สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 443 ไม้อ่อนไม่ชอบชอบไม้แข็ง
“จุ๊ๆ ช่างเป็นเนื้อนุ่มละมุนลิ้นชิ้นน้อยโดยแท้” โจวซู่อวี้จ้องมองซือหม่าโยวเย่ว์ตรงๆ น้ำลายแทบจะหกอยู่รอมร่อ
“อะแฮ่มๆ” ผู้จัดการกระแอมคราหนึ่ง เขาใช้มือป้องปากแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “โจวซู่อวี้เป็นผู้มีชื่อเสียงในเรื่องพรรค์นั้น บุรุษที่เข้าตานางมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีจุดจบที่ ดี”
“โจวซู่อวี้หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินชื่อนี้แล้วจึงมองดูรูปลักษณ์ของนางโดยละเอียดรอบหนึ่ง ดูคล้ายคลึงกับโจวซู่เหรินอยู่บ้าง
“บังอาจนัก ชื่อของท่านเจ้าสำนักเรา ให้เจ้ามาเรียกได้อย่างนั้นหรือ” ชายที่ถูกโยนออกไปผู้นั้นพูด
โจวซู่อวี้โบกมือหยุดการโวยวายของคนผู้นั้น นางมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วยิ้มพลางเอ่ยว่า “เจ้ารู้จักข้าอย่างนั้นหรือ”
“เจ้ามีความสัมพันธ์เช่นไรกับโจวซู่เหรินหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เขาเป็นพี่ชายของข้า” โจวซู่อวี้พูดด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ “เจ้ายังรู้จักพี่ชายของข้าด้วย ดูเหมือนจะมีชะตาต้องกันกับข้าเสียแล้ว”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลอบกลอกตาอยู่ในใจ นี่เรียกว่ามีชะตาต้องกันแล้วหรือ
แต่ก็มีชะตาต้องกันจริงๆ นั่นแหละ ตนเพิ่งจะสังหารพี่ชายของนาง นางก็ส่งตัวเองมาถึงหน้าประตูเสียแล้ว
“ข้าไม่อยากจะมีชะตาอะไรต้องกันกับเจ้า”
“เช่นนั้นจะได้อย่างไรกันเล่า” โจวซู่อวี้มองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างโกรธเคือง “ข้าถูกใจเจ้าแล้ว เตรียมตัวจะให้เจ้ากลับไปเป็นสามีคนที่สิบแปด หากไม่มีชะตาต้องกันแล้วพวกเราจะพบกัน ได้อย่างไร”
อันที่จริงแล้วโจวซู่อวี้ผู้นี้มีรูปโฉมไม่เลว ค่อนข้างทรงเสน่ห์เลยทีเดียว ท่าทางโกรธกระฟัดกระเฟียดนี้ทำเอาหัวใจของผู้คนไม่น้อยคันยุบยิบ
วันนี้นางกำลังกลับเข้าไปที่สำนัก ก็เห็นลูกน้องที่ถูกทำร้ายจนสะบักสะบอม นางกำลังคิดจะด่าว่าพวกเขาไร้ประโยชน์ เตรียมจะลงโทษพวกเขาแล้วส่งคนอื่นๆ มาจัดการกับซือหม่าโยวเย่ว์ แ แต่กลับได้รับการบอกเล่าว่าภายในกลุ่มคนเหล่านั้นมีผู้ที่รูปโฉมหล่อเหลาอยู่หลายคน ดังนั้นนางจึงนำคนมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
คิดไม่ถึงว่านางเพิ่งจะเข้ามาก็เห็นบุรุษที่ทำให้นางมิอาจละสายตาไปได้ หัวใจล่องลอยไปในทันใด
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินคำว่าสามีคนที่สิบแปดแล้วอดรู้สึกขยะแขยงในใจไม่ได้ จึงเอ่ยว่า “ข้าไม่มีความสนใจอะไรในตัวสาวงามพันปีอย่างเจ้าหรอก”
สาวงามพันปีอย่างนั้นหรือ
โจวซู่อวี้หุบยิ้ม นางดูเหมือนอายุไม่เกินสามสิบปีเท่านั้น เพราะพลังยุทธ์ก้าวหน้าช้า สัญญาณแห่งวัยของนางจึงเผยออกมาอย่างช้าๆ สิ่งที่นางรังเกียจที่สุดก็คือการที่มีคนบอกว่านา างแก่แล้วนี่เอง
“เจ้าไม่ชอบไม้อ่อน แต่ชอบไม้แข็งสินะ” โจวซู่อวี้กล่าว “ผู้ที่เป็นอริกับสำนักพยัคฆ์สวรรค์อย่างเปิดเผยเช่นพวกเจ้า พวกเราลงโทษพวกเจ้าตรงนี้ได้เลย เจ้าไม่นึกถึงตัวเอง ก็ต้องนึ กถึงสหายของเจ้า ใช้เจ้าเพียงคนเดียวแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพของพวกเขา การซื้อขายนี้คุ้มค่าจะตายไป!”
