สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 716 อาภรณ์ทูตสวรรค์
ซึ่งความจริงจั่วม่อเองก็ไม่แน่ใจอยู่บ้างเช่นกัน
ซึ่งความจริง แม้แต่เพลิงพิภพและกระแสเย็นเยือกก็ถูกตัวอ่อน
ศาสตรามารประหลาดเล่มนี้ดูดกลืนเข้าไปมากกว่าอีกสี่เล่มที่เหลือรวมกัน
เสียอีก
แม้ว่าเจ้าศาสตรามารเล่มนี้จะเป็นตัวประหลาด มันก็เป็นตัว
ประหลาดที่พลังอำนาจยิ่ง
จั่วม่อพยายามใช้งานมันด้วยวิธีการใช้ศาสตรามารทั่วไป แต่ยังมี
ความรู้สึกติด ๆ ขัด ๆ อยู่เสมอ นี่สร้างความงุนงงสงสัยให้แก่มัน แม้ว่า
?
จั่วม่อหันไปทดลองใช้พลังปราณในการขับเคลื่อนศาสตรา น่าแปลกที่มันก็
ใช้งานได้ไม่ต่างกัน เพียงแต่ยังคงมีหลายแห่งที่ไม่ราบรื่นเช่นกัน
ช่างน่าประหลาดเสียจริง!
ยุทธภัณฑ์มารนี้เมื่อสวมใส่เข้ากับร่าง มันจะปรับตัวให้สอดรับกระชับ
ร่างด้วยตัวเอง กลายเป็นคล้ายผิวหนังบาง ๆ ชั้นหนึ่ง คู่ปีกอันสะดุดตานั้น
จะเคลื่อนไหวตามที่ผู้ใช้ต้องการ อย่าให้เห็นว่าพวกมันดูอ่อนนุ่มน่าสัมผัส
แท้ที่จริงแล้วต่อให้เป็นศาสตรามารอันคมกล้ายังยากจะสร้างความ
เสียหายให้แก่พวกมัน นี่น่าแปลกยิ่งไปกว่านั้น จั่วม่อถึงกับทดลองใช้ดาบ
ของ ‘หมาป่าสวรรค์สามหัวโลหิตน้าแข็ง’ ตัดเฉือนใส่คู่ปีกนั้นตรง ๆ แต่
หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน มันกลับรักษาตัวเองจนกลับสู่สภาพเดิม ไม่
หลงเหลือร่องรอยใด ๆ ไว้แม้แต่รอยขีดข่วน
เรื่องนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องอ้าปากค้าง
จั่วม่อพอเห็นทุกผู้คนในห้องหันมามองมันเป็นตาเดียว ได้แต่ฝืนยิ้ม
ขมขื่น แบสองมือ “ข้าก็บอกไม่ได้เช่นกัน”
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนสายตาร้อนแรง รีบกล่าวอย่างอดรนทน
ไม่ได้ “ท่านปรมาจารย์ ของสิ่งนี้ไม่ทราบว่าตั้งราคาไว้เท่าใด โปรดบ่งบอก
มาเถอะ ยุทธภัณฑ์มารชุดนี้… …”
จั่วม่อโบกมือ “ไม่ต้องกล่าวอีกแล้ว ข้าจะไม่ขายยุทธภัณฑ์มารชิ้นนี้”
แม้ว่าจะคาดเดาคำตอบไว้ล่วงหน้า พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนยังอด
ผิดหวังอยู่บ้างไม่ได้ แต่มันรีบปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ว่า “เช่นนั้นท่านปรมาจารย์โปรดประทานนามเถิด เหลือแต่สิ่งนี้แล้วที่ยัง
ไม่มีชื่อของมัน”
“ของสิ่งนี้แปลกประหลาดอยู่บ้าง” จั่วม่อขบคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะ
กล่าว “เช่นนั้นเรียกมันว่า ‘อาภรณ์ทูตสวรรค์’ เถอะ”
“นามอันประเสริฐ!” พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนโห่ร้องชมเชย แต่สี
หน้าแปลกพิกลอยู่บ้าง
จั่วม่อเหลือบมองพ่อบ้านปิศาจแห่งศาลาสมบัติหายากผู้นี้แวบหนึ่ง
คราครั้งนี้ผู้อื่นกระทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยสนับสนุนมัน แม้ว่าจะมีเหตุผล
เคลือบแฝง แต่ในยามนี้ก็เป็นที่ชัดเจนว่าพวกมันเป็นพันธมิตรอันแน่น
แฟ้น จึงกล่าวว่า “เจ้าเลือกหนึ่งในสี่ศาสตรามารปฐพีเถอะ ที่หลงเหลืออีก
สามให้นำไปแลกเปลี่ยนกับหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณให้แก่ข้า”
พ่อค้าปิศาจวัยกลางคนสีหน้าปลาบปลื้มยินดี รีบกล่าว “ข้าเลือก ‘ตัว
เหลือบสีน้าเงิน’!”
