สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 444 ฆ่าทิ้งแล้วอย่างไร
โจวซู่อวี้คิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์ยังมีอาวุธวิญญาณที่ไม่ด้อยไปกว่าของตนเลยอยู่ด้วย นางลองขยับดูก็พบว่าแส้ของตนถูกแส้ของซือหม่าโยวเย่ว์มัดเงื่อนตายอยู่ ทั้งสองคน ต่อกรกันผ่านแส้อยู่เช่นนี้
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าอายุยังน้อยแค่นี้ แต่พลังยุทธ์มิใช่ย่อยเลย” โจวซู่อวี้พูด “แต่ไม่รู้ว่าการตวัดแส้ของเจ้าจะเป็นเช่นไรบ้าง!”
พอพูดจบ นางก็ออกแรง แส้จึงขยับขึ้นมาราวกับมีชีวิต แล้วแยกตัวออกจากแส้ของซือหม่าโยวเย่ว์ จากนั้นนางจึงตวัดออกมาอีกครั้ง แส้นั้นก็โจมตีเข้าใส่ซือหม่าโยวเย่ว์ไปทุกทิศทางราวก กับมีชีวิต
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ยอมรับไม่ได้ว่าโจวซู่อวี้ตวัดแส้ได้ยอดเยี่ยมนัก สิ่งนี้ดูเหมือนเคล็ดวิชาแส้ชุดหนึ่ง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ภายใต้แส้มิอาจหลบหลีกได้ เพิ่มพลังการคุกคามของ มัน
แต่แส้ของเธอเองก็มิได้อ่อนแอ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยฝึกเคล็ดวิชาแส้มาก่อน แต่ด้วยความที่หลิงหลงเป็นวัตถุเทพโบราณ มีวิญญาณอาศัยอยู่ จึงเปลี่ยนความสั้นความยาวได้ด้วยตัวเอง เป็นอาวุธเทพขี้โกงชิ้นหนึ่งอย่างแท้จริง
พอมีหลิงหลงแล้วความยืดหยุ่นของตัวเองก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ซือหม่าโยวเย่ว์ก็โจมตีจนโจวซู่อวี้หลบหลีกอย่างน่าอนาถเช่นเดียวกัน ในท้ายที่สุดก็มิอาจใช้ได้แม้กระทั่งเคล็ดวิชาแส้ ไ ได้แต่สะบัดไปมาอย่างสับสนเท่านั้น
“โอ๊ย…”
โจวซู่อวี้ถูกแส้ฟาดใส่ร่างกายคราหนึ่ง เสื้อผ้าบนร่างกายถูกฟาดจนขาดเป็นรอยยาว เห็นผิวเนื้อมีเลือดซิบๆ รำไร
ถ้าหากเป็นเพียงแค่แส้ธรรมดา ก็ไม่มีทางส่งผลเช่นนี้อย่างแน่นอน
“เพียะ…”
โจวซู่อวี้ถูกแส้ฟาดใส่อีกครั้ง จนแผ่นหลังแทบจะเผยออกมาอยู่แล้ว
“เป็นไปได้อย่างไรกัน!” โจวซู่อวี้ถูกโจมตีติดต่อกันถึงสองครั้ง ในใจพรั่นพรึงไม่น้อย
เคล็ดวิชาแส้ของนางเข้าใกล้การเป็นทักษะวิญญาณอันสมบูรณ์แบบแล้ว เหตุใดจึงโจมตีอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ตนเองกลับถูกแส้ฟาดใส่ถึงสองครั้งแล้วเล่า
นางเห็นว่าซือหม่าโยวเย่ว์เพียงแค่สะบัดแส้ไปตามใจนึก พูดได้ว่ามิได้มีเคล็ดวิชาแส้ใดๆ แต่แส้นั้นกลับแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง หลบหลีกแส้ของตน แล้วเข้ามาใกล้ร่างกายตนได้อยู่ ตลอด
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้พี่ชายผู้นั้นของเจ้าอยู่ที่ไหน” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยปากพูดในทันใด
โจวซู่อวี้ได้ยินเธอพูดเช่นนี้ หัวใจก็สั่นสะท้าน
สองวันมานี้ นางมีธุระต้องมาพบพี่ชายอยู่พอดี แต่ทำอย่างไรก็ไม่อาจติดต่อเขาได้เลย ส่งคนไปสืบดูก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวกลับมาเสียที
“เจ้ารู้เรื่องพี่ชายของข้าอย่างนั้นหรือ”
“ย่อมต้องรู้อยู่แล้วสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มอย่างร้ายกาจ “เพราะสองสามวันสุดท้ายที่พี่ชายเจ้าอยู่บนโลก ก็อยู่กับข้านี่แหละ”
โจวซู่อวี้หัวใจสั่นสะท้าน นางใช้แส้สลัดซือหม่าโยวเย่ว์ออกไป ก่อนจะมองเธอพลางเอ่ยว่า “เจ้าทำอะไรกับพี่ชายข้า”
“ฆ่าทิ้งไปแล้วละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พ่นคำพูดออกมาย่างเรียบเฉย ราวกับว่านั่นเป็นเพียงแค่เรื่องธรรมดาอย่างยิ่งเรื่องหนึ่งเท่านั้น
“เจ้าสังหารพี่ชายข้าแล้วอย่างนั้นหรือ!” โจวซู่อวี้อาละวาด “เดิมทียังคิดจะค่อยๆ เล่นสนุกกับเจ้า แต่เจ้ากลับสังหารพี่ชายข้า วันนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้าให้ได้!”
