สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 874 การเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ยังคงทำให้จั่วม่อถึงกับอกสั่นขวัญ
แขวน มันค่อยรู้สึกตัวว่าการกระทำของมันครั้งนี้หุนหันพลันแล่นเกินไป
ร่างกายของมันยังไม่ทุเลาหายดี หากเผชิญพบกับอันตรายที่ไม่คาดคิด จะ
ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือมันได้
ช่างหุนหันพลันแล่นเกินไปจริง ๆ!
จั่วม่อนึกแล้วยังหวาดหวั่นไม่คลาย
ในเวลานี้ แสงประกายที่ปลดปล่อยออกมาจากลูกปัดทองคำสกัดกั้น
เสียงแตรเอาไว้ได้ จั่วม่ออดสำรวจตรวจสอบอย่างระมัดระวังไม่ได้
จั่วม่อไม่เคยเห็นกลุ่มอักขระเทพที่อยู่ภายในเขาสัตว์เหล่านี้มาก่อน
มันในยามนี้ชักจะเริ่มเชื่อตำนานคำเล่าลือขึ้นมาบ้างแล้ว เสียงแตรที่ดัง
ออกมาจากเขาสัตว์ทำให้โลหิตในกายมันจู่ ๆ ก็เดือดพล่านขึ้นมา มันเมื่อ
เคยฝึกปรือสังขารปิศาจย่อมมีสายเลือดปิศาจอยู่ในตัว หรือว่าเขาสัตว์ของ
ราชาปิศาจองค์แรกจะครอบครองความสามารถในการปลุกพลังที่แท้จริง
ของสายเลือดปิศาจ?
กระทั่งจั่วม่อผู้เคยพบเห็นสมบัติล้าค่าแทบทุกประเภทจนชาชิน
ยังคงพบว่ายากจะเข้าใจได้โดยแท้
สำหรับคนทั่วไป น้อยคนนักที่จะไม่ทราบว่าในสายเลือดของเผ่า
ปิศาจแฝงเร้นไว้ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ นี่คือสิ่งที่เผ่าปิศาจทุกตนล่วงรู้ดี แต่
พลังที่คงอยู่ในสายเลือดของพวกมันแท้จริงแล้วคือสิ่งใด?
จั่วม่อระงับความตื่นตระหนก จิตใจหลุดพ้นจากผลกระทบของเสียง
แตรศึกราชัน แม้ว่ามันจะมีพลังฝึกปรือด่านเทพยุทธ์ แต่โลกนี้ก็คล้าย
ยังคงมีสิ่งประหลาดมากมายให้มันได้เปิดหูเปิดตา
จั่วม่อลืมตาขึ้น ก้มหน้าเพ่งพินิจเขาสัตว์ของราชาปิศาจองค์แรกที่อยู่
ในมือ ทันใดนั้นกลายเป็นตะลึงลาน
เขาสัตว์ซึ่งก่อนหน้านี้ยังหมองคล้าไร้ประกาย ยามนี้กลับแปร
เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ เห็นลวดลายสีแดงเข้มอันวิจิตรงดงามสลักเสลา
อยู่ทั่วเขาสัตว์ยาว คล้ายจะเป็นอักขระสัญลักษณ์ศึกโบราณอันลี้ลับ
พิสดารชนิดหนึ่ง สีแดงฉานดุจโลหิต
จั่วม่อจดจำสัญลักษณ์อักขระตัวนี้ได้
ราชา!
จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่างดุจถูกสายฟ้าฟาด เหม่อมองแตรเขาสัตว์ยาว
ในมือที่เปลี่ยนโฉมไปโดยสิ้นเชิงอย่างโง่งม
นี่มัน… …นี่มันอะไรกัน?
จั่วม่อสับสนงุนงงอยู่ครึ่งค่อนวัน แต่ทำอย่างไรก็ขบคิดไม่เข้าใจ
ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านมาจากแตรเขาสัตว์ยาวที่อยู่ในมือ กลิ่น
อายเก่าแก่โบราณที่แฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนเปลี่ยวร้าง บันดาลให้ของสิ่ง
นี้ดูลี้ลับพิสดารและโอ่อ่าเกรียงไกรอย่างบอกไม่ถูก
หรือว่า… …หรือว่านี่คือแตรศึกราชันอันจริง?
ความคิดนี้พอผุดขึ้นในใจ จั่วม่อก็ไม่อาจลบล้างออกไปได้อีก ทั้งแตร
ศึกอันวิจิตรงดงามเอย ทั้งอักขระคำว่าราชาสีแดงดุจโลหิตที่เพิ่งปรากฏ
ออกมาเอย ไยมิใช่ตรงกับคำบอกเล่าถึงแตรศึกราชันในตำนานไม่มี
ผิดเพี้ยน
เขาสัตว์ยาวสีแดงเข้มแผ่ซ่านกลิ่นอายสภาวะเลือนรางสายหนึ่ง
ประดุจเวิ้งฟ้าซึ่งทอดตามองสิ่งมีชีวิตที่โลกเบื้องล่างอย่างเย็นชา
แตรศึกแห่งราชัน!
นี่ก็คือแตรศึกราชันที่แท้จริง!
