สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 826 สิ่งของที่คุ้นเคย
คราครั้งนี้เสี่ยวม่อเกอต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะสะกดความตื่นเต้น
ในใจเอาไว้ได้ ก่อนจะเริ่มตรวจดูสินสงครามอันล้าค่าอย่างระมัดระวัง
แน่นอนว่าสิ่งแรกที่มันหยิบขึ้นมาดู ก็คือ ‘กระสวยหญิงทอผ้า’
กับยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์เพียงหนึ่งเดียวของเทียนหวนชิ้นนี้
มันบังเกิดความสงสัยใคร่รู้อยู่ไม่น้อย มันในฐานะนักหลอมสร้างยุทธภัณฑ์
เทพ ย่อมอยากรู้อยากเห็นต่อยุทธภัณฑ์เทพที่ขุมกำลังอื่นหลอมสร้าง
ขึ้นมาเป็นธรรมดา
การออกแบบของ ‘กระสวยหญิงทอผ้า’ สะกิดให้จั่วม่อนึกถึงป้อม
ปราการค่ายกลซึ่งม่ออวิ๋นไห่ชมชอบใช้งานอยู่บ่อย ๆ
พวกมันสร้างขึ้นจากค่ายกลยันต์จำนวนมากถักทอประสาน เชื่อมโยง
เป็นขบวนค่ายกลที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน
อย่างไรก็ตาม จับป้อมปราการค่ายกลทั้งขบวนมายัดใส่ลงใน
‘กระสวยหญิงทอผ้า’ อันเล็กกระจ้อยร่อย ฝีมือระดับนี้ นับเป็นที่น่า
แตกตื่นสะท้านโลกถึงเพียงไหน กระทั่งจั่วม่อผู้มีฝีมือเชิงค่ายกลถึงขั้นลึก
ล้า เกรงว่ายังไม่มีปัญญากระทำงานฝีมือที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนถึงปานนี้
ได้
ที่เหนือล้ายิ่งไปกว่านั้น คือหัวใจหลักของ ‘กระสวยหญิงทอผ้า’ เป็น
อักขระเทพหนึ่งตัวอักษร
จั่วม่อเพิ่งจะเคยพบเห็นอักขระเทพและค่ายกลยันต์ผสานรวมกัน
อย่างกลมกลืนสมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก ฝ่ายหนึ่งพันรอบอีก
ฝ่ายหนึ่งด้วยรูปแบบพิเศษเฉพาะ ละเอียดซับซ้อนถึงที่สุด
สมแล้วที่เป็นเทียนหวน!
จั่วม่อยิ่งชมดูยุทธภัณฑ์เทพ ยิ่งต้องทอดถอนชมเชยซ้าแล้วซ้าเล่า
นานมากแล้วที่ไม่มีสิ่งใดสามารถทำให้มันตื่นตะลึงได้ถึงเพียงนี้ ฝีมือหลอม
สร้าง ‘กระสวยหญิงทอผ้า’ สูงล้าสุดยอด มิหนำซ้าระดับความเข้าใจใน
วิชาค่ายกลยันต์ของคนผู้นี้ บรรลุถึงระดับชั้นที่แทบไม่อาจเข้าใจได้
“เป็นผู้ใดหลอมสร้าง ‘กระสวยหญิงทอผ้า’
จั่วม่อเงยหน้าขึ้นถาม
หลีเซียนเอ๋อร์อย่างฉับพลัน
หลีเซียนเอ๋อร์ตอบอย่างเรียบ ๆ ร้อย ๆ “ผู้อาวุโสสูงสุด”
นางเข้าใจสถานการณ์ของตนเองเป็นอย่างดี ในเวลาเช่นนี้ ความหยิ่ง
ยะโสหรือดื้อรั้นมีแต่จะก่อปัญหาให้แก่นางเท่านั้น สิ่งที่ทำให้นางเบาใจอยู่
บ้าง คือจั่วม่อคล้ายไม่มีความสนใจในตัวนางแม้แต่น้อย
อย่างที่คาดไว้ จั่วม่อส่งเสียงอืมม์เป็นเชิงรับรู้คำหนึ่ง แล้วหันกลับไป
จมอยู่กับการศึกษาดู ‘กระสวยหญิงทอผ้า’ สืบต่อ ผู้อาวุโสสูงสุดคือใคร?
