สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 784 ไพ่ตาย
กองทัพของซ่างอวี่เซิงตัดผ่านท้องฟ้าประดุจมีดสั้นอันคมกล้าเล่ม
หนึ่ง ฝีมือเชิงพิชัยยุทธ์ของซ่างอวี่เซิงสำแดงออกมาถึงขีดสุด มันนำทัพตัด
ผ่านกองพันบาปเคราะห์ในตำแหน่งแง่มุมที่เหมาะเจาะพอดีเป็นที่สุด
สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่กองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ยหานในทันที
กองพันบาปเคราะห์ซึ่งกรำศึกมาเป็นเวลานาน ไหนเลยจะต้านทาน
กองทัพซ่างอวี่เซิงซึ่งพักผ่อนออมกำลังอย่างเต็มที่ได้
แบบฉบับการสู้รบของซ่างอวี่เซิงแตกต่างจากไห่จินอวิ๋นผู้เหี้ยมหาญ
ดุดัน ฝีมือของมันเดินไปในแนวทางละเอียดอ่อน เป็นแม่ทัพปิศาจที่ถนัด
แนวทางควบคุมซึ่งยากจะพบพานในหมู่ปิศาจ
มันนำทัพบุกฝ่าเข้าไปในขบวนทัพของศัตรูดุจเดินเล่นในสวนหลัง
บ้าน ในร่างแม้อัดแน่นไปด้วยพลังพลุ่งพล่าน ทว่าไม่เคยจู่โจมด้วยสภาวะ
ยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่กลับใช้กระบวนท่ายิบย่อยที่ดูไปคล้ายไม่มีเรี่ยวแรง
กำลัง ที่แปลกพิสดารคือการจู่โจมที่ไร้พลังเหล่านี้กลับพิเศษเฉพาะยิ่ง
พลังโจมตีหนาแน่นเร่งร้อนประหนึ่งห่าพิรุณโหมซัด ทั้งต่อเนื่องไม่ขาด
สายราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
การโจมตีเล็ก ๆ ที่ต่อเนื่องไม่รู้จบนี้ ยังน่าปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งกว่า
การโจมตีสะท้านฟ้าดินของไห่จินอวิ๋นเสียอีก
ความสุขุมรอบคอบ คิดอ่านมองการณ์ไกล รวมไปถึงประสาทสัมผัส
เชิงยุทธศาสตร์อันเด่นล้าเป็นพิเศษของซ่างอวี่เซิง ทำให้มันค้นพบช่องว่าง
รอยโหว่ที่ใหญ่ที่สุดในกระบวนทัพของศัตรู มันราวกับผู้นำฝูงมดปลวกที่
ขบกัดอยู่ตลอดเวลา หากท่านประมาทเลินเล่อแม้แต่ชั่ววูบบ จะพบว่าโดย
ที่ไม่ทันได้รู้ตัวกลับถูกฝูงมดปลวกตัวเล็ก ๆ ของซ่างอวี่เซิงกัดกินทำลาย
จนเสียหายยับเยิน
เปี๋ยหานย่อมไม่ใช่มือชั้นธรรมดา แม้บัดนี้เมื่อซ่างอวี่เซิงกระโจนเข้า
ร่วมวงจะทำให้มันตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่มันก็ปรับแผนแปรขบวนทัพ
อย่างทันท่วงที
การเคลื่อนไหวของกองพันบาปเคราะห์ยิ่งมายิ่งลี้ลับยากจะคาดเดา
การแปรขบวนทัพปรับเปลี่ยนไปมาด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่น
สะท้านใจ ซ่างอวี่เซิงรู้สึกหน่วงหนักกดดันขึ้นมาทันที
สมกับที่เป็นเปี๋ยหาน!
ซ่างอวี่เซิงในใจลอบตื่นตะลึง ตัวมันเองมิใช่ผู้ที่เพิ่งเริ่มรบทัพจับศึก
ได้แค่วันสองวัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มันรู้สึกกดดันอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้ สิ่ง
ที่มันต้องนับถือเลื่อมใสจนหมดใจ ก็คือเปี๋ยหานกำลังอาศัยตัวมันเองเพียง
ลำพังต่อสู้กับพวกตนถึงสองคน!
ในสภาพการณ์เช่นนี้ เปี๋ยหานยังคงสามารถคุกคามมันจนบังเกิดแรง
กดดันอย่างรุนแรง นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าฝีมือควบคุมสนามรบของเปี๋ย
หานร้ายกาจถึงเพียงไหน
ซ่างอวี่เซิงจิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชนขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ได้ต่อกรกับ
คู่มืออันแกร่งกล้าเกรียงไกรถึงเพียงนี้ ช่างเป็นเกียรติเสียยิ่งนัก!
