สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 723 บุปผาฟ้าครามอาบหิมะ
ฉวยโอกาสที่ม่านวิกาลคลี่คลุม ขบวนของจั่วม่อลอบออกจากเมือง
ภายใต้การคุ้มกันของเหล่าองครักษ์สังกัดศาลาสมบัติหายากในคืนนั้น
การเดินทางเจ็ดร้อยลี้จะว่ายาวไม่ยาว แต่จะว่าสั้นก็ไม่สั้น เมื่อ
คำนึงถึงความปลอดภัย ทันทีที่ออกจากเมืองพวกมันก็เร่งความเร็วขึ้น
อย่างฉับพลัน ไม่ออมรั้งสงวนกำลังของพาหนะปิศาจ แต่รีบรุดไปด้วย
ความเร็วสูงสุด
จันทราและหมู่ดาวทอแสงสุกสกาว ลมราตรีส่งเสียงหวีดหวิว ผู้คนทั้ง
ขบวนล้วนมีสีหน้าหนักอึ้งเครียดขรึม
หากบอกว่าผู้ใดอยู่ภายใต้การจับตาเฝ้าระวังมากที่สุดในเมืองปู้โจว
ย่อมต้องเป็นปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่โดยไม่มีข้อโต้แย้ง แม้ว่าพวกมันจะ
อาศัยบ่อโลหิตที่ซ่อนลึกอยู่ใต้ตัวตึกเพื่อออกจากเมือง นี่ก็ไม่อาจ
รับประกันได้ว่าพวกมันจะไม่สะกิดความสนใจของผู้คน
จริงดังคาด พวกมันเพียงออกจากเมืองได้สามสิบลี้ ก็สังเกตเห็นผู้คน
ติดตามมา
หัวหน้าผู้คุ้มกันแห่งศาลาสมบัติหายากสีหน้านิ่งเฉย เพียงกล่าวอย่าง
เย็นชา “หน่วยที่สอง สกัดพวกมันไว้!”
ผู้คุ้มกันเจ็ดคนผละออกจากขบวนในทันที โถมทะยานเข้ารับหน้า
ศัตรูที่ติดตามมาเบื้องหลัง ภารกิจของพวกมันมิใช่หวังเข่นฆ่าศัตรูให้สิ้น
ซาก แต่เป็นการถ่วงเวลาคนเหล่านั้น
หัวหน้าผู้คุ้มกันเหลือบมองจั่วม่อ เห็นปรมาจารย์เซียวอวิ๋นไห่ยังคง
สงบเยือกเย็น ในดวงตาทอแววนิยมยกย่องวูบหนึ่ง จากนั้นมันรั้งสายตา
ผู้คุ้มกันบางคนค่อยระบายลมหายใจโล่งอก ภารกิจหนนี้เต็มไปด้วย
ความกดดันอย่างใหญ่หลวง มากยิ่งกว่าภารกิจใดที่พวกมันเคยเผชิญมา
ทั้งหมด
จั่วม่อกับเขิงเหลียนเอ๋อร์สบตากันวูบ ต่างพบเห็นเค้าเคร่งขรึมจริงจัง
ในดวงตาของฝ่ายตรงข้าม พวกมันแม้เร่งความเร็วขึ้นมาก แต่ไม่อาจสลัด
หลุดจากทุกผู้คน มีอย่างน้อยสามคนยังคงติดตามพวกมันมาอย่างกระชั้น
ชิด!
ชิงฮวาเสวี่ยคล้ายตรวจพบการคงอยู่ของพวกมันเช่นกัน นางมอง
จั่วม่อ ผู้อื่นอาจเข้าใจว่าเซียวอวิ๋นไห่เป็นเพียงปรมาจารย์ศาสตรามารผู้
หนึ่ง มีเพียงนางที่ทราบแน่แก่ใจว่าเซียวอวิ๋นไห่คือเซี่ยวม่อเกอ และเซียว
ม่อเกอก็คือยอดยุทธ์ผู้มีพลังฝีมือสะท้านฟ้าสะเทือนดินผู้หนึ่ง
คล้ายรู้สึกถึงสายตาของชิงฮวาเสวี่ย จั่วม่อแม้ไม่ขยับปาก แต่กลับ
ปรากฏสุ้มเสียงผ่านเข้ามาในใจนางอย่างชัดเจน
‘ศาสตร์วาจาสัมพันธ์ใจ’!
