สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 445 การวางแผนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์
ความจริงแล้วโจวซู่เหรินและโจวซู่อวี้ต่างก็เป็นเจ้าสำนักของสำนักย่อยแห่งหนึ่ง โดยโจวซู่เหรินเป็นเจ้าสำนักหลัก ส่วนโจวซู่อวี้เป็นเจ้าสำนักรอง
“รองเจ้าสำนักและเจ้าสำนักย่อยโจวขาดการติดต่อกันไปตั้งแต่หลายวันก่อน วันนี้ตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์ผู้นั้นสังหารรองเจ้าสำนักย่อยโจวก็บอกว่าเขาสังหารท่านเจ้าสำนักย่อยโจวไปแล้ ว” คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นผู้นั้นเอ่ย
“คนเหล่านั้นเล่า” รองเจ้าสำนักถาม
“อยู่ที่โรงเตี๊ยมทั้งหมดเลยขอรับ” เด็กรับใช้เอ่ยตอบ
“โรงเตี๊ยมหรือ”
เมื่อคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ได้ยินชื่อโรงเตี๊ยมแล้วต่างพากันขมวดคิ้วมุ่น เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนั้นมิใช่สถานที่ที่พวกเขาจะล่วงเกินได้
“ไปจับตัวคนมาให้ข้าให้หมด!” รองเจ้าสำนักออกคำสั่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“รองเจ้าสำนัก ข้าว่าตอนนี้อย่าเพิ่งตรงไปจับตัวคนเลยจะดีที่สุด” บุรุษที่นั่งอยู่ด้านบนผู้หนึ่งพูด
“เพราะเหตุใดเล่า” รองเจ้าสำนักมองคนผู้นั้นอย่างไม่พอใจ ถ้าหากเขาไม่พูดเหตุผลดีๆ ออกมา ตนก็จะลงโทษเขาอย่างแน่นอน
บุรุษผู้นั้นมิได้ถูกกลิ่นอายของเขากดดัน แล้วเอ่ยว่า “คนเหล่านั้นกล้าสังหารรองเจ้าสำนักสำนักพยัคฆ์สวรรค์ของข้ากลางถนนใหญ่ แล้วยังกล้าบอกว่าสังหารท่านเจ้าสำนักย่อยโจวได้ หน้าตาเฉย ถ้าหากมิใช่เพราะพวกเขาใจกล้ามากความสามารถ พลังยุทธ์แข็งแกร่งจนไม่กลัวพวกเรา เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องมีสถานะอะไรที่พวกเรามิกล้าแตะต้อง หากพวกเราวู่วามไป ไม่แน่ว่าอาจนำ ำพาความยุ่งยากอะไรมาสู่พวกเราก็ได้ มิสู้พวกเราส่งคนไปสืบหาตัวตนของพวกเขาก่อนดีกว่า ถ้าหากสถานการณ์มิได้เป็นเช่นสองอย่างที่กล่าวมา พวกเราค่อยจับตัวพวกเขามาลงโทษก็ยังไม่สาย”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเขาแล้ว คนอื่นๆ ต่างพากันครุ่นคิด คำพูดของเขาก็มีเหตุผลใช้ได้ทีเดียว!
“รองเจ้าสำนัก ข้าเห็นด้วยกับความคิดของท่านเจ้าสำนักย่อยนะขอรับ จู่ๆ คนเหล่านี้ก็มาปรากฏตัวขึ้นที่สันเขาพยัคฆ์สวรรค์ พวกเราควรเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวัง ถ้าหากเกิดเรื่องเหมื อนผู้จัดการโฉวขึ้นมาอีก…”
คราวก่อนพวกเขาก็ไปหาเรื่องผู้จัดการโฉว ในตอนนั้นเขาพาแค่เด็กรับใช้เพียงคนเดียวเข้ามาในเมืองหงเป็นครั้งแรก พวกเขาก็ไปเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ซึ่งปรากฏว่าถูกปฏิเสธ ทั้งยังถูกเขา าทำร้ายอีกด้วย ต่อมาคนที่พวกเขาส่งไปทั้งหมดก็ถูกเขาจัดการจนหมดสิ้น พวกเขาถึงได้รู้ว่าไปยั่วยุผู้ที่มิอาจยั่วยุได้เข้า สุดท้ายก็ยังเป็นท่านเจ้าสำนักที่ต้องเข้าไปขอขมาด้ว วยตนเองถึงที่ มอบข้าวของให้มากมายถึงจะทำให้เรื่องนี้เงียบลงได้
ต่อมาผู้จัดการโฉวได้เปิดโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งขึ้นในเมืองหง โดยตั้งชื่อตรงๆ ว่าโรงเตี๊ยมโรงเตี๊ยม นับแต่นั้นมาสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่พิเศษของเมืองหง เพราะมีเพียงแค่สถ ถานที่แห่งนี้เท่านั้นที่พวกเขาไม่กล้าไปเก็บค่าคุ้มครอง
เวลาผ่านไปหลายปี ตอนนี้ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกครั้งแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องจัดการด้วยความระมัดระวังจึงจะใช้ได้
รองเจ้าสำนักเองก็นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้จึงเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ส่งคนไปที่โรงเตี๊ยมโรงเตี๊ยมคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขาอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นก็ส่งคนไปสืบเรื องของพวกเขาเพิ่มเติมด้วย”