จั่วม่อยิ้มพลางกล่าว “เจ้ามีสายตาไม่เลว”
‘ตัวเหลือบสีน้าเงิน’ อาวุธยาวเพียงหนึ่งเดียวในบรรดาศาสตรามาร
ปฐพีทั้งสี่ ศาสตรามารปฐพีทั้งสี่ชุดนี้มีคุณลักษณะพิเศษที่ไม่มีผู้ใดเสมอ
เหมือน นั่นคือพวกมันล้วนถือครองคุณสมบัติสองประการ นี่เป็นเพราะ
พวกมันถูกหลอมสร้างด้วยเพลิงพิภพและกระแสเย็นเยือกของแม่น้านรก
ใต้พิภพ และนี่อาจเป็นเหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้ศาสตรามารปฐพีแต่
ละชุด แบ่งแยกออกมามากกว่าหนึ่งเล่ม แต่สำหรับ ‘ตัวเหลือบสีน้าเงิน’
มันเป็นศาสตรามารเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มนี้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นศาสตรา
มารเล่มเดียว แต่ถึงจะเป็นเพียงหอกยาวเล่มเดียว กลับเพียบพร้อมไปด้วย
คุณสมบัติทั้งไฟและน้าแข็งเฉกเช่นเดียวกันกับอีกสามเล่มที่เหลือ ดังนั้น
นับเป็นศาสตรามารที่ดีที่สุดในหมู่ศาสตรามารปฐพีกำเนิดใหม่ทั้งสี่
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนยิ้มอย่างเฉิดฉัน “ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าก็ไม่
อาจรับของสิ่งนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ วัตถุดิบชุดที่ส่งเข้าไปนั้นมีราคาค่า
งวดเพียงสองร้อยล้านม๋อเป้ย น้อยกว่ามูลค่าของศาสตรามารปฐพีชั้นยอด
เล่มหนึ่งมาก และในเมื่อวัตถุดิบในหีบทองคำถูกส่งมาแล้ว หากจะให้นำ
พวกมันกลับไปเกรงว่าจะยากลำบากอยู่บ้าง ดังนั้นทั้งหมดขอกำนัลให้แก่
ท่านปรมาจารย์แล้ว ท่านปรมาจารย์หากมีผลงานใหม่ ๆ เพียงกรุณา
แบ่งปันให้แก่ศาลาสมบัติหายากเราสักชิ้นสองชิ้นก็พอ”
จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยน วัตถุดิบในหีบทองคำสีเข้มไม่ว่าชิ้นใดก็ล้วน
แล้วแต่หายาก แต่ละชิ้นมีค่าควรเมือง อีกฝ่ายกลับใจกว้างมอบให้แก่มัน
ทั้งหมดโดยไม่เสียดาย กระบวนท่านี้น่าตื่นตะลึงยิ่ง
จั่วม่อขบคิดชั่วครู่ จากนั้นกล่าวว่า “หากต่อไปข้ามีผลงานอื่น ให้เจ้า
เลือกก่อนสองชิ้นโดยไม่ต้องควักกระเป๋าอีก”
พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนแย้มยิ้มสว่างจ้า “ขอบคุณท่านปรมาจารย์
ขอบคุณท่านปรมาจารย์!”
