สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 896 เช่นนั้นก็สู้กับมันเถอะ!
จั่วม่อเมื่อได้รับข่าวจากแม่นางน้อย ต้องตะลึงงันไปด้วย
แต่หลังจากอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก็ได้แต่ทอดถอนด้วยอารมณ์ที่
ยากจะบรรยาย
แม้แต่ขุมกำลังที่เข้มแข็งเกรียงไกรที่สุด เมื่อเกิดการแตกแยกจาก
ภายใน สุดท้ายมีแต่จะเสื่อมทรุดลง นึกถึงเทียนหวนอันเกริกไกรเมื่อกาล
ก่อน มันได้แต่ทอดถอนใจเป็นคำรบสอง นั่นคือตัวตนที่สามารถเทียบเคียง
ได้กับคุนหลุน เทียนหวนในครั้งนั้นเพียงขยับเคลื่อนไหวคราหนึ่ง ม่ออวิ๋น
ไห่ก็แทบจะไม่มีปัญญาหาซื้อวัตถุดิบจากท้องตลาดได้อีก
ผู้ใดจะคาดคิด ว่าเทียนหวนจะต้องมาจบสิ้นลงในสภาพน่าอนาถ
เช่นนี้!
หลังจากทอดถอนรำพันอยู่เป็นครู่ใหญ่ จั่วม่อก็เริ่มเกาศีรษะ ตาม
แผนการเดิมแล้วพวกมันจะใช้เทียนหวนเพื่อดึงความสนใจของคุนหลุน
จากนั้นพวกมันที่ม่ออวิ๋นไห่จะลอบจู่โจมก่อกวนเพื่อถ่วงเวลาอีกฝ่าย รอ
การสวามิภักดิ์ของหลีเซียนเอ๋อร์ก็ก่อกวนทำลายแผนการเดิมของมัน
เช่นกัน
แล้วพวกมันจะยอมรับการสวามิภักดิ์ของหลีเซียนเอ๋อร์หรือไม่?
จั่วม่อคำนวณเวลาดู ศิษย์พี่ใหญ่และคนอื่น ๆ สมควรไปถึงม่ออวิ่นไห่
ในไม่ช้า
มันนำหน่วยสายสืบลัดเลาะไปอย่างระมัดระวัง คล้ายลาดตระเวนไป
กลางอากาศโดยไร้จุดหมาย
นับตั้งแต่คุนหลุนเปิดฉากโจมตีเทียนหวนเหนือ ม่ออวิ๋นไห่ก็
เตรียมพร้อมทำสงครามอยางเต็มอัตราศึก กองกำลังต่างๆ ถูกเรียกระดม
มาอย่างรวดเร็ว ภารกิจของหน่วยเลี่ยวหลินคือกำจัดสายสืบและไส้ศึกของ
ศัตรูในพื้นที่ให้สิ้นซาก
ที่เรียกว่าสายสืบของศัตรู แท้จริงแล้วมีเพียงประเภทเดียว นั่นคือ
สายสืบของคุนหลุน
ระหว่างนี้หน่วยของเลี่ยวหลินปะทะกับสายสืบของคุนหลุนสองสาม
หน สายสืบจากคุนหลุนมีฝีมือสูงเยี่ยม หากเผชิญหน้ากันตัวต่อตัว พวกมัน
ไม่มีทางได้ชัยเป็นอันขาด แต่ที่นี่เป็นดินแดนของพวกมัน ขอเพียงสืบพบ
ร่องรอยของสายสืบศัตรู พวกมันมีวีธีการนับร้อยพันประการที่จะจัดการ
กับศัตรู
เพียงแต่วันนี้กลับสงบราบคาบเป็นพิเศษ
แต่แล้วทันใดนั้นเอง เลี่ยวหลินเงยหน้าขึ้นทันควัน
“เลี่ยวตุ้ย (หัวหน้าหน่วยเลี่ยว) มีเรื่องใด?”