หลีเซียนเอ๋อร์ทันใดนั้นบังเกิดความรู้สึกว่าจั่วม่อช่างคล้ายคลึงกับ
เหล่าตัวประหลาดในเทียนหวน ที่ลุ่มหลงงมงายอยู่กับการหลอมสร้างเป็น
อย่างยิ่ง อดรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างไม่ได้
จากนั้นสายตาของนางหันไปมองอากุ่ย
อากุ่ยสังเกตเห็นว่าหลีเซียนเอ๋อร์กำลังจ้องมองนาง เพียงชายตามอง
อีกฝ่ายแวบหนึ่ง จากนั้นเบนสายตากลับไปจดจ่ออยู่กับจั่วม่ออย่างแน่วแน่
มั่นคง
แต่หลีเซียนเอ๋อร์ทราบแน่แก่ใจ อย่าได้เห็นว่าอากุ่ยกระทั่งเหลือบแล
ยังไม่เหลือบแลนาง แต่หากนางมีทีท่าผิดสังเกตแม้แต่น้อยนิด สตรีนางนี้
จะปลิดชีพนางในกระบวนท่าเดียวอย่างไม่ลังเล มิหนำซ้าแสงสีรุ้งที่จั่วม่อ
แผ่พุ่งเข้าไปในร่างนาง แทบจะผนึกพลังเทพของนางทั้งหมดอย่าง
สมบูรณ์
นางขบคิดมาสักพักหนึ่งแล้ว ของสิ่งนี้ดูคล้ายคลึงกับแสงศักดิ์สิทธิ์
วิญญาณมั่นในตำนาน
นางพบว่ายากจะเชื่อได้ลง แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น ของวิเศษใน
ตำนานนั้นถึงกับมีอยู่จริง มิหนำซ้ายังอยู่ในมือของจั่วม่อ
คนผู้นี้… …
นางรักษาทีท่าสงบเงียบเอาไว้ ในใจครุ่นคิด คราครั้งนี้ทางสำนัก
นับว่าพลาดท่าเสียทีอย่างแท้จริง อาจบางทีที่ผ่านมาพวกมันสะดวก
ราบรื่นเกินไป เป็นเหตุให้สำนักทั้งเบื้องสูงเบื้องต่ากลายเป็นใจร้อน วู่วาม
และเลินเล่อ พวกมันยังประมาทดูแคลนม่ออวิ๋นไห่ ถึงกับประเมินศัตรูต่า
เกินไปมาก รวมถึงตัวนางเองด้วยที่ลึก ๆ ในใจก็มีความคิดเช่นนี้ ทั่วทั้ง
เทียนหวนล้วนคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ทั้งหมดพากันเข้าใจว่าม่ออวิ๋นไห่
ที่สามารถผงาดขึ้นมา ก็เพียงเพราะว่าเทียนหวนไม่เคยให้ความสำคัญกับ
นี่ทำให้หลีเซียนเอ๋อร์บังเกิดความไม่สบายใจอย่างรุนแรง แต่เมื่อนึก
ถึงว่านางกำลังตกเป็นเชลย ก็ได้แต่ยอมรับสภาพความเป็นจริงอย่างเสีย
ไม่ได้
จั่วม่อจมลึกอยู่ในภวังค์ความคิด สมาธิจิตใจจรดจดจ่อเป็นพิเศษ มัน
คล้ายหลงลืมสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายของคุกภูตโลกันตร์ไปโดยสิ้นเชิง
‘กระสวยหญิงทอผ้า’ ราวกับว่าช่วยเปิดโลกใบใหม่ให้แก่จั่วม่อ
เทียนหวนคงอยู่ยืนยงมาหลายพันปี ย่อมมีฝีมือพิเศษเฉพาะของ
ตนเอง ในความเห็นของจั่วม่อ ผู้อาวุโสสูงสุดท่านนี้นับเป็นยอดปรมาจารย์
ที่แท้จริง หากบอกว่าพลังเทพกระบี่แห่งคุนหลุนได้รับอิทธิพลมาจาก
จั่วม่อ พลังเทพของเทียนหวนก็เป็นระบบพลังใหม่อย่างสมบูรณ์
ผู้อาวุโสสูงสุดซึ่งกักตน มุ่งมั่นค้นคว้าอักขระเทพนานหลายสิบปี ใน
ที่สุดพัฒนาระบบพลังใหม่อันสมบูรณ์พร้อม ต่อยอดขึ้นไปจากระบบพลัง
