สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 448 เล่นลูกไม้กับเขาสักหน่อย
ในขณะนี้คนที่ลงพนันเหล่านั้นต่างพากันโอดครวญ พวกเขาไม่มีใครทายถูกเลยแม้แต่คนเดียว เงินที่ลงพนันจึงสูญไปทั้งหมด
ทว่าพวกเขาต่างคิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์ผู้นี้จะเป็นถึงปรมาจารย์ ถ้าหากรู้ก่อนก็คงไม่พนันเช่นนี้แล้ว
ความจริงแล้วทางเลือกแรกที่บอกว่าปลอดภัยไร้เรื่องราวก็นับว่าทายถูกอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังแตกต่างจากการไปเป็นแขกของสำนักพยัคฆ์สวรรค์อยู่พอสมควรเลยทีเดียว
จากนั้นผู้จัดการโฉวจึงแย้มยิ้ม กิจการนี้ทำได้ดี กินเรียบ! แต่เมื่อเห็นคนตระกูลซือหม่าที่มาแบ่งเงิน เขาก็เจ็บปวดขึ้นมาอีกแล้ว
ถ้าหากรู้ก่อนก็คงไม่รับปากว่าจะให้ส่วนแบ่งมากถึงขนาดนี้หรอก!
โจวไห่โม่เชิญพวกซือหม่าโยวเย่ว์ไปยังสำนักพยัคฆ์สวรรค์ คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ถึงได้รู้ว่าความจริงแล้วเธอเป็นปรมาจารย์ค่ายกลผู้หนึ่ง มิน่าเล่าท่านเจ้าสำนักถึงได้ไปขอขมาด้วยตัวเอง
พอเข้ามาในประตูใหญ่สำนักพยัคฆ์สวรรค์ โจวไห่โม่ก็พูดกับบรรดาเจ้าสำนักย่อยเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าไปจัดการธุระของตัวเองเถิด”
“ขอรับ ท่านเจ้าสำนัก”
เจ้าสำนักย่อยเหล่านั้นต่างคนต่างแยกย้ายกันไป เหลืออยู่เพียงแค่โจวไห่โม่และโจวไห่หมิน
“เจ้าก็ไปด้วยสิ กลับไปปิดประตูสำนึกผิดให้ข้า ทบทวนตัวเองให้ดีๆ เสีย” โจวไห่โม่พูดกับโจวไห่หมิน
“ขอรับ พี่ใหญ่” โจวไห่หมินจากไปโดยไม่มองพวกซือหม่าโยวเย่ว์เลยแม้แต่ปราดเดียว
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” โจวไห่โม่ยิ้มให้พวกซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเอ่ยว่า “ข้าจะพาพวกท่านไปดูค่ายกลนั่นตอนนี้เลย”
“ดี”
โจวไห่โม่พาพวกเขาไปยังเรือนที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังหนึ่ง เรือนนี้มีขนาดใหญ่มาก แต่ตอนนี้ที่นั่นไม่มีคนอยู่แล้ว ดูวังเวงเป็นอย่างยิ่ง
“ค่ายกลอยู่ในห้องโถงใหญ่นั่นแหละ” โจวไห่โม่ชี้เรือนที่ไม่มีประตูใหญ่พลางพูดขึ้น
ก่อนหน้านี้ที่นี่มีคนผ่านไปผ่านมาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงสร้างไว้อย่างใหญ่โตมโหฬาร
ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าไปก็เห็นค่ายกลที่ถูกทิ้งร้างอยู่อันหนึ่ง ศิลากลยังอยู่ เพียงแต่มีฝุ่นผงจับอยู่เต็มไปหมด บนกำแพงยังมีชื่อสถานที่จำนวนหนึ่งที่ติดต่อกันกับค่ายกลอยู่ด้วย
“เพราะเกรงว่าค่ายกลจะพังทลายลงมาอีกครั้ง โดยปกติแล้วจึงไม่มีใครมาที่นี่” โจวไห่โม่พูดอธิบาย “ท่านปรมาจารย์ พอจะมีหนทางซ่อมแซมค่ายกลนี้ได้หรือไม่”
“ตรงนี้ข้าต้องศึกษาดูก่อน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “สาเหตุที่ค่ายกลนี้เสียหายเป็นไปได้หลายประการ แต่ไม่ว่าจะเป็นข้อใดต่างก็ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับห้วงอากาศทั้งสิ้น ถ้าหากไม่หาปัญหาให้พบ ก็ไม่มีทางซ่อมแซมค่ายกลนี้ได้เลย”
