สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 793 ทารกหมอกวิญญาณ
จั่วม่อเพิ่งจะเคยประมือกับต่อสู้ที่เข้มแข็งถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก
อีกฝ่ายคล้ายถือครองร่างกายที่ไม่มีวันดับสูญ ทะเลหมอกไร้ที่สุดจะ
คอยเยียวยารักษาอาการบาดเจ็บของมัน เมื่อเทียบกับยักษ์หมอกตนนี้แล้ว
ตัวประหลาดหมอกอื่นๆ ที่จั่วม่อพบพานในห้องโถงหมอก ล้วนแต่ไม่ควร
ค่าแก่การเอ่ยถึง หน้าผีหมอกวิญญาณแต่ละตนราวกับขุนเขาย่อมๆ ที่
หนักหน่วงสุดเปรียบปาน ใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปมา เปี่ยมไปด้วยพลังอันน่า
แตกตื่นสะท้านใจ
หากมิใช่ว่าพลังเทพสุริยันเป็นดาวข่มของเผ่าหมอกวิญญาณ จั่วม่อ
เริ่มสงสัยว่าพวกมันจะสามารถมีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อในยามนี้จิตใจปราศจากความคิดฟุ้งซ่าน
เส้นใยสีเขียวในมือสะบัดพลิ้วโดยไร้การควบคุม จุดแสงที่ปลาย
ดรรชนีของจั่วม่อทันใดนั้นแผ่ซ่านกลิ่นอายเก่าแก่และรกร้าง ราวกับทุ่ง
ราบป่าเขากว้างไพศาลซึ่งทุกสรรพสิ่งเจริญงอกงามตามธรรมชาติ
ปราศจากร่องรอยของชาติพันธุ์มนุษย์ มีเพียงพลังแห่งธรรมชาติอันเปี่ยม
ล้นสมบูรณ์
อักขระเทพตัวนี้มันไม่ทราบนามเรียกขาน อักขระเทพซึ่งมันยังไม่ทัน
จะรู้แจ้งอย่างสมบูรณ์ เมื่อจั่วม่อถูกไล่ต้อนสู่สถานการณ์จนตรอก อักขระ
นี้พลันท่วมท้นอยู่ภายในใจมัน
เส้นใยสีเขียวจู่ๆ ก็หดกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกเรียกหา
เส้นใยบางเบาเท่าเส้นผม กลับส่งเสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมสูงบาดหู
จั่วม่อจดจ่ออยู่กับการทบทวนความรู้สึกในครั้งนั้น ลำแสงที่ปลาย
ดรรชนีค่อย
ไม่ว่าหน้าผีหมอกวิญญาณตนใดหากกระทบถูกเส้นใยสีเขียว พลัน
แตกระเบิดเบา ๆ เส้นใยสีเขียวบางเฉียบเท่าเส้นผมคล้ายแฝงเร้นไว้ด้วย
พลังอันน่าตระหนก เพียงสะบัดฟาดเบา ๆ กระทั่งหน้าผีหมอกวิญญาณที่
ใหญ่โตมโหฬารที่สุดยังแหลกสลายเป็นผุยผง!
ภาพนี้น่าดูชมนัก
เพียะ เพียะ เพียะ!
เสียงระเบิดเบา ๆ ดังระรัว หน้าผีหมอกวิญญาณที่พุ่งดิ่งเข้าหาจั่วม่อ
ล้วนถูกทำลายสิ้น ชั่วพริบตาที่พวกมันสลายไป เสียงกรีดร้องคร่าครวญ
อย่างวิปโยคของหน้าผีหมอกวิญญาณ บันดาลให้ผู้คนหนาววูบไปถึงขั้ว
หัวใจ
ทว่าจั่วม่อผู้ดื่มด่าอยู่กับอักขระเทพคล้ายไม่รู้สึกอันใด ภายในชั่ว
พริบตาเดียว เบื้องหน้ามันก็สะอาดหมดจด ไม่หลงเหลือหน้าผีหมอก
วิญญาณแม้สักตนเดียว
ยักษ์หมอกถลึงมองเส้นใยสีเขียวเรืองแสง หลังจากตะลึงงันไปชั่วครู่
ก็ร้องโพล่งออกมาอย่างแตกตื่น “เส้นชีพจรเขียว!”
