สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 816 การเปลี่ยนแปลงในแดนอสูร
การประลองกำลังอย่างลับ ๆ ระหว่างเทียนหวนกับม่ออวิ๋นไห่หาก
มิใช่ผู้ที่ให้ความสนใจมาตั้งแต่ต้น ก็ยากที่จะระแคะระคายได้ ทั่วแดนซิว
เจ่อแม้ตกอยู่ในกลียุคอันสับสนอลหม่าน แต่ดูจากฉากหน้าแล้วกลับสุข
สงบไม่น้อย
ในเวลานี้ความสนใจของผู้ทั่วหล้า ล้วนถูกดึงดูดไปยังความขัดแย้ง
ภายในของสภาผู้อาวุโสเผ่าอสูร
สาเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด เกิดจากคำปราศรัยที่ตำหนักศาสตร์
อสูรแห่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้อาวุโสฝ่ายในที่อายุน้อยที่สุดใน
ประวัติศาสตร์ หมิงเยวี่ยเยี่ย
คำปราศรัยอย่างฮึกเหิมของหมิงเยวี่ยเยี่ย วิพากษ์วิจารณ์ท่าทีปลอด
โปร่งเฉื่อยชาของเผ่าอสูรในปัจจุบันอย่างรุนแรง นางใช้ข้อเท็จจริงจำนวน
หนึ่ง แสดงให้เห็นถึงชีวิตอันเลวร้ายในอาณาจักรอสูรที่ตกอยู่ในมือของ
พวกซิวเจ่อ
คำปราศรัยนี้พอถ่ายทอดออกไป ทั่วแดนอสูรก็เดือดพล่านขึ้นมา
ทันที
ในการศึกระหว่างซิวเจ่อและเผ่าอสูรแม้ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ แต่
โดยรวมแล้วซิวเจ่อเป็นฝ่ายเหนือกว่าอยู่มากโข อาณาจักรอสูรมากมายถูก
ยึดครอง แต่จนกระทั่งถึงยามนี้กลับไม่เคยมีผู้ใดเอ่ยถึงการช่วงชิงดินแดน
สำหรับเผ่าอสูร การพ่ายแพ้ติดต่อกันอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นทั้งความ
เสื่อมเสียหน้าและเป็นทั้งความทรงจำอันเจ็บปวด ภายใต้การควบคุม
บังคับอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของสภาผู้อาวุโส ข้อเท็จจริงอันชวนแสลงใจ
เหล่านี้ถูกลืมเลือนไปตั้งแต่แรก
หลังจากการปราศรัยของหมิงเยวี่ยเยี่ยไม่นาน เรื่องที่ว่าสภาผู้อาวุโส
เผ่าอสูรจงใจยอมแพ้ในช่วงเปิดฉากสงครามเมื่อครั้งกระโน้น รวมถึงกล
อุบายที่พวกมันใช้เพื่อสั่งสมกองกำลังส่วนตัว และปกป้องดินแดนของ
พวกมันเองล้วนถูกคนเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือก นี่ไม่ต่างจากราด
น้ามันลงบนกองไฟ
ผู้คนเต็มไปด้วยเพลิงแค้นไฟโทสะ!
ผู้ใดสามารถจินตนาการได้ ที่แท้บรรดาอาณาจักรอสูรที่สูญเสียไป
ส่วนใหญ่เกิดจากการจงใจยอมแพ้ของสภาผู้อาวุโส! และจนกระทั่ง
เรื่องราวล่วงเลยมาถึงยามนี้ สภาผู้อาวุโสยังไม่เคยมีทีท่าว่าจะพยายาม
ช่วงชิงดินแดนที่สูญเสียให้แก่ซิวเจ่อกลับคืนมาแม้แต่น้อย!
นี่มันสภาผู้อาวุโสบัดซบอันใดกัน!