ดั้งเดิมของเทียนหวน
ระบบพลังใหม่นี้ มีคุณค่าความหมายมากที่สุดในเชิงอ้างอิงสำหรับ
จั่วม่อ
เนิ่นนานให้หลัง จั่วม่อในที่สุดสะท้านตื่นขึ้น พาตัวหลุดออกจากทะเล
แห่งค่ายกลยันต์อันยิ่งใหญ่ไพศาล ใบหน้าทอแววเหน็ดเหนื่อยอย่างที่ยาก
จะพบพาน ไม่ว่าขบวนค่ายกลยันต์จำนวนมหาศาล หรืออักขระเทพแกน
หลักอันวิจิตรบรรจงและเปี่ยมไปด้วยภูมิปัญญา ล้วนแล้วแต่ต้องใช้
พลังงานมากมายในการทำความเข้าใจ
กระทั่งผู้ที่มีพลังฝีมือกล้าแข็งเช่นมัน ยังรู้สึกแทบทนทานไม่ได้อยู่
บ้าง
อย่างไรก็ตาม สีหน้าแม้เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า แต่ดวงตากระจ่างจ้าดั่ง
ดวงดาว ทอประกายสุกใสแวววาม มันในที่สุดสามารถไขความลับของ
‘กระสวยหญิงทอผ้า’ สำเร็จ!
มันเต็มไปด้วยความนับถือเลื่อมใสต่อผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเทียนหวน ผู้
ซึ่งยังไม่เคยพบหน้ามาก่อน
อักขระเทพ!
เทียนหวนฝึกฝีมือด้วยอักขระเทพ เรื่องนี้มันเคยได้ยินมานับครั้งไม่
ถ้วน แต่ไม่เคยเข้าใจว่าระบบพลังของพวกมันทำงานอย่างไร จนกระทั่งได้
ศึกษาดู ‘กระสวยหญิงทอผ้า’ จึงค่อยเข้าใจอย่างชัดแจ้ง
พลังเทพของเทียนหวนมาจากอักขระเทพ
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ อักขระเทพของพวกมันสามารถให้กำเนิดพลัง
เทพ!
ยกตัวอย่างเช่นอักขระเทพที่สลักไว้บนกระสวยหญิงทอผ้า ซึ่งสร้าง
พลังเทพออกมาอย่างต่อเนื่อง พลังเทพส่วนหนึ่งจะถูกเก็บกักไว้ อีกส่วน
หนึ่งดูเหมือนจะใช้สำหรับการฝึกฝีมือในแต่ละวันของหลีเซียนเอ๋อร์ และ
หลีเซียนเอ๋อร์จะต้องมีอักขระเทพแบบเดียวกันอยู่ภายในร่างกายอย่าง
แน่นอน อักขระเทพทั้งสองจะสะท้อนซึ่งกันและกัน สามารถสร้างผลลัพธ์
อันน่าอัศจรรย์
แน่นอนว่าแนวคิดของกระสวยหญิงทอผ้ายังเลิศพิสดารกว่าที่กล่าว
มามาก แต่ในแง่ของแนวคิดพื้นฐานแล้ว สมควรไม่แตกต่างกันมากนัก
จั่วม่อจู่ ๆ ผุดลุกขึ้น ปรี่เข้าหาหลีเซียนเอ๋อร์ คว้ามือเรียวงามของนาง
อย่างฉับพลัน
หลีเซียนเอ๋อร์ใจหายวาบ หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย หรือว่ามันจะ… …
ทันใดนั้นรอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากของจั่วม่อ รอยยิ้มยิ่งมายิ่งสยาย
กว้าง จวบจนกระทั่งกลายเป็นเสียงหัวร่อดังกระหึ่มอย่างสบใจ
“ที่แท้เป็นเช่นนี้… …ที่แท้เป็นเช่นนี้… …”
หลีเซียนเอ๋อร์ฟังคำบ่นพึมพำกับตัวเองของจั่วม่อ รู้สึกหัวใจดิ่งวูบ
นางคล้ายเข้าใจความหมายในถ้อยคำเหล่านั้นของจั่วม่อ สีหน้า
แปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก!
