สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 802 จิตใจของจั่วม่อ
เห็นหนามเทพสุริยันที่แยบคายถึงเพียงนั้น ถึงกับพลาดเป้าไปจริง ๆ
จั่วม่อตะลึงงันไปชั่ววูบ แล้วพลันตั้งสติได้ทันที แทนที่จะล่าถอยกลับสะอึก
เข้าหา ขวานเทพสุริยันในมือหวดใส่ศัตรูตรงหน้าอย่างหักโหม!
ขวานนี้รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ
เนี่ยเฉินเห็นเพียงเงาพร่าเลือนวูบ ทันใดนั้นพลังขวานสีทองก็ฟัน
มาถึงศีรษะมันแล้ว
แต่เนี่ยเฉินเวลานี้อยู่ในสภาวะสุดอัศจรรย์ ปฏิกิริยาตอบสนอง
รวดเร็วหาใดเทียบ มือขวาตวัดวูบ กระบี่บินฉกปราดเข้าหาช่วงเอวของจั่ว
ม่อปานอสรพิษร้าย
นี่เป็นกระบวนท่าตายตกตามกัน มันวางเดิมพันกับความจริงที่ว่าฝ่าย
ตรงข้ามต้องหันกลับไปป้องกันตัว!
คมขวานเทพสุริยันที่สามารถผ่าขุนเขาแยกปฐพีแทบจะฟันถึง
ใบหน้ามันอยู่รอมร่อ แต่เนี่ยเฉินสีหน้าสงบราบเรียบผิดธรรมดา ดวงตา
กระจ่างใสดุจแก้วผลึกไม่สั่นไหวแม้แต่ชั่ววูบ
นานมากแล้วที่จั่วม่อไม่ได้เผชิญคู่ต่อสู้ที่ตึงมือถึงเพียงนี้ กระบวนท่า
ของอีกฝ่ายดุดันอำมหิตยิ่ง มันแม้สามารถผ่าแยกร่างคนผู้นี้ออกเป็นสอง
เสี่ยง แต่ปราณกระบี่ของอีกฝ่ายก็จะตัดร่างมันจนขาดกลางเช่นกัน
มันพลิกฝ่ามือวูบ วกขวานในมือกลับไปฟาดฟันใส่กระบี่บินทันที
ตง!
เสียงปะทะดังสนั่นลั่นโลก ประกายไฟแลบลั่นเป็นทางยาว!
จั่วม่อและเนี่ยเฉินกระแทกเท้าถอยหลังอย่างพร้อมเพรียง
เนี่ยเฉินในที่สุดเผยสีหน้าตื่นตะลึง พลังฝีมือของฝ่ายตรงข้ามยังกล้า
แข็งกว่าที่มันจินตนาการเอาไว้เสียอีก แต่สิ่งที่ทำให้มันตื่นตระหนกยิ่งกว่า
คือมันคาดเดาออกแล้วว่าคนผู้นี้เป็นใคร
“นึกไม่ถึงว่าจะได้พบราชันแห่งม่ออวิ๋นไห่ในสถานที่เช่นนี้”
เนี่ยเฉินเพ่งตามองจั่วม่อ พลางกล่าวเน้นทีละคำ ในใจปั่นป่วนดุจ
พายุโหม มันไหนเลยจะคาดคิดว่าจะมีโอกาสได้ประมือกับจั่วม่อโดยตรง!
หากมิใช่พลังเทพสุริยันที่เป็นหนึ่งไม่มีสองของอีกฝ่าย เนี่ยเฉินคงไม่อาจ
คาดเดาตัวตนที่แท้จริงของคนเบื้องหน้านี้ได้
ดินแดนม่ออวิ๋นไห่แม้ไม่ใหญ่โต แต่ไม่มีผู้ใดกล้าประมาทดูแคลนขุม
กำลังของพวกมัน จั่วม่อในปัจจุบันมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง เนี่ยเฉินพบว่ายากจะ
เชื่ออยู่บ้าง คนที่มีศักดิ์ฐานะเช่นนี้กลับบุกเข้ามาสำรวจซากโบราณสถาน
ด้วยตัวเอง
ทว่าสิ่งที่ทำให้มันตื่นตระหนกมากที่สุดอย่างแท้จริง กลับเป็นพลัง
ฝีมืออันกล้าแกร่งเกรียงไกรของจั่วม่อ
เรื่องที่จั่วม่อฝึกปรือพลังเทพสุริยัน ไม่ได้เป็นความลับมานานแล้ว
ทว่ายามที่ผู้คนไล่เรียงรายชื่อยอดยุทธ์ของม่ออวิ๋นไห่ ไม่ทราบเพราะ
เหตุใด ผู้คนมักละเลยจั่วม่อไป ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
อาจบางทีในสายตาของทุกผู้คน จั่วม่อในฐานะราชันแห่งม่ออวิ๋นไห่
ไหนเลยจะลดตัวลงมาต่อสู้อยู่ในแนวหน้าเหมือนในอดีตอีก?
