลับยังต้องจ่ายราคาค่าโดยสารเป็นสอง
เท่า
ชุยอานนับว่าโชคดีอยู่บ้าง เพื่อจับจองที่ว่างในฉลามเวหาเที่ยวนี้ มัน
พึ่งพาสายสัมพันธ์ของสหายรักผู้หนึ่งจนได้มาซึ่งตั๋วโดยสารอย่างลำบาก
ยากเย็น
นับว่าโชคดีกว่าผู้คนจำนวนมากที่ต้องอาศัยพาหนะปิศาจขนาดเล็ก
ตรากตรำเดินทางทั้งวันทั้งคืน ข้ามขุนเขาแม่น้าเร่งรุดสู่เมืองปู้โจวอย่างไม่
คิดชีวิต คนเหล่านี้มุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกันดุจฝูงมดคืบคลาน ไหลบ่า
ไปยังเมืองปู้โจวโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย
แดนปิศาจยามนี้เดือดพล่านไปทั่วทุกแว่นแคว้น เนื่องเพราะ
ปาฏิหาริย์ประการหนึ่ง
ศาสตรามารปฐพีสี่ชุด ทั้งยังมีสุดยอดศาสตรามารซึ่งยังไม่อาจระบุ
แน่ชัดว่าเป็นระดับชั้นใดอีกหนึ่งชิ้น ทั้งหมดนี้ถูกหลอมสร้างขึ้นพร้อมกัน
ในคราวเดียว ปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ทำให้ทั่วหล้าต้องสะท้านสะเทือน!
ข่าวคราวเรื่องปาฏิหาริย์ที่ไม่อาจเข้าใจได้นี้แพร่สะพัดไปทั่วทุกซอก
ทุกมุมในแดนปิศาจดุจไฟลามทุ่ง ก่อนเซียวอวิ๋นไห่ กระทั่งหลอมสร้าง
ศาสตรามารปฐพีสองชิ้นพร้อมกัน ยังไม่เคยมีปรมาจารย์ศาสตรามารท่าน
ใดเคยทำได้มาก่อน ไม่เคยมี!
สี่ศาสตรามารปฐพี!
มิผิด เป็นสี่ศาสตรามารปฐพีอย่างไม่มีผิดพลาด ศาสตรามารทั้งสี่
ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากศาลาสมบัติหายาก พวกมันไม่
ว่าเล่มใดก็ล้วนแล้วแต่เป็นศาสตรามารปฐพีชั้นเลิศ หลังจากขอความ
เห็นชอบจากปรมาจารย์เซียว ศาลาสมบัติหายากก็เผยแพร่รายละเอียด
เกี่ยวกับศาสตรามารทั้งสี่ต่อสาธารณะชน ในชั่วระยะเวลาอันสั้น ข้อมูล
เหล่านี้แพร่หลายไปยังแดนปิศาจส่วนอื่น ๆ ดุจสายฟ้าแลบ
และแล้วรายละเอียดของศาสตรามารปฐพีทั้งสี่ที่เปิดเผยออกมาให้
ผู้คนได้ล่วงรู้ แทบไม่ต่างอันใดจากการเทน้าร้อนลงในหม้อน้ามันเดือด ทั่ว
แดนปิศาจเดือดพล่านจนแทบระเบิดในบัดดล
ศาสตรามารปฐพีทั้งสี่ล้วนเป็นยอดศาสตราชั้นเลิศ ศาลาสมบัติหา
ยากพอประกาศให้ผู้คนได้รับรู้ บรรดาอาจารย์ศาสตรามารทั่วหล้าก็พากัน
ประเมินค่าพวกมันด้วย แต่ไม่ว่าผู้ใดก็จัดอันดับพวกมันไว้ในทำเนียบ
ศาสตรามารปฐพีห้าสิบลำดับแรก
มีเพียงสมาคมอาจารย์ศาสตรามารที่จัดอันดับศาสตรามารปฐพีทั้งสี่
ไว้ที่ด้านล่างสุด
อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดใส่ใจผลการประเมินของบรรดาตัวตลกจาก
สมาคมอาจารย์ศาสตรามารเหล่านั้นอีก ทุกผู้คนยามนี้พากันฉุกคิดถึง
คำมั่นสัญญาของเซียวอวิ๋นไห่ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า หญ้าไหมย้อนเงา
คืนวิญญาณหนึ่งต้น สามารถใช้แลกกับศาสตรามารปฐพีหนึ่งเล่ม!