เป็นไปไม่ได้ นี่ไหนเลยจะง่ายดายดังใจนึกถึงเพียงนั้น … … หลีเซียน
เอ๋อร์พยายามปลอบใจตนเอง
อย่างช้า ๆ นางค่อย ๆ สงบใจลง นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ในเทียนหวนมี
ศิษย์มากมายเท่าใด แต่มีสักกี่คนที่เห็นกระจ่างในเรื่องนี้จริงๆ กระทั่งนาง
ผู้ได้ชื่อว่าเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ไร้ผู้ทัดเทียม ยังต้องทุ่มเทเรี่ยวแรงกำลัง
และใช้เวลามากมายกว่าจะเข้าใจอักขระเทพเหล่านี้
แล้วมันไฉนเลยเพียงมองดูไม่กี่ครา ก็สามารถเข้าใจได้แล้ว?
แต่นางเมื่อหวนนึกถึงผู้อาวุโสสูงสุด พลันสงบเยือกเย็นลงทันที
ผู้อาวุโสสูงสุดจะต้องมีหนทางอย่างแน่นอน!
จั่วม่อตกอยู่ในห้วงลิงโลดยินดี มันในที่สุดก็เข้าใจว่าพลังเทพของหลี
เซียนเอ๋อร์ไฉนกล้าแข็งกว่ามัน มิหนำซ้าระบบพลังใหม่ซึ่งผู้อาวุโสสูงสุด
คิดค้นขึ้น ยังช่วยจุดประกายความคิดให้แก่มันอย่างมากมาย
มันถึงกับเกิดแนวคิดอันบรรเจิดหลายประการ สามารถนำไปใช้กับ
การหลอมสร้างของมันในภายหลัง
ที่สำคัญไปกว่านั้น คือมันบังเกิดความคิดอันยอดเยี่ยมประการหนึ่ง
อักขระเทพนี้หาใช่สิ่งที่วัตถุดิบทั่วไปจะสามารถทนทานรับได้ เห็นได้
จากกระสวยหญิงทอผ้าซึ่งหลอมสร้างขึ้นจากวัตถุดิบล้าค่าทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้น กระสวยหญิงทอผ้ายังมีอักขระเทพเพียงอักษรเดียว
เท่านั้น ไม่อาจทนรับอักขระเทพตัวที่สองได้อีก มิหนำซ้าเหตุที่พลังส่วน
หนึ่งถูกส่งเข้าไปในร่างของหลีเซียนเอ๋อร์ มิเพียงเพื่อช่วยในการฝึกฝีมือ
ของหลีเซียนเอ๋อร์เท่านั้น แต่เนื่องเพราะกระสวยหญิงทอผ้าไม่อาจทนรับ
พลังทั้งหมดที่ก่อเกิดออกมาจากอักขระเทพนี้ได้
แต่จั่วม่อมีวัตถุดิบอันสมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว นั่นคือเมล็ดผลึกสุริยัน!