สายตาของมันยิ่งเด็ดเดี่ยวแน่วแน่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกย่างก้าวยิ่งโอ่อ่า
สง่างามกว่าเดิม มันไม่เคยรู้สึกว่าอยู่ในสภาพที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้มาก่อน
ทุกรายละเอียดในสมรภูมิปรากฏขึ้นในจิตใจมันอย่างชัดแจ้ง พลังโจมตีที่
พวยพุ่งออกจากสองมือยิ่งมายิ่งหนาแน่น ยิ่งนานยิ่งถี่ยิบมากขึ้นเรื่อย ๆ
การโจมตีที่เดิมทีประหนึ่งพายุฝนพัดโหม ยามนี้ราวกับกระแสน้าป่าทะลัก
ทลายออกจากมือของมัน
อาศัยพลังจากทั้งกองทัพคอยหล่อเลี้ยงหนุนเสริม ซ่างอวี่เซิงไม่รู้สึก
เหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย
ไห่จินอวิ๋นบางครั้งแผดเสียคำรามดังกึกก้อง มันเข่นฆ่าจนสองตาแดง
ฉาน เข่นฆ่าจนคลุ้มคลั่งไปอย่างสมบูรณ์ ไพร่พลในกองทัพที่ยังเหลือของ
มันก็เข่นฆ่าจนสองตาแดงฉาน พวกมันไม่เกรงกลัวความตาย ทั้งยังคล้าย
จะเสียสติกันไปหมด
การสู้รบเริ่มดุเดือดรุนแรงและเอนจอนาถอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทั้งสองฝ่ายต่างระดมสรรพกำลังประหัตประหารกัน หมายจะช่วงชิง
สิทธิ์ในการควบคุมจังหวะของสงคราม
จังหวะของสงครามไม่อาจมองเห็นหรือแตะต้องได้ แต่ทั้งสองฝ่าย
ต่างทราบกระจ่างใจดี ฝ่ายใดที่ช่วงชิงเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะของสงคราม
จะเป็นผู้ที่เข้าใกล้ชัยชนะมากที่สุด
การโจมตีของทั้งสองฝ่ายแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา บนฟากฟ้าเห็น
ลำแสงสารพัดสีสันตัดไขว้เหมือนห่าพิรุณหลากสี
ตำแหน่งของสมรภูมิสุดท้ายก็ค่อย ๆ ถูกเหล่าสายสืบคาดเดาได้ สายสืบ
จากแทบทุกมุมโลกมารวมตัวกันในพื้นที่รอบ ๆ อาณาจักรขุนเขาประจักษ์
แจ้ง สายสืบชั้นยอดเหล่านี้พากันกบดานอยู่ในเงามืด อาศัยวิธีการเช่นค่าย
กลภาพมายาหรือกระจกวารีพันลี้ ส่งบันทึกภาพการสู้รบในศึกใหญ่ครั้งนี้
กลับไปยังดินแดนของพวกมัน
สายตานับไม่ถ้วนกำลังเฝ้ามองศึกใหญ่ครั้งสำคัญนี้ด้วยใจระทึก
รอจนการสู้รบดำเนินมาถึงจุดนี้ ทุกผู้คนพากันกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
จังหวะการสู้รบของทั้งสองฝ่ายน่าแตกตื่นสะท้านใจยิ่ง เหล่าแม่ทัพ
บัญชาการศึกที่ชมดูอยู่ในทั่วทุกมุมโลกล้วนมีสีหน้าหนักอึ้งเคร่งเครียด
ปากเม้มสนิท สายตาจับแน่นอยู่บนภาพมายาที่ส่งกลับมา
“สถานการณ์ไม่เป็นผลดีต่อเปี๋ยหาน” เสวียตงแห่งคุนหลุนกล่าว
เสียงลึก แต่การที่เปี๋ยหานยืนหยัดต่อสู้โดยไม่เพลี่ยงพล้ามาจนถึงยามนี้ ก็
ทำเอามันตกตะลึงมากพอแล้ว
ม่ออวิ๋นไห่เป็นความกังวลสูงสุดของคุนหลุน ทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูคู่ฟ้า
ดังนั้นคุนหลุนให้ความสนใจกับการศึกครั้งนี้เป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม จวบ
กระทั่งถึงตอนนี้ สิ่งที่ทำให้เสวียตงประหลาดใจมากที่สุด กลับเป็นความ
เข้มแข็งของซ่างอวี่เซิงและไห่จินอวิ๋น พวกมันมีฝีมือกล้าแข็งยิ่งกว่าที่เส
วียตงเคยคาดคิดเอาไว้มาก
ทันใดนั้นมันหันไปสั่งการ “ส่งคนไปสืบความเป็นมาของไห่จินอวิ๋น
และซ่างอวี่เซิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซ่างอวี่เซิง”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในสายตาของมัน เห็นว่าซ่างอวี่เซิงมีศักยภาพ
มากกว่าและเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่าไห่จินอวิ๋น วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์
ของซ่างอวี่เซิงเลิศล้าจนน่าประหลาดใจ ฝีมือการจู่โจมแบบเจาะจง
เป้าหมายก็เผ็ดร้อนยิ่ง มีพื้นที่ให้เติบโตได้มากกว่า
หลินเชียนดวงตาไม่คลาดคลาจากภาพมายาแม้แต่แวบเดียว เพียง
กล่าวเบา ๆ “เปี๋ยหานยังมีกระบวนท่าอื่นอยู่อีก”
มันยังไม่ทันจะกล่าวจบคำ สถานการณ์สู้รบในสมรภูมิพลันเปลี่ยน
พลิกเป็นคำรบสอง
กองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ยหานในเวลานี้หลงเหลืออยู่เพียงครึ่ง
เดียว เมื่อสูญเสียไพร่พลไปกว่าห้าส่วน สถานการณ์ของเปี๋ยหานกลับ
กลายเป็นเลวร้ายยิ่ง ไห่จินอวิ๋นถึงตอนนี้ไม่แยแสสนใจการบาดเจ็บล้มตาย
ของทหารของมันอีก จิตเจตนาของมันเห็นได้ชัดแจ้ง ใช้ชีวิตแลกชีวิต!