? โอ้ โอ้ ใช่แล้ว
สัญลักษณ์แห่งพลังและอำนาจขั้นสุดยอด ฮ่าฮ่า ฟังดูยิ่งใหญ่เกินไปแล้ว!
จั่วม่อหัวเราะร่าแทบหุบปากไม่ลง
แตรศึกราชันในตำนานซึ่งสามารถปกครองเผ่าปิศาจ นำกองทัพ
ปิศาจปราบพิชิตใต้หล้า จั่วม่อครุ่นคิดว่าตำนานอาจกล่าวเกินจริงไปบ้าง
ของสิ่งนี้สมควรไม่ได้ร้ายกาจดังเช่นที่เล่าขานกันมา แต่จะอย่างไรสมควร
เป็นของวิเศษที่สามารถใช้นำกองทัพไม่ผิดแน่
หลังจากขบคิดดูหลายๆ ทาง จั่วม่อพยายามระงับจิตใจอันพลุ่งพล่าน
ตั้งใจว่ารอให้พลังเทพของมันฟื้นคืนดังเดิมเสียก่อน จึงค่อยทดลองดูอีก
ครั้ง
ประเสริฐ มันจะต้องทุเลาหายดีในอีกไม่ช้า จั่วม่อปลอบใจตัวเอง
วันคืนของมันกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง มันทางหนึ่งใช้ไม้แกร่ง
วิญญาณหยินรัตติกาลฟื้นฟูร่างกาย อีกทางหนึ่งก็หลอมสร้างยุทโธปกรณ์
เทพให้แก่กองทัพ และยุทธภัณฑ์เทพเทียมให้แก่ห้าผีสุสานหยินตามที่
รับปากไว้
ซึ่งความจริงด้วยความมั่งคั่งของห้าผีสุสานหยิน การหลอมสร้าง
ยุทธภัณฑ์เทพสักชุดมิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับจั่วม่อที่ได้รับบาดเจ็บ
บอบช้ายังไม่ทันฟื้นฟู มิหนำซ้าระยะเวลายังกระชั้นสั้นยิ่ง นับเป็นงานที่
หนักหน่วงกินแรงเกินไปมาก มิสู้หลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพเทียมที่ทำได้
ง่ายดายกว่า
สำหรับศึกใหญ่ระหว่างผู้พิทักษ์สุสานหยินและวังรัตติกาลตะวันออก
จั่วม่อไม่รู้สึกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องใดกับมัน ทว่าเรื่องราวมักไม่เป็นไปตามที่
ผู้คนปรารถนา คาดไม่ถึงว่ามันเองจะได้รับผลกระทบไปด้วย
“ไม่มีไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลอีกแล้ว?”
?”
การดีดลูกคิดรางแก้วของจั่วม่อพังทลายโดยสิ้นเชิง ยามนี้มันทุเลา
หายดียี่สิบสองระดับจากสามสิบหกระดับ ยังคงเหลืออีกสิบสี่ระดับที่ยังคง
ต้องดำเนินต่อไป หากว่ากันในเรื่องของความคืบหน้า อันที่จริงก็นับว่า
รวดเร็วมากแล้ว แต่จั่วม่อเดิมทีเข้าใจว่าจะสามารถฟื้นสภาพดังเดิมได้
รวดเร็วกว่านี้ คาดไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงจุดสำคัญ กลับต้องเผชิญกับปัญหา
เหนือความคาดหมาย
องครักษ์เสี่ยวฮั่วย่อมไม่โป้ปดหลอกลวงมัน วัตถุดิบประเภทไม้แกร่ง
วิญญาณหยินรัตติกาลเติบโตในสภาพแวดล้อมอันสุดขั้ว มีเพียงชนชั้น
ยอดยุทธ์จึงสามารถฝ่าอันตรายเข้าไปเก็บเกี่ยวได้ แต่ยามนี้ศึกใหญ่กำลัง
จะปะทุ ผู้พิทักษ์สุสานหยินย่อมไม่อาจส่งยอดยุทธ์ออกไปเสาะหาไม้แกร่ง
วิญญาณหยินรัตติกาล
หนทางแห่งความสุขย่อมไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คาด!