ของวิเศษนี้จะต้องสามารถเก็บกักอักขระเทพตัวนี้เอาไว้ได้อย่าง
แน่นอน จั่วม่อยังสงสัยว่าอาจจะมีอักขระเทพที่คล้ายคลึงกันอยู่ในเมล็ด
ผลึกสุริยันตั้งแต่แรก เพียงแต่มันยังไม่มีปัญญาค้นพบเท่านั้น
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การค้นพบในครั้งนี้มีแต่จะทำให้จั่วม่อลิงโลดยินดี
สุดระงับ
เมื่อละความสนใจจากกระสวยหญิงทอผ้า จั่วม่อไม่ได้ทำการศึกษา
ค้นคว้าต่อในทันที นี่หาใช่สถานที่อันดีงามสำหรับการศึกษาค้นคว้าไม่
มันจัดวางกระสวยหญิงทอผ้าลงในแหวนมิติอย่างระมัดระวัง ของ
วิเศษอันประมาณค่ามิได้เช่นนี้ ไม่อาจปล่อยให้สูญหายไปได้
จากนั้นมันเริ่มตรวจสอบสิ่งของอื่นในกองสินสงคราม
หลีเซียนเอ๋อร์จัดอยู่ลำดับแรกแห่งสี่บัลลังก์ มิหนำซ้านางยังเป็นถึง
หลานสาวของเจ้าสำนักเทียนหวน สิ่งที่นางพกติดตัวย่อมมีแต่ของล้าค่าที่
ยากจะพบพาน ถึงกับทำให้จั่วม่อตกอยู่ในสภาพตื่นตาตื่นใจไม่คลาย
สมบัติวิเศษนับไม่ถ้วนไหลผ่านมือจั่วม่อไม่ขาดสาย แต่ละชิ้นล้วนทำ
ให้มันดวงตาเป็นประกาย ทอแสงของจิงสืออันร้อนแรง
ทันใดนั้น บางสิ่งที่ซุกอยู่ในซอกมุมของแหวนมิติของหลีเซียนเอ๋อร์
พลันดึงดูดความสนใจของจั่วม่อ
จั่วม่อหยิบขึ้นมาอย่างสงสัยใคร่รู้
นั่นเป็นนกกระเรียนกระดาษที่ดูธรรมดาสามัญยิ่งตัวหนึ่ง นก
กระเรียนพันตัวสีชมพูที่ไม่มีอันใดโดดเด่นสะดุดตา นกกระเรียนกระดาษ
เช่นนี้มักใช้เพื่อส่งคำอธิษฐาน แต่ทว่า… …
จั่วม่อทันใดนั้นรู้สึกว่านกกระเรียนกระดาษตัวนี้ดูคุ้นตาอยู่บ้าง อด
สับสนงุนงงไม่ได้ มันไฉนรู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาดเช่นนี้?
พิกลเสียจริง!
จั่วม่อบ่นพำอยู่ในใจ สองมือคลี่คลายนกกระเรียนกระดาษออกโดย
ไม่รู้ตัว
ตัวอักษรบิด ๆ เบี้ยว ๆ ประโยคหนึ่งพลันปรากฏแก่สายตาของมัน
“เหยียจะรอเจ้า!”
จั่วม่อตัวแข็งทื่อ มันในที่สุดก็นึกออกว่าไฉนรู้สึกคุ้นเคยกับของสิ่งนี้
นัก
เสี่ยวม่อเกอยืนตัวแข็งประดุจรูปสลักหิน ประโยคที่ทิ่มแทงตาอยู่
ตรงหน้าทำให้มันรู้สึกขวยเขินอย่างบอกไม่ถูก ความทรงจำอันห่างไกลผุด
ขึ้นในใจไม่ขาดสาย มันร้อยไม่คิดพันไม่คิด ไม่คิดว่ามันและแม่นางนก
กระเรียนกระดาษที่น่าขนพองสยองเกล้านั้นจะมีวันได้พบเจอกันอีกครั้ง!
และแม่นางนกกระเรียนกระดาษที่ดุร้ายป่าเถื่อนนางนั้น กลับเป็นหลี
เซียนเอ๋อร์!
สีหน้าของมันยามนี้นับว่าน่าดูชมยิ่ง
“เฮ้เฮ้เฮ้! เจ้าจะยุ่งวุ่นวายกับสิ่งของของผู้อื่นตามใจชอบได้อย่างไร?”
? จดหมายส่วนตัวท่านย่าเจ้าเถอะ!
นึกถึงเคราะห์กรรมที่มันต้องเผชิญเมื่อครั้งกระโน้น น่าแปลกที่จั่วม่อ
ถึงกับไม่รู้สึกโกรธแค้นอันใด แม้ว่าแม่นางนกกระเรียนกระดาษจะน่า
เกลียดน่ากลัวยิ่ง มันในยามนั้นก็ต้องทนทุกข์ทรมานไม่น้อย แต่หลังจาก
ผ่านโลกมามากมาย เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้กลับลืมเลือนไปนานแล้ว
เพียงแค่ความซุกซนของแม่นางน้อยที่เบื่อหน่ายแทบตายผู้หนึ่งเท่านั้น
หากมิใช่ว่าพบเห็นนกกระเรียนกระดาษจากเมื่อครั้งอดีต บางทีมัน
อาจจะจดจำไม่ได้แม้แต่น้อย
แต่จะอย่างไร นี่ยังคงน่ากระอักกระอ่วนมาก!