เลี่ยวหลินสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด มันสามารถรู้สึกได้ถึงคลื่น
แรงสั่นสะเทือนเบาบางยิ่งจากในระยะไกลมาก แต่แล้วทันใดนั้น
เลี่ยวหลินฟื้นจากความตื่นตระหนกเป็นคนแรก หัวใจแทบกระดอน
ออกมาจากอก รีบพุ่งเข้าขวางหน้าฝ่ายตรงข้าม แต่มันยังคงประเมินระดับ
“หยุดมือ!” เลี่ยวหลินคล้ายสะท้านตื่นจากฝัน รีบตวาดอย่างร้อนใจ
หน่วยสายสืบหยุดลงอย่างเชื่อฟัง
สายตาของเลี่ยวหลินไม่กล้าคลาดคลาจากใบหน้าที่คุ้นตานั้นแม้แต่
ชั่วแวบ มันกลัวว่าหากเผลอละสายตาไป มันจะพบว่านี่เป็นเพียงภาพลวง
ตาที่เกิดจากความคิดเพ้อฝันของมันเอง ริมฝีปากสั่นระริก “เหวยซือ… …
เหวยซือ เป็นท่านจริง ๆ?”
เหวยเสิ้งเพ่งตามองเลี่ยวหลิน จากนั้นเผยอยิ้ม “นี่มิใช่เสี่ยวเลี่ยวจื่อ
หรอกหรือ?”
เมื่อครั้งกระโน้นมันเป็นผู้สอนวิชากระบี่ให้แก่ค่ายจูเชวี่ย สนิทสนม
คุ้นเคยกับพวกมันอยู่บ้าง เลี่ยวหลินเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นเอง
“เหวยซือ! เหวยซือ! ท่านกลับมาแล้วจริง ๆ!” เลี่ยวหลินไม่อาจสะกด
กลั้นอีกต่อไป น้าตาสองสายทะลักจากเบ้า ถึงกับขู่ขวัญผู้ใต้บังคับบัญชา
? ยังมีแม่นางอากุ่ยเล่า
เหวยเสิ้งยิ้มละไม “พวกมันจะตามมาในอีกไม่ช้า”
“ต้าเหรินยังมีชีวิตอยู่จริ งๆ แม่นางอากุ่ยก็ยังมีชีวิตอยู่หรือ?”
จงหยูกลับมาแล้ว!
เขิงเหลียนเอ๋อร์กลับมาแล้ว!
หว่อหลีและหลัวหลีล้วนมาแล้ว!
สิบปี! สิบปีที่พวกมันเฝ้ายืนหยัดรอคอย ในที่สุดก็เป็นความจริงแล้ว!
ข่าวนี้เปรียบประดุจพายุกระโชก แพร่สะพัดไปทั่วม่ออวิ๋นไห่ในชั่ว
ข้ามคืน
สะท้านทั่วม่ออวิ๋นไห่!
ทั่วหล้าล้วนตกตะลึงพรึงเพริด!
ยักษ์ใหญ่มหาอำนาจอีกฝ่ายหนึ่งพลันอุบัติขึ้นโดยปราศจากเค้าลาง
ล่วงหน้า การรวมพลังของเทียนหวนเหนือ สี่มหานิกายพุทธ กู่เหลียงเตา
และม่ออวิ๋นไห่ เท่ากับว่าพวกมันครอบครองพื้นที่หนึ่งดินแดนครึ่งของ
สวรรค์สี่ดินแดนดั้งเดิม
หากมองในด้านของอาณาเขต ม่ออวิ๋นไห่นับว่าเล็กกว่าคุนหลุนที่
ครอบครองสองดินแดนครึ่งอยู่มากโข
แต่ในด้านอื่น ๆ ม่ออวิ๋นไห่ถึงกับเข้มแข็งยิ่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในส่วนของแม่ทัพบัญชาการศึก ภายใต้ร่มธงของม่ออวิ๋นไห่ในเวลานี้
ถึงกับชุมนุมหกยอดแม่ทัพในทำเนียบ กงซุนชา เปี๋ยหาน หย่างหยวนฮ่าว