หลายคนตบอกกระทืบเท้า ร่าร้องตำหนิตัวเองโง่งม พวกมันไฉนหน้า
มืดตามัว ไม่ยินยอมเชื่อเรื่องนี้ตั้งแต่แรก รอจนถึงยามนี้ ต่อให้เป็นใน
ตลาดมืด ราคาของหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณก็พุ่งขึ้นสูงเทียมฟ้า ทั้งยัง
ไม่มีสินค้าแม้สักต้นเดียว
ทั้งหลายทั้งปวงนี้เอง ชุยอานที่ยอมเสี่ยงเดิมพันด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง
เพื่อไปให้ถึงเมืองปู้โจวให้จงได้ ก็เนื่องเพราะมันถือครองหญ้าไหมย้อนเงา
คืนวิญญาณต้นหนึ่ง!
คนผู้นี้มีพลังฝีมือห่างจากด่านไสว้เพียงครึ่งก้าว การครอบครอง
ศาสตรามารปฐพีเล่มหนึ่งเป็นความใฝ่ฝันชั่วชีวิตของมัน มันเชื่อว่าไม่ว่า
ต้องใช้เวลานานเพียงใด หากมีเวลามากพอ มันย่อมสามารถบรรลุถึงด่าน
ไสว้ได้ในที่สุด แต่ศาสตรามารปฐพีกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ว่ามันจะเพียร
พยายามมากเท่าใด ใช้วิธีการใด ยังไม่อาจครอบครองศาสตราปฐพีได้
ศาสตรามารปฐพีไม่ว่าเล่มใดผู้ถือครองล้วนรักใคร่หวงแหนเท่าชีวิต ไม่มี
ทางมอบให้แก่ผู้อื่นได้โดยง่าย
ดังนั้นเมื่อมันได้ยินคำประกาศของเซียวอวิ๋นไห่ มันแม้ไม่เชื่อถือ แต่ก็
จุดประกายความหวังสายหนึ่ง จึงทุ่มเทเรี่ยวแรงกำลังอย่างสุด
ความสามารถ ในที่สุดได้รับหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณต้นหนึ่ง
รอจนศาสตรามารปฐพีทั้งสี่อวดโฉมแก่โลกหล้า มันลิงโลดยินดีแทบ
คลุ้มคลั่ง รีบมุ่งสู่เมืองปู้โจวในบัดดล
ระหว่างทางมันระมัดระวังตัวอยู่ทุกขณะจิต โดยเฉพาะเมื่อพบพาน
ผู้อื่นที่มีพลังฝีมือทัดเทียมกับมัน คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นเดียวกันกับ
ชุยอาน เป็นยอดยุทธ์โดดเดี่ยวลำพัง ไม่ได้ผูกพันภาระกับตระกูลหรือ
พึ่งพาขุมกำลังใด
พวกมันเหล่านี้มีความปรารถนาต่อศาสตรามารปฐพีอย่างยิ่งยวด
โดยทั่วไปแล้วผู้ที่จะซื้อหาศาสตรามารปฐพีได้มีแต่บรรดาขุมกำลังใหญ่ที่
ทรงอำนาจ ยอดศาสตราเหล่านี้จะไม่มีวันตกสู่ท้องตลาด ยอดยุทธ์
เดียวดายเช่นพวกชุยอานจึงไม่เคยมีโอกาส
สำหรับพวกมัน เมืองปู้โจวอาจนับเป็นโอกาสทองครั้งเดียวในชีวิต!
