สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 801 สือผิ่นน้อย ๆ
การลอบโจมตีของสือผิ่นถูกหยุดยั้งลง แต่ชั่วพริบตานั้น สือผิ่นน้อย ๆ
ไม่ชะงักรั้งรอแม้แต่ชั่ววูบ พลันกู่คำรามเสียงแหลมเล็ก โถมทะยานเข้าหา
เจินหลิงเมิ่งอย่างเกรี้ยวกราด!
พลังฆ่าฟันหมุนคว้างในสายลม ม่านหมอกพลุ่งพล่านปั่นป่วน สือ
ผิ่นประดุจเงาวิญญาณดำเล็ก ๆ อันลี้ลับเลื่อนลอย บัดเดี๋ยวปรากฏบัด
เดี๋ยวลับหายอยู่ในม่านหมอก วงพระจันทร์น้อยนับไม่ถ้วนราวกับสายฟ้า
หลายพันสาย กระหน่าจู่โจมใส่เจินหลิงเมิ่งจากทุกทิศทางดุจลมคลุ้มฝน
คลั่ง
เจตจำนงกระบี่ครอบฟ้าคลุมดิน!
พลังฆ่าฟันเดือดพล่าน!
ห่าพิรุณปราณกระบี่ดูประหนึ่งพายุสายฟ้าสีดำทมิฬ โหมซัดไม่
หยุดยั้ง เจตจำนงกระบี่กระจายตัวออกรอบด้าน พลังที่มองไม่เห็นถักทอ
ดุจแหฟ้าตาข่ายดิน ล้อมกักรัดพันเจินหลิงเมิ่งราวกับใยแมงมุมนับพันนับ
หมื่นสาย
การลอบจู่โจมอย่างฉับพลันนี้ ทำเอาเจินหลิงเมิ่งถึงกับแตกตื่นจน
ขวัญหนีดีฝ่อ หากมิใช่ว่ามีของวิเศษจากสำนักช่วยคุ้มกัน เกรงว่านางต้อง
รับบาดเจ็บไม่เบา กระจกปากว้าคุ้มกันหัวใจที่ซือฟู่ของนางมอบให้ไว้ใช้
คุ้มกาย บัดนี้ปรากฏรอยร้าวเป็นทางยาวจากริมขอบ
เจินหลิงเมิ่งทั้งตื่นตระหนกทั้งเดือดดาล นางยามอยู่ในสำนักมักถูก
เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์พี่คอยปกป้องทนุถนอม ไม่ว่าผู้ใดพอพบเห็นนาง
ล้วนยินยอมอ่อนข้อให้สามส่วน นางเคยต้องเสื่อมเสียหน้าถึงเพียงนี้ตั้งแต่
เมื่อใด? ของวิเศษคุ้มกายที่ท่านอาจารย์มอบให้อยู่ติดตัวนางมานานปี นาง
รักใคร่หวงแหนเป็นที่สุด แต่ยามนี้มันแตกหักเสียหายไปแล้ว!
นางเดิมทีก็มีฝีมือสูงเยี่ยมเหนือคนทั่วไป ชั่วพริบตานั้นพลันตอบโต้
ด้วยกระบวนท่าไม้ตายโดยไม่รีรอลังเล
ปราณกระบี่สุดยะเยียบสายหนึ่งตัดผ่านม่านหมอกราวกับสายฟ้า
แลบ พุ่งดิ่งเข้าหาร่างแหกระบี่ที่เกิดจากดาบวงพระจันทร์ของสือผิ่นอย่าง
หักโหม!
ติง!
สุ้มเสียงแหลมสูงสดใสดังกระหึ่มทั่วลานต่อสู้
นางรู้สึกว่าพลังอันดุร้ายขุมหนึ่งแล่นผ่านมาจากกระบี่บิน เจินหลิง
เมิ่งพลังภายในพลุ่งพล่านปั่นป่วน กระแทกเท้าถอยหลังสองก้าวตาม
สัญชาตญาณ
ร่างเล็ก ๆ ของสือผิ่นก็ปลิวลิ่วไปในอากาศ
เจตจำนงกระบี่อันดุดันนัก!
เจินหลิงเมิ่งในใจเขม็งตึงเครียด นางเพิ่งจะเคยพบพานเจตจำนง
กระบี่ที่เฉียบขาดดุดันถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก มิหนำซ้าฝีมือเชิงกระบี่ของ
อีกฝ่ายลึกล้าไพศาล เทียบกับนางแล้วหาได้อ่อนด้อยกว่าแม้แต่น้อยไม่
หรือว่าคนผู้นี้คือเหวยเสิ้ง?