ชิงฮวาเสวี่ยตกตะลึงอยู่บ้าง นางคิดไม่ถึงว่ากระทั่งศาสตร์อสูรที่ลี้ลับ
เช่นนี้ เซี่ยวม่อเกอยังคงล่วงรู้ด้วย
“ด้านหลังเรามีผู้คนสามคนติดตามมา หากเกิดเรื่องอันใดขึ้น ให้เจ้า
ลงมือเป็นคนแรก ระมัดระวังให้มาก พยายามชักนำพวกมันไปยังสถานที่ที่
ไม่มีผู้คน”
ชิงฮวาเสวี่ยพยักหน้ารับน้อย ๆ โดยที่ไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็น นาง
ชาญฉลาดปราดเปรื่อง พลันเข้าใจจิตเจตนาของจั่วม่อในบัดดล ในบรรดา
พวกมันทั้งหมด มีเพียงนางที่สามารถลงมือต่อสู้โดยไม่มีข้อกริ่งเกรง ดังนั้น
นางย่อมกลับกลายเป็นกำลังรบหลัก
นางจิตใจสงบราบคาบ ไม่ตื่นเต้น ไม่ยินดียินร้ายต่อการต่อสู้ฆ่าฟันที่
กำลังจะอุบัติขึ้น หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น ยามนี้อาจเร่งเร้าพลังขึ้นไปถึง
จุดสูงสุด จิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชนร้อนแรง แต่นางยังคงเยือกเย็นคล้าย
กำลังจะไปท่องชมทิวทัศน์กระนั้น
ทันใดนั้นเอง เงาอันตรายสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในทะเลสาบอัน
เงียบสงบในใจนาง
ชิงฮวาเสวี่ยสีหน้าสงบนิ่ง มือขวาจี้ดรรชนีกลับหลัง พลังอสูรที่
ตระเตรียมไว้แต่แรกเผยโฉมออกมามาในบัดดล ลำแสงสีฟ้าครามสายหนึ่ง
พวยพุ่งออกจากดรรชนี ราวกับแพรไหมนุ่มละมุน หมุนคว้างรอบกายนาง
แล้วพุ่งจู่โจมไปทางเบื้องหลังของนางอย่างแยบคาย!
‘เคล็ดบุปผาฟ้าครามแพรไหมรัดพัน!’
หากประมุขตระกูลชิงฮวาอยู่ที่นี่ด้วย มันจะต้องตื่นตะลึงสุดระงับ
‘เคล็ดบุปผาฟ้าครามแพรไหมรัดพัน’ เป็นเคล็ดวิชาลับของตระกูลชิงฮวา
ซึ่งมีแต่แกนนำของตระกูลหลักจึงสามารถฝึกปรือได้ แม้แต่ในตระกูลหลัก
ทุกวันนี้ ผู้ที่สามารถใช้กระบวนท่านี้ยังมีไม่เกินห้าคน และพวกมันล้วน
เป็นผู้อาวุโสที่มีอายุมากกว่าสี่สิบปีทั้งสิ้น!
ชิงฮวาเสวี่ยล่วงรู้กำลังของตนเป็นอย่างดี ทั้งยังตระหนักถึงตำแหน่ง
แห่งที่ของนางอย่างชัดเจน ด้วยการที่เซี่ยวม่อเกอกับพวกยืนค้าประกันอยู่
เบื้องหลังนาง นางไม่จำเป็นต้องออมรั้งยั้งมือแม้แต่น้อย ชั่วพริบตาที่
‘เคล็ดบุปผาฟ้าครามแพรไหมรัดพัน’ สำแดงเดช นางก็ยกมือซ้ายตามติด
ปรากฏค้างคาวสีฟ้าครามตัวหนึ่งบนข้อมือของนาง ค้างคาวตัวนั้นดูน่ารัก
น่าเอ็นดูราวกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ไม่มีกลิ่นอายฆ่าฟันแม้สักส่วนเสี้ยว
‘ค้างคาวบุปผาฟ้าคราม’!