ในช่วงเวลาที่ประชาชนจำนวนมากถูกบังคับให้ต้องอพยพหนีภัย
สงคราม ตัวบัดซบเหล่านี้เพียงคิดปกป้องคุ้มครองเครือญาติของพวกมัน
เรื่องนี้เมื่อเกิดขึ้น แดนอสูรทั้งเบื้องสูงเบื้องต่าล้วนตกตะลึงพรึงเพริด
กระทั่งผู้ที่หัวช้าที่สุด ยามนี้ยังตระหนักแน่แก่ใจ พายุใหญ่กำลังจะ
มา!
รอจนแม่ทัพใหญ่ปิงหลันก้าวออกมา ประกาศว่าเผ่าอสูรสมควรลง
มือช่วงชิงอาณาจักรอสูรที่สูญเสียไปกลับคืนมา ไม่ว่าจะเพื่อชาวอสูรใน
อาณาจักรเหล่านั้น ที่ต้องตกอยู่ภายใต้การกดขี่ข่มเหงของซิวเจ่อ หรือเพื่อ
แก้ไขความผิดพลาดในอดีตก็ตาม จะอย่างไรก็ต้องทำ
นี่เป็นครั้งแรกที่ฝ่ายกองทัพออกแถลงการณ์ต่อหน้าสาธารณะชน!
ซึ่งความจริง ความไม่ลงรอยระหว่างกองทัพและสภาผู้อาวุโสเริ่มก่อ
ตัวมาเป็นเวลานานแล้ว ฝ่ายกองทัพไม่พอใจกับกลยุทธ์เก่าแก่โบราณที่คิด
แต่จะป้องกันตัวของสภาผู้อาวุโส โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาแม่ทัพหนุ่ม
เลือดร้อนเหล่านั้น ซึ่งวาดหวังว่าเผ่าอสูรของพวกมันจะสามารถเข้าร่วม
ศึกช่วงชิงแผ่นดินกับขุมกำลังยิ่งใหญ่อื่น ๆ
การเอาแต่หลีกทางให้แก่ซิวเจ่ออย่างไม่หยุดหย่อนของสภาผู้อาวุโส
ทำให้พวกมันแทบอดรนทนไม่ไหวมาตั้งแต่แรก
หลังจากแม่ทัพใหญ่ปิงหลันออกแถลงการณ์ได้ไม่นาน บรรดาแม่ทัพ
ใหญ่อื่น ๆ ก็ก้าวตามออกมาไม่ขาดสาย ล้วนกล่าวสนับสนุนการช่วงชิง
ดินแดนที่สูญเสียไปกลับคืนมา แม่ทัพบัญชาการศึกบางคนยังถึงกับถาก
ถางสภาผู้อาวุโสว่าใช้การไม่ได้ พวกมันเชื่อมั่นว่าแม่ทัพอสูรหาได้อ่อย
ด้อยกว่าแม่ทัพซิวเจ่อแม้แต่น้อยนิดไม่ สภาผู้อาวุโสที่ใช้การไม่ได้ถึงกับ
หวาดกลัวจนหัวหดโดยที่ยังไม่ทันได้สู้รบ นี่แสดงว่าพวกมันไม่เชื่อมั่นใน
ขีดความสามารถของกองทัพ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าสภาผู้อาวุโสมีสายตา
ตระกูลใหญ่น้อยมากมายนับไม่ถ้วนได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ หนุน
ส่งให้หมิงเยวี่ยเยี่ยมีชื่อเสียงดีงามอยู่ในใจชาวอสูรอย่างที่ไม่มีผู้ใดเสมอ
เหมือน แต่การกระทำของหมิงเยวี่ยเยี่ยเป็นเหตุให้ผู้อาวุโสสูงสุดทั้งตื่น
ตระหนก ทั้งพิโรธโกรธกริ้วสุดระงับ ผู้อาวุโสหมิงเยวี่ยเยี่ยลงเอยด้วยการ
ถูกสะกดจนแทบโงหัวไม่ขึ้นอยู่เป็นเวลานาน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้สภาผู้อาวุโสไม่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน มาจาก
เรื่องของแม่ทัพบัญชาการศึก แดนซิวเจ่อชุมนุมยอดแม่ทัพอย่างคับคั่ง
แดนปิศาจก็ไม่เคยขาดแม่ทัพบัญชาการศึกผู้กล้าแกร่งเกรียงไกร ไม่ว่าจะ
สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือตระกูลที่อยู่เบื้องหลังของมู่ซี ตระกูลไม้วัง
ทะเลสาบ นี่หาใช่ตระกูลเล็ก ๆ ไม่ ตระกูลไม้วังทะเลสาบมีประวัติศาสตร์
อันยาวนาน เป็นที่เลื่องลือในด้านความสามารถในการเลือกที่แทบไม่เคย
ผิดพลาด การสนับสนุนอย่างไม่คาดหมายของหมิงเยวี่ยเยี่ยยังหนุนส่งให้มู่
ซีทะยานขึ้นสู่ความรุ่งโรจน์
อย่างไรก็ตาม ขุมกำลังฝ่ายผู้อาวุโสสูงสุดไหนเลยจะยอมแพ้โดย
ง่ายดาย?
ความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องเริ่มลุกลามไปทั่วทุกที่
โศกนาฏกรรมอาบเลือดในยามนี้ ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้อีกแล้ว!
ผู้นำประชาชนตกตายอย่างเงียบเชียบภายในบ้านของตน การลอบ
สังหารกลางถนน ผู้อาวุโสถูกซุ่มโจมตี… …สารพัดเหตุการณ์ประดามีอุบัติ
ขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน… …
ความสงบเรียบร้อยเสื่อมทรุดลงอย่างไม่หยุด!
ชาวอสูรทุกคนตกอยู่ในความสุ่มเสี่ยงอันตราย!
ข่าวคราวในแดนอสูรส่งมาถึงมือจั่วม่ออย่างสะดวกดาย เครือข่าย
ข่าวสารของผูเยานับว่าเข้มแข็งอย่างเหลือเชื่อ ข่าวสารทุกประเภท
หลั่งไหลมารวมกันดุจคูคลองพากันไหลลงแม่น้า หลังจากผูเยาทำการ
ตรวจสอบแยกแยะ เค้าโครงของเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มมองเห็นได้ชัดเจน
ระหว่างทางไปยังซีเซวียน จั่วม่อก็รับรู้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน
แดนอสูร
“สตรีนางนี้ มีฝีมืออันร้ายกาจนัก!” จั่วม่ออดทอดถอนชมเชยไม่ได้
แม้ว่ามันจะล่วงรู้จากการพบกันในครั้งนั้นว่าหมิงเยวี่ยเยี่ยไม่ใช่ตัวดีอันใด
แต่เมื่อเห็นฝีมือพลิกเมฆาคว่าวรุณของนางในครั้งนี้ ยังต้องทอดถอนอย่าง
ตื่นตะลึง
เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงที่ประดังมาอย่างต่อเนื่องนี้
ล้วนเกิดจากการตระเตรียมอย่างลับ ๆ ของหมิงเยวี่ยเยี่ยนั่นเอง
จั่วม่อเข้าใจจิตเจตนาของสตรีนางนี้ดี หมิงเยวี่ยเยี่ยคิดใช้วิธีนี้ทำลาย
วังวนการต่อสู้ประลองกำลังที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพื่อยึดอำนาจเป็นของตนแต่
ผู้เดียว
มันรับทราบมานานแล้ว ความทะเยอทะยานของหมิงเยวี่ยเยี่ยหาได้
เล็กน้อยไม่!
แต่ยังนึกไม่ถึงว่านางจะคิดการใหญ่ถึงเพียงนี้!