วัตถุดิบเหล่านั้นศาลาสมบัติหายากเฝ้าสั่งสมมานานปี เมื่อส่งมอบ
ออกไปมันมิใช่ว่าไม่เจ็บปวดใจ แต่หากใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อแลกกับการสาน
ไมตรีต่อจักรพรรดิแห่งศาสตรามารผู้มีฝีมือเลิศล้าที่สุด ก็นับเป็นการค้าที่
ทำกำไรอย่างงามแล้ว แต่มันนึกไม่ถึงว่าปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่จะถึงกับ
รับปากมอบศาสตรามารปฐพีให้แก่มันอีกสองชิ้น หากเป็นศาสตรามาร
ปฐพีสองชิ้น ก็มีค่ามากพอที่จะแลกเปลี่ยนกับวัตถุดิบเหล่านั้นได้อย่าง
สมน้าสมเนื้อแล้ว!
จั่วม่อยิ้มพลางกล่าว “ต่อไปหากข้ามีเรื่องรบกวนศาลาสมบัติของเจ้า
อี้เหล่าป่านโปรดดูแลข้าด้วย”
จั่วม่อเพิ่งได้ทราบนามของพ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนเมื่อไม่นานมานี้
มันเรียกว่าอี้อัน
อี้อันรีบกล่าวถ่อมตน “ท่านปรมาจารย์เกรงใจเกินไปแล้ว! ชื่อเสียง
ของท่านปรมาจารย์ยามนี้เจิดจรัสดุจอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ไม่มีผู้ใดกล้ารัง
ควานท่านอีกแล้ว!”
วาจาของอี้อันย่อมแฝงความนัย มันเคยเห็นท่าทีที่ตระกูลทังปฏิบัติ
ต่อจั่วม่ออย่างชัดเจน แต่ด้วยชื่อเสียงของปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ในวันนี้
ตระกูลทังไหนเลยจะกล้าปฏิบัติต่อมันเช่นเดิมอีก ต่อให้ประมุขตระกูลทัง
จะเป็นจอมปิศาจด่านไสว้ผู้หนึ่ง แต่ทังเฉินบัดนี้ไหนเลยจะกล้าวาง
อำนาจบาตรใหญ่อันใด
นี่คือศักดิ์ฐานะของจั่วม่อในปัจจุบัน!
จั่วม่อยิ้มอย่างไม่ถือสาหาความ มันแม้ระมัดระวังทังเฉิน แต่หาได้
กลัวเกรงไม่ หากมองในด้านของพลังฝีมือ มหาสมณะจี้เจิ้งที่ถูกมันฆ่าทิ้ง
ในยามนี้จั่วม่อที่เพียงกังวลสนใจต่อการรอคอยหญ้าไหมย้อนเงาคืน
วิญญาณ หาได้ล่วงรู้แม้แต่น้อยไม่ ว่าคราครั้งนี้มันได้ก่อกวนคลื่นลมมหึมา
แทบถล่มทลายเพียงใด!
วิหารเทพปิศาจ
ดวงตาของเทพปิศาจทั้งสองจับนิ่งอยู่ที่ชุดภาพมายาที่ฉายอยู่บนโต๊ะ
นี่เป็นภาพของ ‘อาภรณ์ทูตสวรรค์’!