ความคิดนี้วาบผ่านในใจราชินีน้าแข็งแห่งคุนหลุน คนของม่ออวิ๋นไห่
ที่มีความสำเร็จเชิงกระบี่สูงล้าถึงเพียงนี้ เท่าที่นางทราบมีเพียงคนเดียว
เท่านั้น นั่นคือเหวยเสิ้ง!
ตามคำร่าลือบอกว่าเหวยเสิ้งใช้กระบี่สีแดงดุจโลหิตเล่มหนึ่ง
เจตจำนงกระบี่ของมันดุร้ายกระหายเลือดสุดเปรียบปาน นางรู้สึกว่า
ตนเองสมควรคาดเดาไม่ผิดพลาดแล้ว
แต่ในขณะเดียวกัน นางสงบใจลงอย่างรวดเร็ว จริงอยู่ว่าฝ่ายตรงข้าม
ยังไม่ได้ทุ่มพลังโจมตีอย่างสุดกำลัง แต่นางเองในการตอบโต้เมื่อครู่ก็ยังคง
ออมรั้งยั้งมือเช่นกัน นางแม้ประหลาดใจต่อความดุดันอำมหิตในเจตจำนง
กระบี่ของฝ่ายตรงข้าม แต่หากคนผู้นี้คือเหวยเสิ้งก็ไม่มีอันใดน่าแปลกใจ
แล้ว
ในฐานะยอดยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งม่ออวิ๋นไห่ เหวยเสิ้งไม่ใช่บุรุษหนุ่ม
ไร้ชื่อเสียงเรียงนามในครั้งกระโน้นอีกต่อไป แต่เป็นสุดยอดยุทธ์นอก
วิถีทางอันเที่ยงธรรม ซึ่งสามารถจ่อปลายกระบี่คุกคามแดนศักดิ์สิทธิ์แห่ง
เซียนกระบี่เยี่ยงคุนหลุน
กระทั่งเหล่าอัจฉริยะคุนหลุนซึ่งมีสายตาสูงส่งอยู่เหนือศีรษะ เมื่อ
เผชิญพบเหวยเสิ้ง ยังมิอาจไม่ละทิ้งความทระนงถือดีของตน
เจินหลิงเมิ่งสงบเยือกเย็นลงทันที นางตวัดกระบี่ฟันขวับ ๆ ภายในชั่ว
พริบตา เจตจำนงกระบี่สิบสองสายก่อเกิดเป็นม่านพลังป้องกันสิบสองชั้น
ที่เบื้องหน้านาง!
เมื่อทราบว่าศัตรูที่เบื้องหน้าอาจเป็นเหวยเสิ้ง นางเลือกตั้งรับอย่าง
รัดกุม ซึ่งเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า
ดูจากปฏิกิริยาท่าทีของนาง นามของเหวยเสิ้งน่าประหวั่นพรั่นพรึง
เพียงใด ก็เป็นที่เห็นได้ชัดเจน!
ปราณกระบี่สิบสองสายถักทอประสาน เปล่งอานุภาพของเจตจำนง
กระบี่อันเที่ยงแท้แห่งคุนหลุนออกมา ก่อเกิดอาณาเขตที่มั่นคงปลอดภัย
ผืนหนึ่ง ไม่ว่าสิ่งใดหากคุกคามเข้าใกล้ จะถูกปราณกระบี่มากมายนับไม่
ถ้วนฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กระทั่งสายหมอกที่ปราศจากรูปร่างยังไม่
อาจรอดพ้น
ภายในรัศมีสิบจั้ง กลุ่มหมอกสลายหายไปหมดสิ้น
ทารกหมอกวิญญาณแค่นเสียงอย่างเย็นชา ลอบขุ่นเคืองใจอยู่บ้าง
แต่มันไม่ได้ลงมือ มันแม้ไม่ได้ออกไปเผชิญทางโลกนานนับหมื่นปี แต่มัน
เดิมทีเป็นคนมากไมตรีและล่วงรู้จิตใจผู้คน ทราบดีว่าในฐานะคนใหม่ สิ่งที่
สมควรกระทำที่สุดในยามนี้คือผูกสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องคนอื่น ๆ
คนเยี่ยงสือผิ่น เพียงมองปราดเดียวก็ทราบว่าทระนงถือดี หากมัน
สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวเกรงว่าคงไม่ดีนัก
จริงดังคาด เสียงกู่ด้วยโทสะดังสนั่นลงมาจากฟากฟ้า เจตนาฆ่าฟัน
อันดุร้ายอำมหิตคำรามกึกก้องดุจสายฟ้าคำรน
เมื่อเป็นฝ่ายลงมือลอบโจมตี แต่กลับถูกกระแทกกระเด็นลิ่วขึ้นไปบน
ท้องฟ้า สำหรับสือผิ่นผู้ทระนงถือดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเรื่องเสื่อมเสีย
หน้าสักเพียงใด
มันรู้สึกราวกับว่ามีกองไฟลุกโหมอยู่ภายใน ชุดยาวสีดำกระพือพลิ้ว
โดยปราศลม สือผิ่นชูมือขึ้นสูงเหนือศีรษะ ดาบวงพระจันทร์คล้ายถูกเรียก
หา พุ่งลิ่วเข้าไปหมุนวนอยู่เหนือฝ่ามือที่ชูขึ้นข้างนั้น
ทันใดนั้น บนใบดาบวงพระจันทร์พลันถูกอาบย้อมด้วยสีแดงเข้ม
ประหนึ่งดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่เพิ่งจะดื่มโลหิตมาก็มิปาน!