จั่วม่อไม่รู้สึกร้อนรนกระวนกระวาย มันเมื่อเคยร่อนเร่พเนจรอยู่ใน
ห้วงความว่างเปล่าไร้ขอบเขตเป็นเวลาสิบปี ย่อมเรียนรู้ความอดทนตั้งแต่
แรก
จวบจนกระทั่งการศึกเริ่มเปิดฉากขึ้นในที่สุด จั่วม่อหลอมสร้าง
ยุทโธปกรณ์เทพให้แก่พวกมันสามพันชุด จำนวนนี้ทำให้ผู้คนที่ได้ยินได้ฟัง
ต้องตัวสั่นสะท้าน ยุทโธปกรณ์เทพสามพันชุด แทบจะผลาญวัตถุดิบของผู้
พิทักษ์สุสานหยินไปจนเกลี้ยงฉาด การจัดหาวัตถุดิบไม่อาจไล่ทันฝีมือ
หลอมสร้างของคนผู้หนึ่ง เรื่องเช่นนี้กลับบังเกิดขึ้นจริงต่อหน้าต่อตาพวก
มัน
นอกจากนี้ ยุทธภัณฑ์เทพเทียมของห้าผีสุสานหยินเองก็เสร็จสิ้น
สมบูรณ์เช่นกัน จั่วม่อหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพเทียมห้าชุดที่แตกต่างกัน
อย่างสิ้นเชิง ตามลักษณะพิเศษของพวกมันแต่ละคน
แม้ว่าเวลาผ่านไปสิบปี ระดับพลังเทพของคนส่วนใหญ่เพิ่มสูงขึ้นช่วง
ใหญ่ แต่จำนวนของยุทธภัณฑ์เทพกลับไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก
แม้แต่ในแดนซิวเจ่อเองก็ตาม
แดนซิวเจ่อติดขัดที่ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ส่วนอสูรปิศาจกลับ
ประสบปัญหาขาดแคลนนักหลอมสร้างฝีมือดี
อสูรปิศาจไม่ได้โง่งม พวกมันแม้ไม่มียอดนักหลอมสร้างซึ่งสามารถ
หลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพ ก็ยังคงเก็บรวบรวมวัตถุดิบชั้นยอดทุกประเภท
ไว้กับตัว ไม่ยินยอมขายออกไป ดังนั้นวัตถุดิบชั้นเลิศซึ่งสามารถใช้หลอม
สร้างเป็นยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ จึงไม่เคยปรากฏขึ้นในท้องตลาด
มาก่อน
นี่ก่อให้เกิดสถานการณ์พิเศษเฉพาะดังเช่นทุกวันนี้ เหล่านักหลอม
สร้างในแดนซิวเจ่อถูกขัดขวางด้วยการขาดแคลนวัตถุดิบชั้นเลิศ เหล่า
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พอจะปลอบประโลมมันได้บ้าง ก็คือจั่วม่อยังคง
สามารถหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพเทียมให้แก่มันชุดหนึ่ง ถือเป็นของตอบ
แทนสำหรับกระดูกขาทองคำชิ้นนั้น
หลังจากจัดการธุระเหล่านี้เสร็จสิ้น จั่วม่อก็เตรียมพร้อมสำหรับการ
สำรวจตาน้าแห่งความตายภายในทะเลหมื่นสระเดือด
เมื่อไม่มีไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลมากพอ จั่วม่อก็ได้แต่คิดหา
หนทางอื่น ไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลที่สามารถใช้การได้ ก็เนื่อง
เพราะพลังงานความตายที่ถูกชำระล้างจนให้กำเนิดพลังชีวิตสายหนึ่ง
เช่นนั้นมันก็เพียงแค่ต้องพยายามกระทำตามสิ่งเดียวกันนี้
แม้ว่าผลที่ได้อาจจะไม่ดีเท่าไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาล แต่การนั่ง
รออยู่เฉย ๆ ก็ไม่ใช่แบบฉบับของจั่วม่อ การสร้างชีวิตจากความตายเป็น
คำถามที่จั่วม่อเฝ้าครุ่นคิดพิจารณามานานปี นับว่ามีผลรับอยู่ไม่น้อย
จั่วม่อเป็นบุคคลอันเด็ดเดี่ยวผู้หนึ่ง หลังจากคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน
มันพบว่ามีโอกาสเป็นไปได้ จึงตัดสินใจทดลองดู
มันสั่งให้ชิงเสี่ยวสอนวิชาแก่คนตระกูลหวูต่อไป และให้รอคอยมัน
กลับมา ชิงเสี่ยวแม้ไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ก็จำต้องยอมรับ เหล่าคนตระกูล
หวูที่น่าเวทนา พวกมันยังไม่ทราบว่าต้องเผชิญกับชะตากรรมอันน่า
สะพรึงกลัวถึงเพียงไหน ในเมื่อชิงเสี่ยวกำลังอารมณ์ไม่สู้ดีนัก
จั่วม่อแจ้งให้กุ่ยจู่แห่งสุสานหยินทราบเรื่อง กุ่ยจู่พยายามเกลี้ยกล่อม
ให้มันเปลี่ยนใจ แต่เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวของจั่วม่อ ก็ไม่พิรี้พิไรมากความ
อีก เพียงรับปากดูแลชิงเสี่ยวกับตระกูลหวูเป็นอย่างดี
กุ่ยจู่สุสานหยินไม่มีเวลาจะมากังวลสนใจกับเรื่องของจั่วม่อมากนัก