เมื่อผู้คนประเมินจั่วม่อ มักจะเป็นในด้านของผู้นำแต่กำเนิด หรือผู้ที่
ได้ชื่อว่ามันสมองของม่ออวิ๋นไห่
พรสวรรค์เชิงค่ายกลยันต์และแผนผังปิศาจของจั่วม่อสะท้านไปทั่ว
หล้า คนผู้นี้อาศัยกำลังของตนเอง หนุนส่งให้ม่ออวิ๋นไห่กลายเป็นคู่แข่ง
ของเทียนหวนในด้านค่ายกลยันต์และวิชาหลอมสร้างยุทธภัณฑ์ ศาสตร์
วิชาจารึกอักขระอันเลิศพิสดารหาใดเทียบของมัน ช่วยให้ซิวเจ่อสามารถ
ถือครองพลังอันยิ่งใหญ่ไพศาลของแผนผังปิศาจ เคล็ดวิชาปลุกสายเลือด
ของมันทำให้ใต้ร่มธงของมันเนืองแน่นไปด้วยยอดยุทธ์เผ่าปิศาจมากมาย
เหลือคนานับ ในม่ออวิ๋นไห่ทุกวันนี้ ปิศาจที่ครอบครองสังขารปิศาจถือเป็น
เรื่องธรรมดาสามัญที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป มันยังหลอมสร้างยุทธภัณฑ์
เทพเทียมชิ้นแรกแห่งยุค ให้กำเนิดแนวคิดของยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบ
อาภรณ์ ยุทธภัณฑ์เทพอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน รอ
จนผู้คนพยายามหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ตามแบบอย่าง
ของมัน จั่วม่อกลับหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพชุดเกราะสำหรับแม่ทัพ
บัญชาการศึกชุดแรก ซึ่งเพิ่งเปล่งอานุภาพสะเทือนใต้หล้าไปเมื่อไม่กี่วัน
ก่อนหน้านี้
จั่วม่อเป็นบุคคลที่ยากจะเข้าใจ มันเต็มไปด้วยความละโมบโลภมาก
ทั้งเจนจัดกร้านโลกเยี่ยงอันธพาลร้านถิ่น ในหลาย ๆ ครั้ง ท่านอาจคิดว่า
มันเป็นเพียงตัวละครเล็ก ๆ ที่ไม่อาจกระทำการใหญ่ แต่ในขณะเดียว มัน
กลับครอบครองเสน่ห์ของจอมคนที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน เหล่าอัจฉริยะนับ
ไม่ถ้วนติดตามมันอย่างซื่อสัตย์ภักดี
ภายใต้เกียรติประวัติเกริกไกรถึงเพียงนี้ พลังฝีมือของมันกลับถูกผู้คน
มองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว
แต่ว่า… …
เมื่อได้เผชิญพบด้วยตัวเอง เนี่ยเฉินต้องแตกตื่นสุดระงับ มันทราบว่า
ผู้คนล้วนผิดพลาดไปแล้ว
ทันใดนั้นมันประหวัดนึกถึงคนผู้หนึ่ง ซึ่งคล้ายคลึงกับจั่วม่ออย่างน่า
ประหลาด
ศิษย์พี่ใหญ่ หลินเชียน!
ไม่ถูกต้อง ยามนี้เป็นเจ้าสำนักหลินเชียน!
หลินเชียนเป็นอัจฉริยะบุรุษที่เพียบพร้อมไปด้วยพรสวรรค์ในทุกด้าน
หลินเชียนผู้ถือครองพลังฝีมืออันกล้าแกร่งเกรียงไกร …เช่นเดียวกันกับ
จั่วม่อ!