สือผิ่นผมเผ้าลุกชี้ชัน ใบหน้าน้อย ๆ ที่เย่อหยิ่งเย็นชาทอประกายฆ่า
ฟัน
นับตั้งแต่ชั่วพริบตาที่มันถือกำเนิดเกิดมา ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่
ที่สุดของมันก็คือการกลายเป็นสัตว์ปราณที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี เพื่อ
ไม่ให้เสื่อมเสียชื่อของสือผิ่น (ระดับสิบ)
ทว่าหลังจากได้เห็นพลังอันแกร่งกล้าเกรียงไกรของเหวยเสิ้ง ความ
อหังการของจั่วม่อ ความลี้ลับพิสดารของอากุ่ย ความดุร้ายป่าเถื่อนของ
นกโง่ ความลึกล้าสุดหยั่งถึงของจงหยู จริงเท็จรวมเป็นหนึ่งของหลัวหลี
ดวงตาของสือผิ่นน้อยๆ ก็ยิ่งมองสูงขึ้นไปจนเทียมฟ้า
ในร่างเล็ก ๆ ของมันอัดแน่นไปด้วยความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่!
มันคือระดับสิบ!
มันเมื่อเกิดมาเพื่อยืนอยู่ในระดับสุดยอด ไหนเลยจะยินยอมเป็นคน
ธรรมดาสามัญได้?
กลุ่มหมอกที่ด้านล่างถูกปราณกระบี่ของเจินหลิงเมิ่งทำลายสิ้น ช่วย
ให้มันมองเห็นได้กว้างไกลกว่าเดิม ที่เบื้องหน้าเห็นปราณกระบี่ทบซ้อน
เป็นชั้น ๆ เปล่งประกายงดงามตระการตา
สือผิ่นทอดตามองอย่างเหยียดหยามดูแคลน
จิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโหมเดือดพล่านอยู่ภายใน สือผิ่นเผยสัญชา
ตญานกระหายการต่อสู้แต่กำเนิดออกมา
มาเถอะ!
เชิญรับชมกระบวนท่าสุดยอดของสือผิ่น!
สือผิ่นดวงตาพลันสาดประกายเจิดจ้า มันเร่งเร้าพลังทั่วร่าง ใบหน้า
เย่อหยิ่งยังคงแฝงแววดูหมิ่นเหยียดหยามที่ออกมาจากไขกระดูกของมัน
มือที่ชูสูงกดลงอย่างฉับพลัน
วงพระจันทร์สีแดงเข้มพุ่งวาบออกไปในบัดดล
เบื้องหลังวงพระจันทร์ บังเกิดภาพเงามายาสีเลือดร้อยเรียงดุจแพร
ไหม เงาอันดุดันอำมหิตนับไม่ถ้วนวูบวับไปมา แต่ละเงาแปรเปลี่ยนไม่
หยุดยั้ง บัดเดี๋ยวซ้ายบัดเดี๋ยวขวา บัดเดี๋ยวปรากฏบัดเดี๋ยวหายวับ!