การโหมจู่โจมอย่างไม่ขาดสายของไห่จินอวิ๋นแสดงผลลัพธ์ออกมา
อย่างรวดเร็ว อัตราการบาดเจ็บล้มตายของกองพันบาปเคราะห์มีแต่จะ
เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ข้อได้เปรียบด้านกำลังพลของซ่างอวี่เซิงและไห่จินอวิ๋น
ยิ่งเห็นเด่นชัดขึ้นทุกขณะ
กองพันบาปเคราะห์มีกำลังพลอ่อนด้อยกว่าทั้งสองทัพตั้งแต่แรก
หากเปี๋ยหานคิดชิงชัย มันจะต้องรักษาขุมกำลังฝ่ายตนเอาไว้ ลดจำนวน
การสูญเสียให้น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็ลิดรอนกำลังพลของฝ่ายตรง
ข้ามไปด้วย ซ่างอวี่เซิงและไห่จินอวิ๋นล้วนล่วงรู้เรื่องนี้ดี ไห่จินอวิ๋นถึงกับใช้
ขณะที่หลายคนเข้าใจว่าเปี๋ยหานคราวนี้ต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้นปรากฏประกายแสงมืดทะมึนสาดส่องออกมาจากร่างของสมาชิก
กองพันบาปเคราะห์ที่เหลือ เห็นอักขระยันต์สีแดงเข้มมากมายนับไม่ถ้วน
ราวกับฝูงไส้เดือนแหวกว่ายอยู่บนร่างกายของพวกมัน
ดวงตาสีเทาขาวของไพร่พลกองพันบาปเคราะห์ยังคงว่างเปล่าและ
ไร้ชีวิตจิตใจ แต่พลังสภาวะของพวกมันกลับระเบิดพลุ่งพล่านออกมา
อย่างรุนแรง
“มาแล้ว!” กงเหยี่ยเสี่ยวหรงผู้นิ่งเงียบมาโดยตลอด อดร้องโพล่ง
ออกมาไม่ได้
หลีเซียนเอ๋อร์หันมามองศิษย์พี่เสี่ยวหรงด้วยสายตาตื่นตะลึง ศิษย์พี่
ดูเหมือนจะกังวลสนใจกับม่ออวิ๋นไห่ไม่น้อยทีเดียว!
เหล่าทหารหุ่นปิศาจแห่งกองพันบาปเคราะห์ร่างโป่งพองขึ้นปานจะ
แตกระเบิด กล้ามเนื้อของพวกมันหนาขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นด้วยระดับ
ความเร็วอันน่าตระหนก ร่างขยายใหญ่หลายเท่าตัว ยุทโธปกรณ์เทพที่
หลงเหลืออยู่บนร่างแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ท่อนแขนหลังมือ
ปรากฏเกล็ดงอกออกมา บ้างมีเขายืดยาวออกมาจากศีรษะ บ้างมีหางคม
กริบดุจเคียวยักษ์ บ้างมีหนามแหลมงอกเงยเรียงรายบนแผ่นหลัง… …
ทุกผู้คนเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าล้วนสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ
สังขารปิศาจ!