เส้นชีพจรเขียว?
จั่วม่อไม่มีเวลาให้ครุ่นคิด สัมผัสจากปลายนิ้วมิใช่แค่เพียงความหนัก
หน่วงอย่างเดียว แต่เป็นความเจ็บปวดร้อนลวก คล้ายกับการเอาปลายนิ้ว
กดลากไปตามผนังอันหยาบกระด้าง!
จั่วม่อแค่นเสียงหนัก ๆ แต่ไม่แยแสสนใจความเจ็บปวด ปลายดรรชนี
กรีดวาดไปตามรูปอักขระเทพที่ปรากฏชัดอยู่ในใจมัน
ทันใดนั้นเส้นใยสีเขียวคลายออกจากข้อมือของจั่วม่อด้วยตัวเอง
เส้นใยสีเขียวเต้นเร่าอยู่เบื้องหน้าจั่วม่อ ปลายด้านหนึ่งพลันพุ่งสูงขึ้น
ไปบนฟากฟ้า อีกด้านหนึ่งจมหายไปด้านใต้ฝ่าเท้าของจั่วม่อ
ในชั่วพริบตา เส้นใยสีเขียวก็ขึงตึงจากเบื้องบนจรดเบื้องล่าง ประหนึ่ง
สายพิณแห่งแสงที่เชื่อมฟ้าดิน!
ยักษ์หมอกแตกตื่นลนลานอย่างเห็นได้ชัด ร่างจมดิ่งลง ท่าทีคล้ายคิด
หลบหนีลงไปในทะเลหมอก ขอเพียงมันกลับเข้าไปในทะเลหมอก ย่อมไม่
มีผู้ใดทำร้ายมันได้
แต่แล้วทันใดนั้น ร่างของมันพลันแข็งทื่อ ร่างกายครึ่งท่อนล่างจู่ ๆ ไม่
ฟังคำสั่งของมัน
มองดูเส้นใยสีเขียวยิ่งมายิ่งทอแสงเจิดจ้าขึ้นทุกขณะ มันยิ่งแตกตื่น
ลนลานจนสุดระงับ
เกิดอะไรขึ้น?
มันก้มลงมอง แล้วค้นพบอย่างตื่นตะลึง ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด ร่างกาย
ครึ่งท่อนล่างของมันกลับกลายเป็นสีเทาด้าน
ถึงยามนี้มันค่อยฉุกคิดถึงสตรีที่เอาแต่หลบหลีกไปมาผู้นั้น ก่อนหน้า
นี้นางใช้พลังบางอย่างส่งผ่านเข้ามาในร่างกายมัน ควรทราบว่าร่างหมอก
ของมันแปรเปลี่ยนได้ดังใจปรารถนา ร้อยพิษยากจะกล้ากราย ขอเพียงมัน
อยู่ในทะเลหมอก มันก็ไม่รู้จักตาย!
นับตั้งแต่เริ่มรับหน้าที่เฝ้าพิทักษ์ลัญจกรตาหมอก ผ่านศึกน้อยใหญ่
กับเหล่านักรบสัญลักษณ์ศึกนับไม่ถ้วน น้อยคนนักที่สามารถทำให้มันรู้สึก
ว่าถูกคุกคาม
ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่คงอยู่มานานนับหมื่นปีเช่นมัน มันผู้ทรงพลัง
อำนาจไร้ผู้ต้านติด อาศัยมดปลวกสองตัวนี้ไหนเลยจะคุกคามมันได้
ทว่า… …
แรกเริ่มเดิมทีมันไม่ได้รู้สึกตัวถึงการแพร่กระจายของสีเทาอันพิสดาร
กลุ่มนี้ กระทั่งไม่กี่อึดใจก่อนหน้า มันยังคงมองข้ามสิ่งประหลาดนี้อย่าง
สิ้นเชิง
นี่มันอะไรกัน?