“ข้าไม่ชอบไม้อ่อน ไม้แข็งข้าก็ยิ่งไม่ชอบ ถ้าหากเจ้าไม่อยากให้คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์เจ้าต้องสูญเสียกำลังคนไปอีก รีบพาคนจากไปโดยเร็วดีกว่านะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างเรียบ บเรื่อย ไม่เห็นสำนักพยัคฆ์สวรรค์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
“ช่างเป็นหนุ่มน้อยที่โอหังนัก!” โจวซู่อวี้อยู่มานานปียังไม่เคยมีใครพูดเช่นนี้ด้วยมาก่อน จึงตะโกนว่า “เด็กๆ จับตัวเขามาให้ข้า พอจับตัวเขาได้แล้วค่อยสำเร็จโทษคนอื่นๆ ให้ข้า าเสียตรงนี้เลย!”
“ขอรับ ท่านเจ้าสำนัก!” เด็กรับใช้สองคนออกมาจากด้านหลังโจวซู่อวี้พร้อมรับคำสั่ง
“ไอ้หยา จะตีกันอีกแล้ว ถ้าหากทำข้าวของพังพวกท่านก็ต้องจ่ายค่าเสียหายมาให้ข้าด้วยนะ” ผู้จัดการเห็นท่าทางของพวกเขาแล้วจึงร้องขึ้นมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะวิ่งออกไปนอกโรงเตี๊ยม
ซือหม่าโยวเย่ว์เหลือบตามองผู้จัดการ เธอมองไม่เห็นความหวาดกลัวในแววตาของเขาแต่อย่างใดเลย แต่กลับเห็นแววตื่นเต้น
หรือว่าการต่อสู้ครั้งก่อนหน้านี้เขาก็วิ่งออกไปเช่นนี้เหมือนกันเล่า
“โยวเย่ว์” ซือหม่าโยวหลินและเป่ยกงถังวิ่งลงมาจากข้างบน แล้วลงมายืนอยู่ข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์ เผชิญหน้ากับคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์
เมื่อเห็นซือหม่าโยวหลิน นัยน์ตาโจวซู่อวี้ก็เปล่งประกายอีกครั้ง หนุ่มน้อยผู้นี้ก็หล่อเหลาเช่นกัน! แต่เมื่อเห็นเป่ยกงถัง สีหน้าของนางก็ย่ำแย่เสียแล้ว นางชี้เป่ยกงถังพลางเอ่ ยว่า “จับตัวชายสองคนนี้มา ส่วนหญิงผู้นั้น ทำให้นางเสียโฉมแล้วค่อยสังหาร”
“ท่านเจ้าสำนัก หญิงผู้นี้รูปโฉมไม่เลว มิสู้นำมาตกรางวัลให้เหล่าพี่น้องดีกว่า” บุรุษลามกผู้หนึ่งพูดยิ้มๆ
“ก็ได้ แต่หลังจากที่พวกเจ้าใช้งานเสร็จแล้วก็ทำลายใบหน้านางเสียด้วย ข้าไม่ชอบใบหน้านี้ของนางเอาเสียเลย” โจวซู่อวี้พูด
“ขอบคุณท่านเจ้าสำนักที่ตกรางวัล!” บุรุษด้านหลังเหล่านั้นต่างยิ้มอย่างหื่นกระหาย สายตาที่มองไปทางเป่ยกงถังราวกับกำลังลอกเสื้อผ้านางออกอย่างไรอย่างนั้น
พวกเว่ยจือฉีทยอยกันลงมาจากชั้นบน เมื่อได้ยินคำพูดของคนสำนักพยัคฆ์สวรรค์ แต่ละคนต่างโกรธแค้นไม่น้อย แววอาฆาตเข้มข้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “สมกับที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันจริงๆ ด้วย ทั้งเจ้าและพี่ชายผู้นั้นของเจ้าช่างชวนให้คนรังเกียจเสียจริง!”
“สังหารคนเหล่านี้ทิ้งเสียเลยได้หรือไม่” เจ้าอ้วนชวีถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังเป็นดังเทพธิดาของพวกเขา แล้วจะปล่อยให้พวกเขาดูหมิ่นเทพธิดาเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!
“ได้สิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ได้เลย”
เมื่อได้รับคำอนุญาตจากซือหม่าโยวเย่ว์ ไม่รอให้คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ลงมือ เจ้าอ้วนชวีก็เงื้อกำปั้นพุ่งเข้าใส่เสียแล้ว
เสี่ยวถูนั้นยิ่งโมโหหนัก เข้าร่วมการต่อสู้ด้วยดวงตาแดงก่ำ อย่าเห็นว่าเขาอายุยังน้อย เนื่องจากในกายมีสายโลหิตสัตว์อสูรวิเศษอยู่ ดังนั้นพลังการต่อสู้ของเขาจึงไม่ต่ำเลย
“ปล่อยให้พวกเจ้าทำร้ายจิตใจพี่สาวข้าได้อย่างไร!”