ค้างคาวสีฟ้าครามอ้าปากกว้าง เปล่งเสียงร้องแหลมเล็กออกมา
ทันใดนั้นลำแสงสีฟ้าจางขนาดย่อมสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากปาก
ค้างคาว ภายในรัศมีที่ลำแสงส่องถึง เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
อีกฝ่ายไม่ทันคาดคิดว่าพลังอสูรของชิงฮวาเสวี่ยจะกล้าแข็งถึงเพียง
นี้ เมื่อไม่ทันระวังจึงถูกการโจมตีเข้าอย่างถนัดถนี่ ลำแสงสีฟ้าครามพอ
กระทบถูกร่าง ก็แปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟสีฟ้าครามหนาทึบ เกาะติดแน่น
อยู่บนร่างของคนผู้นั้น ลุกฮือโหมอย่างรุนแรง
คนผู้นั้นคราบปลอมแปลงโฉมสลายหายไป เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่
แท้จริงของมัน
เห็นชุดเกราะสีแดงฉานหลายตำแหน่งถูกบุปผาฟ้าครามปกคลุมเป็น
ชั้น ๆ สารรูปดูทุลักทุเลอยู่บ้าง
ซิวเจ่อ!
เหล่าผู้คุ้มกันของศาลาสมบัติหายากพากันประหลาดใจ พวกมันแม้
ล่วงรู้ว่าซิวเจ่อจะลอบเข้ามาในแดนปิศาจเพื่ออาภรณ์ทูตสวรรค์ แต่ไม่ว่า
ผู้ใดก็คิดไม่ถึงว่าซิวเจ่อจะขวัญกล้าบังอาจถึงเพียงนี้
ในการต่อสู้ระหว่างยอดฝีมือ ความผิดพลาดเพียงเส้นสายใยเดียว
อาจนำมาซึ่งการเพลี่ยงพล้าอย่างไม่มีโอกาสพลิกฟื้น ซิวเจ่อผู้นั้นเมื่อถูก
แสงสีฟ้าครามบีบบังคับให้เผยตัว ‘เคล็ดบุปผาฟ้าครามแพรไหมรัดพัน’
พลันพุ่งเข้ารัดสองขาของมันโดยไร้เสียง แพรไหมสีฟ้าครามบางเฉียบแต่
แกร่งกร้าวผิดธรรมดา เพียะ ชุดเกราะปราณส่วนขาของคนผู้นั้นแตกเป็น
เสี่ยง ๆ ในบัดดล!
เสียงกู่คำรามเกรี้ยวกราดดังสะท้านฟ้า
ลำแสงกระบี่สีน้าเงินระเบิดวาบ พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจพายุลูกเห็บ
เศษน้าแข็งมากมายเหลือคนานับหมุนคว้างอย่างเร่งร้อน ลำแสงสีฟ้าของ
ค้างคาวฟ้าครามถึงกับถูกเศษน้าแข็งเหล่านี้ปิดสกัดเอาไว้
เคล็ดบุปผาฟ้าครามแพรไหมรัดพันที่รัดแน่นอยู่รอบกายอีกฝ่าย
พลันถูกปราณกระบี่ตัดสะบั้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ปกคลุมไปด้วยลวดลายวิจิตรบรรจงหลังหนึ่ง ค้างคาวสีฟ้าครามรั้งอยู่บน
ยอดหอคอยราวกับราชันบนบัลลังก์
‘หอคอยค้างคาว!’
หอคอยสีฟ้าครามเคลื่อนไหวรวดเร็ว พลันครอบใส่พายุสะเก็ดน้าแข็ง
ราวกับกรงเหล็กมหึมากรงหนึ่ง
ไอเย็นยะเยือกจางหายไปในทันที เศษน้าแข็งภายใต้หอคอยสูญสลาย
ไปด้วยระดับความเร็วอันน่าตระหนก
ลู่หานทั้งแตกตื่นทั้งเดือดดาล มันร้อยไม่คิดพันไม่คิด ไม่คิดว่าจะถูก
บีบบังคับจนต้องตกอยู่ในสภาพน่าอเนจอนาถถึงปานนี้ มันปกติทระนงถือ
ดี ไหนเลยจะเคยมีสารรูปทุลักทุเลถึงเพียงนี้มาก่อน?