ยักษ์หมอกในใจลอบตื่นตระหนก แต่ไม่ได้สูญเสียความเยือกเย็นที่พึง
มี นี่อาจจะเป็นพิษร้ายที่มันไม่เคยเห็น! ยอดนักรบผู้เหลือรอดจากชนเผ่า
มันอดไม่ได้ต้องหันขวับไปมอง จากนั้นถึงกับแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ
เห็นลำแสงสีเขียวเหยียดตรงหนาแน่นจนแทบสัมผัสได้ มองจากที่
ห่างไกล สายพิณแห่งแสงที่เชื่อมฟ้าดินเข้าด้วยกันนี้ กำลังสาดประกาย
เจิดจ้าอันร้อนแรงสุดเปรียบปาน
รอจนสายตาของยักษ์หมอกกวาดไปพบดรรชนีที่กำลังขีดวาดกลาง
อากาศของจั่วม่อ พลันตกตะลึงพรึงเพริดราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่!
นี่เป็นไปไม่ได้!
สัมผัสร้อนลวกที่ปลายนิ้วยิ่งมายิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จั่วม่อมาถึง
จุดสิ้นสุดของความสามารถในการขีดวาดของมันแล้ว สมาธิจิตใจจดจ่อ
รวมรั้งจนแทบจะขมึงตึง และเพราะจดจ่อถึงเพียงนั้น ในใจจึงปราศจาก
ความคิดอื่นใดทั้งมวล มันเพียงหวาดเกรงว่าหากพลั้งเผลอแม้สักเล็กน้อย
ความพยายามทั้งหมดล้วนสูญเปล่าแล้ว
จั่วม่อขณะขีดวาดอักขระเทพ สายใยสีเขียวซึ่งกลายเป็นเส้นลำแสง
เชื่อมฟ้าดินที่เบื้องหน้า คล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นข้างหนึ่งเหนี่ยวรั้งกลับมา
ทางด้านหลังราวกับสายธนู
เส้นใยสีเขียวเมื่อถูกเหนี่ยวจนสุดล้า เห็นลำแสงสีเขียวผนึกรวม
ตัวอย่างรวดเร็วในจุดที่เส้นสายสีเขียวถูกรั้งดึง
ลำแสงสายนั้นใหญ่โตขึ้นทุกขณะ ในชั่วพริบตา ก็กลับกลายเป็นพายุ
หมุนแห่งแสงลูกเล็ก
เช้ง!
สายใยสีเขียวดีดกลับอย่างรุนแรง!
พายุหมุนแสงสีเขียวกรีดวาดเป็นทางยาวกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งจู่
โจมถูกยักษ์หมอกในชั่ววิบตา
ลำแสงสีเขียวทิ่มแทงเข้าไปในร่างของยักษ์หมอกโดยไม่ลำบาก
ยากเย็น
ยักษ์หมอกร่างแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ทันใดนั้นประกายสีเขียวเจิดจ้า
บาดตาระเบิดวาบออกมาจากภายในร่างของยักษ์หมอก ชั่วอึดใจหลังจาก
นั้น ลำแสงคมกล้าดุจกระบี่หลายสายแทงทะลุออกจากร่างยักษ์หมอก
ยักษ์หมอกยามนี้ดูไม่ต่างจากเม่นยักษ์สารรูปประหลาดพิกลตัวหนึ่ง
ทันใดนั้นเอง เงาสีขาวเล็กๆ สายหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากกองเพลิง
พยายามบุกฝ่าไปยังด้านที่ว่างเปล่ากลางอากาศ จั่วม่อสามารถมองเห็นได้
ชัดตา เงาสีขาวนั้นเป็นเด็กน้อยสีขาวราวหิมะผู้หนึ่ง
นั่นมันตัวอะไรกัน
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเด็กน้อยสีขาวกำลังจะหนีพ้น มือเรียวงามข้างหนึ่งไม่
ทราบผุดออกมาจากที่ใด พลันขยุ้มจับด้านหลังลำคอของมันไว้อย่าง
เหนียวแน่น
เด็กน้อยตัวแข็งทื่อ กระทั่งปลายนิ้วยังไม่กล้ากระดิก ในใจลอบฝืนยิ้ม
ขมขื่น
อากุ่ยหิ้วเด็กน้อยที่ทั่วร่างเปลือยเปล่า พลิ้วกายกลับมาอยู่ข้างกาย
จั่วม่อตามเดิม
“ทารกหมอกวิญญาณ! มันคือทารกหมอกวิญญาณแห่งชนเผ่าหมอก
วิญญาณ!” เว่ยโพล่งออกมาอย่างอัศจรรย์ใจ
“ทารกหมอกวิญญาณ?”