เนี่ยเฉินสะบัดศีรษะปฏิเสธตามสัญชาตญาณ มันจะนำคนผู้นี้ไป
เปรียบกับศิษย์พี่ใหญ่ผู้เลิศล้าได้อย่างไรกัน?
ชั่วพริบตานั้นมันพลันได้สติ สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากใจ ความ
แตกตื่นตกใจปลาสนาการไปสิ้น จิตใจสงบเยือกเย็นลง ดวงตาเปล่ง
ประกายเจิดจ้า ทันใดนั้นพลันตระหนักว่านี่เป็นโอกาสทองที่สวรรค์
ประทานให้แก่คุนหลุน!
ใช่แล้ว ที่เบื้องหน้ามันคือราชันแห่งม่ออวิ๋นไห่!
หากมันสามารถสังหารจั่วม่อ ม่ออวิ๋นไห่จะไม่ต่างจากงูไร้หัว สำหรับ
คุนหลุน นี่หมายถึงตัดความกังวลอันยิ่งใหญ่ไปได้ส่วนหนึ่ง!
สายตาของมันกลับกลายเป็นร้อนเร่า ในใจเปี่ยมล้นไปด้วยศรัทธา
ความเชื่ออันรุนแรง กระบี่บินคล้ายล่วงรู้จิตใจมัน ลอยกลับเข้าสู่มือของ
มันอย่างเงียบเชียบ
มันกระชับกระบี่บินแนบแน่น ในใจกู่ร้องอย่างฮึกหาญ
คุนหลุน!
จั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง เจ้าคนที่อยู่เบื้องหน้าจู่ ๆ คล้ายเปลวไฟลุก
โหม ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาโดยไม่ออมรั้ง!
มันคล้ายแผดเผาตัวเองโดยไม่คำนึงถึงผลสุดท้ายที่จะตามมา!
แต่เพียงชั่วกะพริบตาครั้งเดียว จั่วม่อก็เข้าใจจิตเจตนาของอีกฝ่าย
อย่างชัดแจ้ง อดนับถือเลื่อมใสอยู่บ้างไม่ได้ ในบรรดาคู่ต่อสู้ทั้งหมดที่มัน
เคยเผชิญพบ นับคุนหลุนตึงมือที่สุด และกล้าแข็งที่สุด!
คนเสียสติเหล่านี้เป็นกลุ่มคนบ้าคลั่งที่เต็มไปด้วยศรัทธาความเชื่อ!
จั่วม่อสีหน้าเคร่งขรึม แฝงเร้นเจตนาฆ่าฟันอันเข้มข้น ในใจมันหวน
นึกถึงรูปโฉมของท่านเจ้าสำนัก นึกถึงซือฟู่ นึกถึงเหล่าอาจารย์ลุง ความ
เจ็บปวดพลันเสียดแทงจิตใจ ความคิดฆ่าฟันในดวงตายิ่งเข้มข้นรุนแรงขึ้น
ทุกขณะ ทุกประการเกี่ยวกับตระกูลจั่วในอดีต สำหรับจั่วม่อแล้วกลับพร่า
มัวดุจบุปผาที่มองผ่านม่านหมอก กล่าวตามความสัตย์ มันไม่ค่อยมี
ความรู้สึกผูกพันอันใดต่อภาพเหล่านั้นมากนัก
ยกเว้นก็แต่อากุ่ย
ในขณะเดียวกันสำหรับมันแล้ว หลายปีในสำนักกระบี่สุญตากลับจริง
แท้แน่นอน มันเคยอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างแท้จริง ในสายตาของมันยังเห็น
ภาพความห่วงใยกังวลของท่านเจ้าสำนักและเหล่าอาจารย์ อาจารย์ลุง เงา
ร่างเหล่านั้นคล้ายยังสดใหม่ มีชีวิตชีวาอยู่ตรงหน้ามัน เหล่าผู้เฒ่าที่
เข้มงวดกวดขัน แต่เต็มไปด้วยความห่วงกังวล เงาร่างที่เปลือกนอกดุร้าย
แต่จิตใจการุณย์ จะไม่มีวันปรากฏขึ้นอีกแล้ว!
มิผิด คุนหลุนควรค่าแก่การนับถือเลื่อมใส!
แล้วจะเป็นไร!