“ตอนนั้นท่านเจ้าสำนักย่อยโจวไปยังตระกูลจัวแล้วหายสาบสูญไป ข้าว่าส่งคนไปสืบทางนั้นเพิ่ม บางทีอาจได้ผลลัพธ์อะไรมาบ้างก็เป็นได้นะขอรับ”
“ไปสิ”
“ขอรับ ท่านรองเจ้าสำนัก”
พวกซือหม่าโยวเย่ว์พักอยู่ที่โรงเตี๊ยม เดิมทีผู้ที่สังเกตการณ์อยู่รอบๆ ยังคิดว่าสำนักพยัคฆ์สวรรค์จะส่งคนมาจัดการกับพวกเขาโดยเร็ว คิดไม่ถึงว่ารอมาเป็นวันแล้วแต่กลับไม่มีคว วามเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงแค่ผู้จัดการที่กำลังนับเงินอยู่ด้านหลังโต๊ะยาวเท่านั้นที่รู้สึกว่าด้านนอกมีคนเพิ่มขึ้นมาจำนวนหนึ่ง
แต่เขาเพียงแค่แย้มยิ้มโดยไม่พูดอะไรเท่านั้น
ในตอนแรกพวกซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าไม่มีคนมา ก็ประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ต่อมาหลังจากที่รู้สึกว่าด้านนอกมีคนจำนวนหนึ่งกำลังสังเกตการณ์ที่นี่อยู่จึงเข้าใจแล้วว่าพวกเขากำลังสืบข้ อมูลของพวกตนอยู่
พวกซือหม่าโยวเย่ว์พักอยู่ภายในโรงเตี๊ยมโดยมิได้รีบร้อน แต่เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้แต่ละคนถูกจับ พวกเขาจึงมิได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเลย
วันรุ่งขึ้นซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังก็ลงมาข้างล่างแล้วอมยิ้มเดินไปที่ข้างโต๊ะยาว เธอมองไปที่ผู้จัดการโฉวพลางเอ่ยว่า “ผู้จัดการโฉวเก็บหอมรอมริบได้ไม่น้อยเลยนี่!”
ผู้จัดการโฉวเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็รีบซ่อนมณีผลึกบนโต๊ะโดยสัญชาตญาณพลางเอ่ยว่า “เรื่องนี้ยังไม่แน่นอนหรอกนะ ถ้าหากพวกท่านถูกคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์สังห หาร ข้าก็ต้องจ่ายมหาศาลเลยทีเดียว!”
เขาพูดพลางโยนสมุดเล่มหนึ่งออกมาแล้วเอ่ยว่า “ท่านดูสิ สมุดหนาขนาดไหน ในนั้นล้วนเป็นผู้ที่ซื้อความตายของพวกท่านทั้งสิ้น”
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบมาพลิกดูเล็กน้อย จุ๊ๆ อย่างน้อยในนั้นก็มีกว่าหมื่นคนที่พนันว่าพวกตนจะถูกสำนักพยัคฆ์สวรรค์ฆ่าตาย!
ผู้จัดการโฉวหยิบออกมาอีกเล่มหนึ่งแล้วพูดว่า “เล่มนี้คือผู้ที่พนันว่าพวกท่านจะปลอดภัยไร้เรื่องราว”
ซือหม่าโยวเย่ว์รับมา เพียงไม่นานก็ดูจนหมดเล่มแล้ว เพราะในนั้นมีอยู่ราวๆ ร้อยคนเท่านั้น รวมๆ กันแล้วก็มีเพียงไม่กี่หน้า
“ยังมีความเป็นไปได้อยู่อีกอย่างหนึ่งมิใช่หรือ” เธอนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีอีกอย่างคือพวกเขาทำลายล้างสำนักพยัคฆ์สวรรค์ ซึ่งไม่เห็นว่าผู้จัดการจะหยิบออกมา
“ข้อนั้นน่ะ ไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียว” ผู้จัดการโฉวพูด “จะว่าไป ถ้าหากข้ามิได้เป็นเจ้ามือ ข้าก็คงเลือกข้อนั้นแล้ว น่าเสียดายที่ต่อให้ข้าพนันไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ไม่มีใครจ จะจ่ายให้ข้านี่”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองท่าทีเหมือนเสียเงินไปมากมายของผู้จัดการโฉวแล้วเอ่ยว่า “ถ้าหากท่านกล้าจ่ายเช่นนั้น ไม่กลัวว่าจะแพ้พนันจนหมดตัวหรือไร”
“ข้ามีชีวิตอยู่มาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ ย่อมดูคนได้อย่างแม่นยำพอตัวอยู่แล้ว” ผู้จัดการโฉวพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เห็นผู้จัดการโฉวสง่างามและลึกซึ้งราวต้นไม้หยก หรือว่าความจริงแล้วท่านคือสัตว์ประหลาดเฒ่าที่มีชีวิตมานานกว่าพันปีแล้วเล่า”
อันที่จริงแล้วรูปลักษณ์ของผู้จัดการโฉวผู้นี้ดูเหมือนเพิ่งจะอายุราวๆ ยี่สิบสามสิบปีเท่านั้น อาภรณ์สีขาวตลอดร่างขับเน้นให้เขายิ่งดูสง่างามปราศจากมลทิน เพียงแต่ดวงตาทั้งสองที่ ดูรักในเงินทองนั้นทำให้เขาร่วงหล่นลงมาคลุกกองฝุ่น
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนี้ ผู้จัดการโฉวจึงเบ้ปาก
สัตว์ประหลาดเฒ่าอายุกว่าพันปีอย่างนั้นหรือ เขาแก่ชราขนาดนั้นเสียที่ไหนกัน! อย่างน้อยก็ต้องหั่นลงมาครึ่งของครึ่ง!