เนื่องเพราะการศึกที่เบื้องหน้าดุเดือดรุนแรงยิ่ง
จั่วม่อทุ่มเทสมาธิจิตใจทั้งหมดไปที่การเดินทางไปยังตาน้าแห่งความ
ตาย มันเตรียมการอย่างพร้อมสรรพ
นกโง่และเหล่าเจ้าตัวเล็กทั้งหมดอยู่กันพร้อมหน้า รับหน้าที่ระวัง
ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นเหมือนครั้งก่อน จั่วม่อลากดึงโลงไม้วิเศษทั้ง
ห้าด้วยตัวเอง ตาน้าแห่งความตายเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับหล่อเลี้ยง
บำรุงโลงไม้วิเศษ มันเชื่อว่าด้วยความหนาแน่นของพลังงานความตายใน
ตาน้าแห่งความตาย ศิษย์พี่ใหญ่และเหล่าพี่น้องทั้งหลายอาจจะฟื้นตื่น
ขึ้นมาในเร็ววัน
ด้วยเหตุนี้เอง จั่วม่อลากโลงไม้วิเศษทั้งห้าเดินไปตามเส้นทางเมื่อครั้ง
ก่อน มุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของตาน้าแห่งความตาย
จั่วม่อทางหนึ่งลากโลงไม้วิเศษห้าใบ ภายใต้การคุ้มกันของเหล่าเจ้า
ตัวเล็ก ยกขบวนเล็ก ๆ เดินทางผ่านทะเลหมื่นสระเดือด
สงครามเมื่อเปิดฉากขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ในทะเลหมื่นสระเดือด
หลงเหลือผู้คนอยู่เพียงน้อยนิด ทะเลพลังงานความตายมหึมาเงียบสงัด
อย่างน่าใจหาย จั่วม่อไม่พบเจอผู้ใดเลยตลอดการเดินทาง
พวกมันยิ่งล่วงลึกเข้าไปมากเท่าใด พลังงานความตายในบริเวณ
โดยรอบก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น
โลงไม้วิเศษทั้งห้าซึ่งจั่วม่อลากตามมาด้านหลังเริ่มปลดปล่อยแสง
จางๆ พลังงานความตายรอบข้างถูกดูดเข้าไปในโลงไม้วิเศษอย่างไม่ขาด
สาย จากนั้นแปรสภาพเป็นพลังเทพต้นกำเนิด ส่งผ่านเข้าไปในร่างของคน
ทั้งห้าภายในโลง
คราวนี้ลูกปัดสีทองคำเข้มไม่มีปฏิกิริยาใด ดูเหมือนมันเองก็ล่วงรู้ว่า
คลื่นเสียงที่แตรศึกราชันปลดปล่อยออกมาไม่มีเจตนาร้าย
จั่วม่ออัศจรรย์ใจไม่น้อย แตรศึกราชันส่งผลโดยตรงต่อพลังใน
สายเลือดของเผ่าปิศาจไม่ผิดแน่ ร่างกายของมันหลังจากกลายเป็นอุ่นระอุ
ภาพมายาหลอนจิตที่เบื้องหน้าพลันลดน้อยลงมาก ความเย็นเยียบเสียด
กระดูกก็บรรเทาเบาบางลงเช่นกัน
แตรศึกราชันที่ข้างเอวสั่นเบา ๆ อยู่ตลอดเวลา จั่วม่อรู้สึกราวกับว่า
ทั่วร่างอัดแน่นไปด้วยกำลังวังชา
สมแล้วที่เป็นแตรศึกราชันในตำนาน!
จั่วม่อบังเกิดความเชื่อมั่นเพิ่มพูน เมื่อมีแตรศึกราชันคอยช่วยเหลือ
อีกแรงหนึ่ง ครั้งนี้มันอาจสามารถเข้าไปถึงตาน้าแห่งความตายได้สำเร็จ
มันลากโลงศพห้าใบมุ่งหน้าไปอย่างไม่ย่อท้อ แต่เทียบกับมันแล้ว เหล่าเจ้า
ตัวเล็กสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดีกว่ามันมาก นกโง่ถือครอง
ร่างศักดิ์สิทธิ์ของเฟิ่งหวง ซึ่งมีภูมิต้านทานต่อพลังชั่วร้ายฝ่ายหยินทั้งมวล
เจ้าดำน้อยเกาะอยู่บนศีรษะนกโง่ ทอดตาจับจ้องไปยังที่ห่างไกลตามปกติ
เจ้าเพลิงน้อยกลืนกินเพลิงต้นกำเนิดฟ้าเวิ้งว้างปริมาณนับไม่ถ้วนในห้วง
ความว่างเปล่าไร้ขอบเขต พลังงานชั่วร้ายอันมืดมนนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อ
มันแม้แต่น้อย เจดีย์น้อยเกาะติดอยู่กับเจ้าเพลิงน้อย ดวงตาเป็นประกาย
วิบวับ
ทารกหมอกวิญญาณเริ่มกลั่นเกลาพลังงานความตายเข้าสู่ร่างกาย
ของมัน ตัวมันเดิมทีก็สร้างขึ้นจากกลุ่มหมอกอยู่แล้ว หากสามารถผสาน
เหล่าลูกสมุนยกขบวนมุ่งตรงไปเบื้องหน้า แต่พวกมันดูอย่างไรก็
เหมือนกลุ่มอันธพาลร้านถิ่นที่กำลังเดินส่ายอาด ๆ ไปตามท้องถนน รอที่
จะรังควานหาเรื่องคนโชคร้ายสักคน ไม่มีท่วงท่าสภาวะของกองทหารชั้น
ยอดที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มงวดแม้แต่น้อย
“พี่ใหญ่ พวกเราก็เดินกันมาตั้งนานแล้ว ไฉนไม่พบเจอสิ่งใดเลย?”
ทหารยันต์ทองคำดำอดบ่นพึมพำไม่ได้
จั่วม่อไม่หยุดฝีเท้า แต่ปากกล่าวว่า “เจ้าหมายถึงสิ่งใด?”