?
ในข่าวสารที่มันได้รับ ชิงฮวาเสวี่ยผู้นี้หาได้มีความสำคัญอันใด นาง
แม้เคยประมือกับเหล่าต้าแห่งหน่วยองครักษ์ตระกูลทัง แต่ในสายตาของ
ซิวเจ่อกึ่งฝ่านซูเช่นมัน เพียงพลังฝีมือระดับนั้นไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง
ทว่าในไม่ช้า พวกมันยังคงสืบพบข้อมูลโดยละเอียดของชิงฮวาเสวี่ย
ชิงฮวาเสวี่ยถือกำเนิดจากตระกูลสาขาของตระกูลชิงฮวา ดูจากความ
จริงที่ว่านางถูกส่งมาเข้าร่วมคณะทูตของจีลี่อวี่ด้วย เป็นข้อยืนยันว่า
ตระกูลชิงฮวาไม่ได้ให้ความสำคัญกับนาง เหตุที่นางปรากฏตัวอยู่ข้างกาย
เซียวอวิ๋นไห่ ผู้คนล้วนเข้าใจว่าฟงซิ่นจื่อยกนางให้เป็นหญิงรับใช้ของ
เซียวอวิ๋นไห่ ข้อสันนิษฐานนี้ยังเหมาะสมกับตัวตนและศักดิ์ฐานะของนาง
อย่างไรก็ตาม สตรีที่มันเข้าใจว่าเป็นเพียงหญิงรับใช้ กลับไล่ต้อนมัน
จนตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชถึงเพียงนี้
ข้อสรุปแรกที่ผุดขึ้นในใจของลู่หานก็คือ สตรีนางนี้เป็นตัวหมากลับ
ที่ฟงซิ่นจื่อวางเอาไว้!
ทว่าเวลาไม่อนุญาตให้มันขบคิดอีกต่อไป พลังศาสตร์อสูรของฝ่าย
ตรงข้ามดุจบ่วงรัดคอ ไล่จู่โจมตามติดมันอย่างต่อเนื่องไม่ยอมห่าง
ลำแสงสีฟ้าครามภายในหอคอยฟ้าครามยิ่งมายิ่งหนาแน่น ทวีพลัง
กล้าแข็งขึ้นอีกหลายเท่าตัว มันคล้ายพลัดตกลงไปในบ่อโคลนดูด ไม่ว่ายก
มือวางเท้าล้วนยากลำบากขัดข้อง ที่พิสดารยิ่งไปกว่านั้น ก็คือแม้แต่
ความเร็วในการโคจรพลังปราณภายในร่างมันก็ดูคล้ายจะเชื่องช้าลงไป
ด้วย
ถึงยามนี้ลู่หานไม่กล้าดูแคลนชิงฮวาเสวี่ยแม้แต่น้อย มันรวมรั้งพลัง
ปราณทั่วร่าง ตวาดดังกึกก้อง กระบี่วิญญาณน้าแข็งในมือทิ่มแทงลงบน
พื้นอย่างดุดัน!
เกล็ดน้าแข็งสีขาวราวหิมะลุกลามออกไปรอบด้านอย่างเร่งร้อน
เพียงชั่วพริบตาให้หลัง พื้นรอบ ๆ ลู่หานพลันเริ่มสั่นสะเมือนเลื่อนลั่น
ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะทลายพื้นดินออกมา
แกรก แกรก!
รอยแตกร้าวปรากฏขึ้นบนพื้น เจตจำนงกระบี่น้าแข็งสีขาวราวหิมะ
นับไม่ถ้วนไหลบ่าออกมาจากจากรอยแตกของธารน้าแข็ง
หมื่นกระบี่ธารน้าแข็ง!