พวกมันในเมื่อเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านเจ้าสำนักและเหล่าอาจารย์
ของมันต้องตายอย่างอนาถ ความแค้นใหญ่หลวงชนิดที่ไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้า
ก็ไม่อาจแก้ไขกลับกลายได้อีก ไม่ว่าจะเป็นตัวมันเอง ศิษย์พี่ใหญ่หรือหลัว
หลี สำหรับคุนหลุนแล้วมีหนทางเพียงสายเดียว สู้กันจนกว่าจะตกตายไป
ข้างหนึ่ง!
ทำลายคุนหลุนคือชะตากรรมของมัน!
เจตนาฆ่าฟันในร่างจั่วม่อไม่เคยรุนแรงถึงเพียงนี้มาก่อน มันในที่สุดก็
เข้าใจว่าตนไฉนไม่เคยชมชอบคุนหลุน แม้ว่าจะไม่มีความแค้นโชกเลือด
ของสำนักกระบี่สุญตาก็ตาม
เนื่องเพราะคุนหลุนที่ควรค่าแก่การเคารพเทิดทูน ในจิตใจของพวก
มันเองมีแต่เพียงคุนหลุนเท่านั้น!
แม้แต่เมื่อครั้งกระโน้น ในฐานะผู้นำของซิวเจ่อทั้งมวล คุนหลุนก็
เพียงแค่นึกถึงคุนหลุน ทุกสิ่งในสายตาของพวกมันเป็นเพียงมดปลวก ที่
ต้องสละตนเพื่อพวกมัน ต้องบาดเจ็บล้มตาย ต้องเจ็บปวด หลั่งโลหิตเสีย
น้าตา ก็เพื่อพวกมัน คุนหลุน ซึ่งผู้ที่เรียกว่าคุนหลุน แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียง
เหล่าแกนหลักกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่บนยอดเขาคุนหลุน เพื่อคุนหลุน พวกมัน
สามารถเสียสละสายสัมพันธ์ทางสายเลือด พวกมันสามารถเซ่นสังเวยด้วย
ทุกสิ่ง
พวกมันเป็นกลุ่มคนเสียสติ!
นี่เป็นคนสติฟั่นเฟือนกลุ่มหนึ่ง คนเสียสติที่จมอยู่กับความรุ่งโรจน์
ของพวกมันโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
จั่วม่อจู่ ๆ พลันรู้สึกว่าคุนหลุนไม่มีค่าพอให้มันต้องหวาดกลัว
สายตาของมันพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ไฟโทสะเมื่อครู่อันตรธาน
หายไป กลายเป็นพลังกดดันสุดยะเยือกที่น่ากลัวยิ่งกว่า กรงเล็บมังกร
ขนาดมหึมาปรากฏขึ้นในมือ
กรงเล็บพิฆาตมังกร!
ยอดศาสตรามารนภานามกระเดื่องซึ่งเคยพิชิตไปทั่วหล้าโดยไร้ผู้
ต้าน ยามนี้กระชับแน่นอยู่ในมือจั่วม่อ ปลายกรงเล็บจ่อจี้ใส่เนี่ยเฉินแต่ไกล
พลังดุร้ายอหังการสุดเปรียบปานกวาดกระแทกไปทุกทิศทาง
กรงเล็บพิฆาตมังกรซึ่งฟื้นคืนพลังดังเดิม เปล่งรัศมีอันเรืองรองเฉก
เช่นในอดีตอีกครั้ง เผยให้เห็นรูปลักษณ์ของจอมราชันผู้พิชิตแห่งยุคสมัย
หนึ่ง
มันแม้ไม่มีพลังสภาวะอันไพศาลเฉกเช่นยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบ
อาภรณ์ แต่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายดุร้ายอำมหิตอันพิเศษเฉพาะ ทำให้กรง
เล็บพิฆาตมังกรยังคงเป็นยอดศาสตราที่สะท้านไปทั่วแผ่นดินเล่มหนึ่ง
จั่วม่อไม่ใช่ไม่เคยคิดหลอมสร้างกรงเล็บพิฆาตมังกรใหม่ให้กลายเป็น
อาวุธเทพ แต่มันพบว่าพลังของกรงเล็บพิฆาตมังกรหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง
อย่างสมบูรณ์ คิดหลอมสร้างใหม่เป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญดุจปีนป่ายขึ้น
สวรรค์
ท้ายที่สุดแล้วกรงเล็บพิฆาตมังกรยังคงเป็นหนึ่งในยอดศาสตราที่
แข็งแกร่งที่สุด นอกเหนือจากยุทธภัณฑ์เทพ
จั่วม่อครั้งนี้ที่ไม่เลือกเส้นชีพจรเขียว แต่เป็นกรงเล็บพิฆาตมังกร
เนื่องเพราะเหมาะเจาะพอดีกับความคิดฆ่าฟันที่อัดแน่นอยู่ในใจมันยามนี้
เนี่ยเฉินแม้เห็นเช่นนี้ก็ไม่ได้ล่าถอยหลบหนี สายตาของมันทั้งร้อนแรง
และบ้าคลั่ง!