“สิ่งที่รับประทานได้” ทหารยันต์ทองคำดำทำท่าทางราวกับว่ามันหิว
โหยแทบตายแล้ว
ไม่มีผู้ใดแยแสสนใจมัน
จั่วม่อเดินทางมาถึงจุดที่มันหยุดลงเมื่อครั้งที่แล้วอย่างรวดเร็ว
พลังงานความตายอันหนาแน่นเข้มข้น ในที่สุดเริ่มส่งผลคุกคามต่อทุกคน
กระบี่วงพระจันทร์ของสือผิ่นดีดตัวออกจากฝัก ดวงตาเรียวยาวบน
ใบหน้าน้อย ๆ อันเย็นชาทอประกายอำมหิต ทหารยันต์ทองคำดำกำหมัด
จนลั่นเปรี๊ยะ ท่วงท่าสอดส่ายสายตาหาของรับประทานหยุดลงทันที
ดวงตาหรี่แคบลง เหล่าเจ้าตัวเล็กที่เหลือตั้งท่าระวังป้องกัน
หากมีตัวประหลาดใดเสนอหน้าออกมาในยามนี้ เกรงว่าคงถูกรุมสับ
เป็นชิ้น ๆ ในชั่วพริบตา
ทุกคนเคยท่องทะยานผ่านห้วงความว่างเปล่าไร้สิ้นสุดนานนับสิบปี มี
ประสบการณ์อย่างโชกโชน พลังงานความตายในสถานที่นี้หนาแน่น
เข้มข้นเกินไป หากไม่มีสัตว์ประหลาดดุร้ายถือกำเนิดขึ้นที่นี่ก็แปลกไปแล้ว
เจ้าดำน้อยสองหนวดสัมผัสโบกสะบัดเร็วรี่
“ฮ่า! ในที่สุดก็จะได้เปิดทำการค้าเสียที! ไม่ว่าผู้ใดก็อย่าได้แย่งชิงกับ
ข้า!” ทหารยันต์ทองคำดำถูมือไปมาอย่างตื่นเต้นยินดี
สือผิ่นกระทั่งเปลือกตายังไม่ขยับ กระบี่วงพระจันทร์ในมือพลันหาย
วับไป
ปราณกระบี่สีเลือดสายหนึ่งฟาดฟันเข้าใส่พลังงานความตายที่อยู่
เบื้องหน้ามัน
อืมม์?
สือผิ่นดวงตาทอประกายวูบ ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งทำท่าดึงกลับ แล้ว
ตวัดลง
เงาสีเทาสายหนึ่งพลันร่วงฟาดพื้นที่เบื้องหน้าพวกมัน มีรอยกระบี่วง
พระจันทร์เจาะทะลวงร่างของมัน กระบี่สังหารวิญญาณร้อยเซ่นสรวง
ของสือผิ่นบรรลุถึงขั้นปล่อยออกรั้งเข้าได้ดั่งใจปรารถนา การเปลี่ยนแปลง
ท่วงท่าในครั้งนี้เรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่รวบรัดหมดจดถึงที่สุด
ประสบการณ์ต่อสู้ในห้วงความว่างเปล่าไร้ขอบเขต มีส่วนช่วยให้สือผิ่น
เติบโตไปถึงขอบเขตอันน่าตระหนก
“เฮ้เฮ้เฮ้! สือผิ่น! เจ้าต่าช้าเกินไปแล้ว! เมื่อครู่ข้ามิใช่บอกว่า… …”
ทหารยันต์ทองคำดำถลึงตาใส่สือผิ่นอย่างขุ่นแค้น
สือผิ่นคล้ายไม่ได้ยิน อันที่จริงกระทั่งหางตายังไม่เหลือบแลแม้สัก
แวบ เพียงกวักมือเบา ๆ กระบี่วงพระจันทร์หมุนคว้างกลับมายังมือของมัน
ทุกคนโถมเข้าไปรุมมุงดูเงาสีเทาที่สิ้นชีพ พากันเพ่งพิศพิจารณา
อย่างสนอกสนใจ
เจ้าสิ่งนี้รูปโฉมภายนอกเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง ปราศจากแขนขามือเท้า มี
ลักษณะคล้ายก้อนเนื้อสีเทากลม ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยหนวดสัมผัสสีเทาเข้มปก
คลุมทั่วร่าง เส้นหนวดเหล่านี้เรียวบาง ล่องลอยอยู่ในพลังงานความตาย
ราวกับสาหร่ายทะเล
“เจ้าสิ่งนี้น่าสะอิดสะเอียนนัก!” ทหารยันต์ทองคำดำมีสีหน้าเหยียด
หยาม เจ้าสิ่งพิลึกนี้ไม่อาจกระตุ้นความอยากอาหารของมันแม้แต่น้อยนิด
“สิ่งที่ถือกำเนิดจากพลังงานความตาย หรือเจ้าเข้าใจว่ามีสิ่งใดไม่น่า
สะอิดสะเอียน
จั่วม่อกล่าว ขณะที่พลิกร่างตัวประหลาดเพื่อตรวจสอบ
อย่างถี่ถ้วน
ร่างของสัตว์ประหลาดสลายหายไปด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้
ชัดตา เห็นได้ว่าร่างกายส่วนใหญ่ของมันสร้างขึ้นจากพลังงานความตาย
ในท้ายที่สุดหลงเหลือเพียงลูกแก้วสีดำแวววาวลูกหนึ่ง จั่วม่อก้มหยิบขึ้น
จากพื้น
“ลูกแก้วนี้ไม่เลว คุณภาพดีกว่าไข่มุกพลังงานความตายที่ข้าควบ
กลั่นเองเสียอีก” จั่วม่อประหลาดใจเล็กน้อย
ทันใดนั้นมันฉุกใจคิด จั่วม่อรีบนำดวงไฟวิญญาณออกมาจากแหวน
มิติ
เงาร่างสตรีปรากฏขึ้นในลูกไฟวิญญาณ ร่างของนางดูมั่นคงกว่าแต่
ก่อนมาก แม้ว่าโฉมหน้าของนางยังคงไม่ชัดเจนเท่าใด แต่จะอย่างไรยังดู
ดีกว่าเมื่อยามที่นางคล้ายสามารถกระจายหายไปได้ทุกเมื่ออยู่มาก
“ต้าเหริน!” นางย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย คราครั้งนี้นางไม่ได้ใช้
คำเรียกหาว่าปรมาจารย์ แต่เปลี่ยนเป็นต้าเหริน สื่อความหมายว่านาง
ยินยอมศิโรราบโดยไม่มีเงื่อนไข
“ของสิ่งนี้มีประโยชน์ต่อเจ้าหรือไม่?”