กู่เหลียงเตา มู่ซวงและกงเหยี่ยเสี่ยวหรง
กระบวนทัพอันหรูหราอลังการถึงเพียงนี้ ถึงกับบดบังรัศมีสามยอด
แม่ทัพนามกระเดื่องของคุนหลุนไปเสียสิ้น
หลังจากดูดซับเหล่าเซียนยันต์จำนวนมากของเทียนหวนเข้าไป ขุม
กำลังทางด้านการหลอมสร้างของม่ออวิ๋นไห่จะพุ่งทะยานขึ้นอย่างเห็นได้
ชัด ม่ออวิ๋นไห่ซึ่งเดิมทีก็มั่งคั่งบริบูรณ์อยู่แล้ว เมื่อผนวกกับแม่ทัพขุนพล
จำนวนมากที่เพิ่มเข้ามา จะกลับกลายเป็นทัพแกร่งอย่างแท้จริง
ในสายตามองประเมินของทุกฝ่าย นี่เป็นครั้งแรกที่ม่ออวิ๋นไห่ถือแต้ม
ต่อมากกว่าคุนหลุน ทุกคนเริ่มรู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายยามนี้กลายเป็นคู่คี่ก้ากึ่ง
โดยพวกมันทั้งสองฝ่ายล้วนมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบของตน
การที่เทียนหวนเหนือ สี่มหานิกายพุทธและกู่เหลียงเตา พร้อมใจกัน
เข้าร่วมกับม่ออวิ๋นไห่ในเวลาเดียวกัน ทำเอาคุนหลุนทั้งตื่นตระหนก ทั้ง
เป็นเดือดเป็นแค้นถึงที่สุด การกลับมาของเหวยเสิ้งกับพวกทั้งห้า ไม่เพียง
ช่วยชดเชยจุดอ่อนในการขาดแคลนยอดฝีมือระดับสูงของม่ออวิ๋นไห่ ที่
สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้หัวใจของม่ออวิ๋นไห่กลับคืนสู่ความสงบมั่นคง
ทุกคนล้วนทราบโดยทั่วกัน จั่วม่อกำลังจะกลับมา ราชันแห่งม่ออวิ๋นไห่
กำลังจะกลับมา!
สถานการณ์แปรเปลี่ยนอย่างฉับพลันทันใด จนแม้แต่คุนหลุนยังรู้สึก
ว่าตามไม่ทัน
เป็ดที่เพิ่งต้มสุกกลับบินหนีไปต่อหน้าต่อตา คุนหลุนทั้งเบื้องสูงเบื้อง
ต่า ไหนเลยจะไม่หงุดหงิดรำคาญใจจนตีอกชกหัว! กระทั่งบุคคลที่ไม่ค่อย
เปิดเผยอารมณ์เช่นหลินเชียน ยังมีสีหน้าดำคล้า
จั่วม่อยังไม่ตาย!
หลินเชียนไม่อาจขบคิดเข้าใจได้ คนเหล่านี้หลบหนีออกจากที่ราบ
ภาคกลางได้อย่างไร
แต่มันทราบว่าข่าวร้ายนี้จะต้องไม่ผิดพลาดแน่ สถานการณ์ที่เปลี่ยน
พลิกรวดเร็วจนแม้แต่มันยังตามไม่ทันนี้ ล้วนเชื่อมโยงกับความจริง
ประการหนึ่ง จั่วม่อยังไม่ตาย มีเพียงจั่วม่อยังไม่ตายเท่านั้น ผู้คนจึง
มองเห็นความหวังจากม่ออวิ๋นไห่ คนเหล่านั้นจึงพร้อมใจกันเข้าร่วมกับม่อ
อวิ๋นไห่
ทว่ามันไม่มีเวลาจะโกรธกริ้ว ยังมีปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องขบคิด
พิจารณาโดยด่วนที่สุด
พวกมันยังคงสมควรสู้รบเทียนหวนเหนือต่อไปหรือไม่?