“จะปล่อยให้พวกเจ้าคิดมาจับตัวพี่ชายข้าได้อย่างไร!”
“ตีพวกเจ้าเสียให้ตาย!”
เสี่ยวถูพูดไปพลางตีไปพลาง ทุบตีไปไม่กี่หมัด คนเหล่านั้นก็ถูกเขาตีจนมึนงงเสียแล้ว หลังจากนั้นเขาจึงหาเป้าหมายต่อไปในการโจมตี
ผู้จัดการที่อยู่ด้านนอกประตูมองเห็นเสี่ยวถูแล้วดวงตาฉายแววประหลาดใจ ทั้งยังมีความสนใจอย่างยิ่งอีกด้วย
คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์พบว่าร่างกายของอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่า รู้ว่าพวกเขาไม่ได้เปรียบในการต่อสู้ระยะประชิด ทุกคนจึงพากันเหินทะยานออกไปด้านนอก
พวกซือหม่าโยวหลินไล่ติดตามไป ผู้คนบนท้องถนนรีบสลายตัวเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้พลอยเดือดร้อนไปด้วย
ซือหม่าโยวเย่ว์ปะทะกับโจวซู่อวี้โดยตรง เพราะไม่อาจเหาะเหินเดินอากาศได้ พวกเขาจึงได้แต่สู้กันอยู่บนท้องถนนเท่านั้น
นี่คือการต่อสู้ซึ่งหน้ากับผู้อื่นครั้งแรกหลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์เลื่อนไปถึงระดับเทพ ครั้งก่อนตอนที่สังหารโจวซู่เหริน พวกเขายังอาศัยวิธีคนกลุ่มใหญ่รังแกคนกลุ่มน้อย มิได้ต ต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งเช่นนี้
โจวซู่อวี้เป็นระดับราชาเทพแรกเริ่มขั้นสุดยอด พื้นฐานสูงกว่าซือหม่าโยวเย่ว์เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่เพราะชมชอบเรื่องระหว่างชายหญิง ดังนั้นร่างกายจึงไม่มั่นคงอยู่บ้าง พลัง งการต่อสู้ไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก
โจวซู่อวี้หยิบแส้เส้นหนึ่งออกมา ซือหม่าโยวเย่ว์จำได้ว่านั่นคืออาวุธวิเศษระดับสูง ใกล้จะถึงระดับเทพอยู่แล้ว ถ้าหากใช้มันโจมตี พลังการโจมตีก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดีย ยว
“ขวับ…”
โจวซู่อวี้ตวัดแส้ออกมา แฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณ ก่อให้เกิดเสียงลมขึ้นกลางอากาศ
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่กล้าฝืนรับ จึงกะพริบร่างหลบหลีกแส้ไปอีกด้านหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็ให้หลิงหลงแปลงกายเป็นแส้เส้นหนึ่งอยู่ภายในเจดีย์วิญญาณ
โจวซู่อวี้เห็นความเร็วในการตอบสนองของซือหม่าโยวเย่ว์ หลบหลีกแส้ของนางไปได้ จึงกระตุกมือครั้งหนึ่ง ทำให้แส้ตามติดไปอีกครั้ง
ซือหม่าโยวเย่ว์ถูกบีบไปถึงข้างกำแพงพอดี เมื่อเห็นแส้ที่ไล่ตามติดมาจึงวิ่งขึ้นไปบนกำแพงสองก้าว ตีลังกากลับหลังหลบหลีกไป
“เจ้าคิดว่ามีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นหรือที่มีแส้น่ะ” เธอพูดพลางหยิบหลิงหลงออกมาในทันทีแล้วสะบัดแส้ออกไป พันเกี่ยวกับแส้ของโจวซู่อวี้
ซือหม่าโยวเย่ว์ค้นพบว่าหลังจากไปถึงระดับเทพแล้ว อาวุธวิญญาณก็มีประโยชน์ต่อพวกเขาเพิ่มมากขึ้น เพราะการโจมตีด้วยอาวุธวิญญาณทำให้พลังการโจมตีของพวกเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่า
นี่ยังเป็นการใช้งานหลิงหลงในฐานะอาวุธเทพชิ้นหนึ่งเป็นครั้งแรกของเธออีกด้วย ก่อนหน้านี้ถ้าไม่ใช่ถ้วยชามหม้อไหก็เป็นกริชเป็นค้อน แน่นอนว่าสิ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจของทุกคนมา ากที่สุดก็ยังคงเป็นกระทะก้นแบนใบนั้นนั่นเอง