กรงเล็บพิฆาตมังกรที่เคยพยศดุร้าย เมื่ออยู่ในมือของจั่วม่อกลับเชื่อง
เชื่อผิดปกติ
จั่วม่อในปัจจุบันห่างไกลจากจั่วม่อเมื่อครั้งกระโน้นมาก
พลังเทพภายในกายเดือดพล่านขึ้น จั่วม่อถือกระดูกขาของกรงเล็บ
พิฆาตมังกร ทันใดนั้นร่างเปล่งประกายสีทองเจิดจรัส คนคล้ายดวงอาทิตย์
อันเรืองโรจน์ สุกสว่างจนไม่อาจจ้องมองตรงๆ
ในรอบหลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อระเบิดพลังเทพของมัน
ออกมาโดยไม่ออมรั้ง!
พลังเทพของมันในยามนี้กล้าแข็งถึงระดับใด ไม่มีผู้ใดทราบชัด
ผู้คนเพียงเห็นมันเที่ยวไปยังค่ายจินวู ปกครองดูแลเรื่องราวภายใน
ของม่ออวิ๋นไห่ แต่กลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่ามันคร่าเคร่งฝึกฝีมือทุกวันโดยไม่
เคยว่างเว้น
มือขวาของมันสามารถมอบพลังเทพให้แก่มันไม่เคยขาดพร่อง
พลังเทพของมันรุดหน้าก้าวไกล จนแทบเหนือจินตนาการของผู้คน
มันขัดเกลาเทพวิชาของตนครั้งแล้วครั้งเล่า มันศึกษาศาสตร์วิชา
หลากหลายที่บันทึกไว้ในใบไม้ทองคำของเผ่าเทพสุริยัน มีแต่มันที่ทราบว่า
ความสำเร็จของตนในปัจจุบันไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย มันทราบแน่แก่ใจ
ว่าตนหาใช่อัจฉริยะอันใด หากมันคิดล้าหน้ากว่าผู้อื่น มีแต่ต้องฝึกปรือให้
หนักหน่วงกว่าผู้อื่นเท่านั้น
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ หยาดเหงื่อแรงงานที่มันทุ่มเทลงไปในหลายปีมานี้
มากมายมหาศาลเกินกว่าคนปกติทั่วไปมาก
ภายใต้ใบหน้าหัวร่อเย้ยหยันและก่นด่าสาปแช่ง มันมีหัวใจกร้าวแกร่ง
ทระนงไม่แพ้ผู้ใด
เหนี่ยวต้าเจียโกรธมาก ผลที่ตามมานั้นจะร้ายแรงยิ่ง สำหรับเหล่าเจ้า
ตัวเล็ก นี่คือกฏเหล็กที่ไม่มีผู้ใดกล้าลืมเลือน อย่าได้เห็นว่าเหนี่ยวต้าเจีย
เอาแต่หลับใหลทุกวี่วันราวกับว่าจะนิทราไปจนถึงวันสิ้นโลก แต่สภาวะดุ
ร้ายอหังการอันไร้ผู้เทียบเทียมของนาง ยังคงเผยออกมาผ่านทางท่านอน
อันโอ่อ่าอาจหาญของนาง
ในฐานะพี่สาวใหญ่ของเจ้าตัวเล็กทั้งหมด เหนี่ยวต้าเจียทรงอำนาจ
บารมีตามธรรมชาติ ในขณะที่เจ้าตัวเล็กทั้งหลายพยายามประจบประแจง
จั่วม่อ เหนี่ยวต้าเจียกลับเคยพบเห็นสารรูปโจรน้อยของเสี่ยวม่อเกอมานับ
ครั้งไม่ถ้วน
คนผู้หนึ่งคิดทระนงถือดี ยังต้องมีคุณสมบัติเพียงพอ
แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าเจ้าตัวเล็กเคารพนับถือนางจากใจจริง ยังคงเป็น
พฤติการณ์ของนกโง่
วางอำนาจบาตรใหญ่ ตรงไปตรงมา เหนี่ยวต้าเจี่ยไม่เคยถกเหตุผล
กับผู้ใด เพียงใช้กำลังเท่านั้น
กระทั่งคนถือดีอย่างสือผิ่น ยามอยู่ต่อหน้าเหนี่ยวต้าเจียยังต้องเชื่อง
เชื่อเหมือนลูกแมว
แต่วันนี้ ศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของเหนี่ยวต้าเจียกลับถูกดูหมิ่นอย่าง
ร้ายแรง
เจ้าเดรัจฉานหน้าขน!