ภาพมายาชุดนี้พวกมันเสาะหาเพิ่มเติมจากช่องทางอื่น ความคมชัด
ของภาพเหตุการณ์สูงยิ่ง ทุกรายละเอียดสามารถเห็นได้ชัดเจน ทั้งยังมี
ส่วนของเหตุการณ์หลังจากที่จั่วม่อเหินลงมาจากฟากฟ้าดุจเทพสวรรค์
ด้วย
สองเทพปิศาจสีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง พากันจับจ้องภาพ
มายาโดยไม่กะพริบอยู่ตลอดทั้งคืน
“นี่ไม่ใช่ศาสตรามารนภา” เทพปิศาจแรดคำรามออกมา บนใบหน้า
อันเยือกเย็นของมันสองแก้มสูบฉีดด้วยสีเลือดอย่างที่ยากจะพบพาน เป็น
ที่เห็นได้ว่ามันพลุ่งพล่านใจถึงเพียงไหน
“มันคือยุทธภัณฑ์เทพ!” พี่ใหญ่แห่งเหล่าเทพปิศาจสายตาไม่ได้
เหลือบแลทางอื่นแม้สักแวบ ในสุ้มเสียงของมันอาจค้นพบความลิงโลด
ยินดีที่ไม่อาจสะกดเอาไว้ได้ สัญลักษณ์รูปเคียวบนใบหน้าของมันเผยตัว
ออกมาอย่างเต็มที่
“ยุทธภัณฑ์เทพ?”
“เหล่าซัน (เจ้าสาม) บอกว่าตาเฒ่าลึกลับผู้นั้นเคยกล่าวว่าเซียวอวิ๋น
ไห่อาจสามารถหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพ แต่ข้านึกไม่ถึงจริง ๆ ว่ามันจะ
ถึงกับหลอมสร้างสิ่งที่ใกล้เคียงกับยุทธภัณฑ์เทพออกมาชิ้นหนึ่งรวดเร็วถึง
เพียงนี้” พี่ใหญ่แห่งบรรดาเทพปิศาจกล่าวช้า ๆ ส่งผลให้สัญลักษณ์รูป
เคียวสีแดงบนใบหน้าของมันคล้ายเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาด
แผ่ซ่านกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวอย่างบอกไม่ถูก
“ใกล้เคียงกับยุทธภัณฑ์เทพ ที่แท้เป็นเช่นนี้” สีหน้าตื่นตะลึงของเทพ
ปิศาจแรดคลายลงเล็กน้อย มันผงกศีรษะ เช่นนี้จึงพอจะยอมรับได้
“นับว่าใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่ง” พี่ใหญ่แห่งเทพปิศาจสีหน้าทั้ง
อัศจรรย์ใจทั้งนิยมชมชื่น มันผุดลึกขึ้นกล่าวอย่างเนิบนาบ “ยุทธภัณฑ์เทพ
เมื่อปรากฏตัว เกรงว่ายุคสมัยแห่งพลังเทพจะมาถึงเร็วเสียยิ่งกว่าที่คาดคิด
ไว้”
เทพปิศาจแรดกล่าวเสียงหนักอึ้ง “เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอัน
ใด”
“ย่อมไม่!” พี่ใหญ่แห่งเทพปิศาจหรี่ตา สุ้มเสียงแหลมคม “เราต้อง
แก้ไขข้อบกพร่องร้ายแรงของพวกเราโดยเร็วที่สุด ขยับขยายให้เร็วกว่านี้
เพื่อช่วงชิงข้อได้เปรียบก่อนที่ศัตรูของเราจะเติบโตกล้าแข็ง แม้ยามนี้พลัง
ที่จำเป็นของพวกมันจะยังไม่ถึงขั้น แต่พวกมันมีรากฐานมั่นคงเข้มแข็ง นี่
หมายความว่าในระยะยาวพวกมันจะกล้าแข็งขึ้นเรื่อย ๆ”
“เราสมควรทำอย่างไร?”
“เราต้องการ ‘อาภรณ์ทูตสวรรค์’ นี่เป็นศาสตรามารที่ใกล้เคียงกับ
ยุทธภัณฑ์เทพมากที่สุดในเวลานี้ เราจำเป็นต้องนำมาศึกษาค้นคว้าดู”
เทพปิศาจผู้มีอำนาจสูงสุดหรี่ตาคมกริบเหมือนใบมีด กล่าวช้า ๆ อย่าง
?”