ภาพตรงหน้านี้สำหรับเหล่าแม่ทัพปิศาจแล้ว ยังน่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าสิ่ง
ใดทั้งหมด นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันได้เห็นกองทัพที่ทุกคนในกองทัพล้วน
ครอบครองสังขารปิศาจ
มองดูแสงประกายที่สาดส่องออกจากร่างของทหารหาญแห่งกองพัน
บาปเคราะห์ พวกมันล้วนตกตะลึงพรึงเพริด
แม้ว่าโลกจะเข้าสู่ยุคสมัยแห่งพลังเทพ สังขารปิศาจสูญเสียคุณค่า
ความหมายที่เคยมีเช่นในอดีต แต่การที่ทหารทุกคนในกองทัพครอบครอง
สังขารปิศาจ ยังเป็นที่น่าตื่นตะลึงสำหรับคนทั้งหมด
ผู้ที่เฉลียวฉลาดกว่ายังพบว่าสังขารปิศาจของกองพันบาปเคราะห์มี
ร่องรอยของพลังเทพอย่างเห็นได้ชัด ฝีมือการสลักลวดลายอักขระของม่
ออวิ๋นไห่เป็นที่เลื่องลือไปทั่วหล้า ผนวกกับศาสตร์วิชาความรู้ด้านพลังเทพ
ของม่ออวิ๋นไห่ อันที่จริงนี่ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตะลึงแต่อย่างใด
หลุมพราง!
นี่เป็นหลุมพรางประการหนึ่ง
ผู้คนที่เฝ้าดูการสู้รบล้วนหนาววูบไปถึงไขสันหลัง เปี๋ยหานชั่วร้ายนัก!
ช่างอำมหิตเลือดเย็นหาใดเทียบ!
เพื่อล่อให้ซ่างอวี่เซิงเข้าร่วมการต่อสู้ มันถึงกับเสียสละกองพันบาป
เคราะห์ไปกว่าครึ่ง นี่เป็นบุคคลที่สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อชัยชนะ นี่คือ
แม่ทัพบัญชาการศึกอันน่ากลัวที่เย็นเยียบไร้น้าใจอย่างสิ้นเชิง
แรงกดดันอันหนักหน่วงประดุจขุนเขากดทับทั่วสมรภูมิรบในบัดดล
สมดุลสงครามโอนเอียงมาทางด้านของเปี๋ยหานทันที
สังขารปิศาจของกองพันบาปเคราะห์มิใช่แค่เพียงสังขารปิศาจ
ธรรมดาสามัญ พลังโจมตีของพวกมันดุร้ายและกล้าแข็งขึ้นอย่างฉับพลัน
กระบวนทัพค่ายกลที่ผสานรวมกับพลังเทพ พิชิตไปโดยไร้ผู้ต้าน ไพร่พล
กองพันบาปเคราะห์อาศัยสังขารปิศาจพิสดารของพวกมันบุกตะลุยไป
ข้างหน้าอย่างเกรี้ยวกราด พลังบุกทะลวงคมกล้าสุดเปรียบปาน ภายในชั่ว
พริบตาเดียว ฝ่ายสหพันธ์จอมปิศาจล้มตายเป็นใบไม้ร่วง กองทัพของไห่จิ
นอวิ๋นแทบจะพินาศสิ้นทั้งกองทัพ
?
จุดอ่อนที่ไม่สะดุดตานี้ ยามปกติทั่วไปย่อมไม่ปรากฏออกมาให้เห็น
แต่ในศึกระดับนี้กลับเป็นจุดอ่อนที่นำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต
กองพันบาปเคราะห์ไม่มียอดยุทธ์ระดับสุดยอดฝีมือ!
โดยทั่วไปแล้วกองพันบาปเคราะห์อันทรงพลังย่อมสามารถปกป้อง
เปี๋ยหานได้มากเกินพอ แต่ยามนี้เมื่อกองพันบาปเคราะห์หลงเหลือเพียง
ครึ่งเดียว ตาข่ายป้องกันที่เคยเหนียวแน่นแข็งแกร่งกลับเต็มไปด้วยรูโหว่
แม้ว่าไพร่พลที่เหลือจะแข็งแกร่งขึ้นก็ตาม
ซ่างอวี่เซิงเฝ้าค้นหาอยู่ตลอดเวลา ค้นหาจังหวะเวลาที่จะจู่โจม
สังหาร เมื่อไพ่ตายใบสุดท้ายของเปี๋ยหานเปิดเผยออกมาแล้ว มันก็ไม่รีรอ
ลังเลอีกต่อไป
มันแหงนหน้ากู่คำรามยาวเยือก พื้นที่รอบกายพลันเดือดพล่านขึ้นมา
ผมยาวพลิ้วสะบัดดุจฝูงอสรพิษเริงระบำ!