ชุยอานอดร้อนรุ่มใจไม่ได้ ในบรรดาผู้ที่ร่วมทางมาในฉลามเวหา
เดียวกัน คนทั้งสี่ที่มีพลังฝีมือทัดเทียมกับมัน ใช่ถือครองต้นหญ้าไหมย้อน
เงาคืนวิญญาณเช่นเดียวกันกับมันด้วยหรือไม่?
สำหรับยอดยุทธ์ระดับพวกมัน นอกเหนือจากศาสตรามารปฐพีแล้ว
หากยินยอมลงทุนลงแรงเสียหน่อย ไม่ว่าของวิเศษใดยังพอมีหนทาง
เสาะหามาได้ อย่างเช่นหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณ
ชุยอานลอบหัวร่อเย้ยหยันตัวเอง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีวันที่มันหวาด
วิตกถึงเพียงนี้ มันซึ่งมักทระนงตนว่าไม่ว่าเผชิญกับเรื่องราวใดก็สามารถ
รักษาความสงบเยือกเย็นของตนเอาไว้ได้ นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะถึงกับรู้สึก
หายใจไม่ทั่วท้อง
แต่ถึงที่สุดแล้วมันก็นับเป็นปิศาจอันเข้มแข็งตนหนึ่ง จิตใจเข้มแข็ง
มั่นคง ในไม่ช้าก็สงบใจลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อระงับความพลุ่งพล่านปั่นป่วนในใจได้สำเร็จ ชุยอานเริ่มหันไปรับ
ฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดาอาจารย์ศาสตรามารซึ่งอยู่รอยรอบ
“ปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ นับเป็นปรมารย์ที่มีฝีมือเลิศล้าที่สุดในยุคนี้
ไม่ผิดแน่! ไม่ถูกต้อง ต้องบอกว่าท่านเป็นปรมาจารย์ที่มีฝีมือลึกล้าที่สุดใน
“ยังมีสุดยอดศาสตรามารชิ้นนั้นเล่า? ศาลาสมบัติหายากไฉนไม่
เผยแพร่รายละเอียดของมันออกมาด้วย
อาจารย์ศาสตรามารเสื้อสีฟ้า
เปิดประเด็นสนทนาอันร้อนแรงด้วยสายตาเทิดทูนบูชาสุดเร่าร้อน “เหนือ
ล้ากว่าศาสตรามารปฐพี เช่นนั้นไยมิใช่ศาสตรามารนภา?”
“นั่นมิใช่ศาสตรามารนภา” บุรุษหนุ่มในชุดยาวสีเทาพลันกล่าวด้วยสี
หน้าหนักอึ้ง มันพอเอ่ยปาก ผู้คนล้วนเงียบเสียงลง เปิดโอกาสให้มันกล่าว
สืบต่ออย่างเยือกเย็น “ข้าชมดูชุดภาพมายาในตอนที่ศาสตรามารทั้งห้า
ปรากฏตัวออกมาอยู่หลายรอบ สุดยอดศาสตรามารที่ว่าสมควรเป็นชุด
เกราะสงครามมีปีกที่ท่านปรมาจารย์สวมใส่อยู่ในเวลานั้น”
คนอื่น ๆ พากันเงียบงัน เนื่องเพราะบุรุษหนุ่มชุดเทาเป็นอาจารย์
ศาสตรามารที่รอบรู้ที่สุดและมีฝีมือมากที่สุดในหมู่พวกมัน คนอื่น ๆ นับ
ถือเลื่อมใสมันอย่างลึกซึ้ง
กระทั่งคนชุดสีฟ้าที่เอ่ยปากเป็นคนแรกยังเชื่อถือคำตัดสินของบุรุษ
หนุ่มเสื้อเทาอย่างสนิทใจ มันกล่าวอย่างงุนงง “เหนือกว่าศาสตรามาร
ปฐพี แต่มิใช่ศาสตรามารนภา เช่นนั้นจะเป็นสิ่งใดไปได้เล่า?”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจบอกได้เช่นกัน” บุรุษหนุ่มชุดเทาสั่นศีรษะพลาง
กล่าว “ข้าว่าจะไปยังบ่อน้าศาสตรามารศักดิ์สิทธิ์เพื่อชมดูสักหลายรอบ