พอพูดจบนางก็เหวี่ยงแส้อีกครั้ง เพิ่มความเร็วมากขึ้นกว่าเมื่อครู่ พลังวิญญาณที่รวมตัวบนแส้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น พลังคุกคามก็มากตาม
ซือหม่าโยวเย่ว์สะบัดหลิงหลงด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ผู้คนที่ดูความคึกคักอยู่รอบๆ ดูคล้ายจะมิอาจเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งสองได้อย่างชัดเจน
หลังผ่านไปหลายสิบยก โจวซู่อวี้ก็ถูกซือหม่าโยวเย่ว์เตะจนลงไปกองกับพื้น
“พรวด…”
โจวซู่อวี้พ่นโลหิตสดคำหนึ่งออกมา ร่างกายอ่อนปวกเปียกอยู่บนพื้น หายใจออกมากกว่าหายใจเข้า
ซือหม่าโยวเย่ว์มาที่ข้างกายนางแล้วเอ่ยว่า “หลายปีมานี้เจ้าจะทำให้คนเดือดร้อนมามากน้อยแค่ไหน ข้าไม่สนใจหรอกนะ แต่เจ้าไม่ควรมายั่วยุพวกเราเลย”
พอพูดจบเธอก็ซัดเปลวเพลิงกองหนึ่งเข้าใส่โจวซู่อวี้ เผานางจนหมดจด
“เขาสังหารท่านเจ้าสำนักโจวแล้วหรือ!”
“เขา… เขาไม่กลัวการแก้แค้นของสำนักพยัคฆ์สวรรค์หรือไร”
“เขาเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง แต่กลับร้ายกาจถึงเพียงนี้แล้วะ!”
“คนอื่นๆ ที่เหลือก็มิใช่ย่อยเลยนะ! คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ทั้งหมดไม่มีข้อได้เปรียบแต่อย่างใดเลย!”
“ที่แท้พวกเขาเป็นใครกันแน่ ดูแล้วอายุก็ยังไม่มาก แต่พลังการต่อสู้ต่างแข็งแกร่งกันถึงเพียงนี้!”
“สิ่งที่ข้าอยากรู้มากกว่าก็คือต่อจากนี้ไปพวกเขาจะเป็นเช่นไร สำนักพยัคฆ์สวรรค์ไม่มีทางยอมรามืออย่างแน่นอน”
“นั่นน่ะสิ ไม่รู้ว่าพวกเขามีความสามารถจริงๆ หรือเป็นวัวน้อยแรกเกิดที่ไม่รู้จักกลัวเสือกันแน่”
“ข้ารู้สึกว่าพวกเขามีความสามารถนะ”
“ต่อให้มีความสามารถมากกว่านี้ แล้วจะเอาชนะสำนักพยัคฆ์สวรรค์ได้หรือไร”
ผู้จัดการโรงเตี๊ยมมองผู้คนที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่รอบๆ แววตากลอกไปมา เขายืดเอวแล้วเอ่ยว่า “หึๆ ไม่อย่างนั้นพวกเรามาพนันกันหน่อยดีหรือไม่ ข้าเป็นเจ้ามือเอง มาพนันสภาพการณ์ใ ในตอนท้ายของพวกเขา ถ้าหากสุดท้ายพวกเขาถูกสำนักพยัคฆ์สวรรค์ฆ่าตาย จ่ายหนึ่งต่อสิบ ถ้าหากพวกเขาปลอดภัยไร้เรื่องราว จ่ายหนึ่งต่อห้าสิบ ถ้าหากพวกเขาทำลายสำนักพยัคฆ์สวรรค์ได้ จ จ่ายหนึ่งต่อร้อย ว่าอย่างไรเล่า จะมีคนมาร่วมพนันหรือไม่”
“ผู้จัดการโฉว ที่ท่านพูดเป็นความจริงหรือ”
“ย่อมต้องเป็นความจริงอยู่แล้วสิ!” ผู้จัดการโฉวพูดพลางหัวเราะหึๆ “เดี๋ยวข้าจะกลับไปตั้งโต๊ะพนันที่ห้องโถงใหญ่ของโรงเตี๊ยม ถ้าหากพวกท่านอยากเข้าร่วมก็มาได้เลย!”