กระแสพลังไหลบ่ามายังร่างของมันดุจน้าป่าถาโถม พื้นที่ที่เดือด
พล่านอยู่รอบกายไม่ต่างจากสัตว์ประหลาดปากกว้างอันไร้ก้นบึ้ง กลืนกิน
กระแสพลังที่ทั้งกองทัพส่งผ่านมายังมันอย่างหิวกระหาย
ทุกผู้คนตะลึงงันอย่างสิ้นเชิงด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้
กระทั่งไห่จินอวิ๋นผู้กำลังเข่นฆ่าอย่างบ้าคลั่งยังตกตะลึงพรึงเพริด
แทบทุกผู้คนเข้าใจว่าซ่างอวี่เซิงเป็นแม่ทัพปิศาจที่เดินไปในแนวทาง
ควบคุมสนามรบ ซึ่งยากจะพบพานในหมู่ปิศาจ แม้แต่ไห่จินอวิ๋นยังคิด
เช่นนั้น ผู้ใดจะคาดคิดว่าซ่างอวี่เซิงจะเก็บซ่อนพลังฝีมือที่แท้จริงของตน
เอาไว้ มันถึงกับยังเป็นแม่ทัพปิศาจแบบฉบับดั้งเดิมซึ่งมีพลังฝีมือสูงเยี่ยม
อีกด้วย!
ซ่างอวี่เซิงใบหน้าฉาบประกายแสงน่าขนลุก ดวงตาทอประกายวูบ
ระหว่างกระบวนทัพที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มันมองเห็นเส้นทางที่
ซ่อนเร้นอย่างชัดตา
เส้นทางที่จะนำมันไปสู่เปี๋ยหาน!
พลังสภาวะของมันพุ่งทะยานไปถึงขีดสุด ท่ามกลางเสียงหัวร่อดัง
กระหึ่ม ซ่างอวี่เซิงพุ่งดิ่งเข้าหาเปี๋ยหานราวกับดาบปลิดชีพอันคมกล้า!
สมาชิกกองพันบาปเคราะห์ตามรายทางโถมเข้าหาซ่างอวี่เซิง หมาย
จะสกัดกั้นการโจมตีอันน่าพรั่นพรึงนี้ แต่ยังไม่ทันจะเข้าใกล้ ก็ถูกกระแทก
ปลิวลิ่วกลับไปในอากาศ!
ทุกผู้คนตระหนักในทันที เปี๋ยหานจบสิ้นแล้ว!
ในเวลานี้เอง อาภรณ์สีแดงฉานพลันปรากฏขึ้นบนร่างของเปี๋ยหาน
มันหันหน้าขวับราวกับว่ารู้สึกได้ชัดเจน พร้อมกันนั้นในดวงตาสีขาวปน
เทาของสมาชิกกองพันบาปเคราะห์ทั้งหมด พลันปรากฏเปลวไฟสีแดงเข้ม
ปะทุขึ้นอย่างพร้อมเพรียง!
ซ่างอวี่เซิงตื่นตัวในทันที มันเงยขึ้นมองอย่างตกตะลึง แล้วพลันเห็น
ภาพที่มันจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต
เห็นกลุ่มเปลวไฟลอยออกมาจากร่างของเหล่าทหารกองพันบาป
เคราะห์ พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับมวลบุปผาบานสะพรั่ง เพียงชั่ว
พริบตาเดียวลูกไฟนับพัน ๆ ดวงก็ลอยเนืองแน่นอยู่ในม่านสายตาของมัน
ลูกไฟเหล่านั้นดูคล้ายลอยช้า ๆ เข้าหาเปี๋ยหานในชุดเกราะสงครามสี
แดงเพลิง
ชุดเกราะสีแดงของเปี๋ยหานทันใดนั้นเปล่งประกายเจิดจ้า เต็มไปด้วย
อักขระลวดลายอันลึกล้าซับซ้อน เพียงชั่วอึดใจเดียว ลูกไฟนับพันบน
ท้องฟ้าพากันพุ่งหายเข้าไปในชุดเกราะสีเพลิงของเปี๋ยหานจนหมดสิ้น
ตราสัญลักษณ์สีแดงที่ดูคล้ายเพลิงพิโรธปรากฏขึ้นที่ตำแหน่งกลางหว่าง
คิ้วของเปี๋ยหาน ชุดเกราะสีแดงเพลิงเต้นเร่าราวกับมีชีวิต แผ่นเกล็ดรูป
ขนนกบนชุดเกราะประดุจเปลวไฟแลบลั่น ลุกโชนขึ้นบนชุดเกราะสีแดง
เพลิงด้วยระดับความเร็วอันชวนสะท้านใจ
บนใบหน้า ลำคอและส่วนอื่น ๆ ของเปี๋ยหานที่เผยออกมานอกชุด
เกราะ เต็มไปด้วยลวดลายอักขระสีน้าเงินเย็นเยียบแน่นขนัด ล้วนเป็น
ลวดลายอาคมหวงห้ามซึ่งในปีนั้นวัดเสวียนคงสลักลงบนร่างของมัน
สีน้าเงินเย็นเยียบกับสีแดงของเพลิงพิโรธ ถักประสานเป็นภาพที่
เขย่าขวัญสะท้านวิญญาณผู้คน เพียบพร้อมไปด้วยความงดงามอันน่าตื่น
ตะลึง
ผู้ที่มีสายตาแหลมคมยังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงภายใต้ชุดเกราะ
สีแดงเพลิงของเปี๋ยหาน ขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกของมันไม่ได้เปลี่ยนไป
มากนัก แต่ว่ามีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน แม้จะน้อยนิดสัก
เท่าใดก็ตาม
ซ่างอวี่เซิงก็ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน ทันใดนั้นมันนึกถึง
การเปลี่ยนแปลงของกองพันบาปเคราะห์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่ ถึงกับสี
หน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง
เสวียตงไม่ได้ปกปิดสีหน้าตื่นตะลึงของมัน สายตาจ้องเขม็งไปยังชุด
เกราะสีแดงเพลิงที่อยู่บนร่างของเปี๋ยหาน แววตาเผยแรงปรารถนาที่ไม่
อาจควบคุมเอาไว้ได้ ปากกล่าวพึมพำปานละเมอ “ยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบ
อาภรณ์! ยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์สำหรับแม่ทัพบัญชาการศึก!”