ในดวงตาเรียวยาวของนกโง่แฝงไว้ด้วยประกายฆ่าฟันที่เดือดพล่าน
ราวพายุโหม นางเงยหน้าขึ้นมอง ในใจหวนรำลึก กี่ปีมาแล้วที่ไม่ได้พบเจอ
เจ้าคนปัญญาอ่อนเช่นนี้
นกโง่จมอยู่กับการหวนรำลึก ไม่ได้เหลือบแลถานซวีที่แตกตื่นจนอ้า
ปากค้างแม้แต่แวบเดียว
กาลเวลาช่างโหดร้ายราวกับมีดฆ่าสุกร!
ในครั้งนั้นข้ายังบริสุทธิ์สดใส ยังคงอ่อนเยาว์ไม่รู้ความ… …
เจ้าเดรัจฉานหน้าขน!
นกโง่หางตากระตุก ห้วงการหวนรำลึกอันซาบซึ้งดื่มด่า ถูกสี่คำที่จู่ ๆ
กระโดดออกมานี้บ่อนทำลายไปสิ้น พลังงานฆ่าฟันที่เข้มข้นจนแทบจับ
ต้องได้ห่อหุ้มร่างของนางราวกับหมอกกลุ่มหนึ่ง
ไม่ทราบเพราะเหตุใด ถานซวีทันใดนั้นบังเกิดความรู้สึกว่าเงาร่างของ
ฝ่ายตรงข้าม คล้ายขยายใหญ่ขึ้นไม่หยุดยั้ง ทั้งยังทอดตามองลงมาที่มัน
อย่างเหยียดหยามดูแคลน
ครอบคลุมด้วยเงามืด มองเห็นใบหน้าไม่ถนัด มีเพียงดวงตาสีเลือดคู่
หนึ่งเปล่งประกายเจิดจ้าในความมืด จ้องมองมันอย่างเย็นชา
พลังกดดันมหาศาลกดทับลงมาหามัน มันแทบรู้สึกว่าลมหายใจขาด
ห้วง
เหงื่อเย็นชุ่มโชกแผ่นหลังโดยไม่รู้ตัว มันกะพริบตา สะบัดศีรษะแรงๆ
ภาพลวงตาเบื้องหน้าพลันหายวับไป
เป็นภาพลวงตาจริงดังคาด!
ไม่ทราบเพราะเหตุใด มันถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นอดเย้ยหยัน
ตัวเองไม่ได้ ดูเหมือนว่ามันจะตึงเครียดเกินไป ใช่เป็นเพราะว่ามันเพิ่งเคย
เผชิญกับสัตว์ปราณอันทรงพลังถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรกหรือไม่?
จากนั้นพลันรู้สึกละอายใจกับความขลาดเขลาของตน มันถึงกับหวั่น
เกรงเดรัจฉานหน้าขนตัวหนึ่ง นี่ไยมิใช่น่าหัวร่อนัก!
น่าหัวร่อแทบตายแล้ว!
ยอดยุทธ์ผู้เป็นหนึ่งในบุตรแห่งคุนหลุน ไม่ทันรู้สึกตัวเลยว่าจิตใจของ
มันยามนี้ปั่นป่วนถึงเพียงไหน ทำให้มันถึงกับไม่ทันสังเกตเห็น ว่าลวดลาย
วงแหวนเปลวไฟเกลียวที่อยู่รอบจะงอยปากของนกโง่ไม่ได้หายไปเลย