พลังสภาวะโหดเหี้ยมดุดันสุดเปรียบปานแตกระเบิดออกมา
ท่ามกลางเสียงกู่แหลมเสียดหู ประหนึ่งภูตผีนับพันกรีดร้องทวงวิญญาณ
บันดาลให้ผู้คนใจสั่นสะท้าน
สีโลหิตบนดาบวงพระจันทร์ยิ่งมายิ่งเข้มลึก เงาสีเลือดที่ด้านหลังยิ่ง
นานยิ่งแดงฉาน ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกขณะ
กระบี่สังหารวิญญาณร้อยเซ่นสรวง!
เพลงกระบี่แม้คลุ้มคลั่งอำมหิต แต่ใบหน้าน้อยๆ ของสือผิ่นไม่มี
ร่องรอยของความบ้าคลั่ง มันยังคงเย็นชาและทระนงถือดีเหมือนเช่นปกติ
มันหาทราบไม่ ว่าสีหน้าของมันยามนี้เป็นการลอกเลียนผู้เป็น
แบบอย่างของมันโดยไม่รู้ตัว เหวยเสิ้งต้าเหริน
เคล็ดวิชากระบี่ที่เหวยเสิ้งเลือกเฟ้นให้แก่มันชุดนี้เหมาะกับนิสัยใจคอ
ของมันอย่างที่สุด สือผิ่นชมชอบการต่อสู้ และเพลงกระบี่ชุดนี้ก็เปี่ยมล้น
ไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน มันเป็นสาวกผู้คลั่งไคล้ของเหวยซือ (อาจารย์เหวย)
สิ่งที่เหวยซือกล่าวมาล้วนไม่ผิดพลาด นับตั้งแต่แรกสัมผัส มันก็พบว่าการ
ฝึกเคล็ดวิชากระบี่ชุดนี้สนุกสนานน่าสนใจอย่างน่าประหลาด
แต่แล้วในไม่ช้า มันก็พบจุดมุ่งหมายใหม่
ในความเห็นของมัน เหวยซือคือเซียนกระบี่ที่เข้มแข็งที่สุดในใต้หล้า
ทุกครั้งที่สือผิ่นเข้าใกล้กระบี่โลหิตประหารเทพ มักรู้สึกเลือดลมเดือด
พล่านขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุมบังคับ ทั้งยังรู้สึกกระหายเลือดขึ้นมาอย่าง
สุดระงับ แต่เหวยซือดูเหมือนไม่เคยสะทกสะท้าน กระบี่โลหิตประหารเทพ
ที่ดุร้ายถึงเพียงนั้นเมื่ออยู่ในมือเหวยซือ กลับเชื่องเชื่อเป็นที่สุด
จิตใจของเหวยซือแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าเหล็กกล้าที่แข็งที่สุด!
สือผิ่นเทิดทูนบูชาเหวยซืออย่างสุดจิตสุดใจ
ดังนั้นมันก็ยิ่งเข้มงวดกวดขันต่อตัวเองมากขึ้นเช่นกัน กระทั่งกระบี่
โลหิตประหารเทพยังไม่อาจสั่นคลอนจิตใจของเหวยซือได้ เช่นนั้นมันจะ
ปล่อยให้เพลงกระบี่สังหารวิญญาณร้อยเซ่นสรวงอันกระจ้อยร่อยมาทำให้
จิตใจของมันสั่นไหวได้อย่างไร?
สือผิ่นเริ่มลอกเลียนเยี่ยงเหวยซือ พยายามป้องกันไม่ให้จิตใจของตน
ได้รับผลกระทบจากเจตจำนงกระบี่อันชั่วร้าย
ดังนั้นภาพเบื้องหน้าจึงได้ปรากฏขึ้น เห็นเจตจำนงกระบี่วงพระจันทร์
กรีดฝ่าอากาศ เป็นเจตจำนงกระบี่อันดุร้ายแหลมคมดุจสัตว์ร้ายทลายกรง
ขัง แต่ใบหน้าของสือผิ่นยังคงเย็นชาถือดีเหมือนเช่นปกติ
แต่พร้อมกันนั้น เจตจำนงกระบี่ของมันก็กล้าแข็งถึงขั้นที่ไม่เคยบรรลุ
ถึงมาก่อน!