คราวนี้ถึงรอบจั่วม่อ เว่ยและผูเยาตกตะลึงพรึงเพริด …หรือว่าทารก
หมอกวิญญาณได้ยินพวกมันสนทนากัน?
“ข้าจะบอกเจ้าให้เอาบุญ เมื่อครั้งกระโน้นเราผู้เฒ่าเป็นผู้แข็งแกร่ง
ที่สุดในเผ่า!” ทารกหมอกวิญญาณกล่าวด้วยสุ้มเสียงเก่าแก่โบราณ แต่เมื่อ
กล่าวออกมาด้วยเสียงเด็กน้อยของมัน กลับฟังดูแปลกพิกลยิ่ง
ดวงตาสีเลือดของผูเยาพลันทอประกายวาบ “เจ้าสามารถได้ยินพวก
เราสนทนากันเช่นนั้นรึ?”
“ย่อมแน่นอน!” ทารกหมอกวิญญาณกล่าวอย่างอดรนทนไม่ได้ “เจ้า
สองคนก็แค่วิญญาณสองดวง ที่นี่คือดินแดนของข้า ไยข้าจะไม่สามารถได้
ยินเสียงพวกเจ้าเล่า?
?” ดวงตาสี
เลือดของผูเยาเปล่งประกายวูบอีกครั้ง
“ผนึกรวมวิญญาณออกจากร่าง ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่หาก
เป็นการออกมาจากร่างของเด็กน้อยผู้นี้ นั่นกลับง่ายดายยิ่ง” ทารกหมอก
วิญญาณตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ทำอย่างไร?” ผูเยาถามอย่างหน้าด้านหน้าทน
ทารกหมอกวิญญาณพลันหุบปากฉับ สิ่งใดมีคุณค่าในยามนี้มันย่อม
ล่วงรู้ดีแก่ใจ มันมิได้โง่งม ที่กล่าววาจามากมายถึงปานนี้ ก็เพียงเพื่อ
ต้องการต่อรองกับจั่วม่อเท่านั้น
จั่วม่อมีประสบการณ์โชกโชน เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเช่นนี้ ก็มองแผนการ
ของอีกฝ่ายออกอย่างปรุโปร่ง มันหัวร่อฮี่ฮี่พลางกล่าว “ให้ความร่วมมือแต่
โดยดีจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
ทารกหมอกวิญญาณกล่าวอย่างไม่แยแส “เจ้าสามารถทำอะไรเราผู้
เฒ่าได้?
?” จั่วม่อเป็นบุคคลอันเผ็ดร้อนชั่วร้ายผู้
หนึ่ง ทางด้านนี้ทารกหมอกวิญญาณไหนเลยจะเป็นคู่มือของมันได้ มัน
กล่าวเสียงเรียบเบา แต่เย็นเยียบจับใจ “ข้าเพียงแค่ต้องกำนัลเพลิงเทพสุริ
ยันให้แก่เจ้าสักเล็กน้อย แค่ใส่เข้าไปในร่างเจ้าเท่านั้น ฮึ่มฮึ่ม!”