หลินเชียนตะลึงงันไม่ต่างกัน “นึกไม่ถึงว่าม่ออวิ๋นไห่ถึงกับมอบ
ยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ชุดแรกของพวกมันให้แก่เปี๋ยหาน! กำลัง
ขวัญอันยิ่งใหญ่นัก! วิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมนัก!”
มันต้องยอมรับนับถือในความเข้มแข็งของจั่วม่อ ยุทธภัณฑ์เทพ
รูปแบบอาภรณ์ชุดแรกของม่ออวิ๋นไห่กลับมอบต่อเปี๋ยหาน ยุทธภัณฑ์เทพ
รูปแบบอาภรณ์สำหรับแม่ทัพบัญชาการศึก เรื่องเช่นนี้เพิ่งเคยมีเป็นครั้ง
แรกอย่างแท้จริง! ทางเลือกของจั่วม่อมักจะผิดแผกแตกต่างจากผู้อื่นเสมอ
ในขณะที่ขุมกำลังอื่นทั้งหมด ล้วนเลือกหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบ
อาภรณ์สำหรับยอดยุทธ์ที่เข้มแข็งที่สุดของพวกมัน จั่วม่อกลับเลือก
ยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ที่จะติดอาวุธให้แก่แม่ทัพบัญชาการศึก
ทางเลือกที่ดูคล้ายบ้าระห่านี้ ในเวลานี้กำลังสำแดงบทบาทใหญ่ที่มี
ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
จั่วม่อ คนผู้นี้ไม่มีผู้ใดสามารถมองมันออก
หลินเชียนบังเกิดสังหรณ์อันตรายอย่างแรงกล้า นอกเหนือจากเทียน
หวน ม่ออวิ๋นไห่ที่นำโดยจั่วม่อจะต้องกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของคุนหลุน
อย่างแน่นอน!
รอประเดี๋ยว!
หลินเชียนทันใดนั้นเพิ่งฉุกคิดถึงบางสิ่ง ถึงกับสีหน้าแปรเปลี่ยน
เล็กน้อย “เปี๋ยหานเป็นเผ่าปิศาจ!”
เสวียตงงงงันวูบ จากนั้นค่อยบังเกิดปฏิกิริยา ต้องหน้าเปลี่ยนสีไปวูบ
หนึ่งเช่นกัน
ใช่แล้ว! เปี๋ยหาน… …ตัวเปี๋ยหานเองเป็นเผ่าปิศาจ!
ไม่มีผู้ใดจะคาดคิดไปถึง เรื่องที่ทุกผู้คนล้วนทราบกันดีตั้งแต่แรก ยาม
นี้กลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้ชะตาของศึกครั้งนี้ เปี๋ยหานเป็นเผ่า
ปิศาจ มันเติบโตในวัดเสวียนคง และเนื่องเพราะพรสวรรค์อันเด่นล้าของ
มัน จึงถูกวางตัวให้เป็นผู้นำทัพของกองพันบาปเคราะห์
เปี๋ยหานเป็นเผ่าปิศาจที่ยากจะพบเห็น มันในฐานะปิศาจ แต่กลับ
เป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่เชี่ยวชาญพิชัยยุทธ์และวิธีการสู้รบเยี่ยงซิวเจ่อ
ผู้หนึ่ง
? เมื่อถือกำเนิดจากตระกูลสูง
ศักดิ์ เปี๋ยหานย่อมถือครองสายเลือดอันโดดเด่น ด้วยศาสตร์วิชาสลัก
อักขระของม่ออวิ๋นไห่ สามารถดึงพลังแห่งสายเลือดของมันออกมาได้
อย่างเต็มที่
เปี๋ยหานซึ่งปลดปล่อยพลังแห่งสายเลือด พลังฝีมือพลันพุ่งทะยาน
ขึ้นไปถึงชั้นฟ้า พลังฝีมือของมันในยามนี้ เกรงว่าจะไม่ด้อยกว่าแม่ทัพ
ปิศาจระดับทองทั่วไปผู้หนึ่ง
ทว่านี่ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
เรื่องที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น คือนี่หมายความว่าเปี๋ยหานสามารถเรียนรู้
วิธีการสู้รบเช่นแม่ทัพปิศาจปกติทั่วไปเช่นกัน!
เปี๋ยหานจะกลับกลายเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง
พิชัยยุทธ์ของซิวเจ่อและวิธีการสู้รบของเผ่าปิศาจ!
สำหรับแม่ทัพบัญชาการศึกในระดับชั้นของเปี๋ยหาน เมื่อเพิ่มรูปแบบ
การเปลี่ยนแปลงใด ๆ เข้าไปในของเดิมที่มีอยู่ หมายความว่ามันจะ
สามารถพลิกแพลงวิธีการสู้รบได้หลากหลายรูปแบบยิ่งกว่าเดิมมาก ทั้ง
?
?
เช่นนั้น…ชุดเกราะยุทธภัณฑ์เทพชุดนี้… …
ซอกทุกมุมของสนามรบในพริบตา กระทั่งผู้ที่ชมดูจากภาพมายายังต้อง
หน้าเปลี่ยนสี
บรรดานักรบปิศาจใต้ร่มธงของซ่างอวี่เซิงสะท้านขึ้นดุจสายฟ้าฟาด
เหล่าทหารหาญที่คล้ายหลอมสร้างจากเหล็กกล้า พากันเหม่อมองขึ้นไป
บนท้องฟ้าอย่างงุนงง เห็นความทระนงองอาจและเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของซ่า
งอวี่เซิงเปล่งประกายเจิดจรัสอยู่บนท้องฟ้า
นั่นคือแม่ทัพของพวกมัน ผู้นำพาเกียรติยศและความหวังมาสู่พวก
มัน!
น้าตาสองสายทะลักออกจากเบ้า ไหลหลั่งลงมาตามใบหน้าที่แหงน
เงยขึ้นของพวกมัน
“ต้าเหริน!”
เสียงกู่คำรามอย่างคับแค้นใจและเสียงร่าไห้อย่างโศกเศร้านับไม่ถ้วน
ดังระงมไปทั่วสมรภูมิ พวกมันทราบว่าต้าเหรินตัดสินใจต่อสู้จนตัวตาย
จอมปิศาจด่านไสว้ผู้หนึ่งพลันปาดเช็ดน้าตา ร้องตวาดอย่างห้าวหาญ
“สู้ร่วมกับต้าเหริน!”
ทันใดนั้นโลหิตหลายสิบสายฉีดพุ่งออกจากร่างของมัน แสงประกาย
รอบตัวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด พลังอันบ้าคลั่งพลุ่งพล่าน
อยู่ภายในร่าง มันแค่นเสียงหนักๆ คำหนึ่ง แต่ไม่สะท้านหวั่นไหว เพื่อสร้าง
ภาพว่าตนเองเป็นแม่ทัพปิศาจที่ถนัดกลยุทธ์ควบคุมสนามรบ ซ่างอวี่เซิงมี
จอมปิศาจด่านไสว้รวมอยู่ในกองทัพของมันด้วย ซึ่งมักจะเป็นผู้นำการจู่
โจมในทัพหน้า
“สู้ร่วมกับต้าเหริน!”
“สู้ร่วมกับต้าเหริน!”
โลหิตฉีดปะทุ เสียงตวาดดังกระหึ่มก้อง กลุ่มแสงประกายเจิดจ้าบาด
ตาสาดส่องทั่วสนามรบ กลุ่มแสงแต่ละกลุ่มไม่ต่างจากเพลิงพิโรธ เผา
ผลาญทุกสรรพสิ่งโดยไม่เหลือทิ้งไว้เบื้องหลัง เผาผลาญชีวิตเพื่อสร้างเป็น
พลังเทพ!
เผาผลาญชีวิตของพวกมันเพื่อแม่ทัพบนฟากฟ้า ผู้มอบเกียรติยศ
และความหวังให้แก่พวกมัน!
กุล่มแสงประกายพุ่งขึ้นจากเหล่านักรบปิศาจที่เผาผลาญตนเอง ลอย
ตรงเข้าหาซ่างอวี่เซิงที่กลางเวหา
ซ่างอวี่เซิงพลังภายในร่างเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุดยั้ง ด้วยระดับความเร็วอัน
น่าแตกตื่นสะท้านใจ
มันก้มลงมองด้านล่าง เห็นกลุ่มแสงมากมายหม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว
ร่างไร้ชีวิตของเหล่าทหารปิศาจซึ่งมอบพลังทั้งหมดให้แก่มันทยอยร่วง
หล่นจากฟากฟ้า ในม่านสายตาพลันพร่ามัวไปด้วยน้าตา
ทันใดนั้นเอง เสียงกู่คำรามด้วยความพิโรธดังสะท้านทั่วสมรภูมิ
เป็นไห่จินอวิ๋น!