เทพปิศาจแรดจ้องมองพี่ใหญ่ของเหล่าเทพปิศาจ สุ้มเสียงสงบเยือกเย็น
“เซียวอวิ๋นไห่ในเวลานี้เฉิดฉายดุจดวงตะวัน หากลงมือกับมันอาจจะ
ยุ่งยากอยู่บ้าง”
“ท้ายที่สุดแล้ว นั่นต้องดูว่ากำปั้นของผู้ใดใหญ่โตกว่ากัน” เทพปิศาจ
ผู้ทรงอำนาจที่สุดกล่าวอย่างเย็นชา “ต่อหน้าพลังอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่
ว่าสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่เปราะบางไม่ต่างจากกระดาษ”
… …
จั่วม่อไม่ได้เผยตัว ไม่ออกไปโอ้อวดที่ใด แม้ว่าทุก ๆ วันมันจะได้รับ
เทียบเชิญอันประณีตงดงามจำนวนมหาศาล มันก็ไม่แยแสสนใจแม้แต่
น้อย คราครั้งนี้มันทำกำไรมากมาย นอกจากฝีมือในการหลอมสร้าง
ศาสตรามาร มันยังรู้สึกคล้ายว่าระดับฝีมือทางเวทวิชาของมันรุดหน้าดุจ
ติดปีกบิน
การหลอมสร้างสามารถยกระดับฝีมือในการควบคุมพลังปราณ
ดังนั้นซิวเจ่อที่มีฝีมือทางวิชาหลอมสร้าง จึงมักจะมีความสามารถในการ
ควบคุมพลังปราณอันเด่นล้าด้วย นี่สามารถเห็นได้จากการที่หลายสำนัก
จัดให้วิชาหลอมสร้างเป็นวิชาสำคัญที่เหล่าศิษย์ต้องร่าเรียน
การควบคุมพลังปราณเป็นจุดอ่อนของจั่วม่อมาโดยตลอด แต่
หลังจากสัตย์สาบานต่อป้ายศิลาสุสาน และผ่านการหลอมสร้างที่
กลายเป็นปาฏิหาริย์ในแดนปิศาจครั้งนี้ มันก็รุดหน้าด้วยความเร็วอันน่า
ตระหนก
นอกเหนือจาก ‘ตัวเหลือบสีน้าเงิน’ ที่มอบให้แก่ศาลาสมบัติหายาก
หากว่ากันตามคำประกาศที่มันสัญญาเอาไว้ เท่ากับว่ามันจะได้รับหญ้า
ไหมย้อนเงาคืนวิญญาณเพียงสามต้นเท่านั้น
มันไม่ทราบว่าหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณสามต้นนั้นเพียงพอ
หรือไม่ แต่มันตกลงใจว่าจะหาเวลาหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีมากขึ้น
อีก เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณอีกจำนวนหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น การหลอมสร้างศาสตรามารปฐพีมีประโยชน์ต่อมันนับ
อเนกอนันต์ หากสามารถกระทำได้อีก ฝีมือควบคุมพลังปราณของมันจะ
สูงล้าขึ้นไปอีกขั้น พลังฝีมือของมันก็จะยิ่งกล้าแข็งกว่าเดิม
อย่าว่าแต่เหล่าสมบัติวิเศษหายากที่สั่งสมมานานนับพันปีของศาลา
สมบัติหายากเวลานี้อยู่ในมือของมัน วัตถุดิบชั้นยอดเหล่านี้มอบแรง
กระตุ้นให้แก่มัน ช่วยให้มันบังเกิดความคิดใหม่ ๆ อีกมากมาย
มิหนำซ้ากระบวนการหลอมสร้างก่อนหน้านี้ยังทำให้มันเกิดแรง
บันดาลใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘อาภรณ์ทูตสวรรค์’
มันบังเกิดความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะหลอมสร้างศาสตรามาร
เล่มใหม่