หมิงเยวี่ยเยี่ยเห็นได้ชัดว่าไม่ยินดีรอคอยการสืบทอดอำนาจอย่างช้า
ๆ อีกต่อไป นางไม่อาจทนรอได้อีกแล้ว และเหตุที่นางไม่อาจทนรอได้
เนื่องเพราะนางเล็งเห็นแล้วว่าในช่วงเวลาหลายปีนับจากนี้ จะเป็น
ช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับการทำศึกช่วงชิงแผ่นดิน!
หากเรื่องราวยังดำเนินไปในแนวทางเดิม เกรงว่าเผ่าอสูรจะไม่มีส่วน
เกี่ยวข้องกับศึกใหญ่ที่จะชี้ชะตาของทั้งสามภพนี้อีกแล้ว
คุนหลุนและเทียนหวนทวีความเข้มแข็งขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ม่ออวิ๋นไห่
และกู่เหลียงเตาเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว หมิงอ๋องแห่งเผ่าปิศาจรวม
ดินแดนแห่งความมืดเป็นปึกแผ่น วิหารเทพปิศาจก็กล้าแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
กองทัพส่วนใหญ่ยืนอยู่ฝ่ายนาง ชาวอสูรหนุ่มสาวยืนอยู่ฝ่ายนาง
คุณธรรมยืนอยู่ฝ่ายนาง ชื่อเสียงอันดีงามยืนอยู่ฝ่ายนาง และสิ่งที่เรียกว่า
ความถูกต้องเที่ยงธรรมก็อยู่ฝ่ายนางเช่นกัน
หลังจากการกวาดล้างช่วงใหญ่ เผ่าอสูรจะรับบาดเจ็บบอบช้าไม่น้อย
แต่พวกมันจะถือกำเนิดใหม่ กลับกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัว
มิหนำซ้าผู้นำของพวกมัน ยังเป็นสตรีอันร้ายกาจสุดจะหยั่งคำนวณ!
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจจั่วม่อโดยไม่อาจระงับ …ไม่ว่าจะอย่างไรก็
ต้องหยุดสตรีนางนี้ให้จงได้!
หากรอจนนางรวบรวมเผ่าอสูรเป็นปึกแผ่น… …
จั่วม่อมองดูเผ่าอสูรผู้บ้าคลั่ง คล้ายได้เห็นเงาของคุนหลุนที่คุ้นเคย
ทาบทับอยู่บนนั้น ความบ้าคลั่งที่คล้ายคลึงกับคุนหลุน! การปรากฏขึ้นของ
‘คุนหลุน’ อีกฝ่ายหนึ่ง ช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึงถึงเพียงไหน!
รอประเดี๋ยวก่อน!
การปรากฏขึ้นของ ‘คุนหลุน’ อีกฝ่ายหนึ่ง… …
จั่วม่อในใจพลันสว่างวาบ ผู้ใดเกรงกลัวการปรากฏขึ้นของ ‘คุนหลุน
ใหม่’ มากที่สุด?
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทั้งสองฝ่ายมีอาณาเขตติดต่อกันเป็นจำนวน
มาก ทั้งยังเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันตั้งแต่แรก เผ่าอสูรที่เข้มแข็งกว่าเดิมจะ
เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อคุนหลุน มิหนำซ้าผู้ที่ยึดครองอาณาจักรอสูร
ส่วนใหญ่ก็คือคุนหลุน
ดูเหมือนว่าตัวมันเอง ก็จะต้องหาเรื่องราวบางประการให้คุนหลุนทำ
ด้วย!
จั่วม่อทราบดีว่าในยามนี้ ทั่วทั้งคุนหลุนกำลังจับตามองศึกลับระหว่าง
เทียนหวนกับม่ออวิ๋นไห่อย่างเพลิดเพลิน จั่วม่อยังรู้ว่าหากคุนหลุนได้เห็น
เทียนหวนฆ่าม่ออวิ๋นไห่ จะต้องสุขสำราญเบิกบานใจเป็นแน่!
คุนหลุน พวกเจ้าไหนเลยจะเอาแต่ชมดูความสนุกสนานอยู่ฝ่ายเดียว
ได้?