?”
“ขอบคุณต้าเหริน!” สตรีนางนั้นปิติยินดียิ่ง เปลวไฟกะพริบวูบ ส่วน
หนึ่งยื่นยาวออกมารัดพันรอบลูกแก้วพลังงานความตายสีดำ
ลูกแก้วพลังงานความตายนี้มีระดับคุณภาพสูงล้าจริงดังว่า หลังจาก
กลืนกินลงไป เงาร่างสตรีก็ยิ่งชัดเจนกว่าเดิม องคาพยพบนใบหน้าเริ่มเป็น
มองเห็นได้ถนัดชัดตามากขึ้น สตรีนางนี้มีรูปโฉมงามสะคราญ แฝงไว้ด้วย
กลิ่นอายสงบเยือกเย็นชนิดหนึ่ง
จั่วม่อหันไปกล่าวกับคณะอันธพาลร้านถิ่น “เดินทางต่อ ระมัดระวัง
ให้มากไว้”
ไม่ต้องให้จั่วม่อกระตุ้นเตือน เหล่าเจ้าตัวเล็กก็ทราบดีว่าหนทางเบื้อง
หน้าย่อมมิใช่ดินแดนอันสงบสุข
ระหว่างทางพวกมันพบพานสัตว์ประหลาดเช่นนี้อีกสองสามชนิด ตัว
ประหลาดเหล่านี้มีฝีมือทางภาพมายาหลอนจิตสูงส่งยิ่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่
อาจส่งผลอันใดต่อขบวนของจั่วม่อ ทุกผู้คนมีภูมิต้านทานต่อจิตมารลวงใจ
อยู่เป็นทุนเดิม ผนวกกับหยางกวงซึ่งเชี่ยวชาญในการทำลายภาพมายา
คนอื่นๆ สามารถมุ่งความสนใจอยู่ที่การต่อสู้อย่างวางใจ ขบวนของพวก
มันจึงเดินทางรุดหน้ารวดเร็วยิ่ง
อย่างไรก็ตาม พวกมันได้รับลูกแก้วพลังงานความตายเพียงสามลูก
เท่านั้น ปรากฏว่ามิใช่สัตว์ประหลาดทุกตัวที่จะมีลูกแก้วพลังงานความ
ตายอยู่ภายในร่าง จั่วม่อก็ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว มอบลูกแก้วพลังงานความ
ตายทั้งสามลูกให้แก่สตรีในลูกไฟวิญญาณโดยไม่หวงแหน
สตรีในลูกไฟวิญญาณนึกไม่ถึงว่าจั่วม่อจะมีน้าใจต่อนางถึงเพียงนี้
ต้องสำนึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง นางหลบซ่อนอยู่ในลูกไฟวิญญาณเนิ่นนาน
จนนับปีไม่ถ้วน จนดวงวิญญาณของนางใกล้จะดับสลายไปอยู่แล้ว หาก
มิได้พบพานจั่วม่อ เกรงว่าเพียงไม่ถึงยี่สิบสามสิบปีหลังจากนี้ นางจะสูญ
สลายไปชั่วนิรันดร์
? หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น เกรงว่าพวกมันจะหลอมกลั่นนาง
ตั้งแต่แรก นางย่อมต้องวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา แต่รอจนนางพบเห็นเจดีย์
เกอมีวัตถุดิบมากเกินพอ เกอจึงไม่สนใจเจ้า! จั่วม่อปลอบโยนตัวเอง
ราวกับว่ามันเป็นคหบดีผู้ร่ารวยจนล้นเหลือ
ความหนาแน่นของพลังงานความตายในบริเวณโดยรอบเพิ่มสูงขึ้น
อย่างก้าวกระโดด สิ่งมีชีวิตแห่งนรกภูมิที่ปรากฏขึ้น ยิ่งมายิ่งแข็งแกร่งมาก
ขึ้นทุกขณะ โชคยังดีที่สิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดจากพลังงานความตายเหล่านี้มี
การเคลื่อนไหวเรียบง่ายยิ่ง ขบวนลูกสมุนของจั่วม่อกลับเพียบพร้อม
สมบูรณ์รอบด้าน สามารถจู่โจมได้ทั้งใกล้และไกล ถนัดจัดเจนทั้งศึกดวล
เดี่ยวและตะลุมบอนเป็นหมู่คณะ
พวกมันปราบพิชิตโดยราบคาบไปตลอดทาง ลูกแก้วพลังงานความ
ตายที่ได้รับยิ่งมีคุณภาพดีเลิศมากขึ้นเรื่อย ๆ สตรีลูกไฟวิญญาณกลืนกิน