กระแสพลังเกรี้ยวกราดนับไม่ถ้วนหมุนคว้างอย่างเร่งร้อนรอบกาย
มัน ไห่จินอวิ๋นยามนี้ราวกับอุกกาบาตที่ลุกไหม้อย่างโชติช่วง แผดคำราม
พลางพุ่งดิ่งเข้าหาเปี๋ยหานราวกับแมงเม่าบินเข้ากองไฟ!
ซ่างอวี่เซิงในใจเจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีด
เปี๋ยหานลืมตาขึ้นอีกครั้ง เผชิญหน้ากับไห่จินอวิ๋นที่โถมดิ่งเข้าหามัน
สีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก ทว่าชุดเกราะ ‘เพลิงผลาญ’ บนร่างไม่ต่างจาก
ไฟนรกที่กำลังลุกโหม!
สองสภาวะที่แตกต่างเป็นตรงกันข้าม ความเย็นเยียบและเปลวไฟ
กลับผสานรวมเป็นหนึ่งอย่างพิสดาร
สุ้มเสียงหนักทึบคล้ายระเบิดขึ้นในใจผู้คน พื้นปฐพียังสั่นสะเทือน
อากาศธาตุตรงหน้าเปี๋ยหานคล้ายมีกำแพงน้าที่มองไม่เห็นชั้นหนึ่ง
ยึดถือดรรชนีของเปี๋ยหานเป็นจุดศูนย์กลาง กระเพื่อมเป็นวงระลอกแผ่
กว้างออกไปไม่หยุดยั้ง
ไห่จินอวิ๋นราวกับถูกค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็นหวดฟาดใส่อย่างหักโหม
คนทั้งหมดยังไม่ทันจะเห็นชัดตาว่าอะไรเป็นอะไร ไห่จินอวิ๋นพลัน
ระเบิดวาบดุจลูกไฟแตกปะทุ กลุ่มแสงประกายรอบตัวแตกกระจายเป็น
ชิ้นๆ กลายเป็นสะเก็ดแสงสาดกระเซ็นไปทั่ว แล้วจางหายไปในอากาศ
ไห่จินอวิ๋นร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า ไร้ร่องรอยของชีวิตอย่างสิ้นเชิง
ทุกผู้คนที่ชมดูผ่านภาพมายาแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ สีหน้า
แปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก
การสู้รบอย่างดุเดือดก่อนหน้านี้ พิสูจน์ชัดว่าไห่จินอวิ๋นนั้นแข็งแกร่ง
ไม่น้อยไปกว่ายอดแม่ทัพบัญชาการศึกผู้หนึ่ง ทว่าชนชั้นยอดแม่ทัพ
บัญชาการศึก กลับตกตายอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ ผู้คนไหนเลยจะไม่ขวัญ
หนีดีฝ่อได้?
คุนหลุนและเทียนหวนรู้สึกหนาวสันหลังวูบ เสมือนหนึ่งมีมีดสั้นคม
กล้าจ่อประชิดติดแผ่นหลังของพวกมัน
เปี๋ยหานช่างกล้าแกร่งเกรียงไกรนัก!
เปี๋ยหานร้อยคิดพันคำนวณ ยังคาดไม่ถึงว่าซ่างอวี่เซิงจะมีฝีมือใน
วิธีการสู้รบแบบดั้งเดิมของแม่ทัพปิศาจด้วย มันเดิมทีตั้งใจจะใช้พลังฝีมือ
ที่ปิดซ่อนไว้จู่โจมสังหารอีกฝ่ายโดยไม่ให้ตั้งตัว หากมันสามารถปลิดชีวิต
ซ่างอวี่เซิง มันจะเป็นฝ่ายกุมชัยชนะในทันที
คาดไม่ถึงว่าซ่างอวี่เซิงจะมีพลังฝีมือกล้าแข็งถึงเพียงนี้ ที่สำคัญยิ่งไป
กว่านั้น กองทัพของซ่างอวี่เซิงยังแทบไม่บุบสลายแม้แต่น้อย
และซ่างอวี่เซิง ทั้งที่ดูผิวเผินเหมือนเป็นฝ่ายมีเปรียบ เมื่อค้นพบการ
คุกคามของเปี๋ยหาน พลันเข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้ แทนที่จะล่าถอย
กลับโถมทะยานเข้ามาต่อสู้พิสูจน์เป็นตายในบัดดล!
ช่างเป็นศัตรูอันร้ายกาจนัก!