กระบี่น้าแข็งที่ระเบิดออกมาจากพื้นสามารถนับได้เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ
ผนึกรวมเป็นกระแสธารกระบี่น้าแข็งอันเชี่ยวกราก แทบจะภายในชั่ว
กะพริบตาครั้งเดียว คมกระบี่เย็นเยียบพลันตัดสะบั้นหอคอยสีฟ้าครามอัน
งามวิจิตรจนแหลกเป็นชิ้น ๆ!
หัวหน้าผู้คุ้มกันแห่งศาลาสมบัติหายากสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
แม้แต่มันยังอดเลื่อนมือไปกุมด้ามศาสตรามารคู่ใจไม่ได้ เจตจำนงกระบี่
อันไพศาลและเกรี้ยวกราดกระไรปานนี้
สมแล้วที่เป็นเซียนกระบี่แห่งคุนหลุน!
ทว่าชิงฮวาเสวี่ยกลับตอบสนองรวดเร็วกว่ามันก้าวหนึ่ง นางคล้าย
คาดการณ์ไว้แล้วว่าหอคอยฟ้าครามไม่อาจเอาชัยศัตรูได้ กลีบบุปผาฟ้า
ครามที่ถูกตัดสะบั้นในกระแสกระบี่น้าแข็งพลันเปล่งแสงจาง ๆ ออกมาใน
บัดดล
ประหนึ่งฝูงหิ่งห้อยท่องนภายามค่าคืน เห็นจุดแสงระยิบระยับแทรก
ตัวอยู่ท่ามกลางกระสธารกระบี่น้าแข็งของฝ่ายตรงข้าม
หิ่งห้อยฟ้าครามทะยานฟ้า!
ลู่หานจู่ ๆ ก็พบว่ากระแสธารกระบี่น้าแข็งของมันกำลังดิ้นรนหลุด
จากการควบคุมของมัน มันตะลึงงัน ท่ามกลางกระแสธารกระบี่น้าแข็งมี
จุดแสงสีฟ้าครามนับไม่ถ้วน ไม่ว่ามันจะใช้วิธีการใดก็ไม่อาจลบล้างจุดแสง
อันลี้ลับเหล่านี้ออกไปได้
เป็นจุดแสงสีฟ้าครามเหล่านี้เอง ที่เป็นเหตุให้มันไม่อาจควบคุม
เจตจำนงกระบี่ของตน
มันไม่เคยพบเห็นศาสตร์อสูรอันลี้ลับพิสดารถึงเพียงนี้มาก่อน
อีกทั้งมันยังไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนว่าตระกูลชิงฮวามีกระบวนท่า
เช่นนี้อยู่ด้วย ลู่หานแตกตื่นสุดระงับ ตระกูลชิงฮวาพอมีชื่อเสียงอยู่บ้างใน
เผ่าอสูร คุนหลุนยังมีบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับเคล็ดวิชาบุปผาฟ้าคราม
ทั้งหมด แต่มันแน่ใจว่ากระบวนท่าอันทรงอานุภาพเหล่านี้มันไม่เคยอ่าน
ผ่านตามาก่อนเลย
หลังจากเพลี่ยงพล้าติดต่อกันหลายครั้งครา ลู่หานเริ่มหวาดกลัว
จากนั้นมันเหลือบมองหัวหน้าผู้คุ้มกันแห่งศาลาสมบัติหายากที่เฝ้าจับตา
มองอยู่ด้านข้าง มันทราบว่าแผนการของมันล้มเหลวไม่เป็นท่า หากยังฝืน
สู้ต่อไป การลอบจู่โจมจะกลับกลายเป็นต่อสู้แลกชีวิตซึ่งไม่เป็นผลดีต่อมัน
แล้ว
มันตัดสินใจในบัดดล ขยับร่างล่าถอยไปโดยไม่รีรอลังเล
ความด้อยประสบการณ์การต่อสู้ของชิงฮวาเสวี่ยสำแดงออกมาใน
เวลานี้เอง นางไม่ทันคาดคิดว่าลู่หานจู่ ๆ จะล่าถอยไปโดยไม่บอกกล่าว
ดังนั้นลงมือชักช้าไปก้าวหนึ่ง
แต่แล้วในเวลานี้เอง เหตุเปลี่ยนแปลงพลันอุบัติขึ้น!