ลูกแก้วพลังงานความตายจนไม่อาจกลืนกินได้อีก
แต่ไม่มีผู้ใดนึกยินดี พวกมันยิ่งล่วงลึกเข้าไปมากเท่าใด แรงกดดันยิ่ง
ทวีคูณมากขึ้นทุกขณะ บรรดาตัวประหลาดที่ปรากฏออกมายิ่งร้ายกาจ
มากขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบไม่มีที่สิ้นสุด มีอยู่ครั้งหนึ่งพวกมันพบพาน
ตัวประหลาดชนิดหนึ่งซึ่งไม่มีร่างกายแท้จริง ไม่มีการโจมตีใดทำร้ายมันได้
ผลสุดท้ายต้องให้หยางกวงใช้วิชาทำลายภาพมายาซึ่งไม่ค่อยได้ใช้งาน จึง
สามารถฆ่าตัวประหลาดนั้นได้สำเร็จ
ทุกคนหยุดชะงัก มองดูภาพที่เบื้องหน้าพวกมัน ไม่ว่าผู้ใดก็มีสีหน้าดู
ไม่ได้
สถานที่เบื้องหน้าเป็นเหมือนเส้นแบ่ง ราวกับว่ามีกำแพงโปร่งใสตั้ง
ขวางอยู่ที่ตรงหน้า ฟากหนึ่งของเส้นแบ่งเป็นพลังงานความตายสีเทาอัน
เมื่อได้ยินคำยืนยันของหยางกวง ทุกผู้คนใบหน้าแข็งทื่ออยู่บ้าง ไม่ว่า
วิชาแนวทางใดเมื่อบรรลุถึงระดับสูงล้าสุดยอด ล้วนแล้วแต่น่าสะพรึงกลัว
ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ภาพมายา
เส้นแบ่งนี้คล้ายเป็นเส้นแบ่งของอีกโลกหนึ่ง
ตอนที่พวกมันมาถึงที่นี่ แม้แต่จั่วม่อเองยังอดไม่ได้ ในใจบังเกิดแรง
กระตุ้นให้รีบหลบลี้หนีหน้าในบัดดล ตัวประหลาดที่มันต้องเผชิญในยามนี้
เกรงว่าแข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าเหล่าตัวประหลาดที่พวกมันเคยพบเจอใน
ห้วงความว่างเปล่าไร้ขอบเขต
และหากพวกมันล่วงลึกเข้าไปมากกว่านี้ ไยมิใช่ต้องเผชิญกับสัตว์
ประหลาดที่ร้ายกาจยิ่งกว่านี้
วิชาภาพมายาขั้นสุดยอดน่าประหวั่นพรั่นพรึงสุดบรรยาย จั่วม่อกับ
พวกเคยเผชิญพบครั้งหนึ่งในห้วงความว่างเปล่าไร้ขอบเขต และครั้งนั้น
พวกมันแทบเอาชีวิตไม่รอด ภายในห้วงมิติภาพมายาขั้นสุดยอด กระทั่ง
มิติเวลายังกลับกลายเป็นพร่าเลือน ท่านไม่มีวันทราบว่าเหล่าสหายที่ข้าง
กายท่านเป็นจริงหรือแปลกปลอม มารในใจและความรู้สึกของท่านอาจ
เป็นศัตรูที่เล่นงานท่านจนถึงแก่ชีวิตได้ทุกเมื่อ
ครั้งนั้นพวกมันที่หลุดรอดออกมาได้ ส่วนใหญ่ล้วนพึ่งพาโชคชะตาที่
ยังไม่ถึงฆาตทั้งสิ้น แต่ถึงกระนั้นพวกมันทุกคนก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า
ดังนั้นพวกมันพอฟังว่าเบื้องหน้าคือภาพมายาขั้นสุดยอด ไม่ว่าผู้ใดก็
แทบจะหลบลี้หนีหน้าในบัดดล
ขณะที่จั่วม่อยังตัดสินใจไม่ได้ว่าสมควรรุดหน้าหรือล่าถอยดี เปรียะ
ทันใดนั้นแสงสว่างวาบ ทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องหน้าเลือนหายไปกับตา
เห็นตัวประหลาดที่มีกระดูกแหลมหกอันบนหลัง ปรากฏขึ้นที่เบื้อง
หน้าพวกมันแทน
จั่วม่อรู้สึกว่าตัวประหลาดนี้คุ้นตาอยู่บ้าง มันขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่าง
จริงจัง ก่อนจะเบิกตากว้าง “เป็นท่าน!”