มันจดจำได้สิ่งที่เว่ยเคยกล่าวไว้ได้อย่างชัดแจ้ง พลังเทพสุริยันที่มัน
ฝึกปรือเป็นดาวข่มของชนเผ่าหมอกวิญญาณ เพลิงเทพสุริยันเองก็สมควร
เป็นดั่งพิษร้ายสำหรับทารกหมอกวิญญาณ
จริงดังคาด ทารกหมอกวิญญาณหน้าซีดเผือดทันที กรีดร้องคร่า
ครวญ “เจ้ามันอำมหิตเกินไปแล้ว!”
“เท่านี้ก็กลัวแล้ว?” จั่วม่อกล่าวสืบต่อด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “เกอยังมี
อีกนับร้อยนับพันวิธี เท่านี้ยังไม่นับเป็นอะไรได้ ต่อต้านสิ ต่อต้านเข้า เกอ
กำลังรอให้เจ้าต่อต้านอยู่พอดี เจ้าฉุดลากเกอลงมาที่นี่ หนี้บัญชีรายนี้เรา
ต้องชำระสะสางกันแน่ มิเช่นนั้น… ฮี่ฮี่ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น!”
ทารกหมอกวิญญาณน้าตาตกใน มันหลับใหลมานานนับหมื่นปี พอ
ตื่นขึ้นมากลับต้องเผชิญกับตัวประหลาดที่ชั่วร้ายเช่นนี้
ผูเยากล่าวอย่างเย็นชา “ ระวังด้วย อย่าปล่อยให้มันเข้าใกล้ทะเล
หมอกที่ด้านล่าง”
ทารกหมอกวิญญาณแทบเอาศีรษะพุ่งชนกำแพงตาย ไฉนศัตรูทุกคน
ล้วนแต่กลอกกลิ้งเจนจัดไปเสียหมด?
ๆ … …
“พูดแล้ว ข้าพูดแล้ว!” ในสภาพเช่นนี้ ทารกหมอกวิญญาณไหนเลย
จะมีปัญญาใส่ใจเรื่องอื่นใดอีก คนเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าดุร้ายอำมหิต มันต้อง
ตกอยู่ในกำมือของคนเลวพวกนี้ เกรงว่าต้องเผชิญกับเคราะห์ร้ายแล้ว
ทารกหมอกวิญญาณรีบเสนอคาถาบทหนึ่ง
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งขาวหนึ่งดำพุ่งวาบออกมาจากทะเลแห่ง
จิตสำนึกของจั่วม่อ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” ผูเยาแหงนหน้าหัวร่อดังกระหึ่มอย่างเบิกบานใจ ที่
ผ่านมามันเฝ้าค้นหาวิธีการออกมาจากทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อมาโดย
ตลอด นึกไม่ถึงว่าวันนี้ความฝันจะกลายเป็นจริง
ความรู้สึกนี้ ช่างยอดเยี่ยมนัก!
เว่ยก็มีสีหน้ายินดี ผสมปนเปไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ คนผู้หนึ่ง
เมื่อถูกจองจำมานานปี มันจะโหยหาอิสรภาพสักเพียงใด สุดที่คนทั่วไปจะ
คาดคำนวณได้
กับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของผูเยาและเว่ย อากุ่ยยังคงไม่รู้สึก
รู้สาแม้แต่น้อย
จั่วม่อมองดูผูเยากับเว่ยเหินบินไปมาอยู่กลางเวหา อดแย้มยิ้มจากใจ
จริงไม่ได้
เจ้าวัตถุโบราณทั้งสองนี้… …
ทารกหมอกวิญญาณเห็นไม่มีผู้ใดสนใจมัน พยายามหาทางดิ้นรน
หลุดรอด น่าเสียดายที่เด็กหญิงที่คว้าจับด้านหลังลำคอของมัน คล้ายหยั่ง
ทราบจิตเจตนาของมัน กรงเล็บของนางพลันเกร็งแน่นกว่าเดิม
ทารกหมอกวิญญาณแทบกรีดร้องสุดเสียง รู้สึกลำคอเจ็บปวดอย่าง
รุนแรง
มันกลับกลายเป็นเรียบ ๆ ร้อย ๆ ทันที