หากยังคงสู้รบต่อไป หมายความว่าพวกมันจะเริ่มเปิดศึกกับม่ออวิ๋
นไห่อย่างเต็มรูปแบบ แต่หากพวกมันไม่สู้ โดยไม่ต้องเอ่ยถึงว่าคุนหลุนจะ
กลายเป็นที่หัวเราะเยาะไปทั่วหล้า แต่ต่อไปในภายหน้า คิดบุกโจมตีเทียน
หวนเหนืออีกครั้งเกรงว่าคงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว
ชนชั้นกุมอำนาจของคุนหลุนล้วนมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ทุกผู้คนล้วนทราบดี คุนหลุนยังไม่พร้อมจะเปิดฉากสงครามอย่างเต็ม
รูปแบบกับม่ออวิ๋นไห่ พวกมันเดิมทีตั้งใจว่าจะเขมือบกลืนเทียนหวนเหนือ
เพิ่มพูนขวัญกำลังใจกองทัพ จากนั้นคุนหลุนจะค่อยๆ ส่งคนของพวกมัน
เข้ายึดครอง และหลังจากยึดครองขุมกำลังอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว พวกมัน
เท่ากับยืนอยู่บนยอดคลื่นแห่งชัยชนะ เพื่อเปิดศึกตัดสินขั้นสุดท้ายกับม่
ออวิ๋นไห่
การเลือกครั้งนี้จะตัดสินชะตากรรมของคุนหลุน
ทุกผู้คนหันไปมองหลินเชียนเป็นตาเดียว นอกจากหลินเชียนผู้เป็น
เจ้าสำนักคุนหลุนรุ่นปัจจุบันแล้ว ไม่มีผู้ใดมีคุณสมบัติตัดสินใจเรื่องสำคัญ
สูงสุดเช่นนี้
หลินเชียนใบหน้าค่อย ๆ กลับคืนสู่ความสงบ สีหน้าทอแววเด็ดเดี่ยว
“สู้กับมัน! จริงอยู่ว่าพวกเราไม่ได้เตรียมพร้อม แต่ม่ออวิ๋นไห่ไยมิใช่ไม่ได้
เตรียมพร้อมเช่นกัน หากพวกเรารอจนพวกมันตั้งหลักมั่น เกรงว่าต้อง
เผชิญกับปัญหายุ่งยากมากกว่านี้”
“เช่นนั้นก็สู้กับมันเถอะ!” เสวียตงลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก โห่ร้องว่า
“เพื่อคุนหลุน!”
“เพื่อคุนหลุน!”
ทุกผู้คนผุดลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียง สีหน้าทอแววเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ไม่
แปรผัน
… …
กงเหยี่ยเสี่ยวหรงมองดูซากปรักหักพังในสนามรบด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
เมื่อหลีเซียนเอ๋อร์ส่งข่าวว่าพวกมันกำลังเตรียมจะเข้าร่วมกับม่ออวิ๋นไห่
มันก็นิ่งเงียบงันไปนาน
มันทราบว่าการตัดสินใจของหลีเซียนเอ๋อร์ไม่มีที่ใดผิดพลาด ทั้งยัง
ถูกต้องเหมาะสมที่สุดในเวลานี้ และไม่ใช่แค่มันผู้เดียว ผู้อาวุโสมู่ซวงเองก็
ทราบดี แต่ผู้อาวุโสมู่ซวงยังคงหลั่งน้าตา น้าตาของผู้ชราที่เต็มไปด้วย
ความโศกศัลย์รันทด
กงเหยี่ยเสี่ยวหรงไม่ได้ร่าไห้ มันกลับรู้สึกโล่งใจที่ได้ปลดเปลื้องภาระ
มันยังอายุเยาว์ ไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันกับเทียนหวนอย่างลึกล้าเท่ากับผู้
อาวุโสมู่ซวง มันต่อสู้ดิ้นรนมาสิบปีโดยไม่มีแม้แต่ความหวัง ความรู้สึกอับ
จนหนทางแขวนอยู่เหนือศีรษะมันมานานถึงสิบปีเต็ม
แต่คราวนี้ การแสดงฝีมือของมันจะเป็นเครื่องกำหนดชะตากรรมของ
พวกมันทุกคนในภายหน้า
สามารถใช้ความดีความชอบทางการทหาร เพื่อช่วงชิงชีวิตที่ดีกว่า
สำหรับชาวเทียนหวนทั้งหมด ช่วยให้มันรู้สึกดีกว่าเดิมมาก อย่างน้อยนี่ก็
คือสิ่งที่มันสามารถกระทำได้
ม่ออวิ๋นไห่ยังเข้มแข็งและเตรียมการพรักพร้อมยิ่งกว่าที่มันคิด เสบียง
บำรุงกองทัพของพวกมันกลับเดินทางมาถึงแล้ว
การต่อสู้หลังจากนี้จะเป็นศึกนองเลือดที่โหดร้ายทารุณ
คุนหลุนไม่มีวันล่าถอยเป็นแน่
อย่างไรก็ตาม มันเองก็ไม่มีทางล่าถอยไปเยี่ยงนี้เช่นกัน