ซือ อสุภประหลาดที่มันเคยพบในสนามรบปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์มี
บริวารอยู่หกตน ตัวประหลาดนี้คือหนึ่งในพวกมันทั้งหก
หรือว่าซืออยู่ที่นี่
จั่วม่อตะลึงลานเล็กน้อย จากนั้นกลายเป็นปิติยินดี หากเอ่ยถึงยอด
ยุทธ์อันดับหนึ่งผู้มีพลังฝีมือเลิศภพจบพสุธาที่สุดในใต้หล้า มันทราบแต่
แรกว่าไม่ใช่ผู้อาวุโสสูงสุดเทียนหวน ทั้งไม่ใช่หลินเชียน แต่เป็นซือ ตัว
ประหลาดเฒ่าผู้นี้มีชีวิตรอดมานานนับหมื่น ๆ ปี พลังฝีมือลึกล้าสุดจะหยั่ง
คำนวณ การปิดผนึกเมล็ดผลึกสุริยันอย่างง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ จั่วม่อ
เชื่อว่าโลกนี้ไม่มีบุคคลที่สองที่ทำได้อีก
ตัวประหลาดนั้นพลันกล่าวว่า “จู่เหรินทราบว่าเจ้ามาแล้ว ใช้ให้ข้ามา
รอต้อนรับเจ้า”
ดูราวกับว่ามันแทบไม่ได้เอ่ยปากกล่าววาจาเป็นเวลานาน สุ้มเสียง
แหบพร่ากระด้างไปมาก แต่สายตาที่มองจั่วม่อทอแววนุ่มนวล ปราศจาก
เค้าความเป็นศัตรูแม้แต่น้อย
จั่วม่อรู้สึกว่าอารมณ์ของมันพลิกกลับตาลปัตรเร็วเกินไป จากเลวร้าย
สุดขั้ว กลับกลายเป็นแช่มชื่นแจ่มใสในทันที
“พวกท่านอาศัยอยู่ที่นี่หรือ
จั่วม่อถามตัวประหลาดหนามกระดูก
อย่างสงสัยใคร่รู้
“มิผิด” ตัวประหลาดหนามกระดูกผงกศีรษะรับ
จั่วม่อจุปากอย่างอัศจรรย์ใจ “สถานที่อันแปลกพิสดารถึงเพียงนี้กลับ
สามารถเสาะหาจนพบ พวกท่านนับว่าร้ายกาจโดยแท้!”
ตัวประหลาดหนามกระดูกหัวร่อกึกกึก
เมื่อติดตามตัวประหลาดหนามกระดูก ตลอดทางขบวนของจั่วม่อไม่
พบเจออุปสรรคสิ่งกีดขวางใดอีก อย่างไรก็ตาม ทุกคนมีประสบการณ์โชก
โชน เมื่อมองเห็นการป้องกันระหว่างทาง ต้องใจสั่นสะท้าน พวกมันยามนี้
ค่อยทราบว่าหากฝืนบุกฝ่าเข้ามาตรง ๆ ต่อให้พวกมันเข้มแข็งกว่านี้ยังไม่
มีปัญญาผ่านเข้ามาได้
จั่วม่อในที่สุดค่อยเข้าใจ ว่าไฉนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ตาน้าแห่งความ
ตาย แต่เมื่อลองขบคิดจากอีกด้าน เกรงว่ามีเพียงพลังงานความตายที่
หนาแน่นถึงเพียงนี้จึงจะเหมาะสมสำหรับซือ
นับตั้งแต่แยกจากกันหลังออกจากสนามรบปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์ มันก็
ไม่เคยพบเห็นซืออีกเลย คาดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้พบกันอีกครั้งในสถานที่
ประหลาดเช่นนี้
พบพานสหายเก่าในสถานที่อันแปลกใหม่ ไยมิใช่เป็นความประหลาด
ใจอันสุขสันต์ในชีวิต
อาณาบริเวณของตาน้าแห่งความตายยังกว้างใหญ่กว่าที่พวกมันเคย
คาดคิดไว้ พวกมันกลับต้องเดินทางอีกเป็นเวลานาน ระหว่างทางจั่วม่อพบ
เห็นบ่อพลังงานความตายมากมาย ในบ่อที่นี่เต็มไปด้วยน้า แต่จั่วม่อ
สามารถมองเห็นได้ชัดตาว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่น้า ทว่าเป็นสิ่งที่ผนึกรวมจาก
พลังงานความตายที่หนาแน่นและบริสุทธิ์อย่างสุดขั้ว
เพียงหยดหนึ่งของน้าใสในบ่อเหล่านี้ หากออกสู่ภายนอก สามารถ
ขายได้ในราคาอันน่าตื่นตะลึง
ช่างเป็นสถานที่อันประเสริฐเลิศล้านัก!
จั่วม่อกับพวกทั้งหลายนับว่าได้เปิดหูเปิดตา ลอบอัศจรรย์ใจไม่คลาย
ทว่ารอจนจั่วม่อพบหน้าซือ ต้องตกตะลึงพรึงเพริดสุดระงับ