“ก่อนหน้านี้คุยกันเรียบร้อยแล้วว่าท่านนำพวกเรามาพนัน พวกเราก็ต้องการส่วนแบ่งด้วย ข้าก็มิได้ต้องการมากมายนักหรอก ท่านให้พวกเราสักครึ่งหนึ่งก็พอแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้ วยรอยยิ้ม
“ครึ่งหนึ่งหรือ” ผู้จัดการโฉวได้ยินคำพูดนี้แล้วเท้าแทบจะยกลอย “พวกท่านไม่ได้ทำอะไรสักนิด แล้วจะแบ่งไปตั้งครึ่งหนึ่งได้อย่างไรกันเล่า”
“เหตุใดจะไม่ได้เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ท่านก็ไม่ได้ทำอะไรเลยเหมือนกันมิใช่หรือ ก็แค่ให้คนคัดลอกชื่อแซ่เท่านั้น แต่พวกเรากลับต้องออกแรงกัน!”
“นั่นก็ไม่ได้อยู่ดี!” ผู้จัดการโฉวปฏิเสธทันควัน “ให้พวกท่านได้มากที่สุดแค่สามส่วนเท่านั้นแหละ”
“สามส่วน…” ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้มือทั้งสองยันลงบนโต๊ะยาวพลางจ้องมองผู้จัดการโฉวตรงๆ แล้วเอ่ยว่า “ท่านเชื่อหรือไม่ว่าข้าทำให้ท่านไม่ได้เงินเลยสักแดงเดียวได้ ทั้งยังต้องเส สียเงินจนหมดตัวอีกด้วย”
ผู้จัดการโฉวหนังตากระตุก สัญชาตญาณบอกเขาว่าเจ้าเด็กผู้นี้ทำได้อย่างที่พูดจริงๆ เสียด้วย!
“ก็ได้ๆ” เขาโบกไม้โบกมือแล้วเอ่ยว่า “แบ่งให้พวกท่านครึ่งหนึ่งก็ได้ แต่ต่อไปหากท่านจะทำอะไรก็อย่าเก็บข้าในราคาสูงจนเกินไปนัก”
พอเอ่ยคำพูดนี้จบเขาก็สะดุ้ง เหตุใดตนจึงเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกไปได้เล่า
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “นี่ก็ต้องดูก่อนว่าเป็นเรื่องอะไร! แต่เห็นแก่ความเบิกบานใจของผู้จัดการโฉว ในภายหน้าหากมีธุระอะไรข้าจะลดให้ท่านร้อยละสิบเลย”
พอพูดจบเธอและเป่ยกงถังก็เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก เดินไปได้สองก้าวจึงหันหน้ากลับมาแล้วเอ่ยว่า “การพนันพวกนี้ไม่ถูกต้องเลยสักทาง ท่านจะไปหลอกคนให้มาลงพนันอีกก็ได้นะ”
พอพูดจบทั้งสองคนจึงค่อยเดินจากไป ทิ้งให้ผู้จัดการครุ่นคิดคำพูดของเธอต่อ
ไม่ถูกเลยสักทางอย่างนั้นหรือ
หรือยังจะมีความเป็นไปได้อื่นใดอีกเล่า
ตนจะต้องเชื่อเขาหรือไม่
เอาเถิด เชื่อก็แล้วกัน ถ้าหากตนแพ้พนัน เขาก็มิอาจทำเงินได้เช่นกันมิใช่หรือ
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาจึงฟาดต้นขาฉาดใหญ่ในทันใดพลางตะโกนว่า “ซวยแล้วสิ! พูดเพียงแค่ว่าถ้าหากได้เงินมาจะแบ่งเขาครึ่งหนึ่ง แต่มิได้บอกว่าถ้าหากต้องเสียเงิน เขาจะต้องจ่าย ยครึ่งหนึ่งด้วยเหมือนกัน!”