พวกมันแทบจะตกหลุมพรางของศัตรู! ถานซวีทั้งแตกตื่นทั้งเดือด
ดาล มันมีความเคยชินชนิดหนึ่งที่หมั่นฝึกปรือโดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ นั่นคือ
ไม่ว่าที่ไหนเวลาใด มันมักจะแบ่งแยกจิตใจส่วนหนึ่งเตรียมพร้อมสำหรับ
การต่อสู้ได้ทุกขณะจิต เนื่องเพราะครั้งแรกที่มันออกไปปฏิบัติภารกิจเพียง
ลำพัง มันแทบพลาดพลั้งเสียชีวิตด้วยความประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย
นับตั้งแต่นั้นมา มันก็มุ่งมั่นฝึกปรือความเคยชินนี้ไม่เคยขาด
วันนี้ความเคยชินนี้ช่วยชีวิตของมันอีกครั้ง
เห็นรูเล็ก ๆ หลุมหนึ่งปรากฏชัดอยู่บนยุทโธปกรณ์เทพของมัน พลัง
เทพคุ้มกายของมันถูกการโจมตีนี้กระแทกทำลายไปสิ้น หากมิใช่ว่ามี
ยุทโธปกรณ์เทพของคุนหลุนชุดหนึ่ง ร่างของมันยามนี้คงปรากฏหลุม
โลหิตขนาดใหญ่หลุมหนึ่ง
เก็บกู้ชีวิตกลับมาเพียงชั่วเส้นยาแดงผ่าแปด ถานซวีขุ่นแค้นสุดระงับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบว่าผู้ที่แทบจู่โจมปลิดชีวิตมันไปกลับเป็นเพียง
แค่สัตว์ปราณตัวหนึ่ง บุตรแห่งคุนหลุนถึงกับเดือดดาลทะยานฟ้า
“เดรัจฉานที่ขวัญกล้าบังอาจนัก!”
กระบี่บินสีแดงฉานในมือเปล่งลำแสงวาบ พุ่งเข้านกโง่ดุจเพลิงพิโรธ
หอบหนึ่ง
ได้ยินคำ ‘เดรัจฉาน’ นกโง่ขนนกบนศีรษะระเบิดพรึบ ลุกตั้งชี้ชันจน
สุดปลาย ดวงตาที่ปกติเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงพลันแดงฉานด้วย
สายเลือด เปล่งประกายดุร้ายป่าเถื่อนสุดบรรยาย
นกโง่เคยถูกก่นด่าอย่างสาดเสียเทเสียถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
เผชิญหน้ากับเปลวไฟที่พุ่งวาบเข้ามา นางจิกจู่โจมอีกครั้ง!
ท่าจิกจู่โจมคราวนี้แตกต่างจากครั้งก่อนอยู่มากโข คล้ายมีประกายไฟ
นับไม่ถ้วนแตกปะทุอยู่ที่ปลายจะงอยปากนก ประกายไฟแต่ละสะเก็ด
ขนาดใหญ่เท่าเม็ดทราย ที่พิสดารคือประกายไฟเหล่านี้กลับไม่ได้สาด
กระจายออกไปทุกทิศทาง แต่ก่อตัวเป็นรูปวงแหวนรอบจะงอยปากนก
ถานซวีในดวงตาทอแววลำพองใจที่แทบสังเกตไม่เห็น
เปลวไฟที่มันจู่โจมออกไปอาจดูธรรมดาสามัญ แท้ที่จริงแล้วอันตราย
ยิ่ง นี่ถึงกับไม่ใช่เปลวไฟ แต่เป็นบางสิ่งที่ดูคล้ายเปลวไฟซึ่งสร้างขึ้นจาก
เจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์
กระบวนท่าจู่โจมของมันหลอกลวงเป็นที่สุด ยอดยุทธ์มากมายต้อง
เสียท่าเพราะเหตุนี้เอง
มันมองดูนกโง่เผชิญหน้ากับเจตจำนงกระบี่ ‘เปลวไฟ’ ของมันตรงๆ
ทั้งยังตอบโต้ด้วยท่าจิกจู่โจม ถานซวีเห็นแผนการสำเร็จไปด้วยดี อดเผย
แววตาลำพองใจไม่ได้
จริงดังคาด ชั่วพริบตาที่จะงอยปากจิกถูกเปลวไฟ เปลวไฟพลันแตก
ระเบิดดังสนั่น!
วู้ม!