“ฮ่าๆ เมืองหงไม่มีเรื่องน่าสนใจเช่นนี้มานานเหลือเกินแล้ว”
“นี่เป็นการพนันที่ไม่ต้องหยุดคิดเลย อีกประเดี๋ยวพวกเราจะไปลงพนันกัน จะต้องชนะอย่างแน่นอน!”
“พวกเราก็จะไปด้วย!”
“…”
ในขณะที่พวกเขาสนทนากันเรื่องการลงพนันอยู่นั้นเอง คนของตระกูลซือหม่าก็จัดการคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์จนหมดสิ้น เมื่อเห็นซากศพเกลื่อนกลาดเต็มพื้น พวกเขาก็มิได้ใจอ่อนเลยแม้ แต่น้อย เพราะถ้าหากพวกเธอเป็นฝ่ายที่พลังยุทธ์อ่อนกว่า ผู้ที่นอนอยู่บนพื้นในวันนี้ก็คงเป็นพวกเธอแล้ว!
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นผู้จัดการโฉวที่พยายามหว่านล้อมผู้คนให้ลงพนันแล้วอดเบ้ปากมิได้
คนเกิดเรื่องอยู่หน้าโรงเตี๊ยมของเขา เขาไม่เป็นกังวลว่าจะถูกสำนักพยัคฆ์สวรรค์ทำให้พลอยลำบากไปด้วย แล้วยังมีอารมณ์มาชวนพนันอีกอย่างนั้นหรือ
“ข้าว่านะ ผู้จัดการ ท่านนำพวกเราไปพนัน ก็ควรจะมอบส่วนแบ่งให้พวกเราด้วยมิใช่หรือ”
ผู้จัดการโฉวมองซือหม่าโยวเย่ว์พลางยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ถ้าหากพวกท่านสามารถเอาชีวิตรอดได้ ก็สมควรแบ่งพวกท่านสักหน่อยอยู่แล้วละ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่พูดอะไรอีก หลังจากที่พวกซือหม่าโยวเล่อจัดการเก็บกวาดซากศพเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงพาทุกคนกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“พวกเขากลับไปกันเช่นนี้น่ะหรือ”
ทุกคนเห็นเธอกลับไปเช่นนี้แล้วจึงเบิกตาโพลง
พวกเขาจะไม่ใส่ใจอะไรกันเกินไปแล้วกระมัง!
ตอนนี้ไม่นำพาก็จริง แต่พอคนอื่นๆ ของสำนักพยัคฆ์สวรรค์แห่กันมา พวกเขาก็จะได้รู้จักความหวาดกลัวแล้ว
มีเพียงแค่ผู้จัดการโฉวที่มองเงาหลังของพวกซือหม่าโยวเย่ว์แล้วแย้มยิ้ม เมื่อเห็นเสี่ยวเอ้อร์ที่ยังคงตกตะลึงอยู่จึงฟาดฝ่ามือใส่ศีรษะเขาฉาดหนึ่ง “เจ้ายังมัวยืนอึ้งอยู่ที่นี่ ทำไมกัน ยังไม่รีบกลับไปตั้งโต๊ะพนันให้ข้าอีกหรือ!”
“โอ้ โอ้ กลับแล้วขอรับๆ จะตีข้าทำไมกัน!” เสี่ยวเอ้อร์พึมพำพลางกลับเข้าโรงเตี๊ยมแล้วหยิบกระดานไม้อันหนึ่งออกมา ซึ่งบนนั้นเขียนโอกาสในการพนันเอาไว้ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะตัวห หนึ่งอย่างลวกๆ การตั้งโต๊ะพนันจึงเริ่มขึ้นเช่นนี้เอง
เรื่องที่มีกลุ่มคนสังหารท่านเจ้าสำนักแห่งสำนักพยัคฆ์สวรรค์แพร่ไปทั่วทั้งเมืองหงอย่างรวดเร็ว ในตอนแรกทุกคนก็เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก ไม่ได้ถือเป็นจริงเป็นจังแต่อย่างใด แต่ ต่อมาทุกคนก็ร่ำลือกันหนักขึ้นเรื่อยๆ พูดกันเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งยังคุยกันเรื่องที่โรงเตี๊ยมเป็นเจ้ามือพนันด้วย ทุกคนถึงได้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ถึงขนาดที่ยังรีบวิ่งไปล ลงพนันด้วย
“พลั่ก…”
ภายในโถงประชุมของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ บุรุษวัยกลางคนที่นั่งตรงเก้าอี้ประธานฟาดฝ่ามือลงกับโต๊ะอย่างแรง เขามองผู้ที่มารายงานข่าวด้านล่างพลางเอ่ยว่า “สิ่งที่เจ้าพูดทั้งหมดเป็น ความจริงหรือ”
“เรียนท่านเจ้าสำนัก จริงแท้แน่นอนขอรับ ท่านรองเจ้าสำนักโจวถูกคนเหล่านั้นสังหารแล้วจริงๆ นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าคนเหล่านั้นยังสังหารท่านเจ้าสำนักโจวด้วยขอรับ”
“เจ้าว่าอะไรนะ!”