อาจบางทีค้นพบเบาะแสอันใดบ้าง”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! พวกเราอย่าได้ลืมไปชมดูบ่อน้าศาสตรามาร
ศักดิ์สิทธิ์นั้น!” ทุกผู้คนพยักหน้าเห็นพ้องต้องกัน
ชุยอานรับฟังถึงตรงนี้ อดกล่าวถามมิได้ “ขออภัยที่รบกวนพี่ท่าน
ทั้งหลาย บ่อน้าศาสตรามารศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งใดกัน?” มันไม่เคยได้ยินนาม
บ่อน้าศาสตรามารศักดิ์สิทธิ์มาก่อน
คนชุดสีฟ้าชิงตอบเป็นคนแรก “นั่นคือบ่อน้าศาสตรามารซึ่ง
ปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ใช้หลอมสร้างศาสตรามารครั้งนี้อย่างไรเล่า! เจ้า
ไม่รู้รึ? บ่อน้าศาสตรามารแห่งนี้ให้กำเนิดศาสตรามารปฐพีสี่เล่ม มิหนำซ้า
ยังมีสุดยอดศาสตรามารที่ว่านั้นด้วย ไม่ทราบเพราะเหตุใด บ่อน้าศาสตรา
มารนั้นได้ตกผลึกอย่างสมบูรณ์ การเตรียมการทั้งหมดของท่านปรมาจารย์
ถูกรักษาเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านปรมาจารย์ออกคำสั่ง
อนุญาตเปิดบ่อน้าศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นให้ผู้คนได้ชมดูโดยไม่หวงแหน”
ชุยอานค่อยเข้าใจในที่สุด
อาจารย์ศาสตรามารอีกผู้หนึ่งทอดถอนพลางกล่าว “ต่อให้ต้องคลาน
ไปยังเมืองปู้โจว ข้าก็ต้องไปชมดูบ่อน้าศักดิ์สิทธิ์นั้นให้จงได้!”
ชุยอานพลันตระหนักถึงปัญหาร้ายแรงประการหนึ่ง เอ่ยถามเสียงสั่น
สะท้าน “นี่ไยมิใช่หมายความว่าผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนกำลังแห่กันมายัง
เมืองปู้โจวด้วย?”
บุรุษหนุ่มเสื้อเทาเหลือบมองชุยอานแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเย็นชา “ไม่
มีอาจารย์ศาสตรามารคนใดจะละทิ้งโอกาสเช่นนี้ได้ หากไม่มีเรื่องเหนือ
ความคาดหมายอันใด บ่อน้าศาสตรามารศักดิ์สิทธิ์นั้นจะกลายเป็นแดน
ศักดิ์สิทธิ์ของบรรดาอาจารย์ศาสตรามารทั่วหล้า!”
คนอื่น ๆ ล้วนผงกศีรษะด้วยสีหน้าเห็นพ้องต้องกัน
รอยยิ้มเจื่อนขมของชุยอานยิ่งขมปร่ากว่าเดิม
ในห้องลับใต้ดินซึ่งมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนาแห่งหนึ่ง
“นี่ยังคงไม่อาจประเมินได้” พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนสั่นศีรษะอย่าง
อ่อนใจ สีหน้าติดจะขมขื่นอยู่บ้าง แต่สุ้มเสียงกลับเต็มไปด้วยความชื่นชม
และอัศจรรย์ใจ มันรวบรวมผู้เชี่ยวชาญอันหลากหลายมาเป็นครั้งที่หก
เพื่อประเมินค่าของชุดเกราะปิศาจซึ่งไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนชุดนี้ ทว่ากลับ
ไม่มีผู้เชี่ยวชาญคนใดสามารถระบุหรือแม้แต่คาดคะเนระดับชั้นของชุด
?
สายตางุนงงสงสัยทุกคู่ พลันหันไปมองผู้ที่ได้ชื่อว่าจักรพรรดิแห่ง
ศาสตรามารอย่างพร้อมเพรียง