เจตจำนงกระบี่นับไม่ถ้วนแตกระเบิดอย่างพร้อมเพรียง ถาโถมกลืน
กินนกโง่ลงไปในพริบตา
‘เปลวไฟ’ ที่ดูสามัญธรรมดานี้ แท้ที่จริงแฝงเร้นไว้ด้วยปราณกระบี่
เล็กละเอียดสามพันหกร้อยสาย เมื่อปราณกระบี่ทั้งหมดเรียงร้อยเข้า
ด้วยกันด้วยเจตจำนงกระบี่ พวกมันก็ก่อตัวเป็นเปลวไฟ
ปราณกระบี่สามพันหกร้อยสายแตกระเบิดอย่างพร้อมเพรียง เกิด
เป็นภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจถึงเพียงไหน!
ประกายแสงร้อนแรงจนผู้คนแทบลืมตาไม่ขึ้น กลุ่มหมอกในรัศมี
หลายสิบจั้งถูกกวาดหายไปสิ้น เสียงระเบิดระรัวที่ชวนให้ขนหัวลุกชี้ชันดัง
สนั่นออกมาจากกลุ่มแสง
ถานซวีแค่นเสียงอย่างเย็นชา แสดงท่าทีลำพองใจอย่างไม่ปิดบัง
“เพียงแค่เดรัจฉานหน้าขนตัวหนึ่งกลับกล้าลอบทำร้ายเสี่ยวเหยีย ใช่
รำคาญชีวิตแล้วหรือไม่! เสี่ยวเหยียจะให้เจ้าได้ลิ้มรส การเป็นเฟิ่งหวงที่ถูก
ถอนขนไยมิใช่แค่ไก่ตัวหนึ่ง!”
ในปราณกระบี่สามพันหกร้อยสายนี้แฝงเร้นด้วยสารพันเปลี่ยนแปลง
คู่ต่อสู้เมื่อติดอยู่ภายใน ไม่เคยมีผู้ใดหลุดรอดออกมาได้
นี่เป็นสุดยอดท่าไม้ตายของมัน!
‘เปลวไฟกระบี่!’
กระทั่งในยามที่ประมือกับเหล่าศิษย์พี่ในคุนหลุน เมื่อใดที่มันใช้ท่าไม้
ตายนี้ออกมา ศิษย์พี่ทั้งหลายล้วนหลบเลี่ยง ไม่เคยมีผู้ใดต้านรับกระบวน
ท่านี้ตรงๆ มาก่อน
ภายใต้พายุปราณกระบี่สามพันหกร้อยสายอันเกรี้ยวกราด ผู้ใดมี
ความเชื่อมั่นว่าสามารถหลบหนีออกมาได้?
กระบวนท่าสังหารที่กระทั่งบุตรแห่งคุนหลุนอื่นๆ ยังหวาดเกรงที่จะ
รับมือ คิดจัดการกับเดรัจฉานหน้าขนตัวหนึ่ง ไยมิใช่ง่ายดายปานพลิกฝ่า
มือ?
ถานซวีกวาดตามองรอบด้านอย่างระแวงระวัง ในเวลาเช่นนี้ มันไม่
คิดเปิดโอกาสให้ผู้อื่นลอบโจมตีมันอีก
สิ่งที่มันไม่ล่วงรู้ก็คือ ทหารยันต์ทองคำดำกับหยางกวงที่อยู่ในม่าน
หมอก กำลังมองดูมันด้วยสายตาสมเพชเวทนา
“มันตายแล้ว” ทหารยันต์ทองคำดำสั่นศีรษะทอดถอนใจอย่างปลง
อนิจจัง
“ไม่” หยางกวงกลับคัดค้าน ใบหน้าสดใสดั่งแสงตะวันเต็มไปด้วย
ความสงสาร “ผู้ที่ล่วงเกินเหนี่ยวต้าเจีย (พี่สาวใหญ่นก) ไหนเลยคิดตายก็
ตายได้ดังใจนึก”
เหนี่ยวต้าเจียพอพิโรธขึ้นมา ผลสุดท้ายนั้นเกรงว่าน่าอเนจอนาถสุด
ทนดู
พายุปราณกระบี่สลายหายไป
เผยให้เห็นเงาร่างของนกที่เย่อหยิ่งอหังการ
ขนนกของนางยุ่งเหยิงเล็กน้อย ดวงตาเรียวยาวของนางไม่ได้ทอแวว
โกรธกริ้วเช่นเมื่อครู่อีก แต่กลับบันดาลให้ผู้คนรู้สึกว่าไฟโทสะของนาง
กำลังบรรลุถึงจุดสูงสุดแล้ว
นี่เป็นความสงบอันชวนอึดอัดช่วงสั้น ๆ ก่อนที่พายุจะพัดโหมทำลาย
ล้างสรรพสิ่งที่ขวางหน้า!