โจวไห่โม่ไม่มีความรู้ด้านค่ายกล แต่เมื่อได้ยินซือหม่าโยวเย่ว์พูดเช่นนี้ ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ดูจะยุ่งยากเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งความหวังเสียทีเดียว
เขาคารวะซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเอ่ยว่า “ขอท่านปรมาจารย์โปรดช่วยพวกเราซ่อมแซมค่ายกลนี้ด้วยเถิดขอรับ พวกเราจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ท่านปรมาจารย์อย่างหนักแน่นอน”
“ข้าต้องการเวลา” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “และยังต้องการวัสดุบางอย่างด้วย”
“ท่านปรมาจารย์เชิญบอกมาได้เลย ขอเพียงแค่มีอยู่ที่สันเขาพยัคฆ์สวรรค์ ข้าจะให้คนหามาให้จงได้” โจวไห่โม่พูดอย่างตื่นเต้น
“ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์บอกรายการวัสดุหลายอย่างให้กับโจวไห่โม่ จากนั้นจึงปล่อยให้เขาจากไป
พอเขาจากไปแล้วซือหม่าโยวหรานจึงเอ่ยปากถามว่า “น้องห้า ค่ายกลนี้ยังสามารถซ่อมแซมได้อยู่จริงหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์และซือหม่าโยวหลินประสานสายตากันคราหนึ่งแล้วทั้งคู่จึงพากันหัวเราะออกมา ซือหม่าโยวหลินตบบ่าซือหม่าโยวหรานแล้วพูดว่า “ค่ายกลนี้มิได้มีปัญหาอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ขอเพียงแค่เป็นปรมาจารย์ค่ายกล ต่างก็ซ่อมแซมได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าค่ายกลนี้บังเอิญเสียตอนที่สันเขาพยัคฆ์สวรรค์ไม่มีปรมาจารย์ค่ายกลอยู่พอดี จึงไม่มีใครซ่อมแซมเป็นธรรมดา”
“เช่นนั้นน้องห้ายังพูดว่ามันยากเย็นถึงเพียงนั้นอีกหรือ” ซือหม่าโยวหรานพูด “ที่แท้เจ้าคิดจะเล่นลูกไม้กับพวกเขานี่เอง”
“หลายปีมานี้สำนักพยัคฆ์สวรรค์รีดไถสิ่งของจากผู้คนมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ พวกเราเอามาสักเล็กน้อยก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “โยวหลิน เจ้าดูค่ายกลทีสิว่าจะหาลักษณะพิเศษของพิกัดห้วงมิติดินแดนนี้ได้หรือไม่”
“แตกต่างกับดินแดนเบื้องล่าง” ซือหม่าโยวหลินพูด
“ถูกต้อง บางทีอาจเป็นเพราะความแตกต่างของพลังห้วงมิติที่นี่ ดังนั้นหากไม่ถึงระดับสำนักเทพก็มิอาจเหาะเหินเดินอากาศได้ พิกัดห้วงมิติก็ไม่เหมือนกันด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเราอาศัยค่ายกลนี้ศึกษาเรียนรู้ค่ายกลนำส่งของดินแดนแห่งนี้ได้พอดีเลย”
“ไม่เลว!” ซือหม่าโยวหลินพูดอย่างตื่นเต้น
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มต้นศึกษาค่ายกล ส่วนพวกเป่ยกงถังก็ทำธุระของตัวเองอยู่ข้างๆ
สามวันต่อมา โจวไห่โม่ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับนำวัสดุที่ซือหม่าโยวเย่ว์ต้องการเหล่านั้น และค่าตอบแทนที่พวกเขาเตรียมไว้มาด้วย
“ท่านปรมาจารย์ พวกเราเตรียมวัสดุที่ท่านต้องการมาเรียบร้อยแล้วขอรับ” โจวไห่โม่หยิบแหวนเก็บวัตถุวงหนึ่งออกมาแล้วเอ่ยว่า “นอกเหนือจากนั้นก็คือค่าตอบแทนที่มอบให้กับท่านปรมาจารย์”
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเคลื่อนไหวรวดเร็วถึงเพียงนี้ และค่าตอบแทนที่มอบให้ก็ค่อนข้างมากเลยทีเดียว แต่เธอก็ยังขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ท่านปรมาจารย์ไม่พอใจกับค่าตอบแทนเหล่านี้หรือขอรับ ถ้าหากว่าใช่ ข้าก็จะให้คนส่งมาเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง
“เรื่องค่าตอบแทน ให้ตามที่ท่านเจ้าสำนักเห็นว่าเหมาะก็พอแล้ว เรื่องที่ข้ากังวลก็คือวัสดุเหล่านี้จะซ่อมแซมค่ายกลให้กลับมาดีได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ตลอดสามวันที่ข้าศึกษาอยู่ที่นี่ก็พบว่านอกจากปัญหาในตอนแรกแล้วยังมีปัญหาที่ซ่อนเร้นอยู่อีกมากมาย ถ้าหากไม่ขจัดภัยแฝงเหล่านี้ไปเสีย กลัวแต่ว่าต่อให้ซ่อมแซมค่ายกลนี้เสร็จแล้วก็คงใช้ได้ไม่นานสักเท่าใดนัก”
“เช่นนี้… ยังต้องการสิ่งใดอีก ท่านปรมาจารย์ได้โปรดบอกมาให้หมดเถิดขอรับ” โจวไห่โม่กล่าว
จากนั้นซือหม่าโยวเย่ว์จึงพูดรายชื่อวัสดุออกมาอีกหลายชนิด โจวไห่โม่จากไปอีกครั้ง
ห้าวันให้หลัง โจวไห่โม่ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับนำวัสดุที่เธอต้องการและค่าตอบแทนส่วนหนึ่งมาด้วย
คราวนี้ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอีก หลังจากที่เธอเก็บข้าวของไปเรียบร้อยแล้วจึงบอกให้เขากลับมาในอีกสิบวันให้หลัง ภายในสิบวันนี้ห้ามให้ผู้ใดมารบกวนการซ่อมแซมค่ายกลของเธอเป็นอันขาด
โจวไห่โม่จากไปด้วยคาดหวังเปี่ยมล้น พร้อมกันนั้นก็ประกาศว่าห้ามให้ผู้ใดไปรบกวนซือหม่าโยวเย่ว์
เมื่อได้รู้ว่าอาจซ่อมแซมค่ายกลได้ คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ก็ดีใจไม่น้อย
คนของสถานที่แห่งอื่นต่างคิดว่าสำนักพยัคฆ์สวรรค์ไม่ยอมให้ผู้อื่นใช้ค่ายกลนำส่ง มีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าพอไม่มีค่ายกล พวกเขาก็ตัดขาดจากโลกภายนอกมาเนิ่นนานเหลือเกินแล้ว
แน่นอนว่าที่จริงแล้วสิบวันมานี้พวกซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเธอฝึกยุทธ์อยู่ที่นี่ตลอดเก้าวันแรก เมื่อถึงตอนเช้าของวันที่สิบ ซือหม่าโยวเย่ว์จึงค่อยลุกขึ้นไปยังบริเวณค่ายกล เธอเริ่มขจัดฝุ่นด้านบนทิ้งก่อน หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนหินค่ายกลทั้งหมด ตอนที่กำลังเปลี่ยนก็เปลี่ยนแปลงตำแหน่งของมันไปเล็กน้อยด้วย ค่ายกลนี้ก็นับว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ยามเที่ยง โจวไห่โม่พาเจ้าสำนักย่อยต่างๆ ของสำนักพยัคฆ์สวรรค์มา เมื่อเห็นค่ายกลที่ดูเหมือนใหม่ ต่างก็ตื่นเต้นไม่น้อย
“ท่านปรมาจารย์ ค่ายกลนำส่งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือขอรับ” โจวไห่โม่ถามพลางมองซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เอ่ยวาจา เพียงแค่ยิ้มพร้อมใส่พลังวิญญาณสายหนึ่งเข้าไปภายในค่ายกล พอใส่พลังวิญญาณเข้าไป ทั้งค่ายกลก็ได้รับการกระตุ้น รัศมีของค่ายกลส่องสว่างไปทั่วทั้งเรือน
“ใช้ได้แล้ว! ใช้ได้แล้ว!”
“ใช้ได้แล้วจริงๆ ด้วย!”
“ไม่ได้เห็นรัศมีนี้มาหลายปีแล้ว! ช่างชวนให้คนตื่นเต้นเสียจริง!”
“ถูกต้อง!”
“ท่านปรมาจารย์ร้ายกาจยิ่งนัก!”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์มากขอรับ!”
ตอนนี้คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ทั้งหมดต่างหายไม่พอใจซือหม่าโยวเย่ว์แล้ว ถึงแม้ว่าจะสังหารเจ้าสำนักย่อยขอพวกเขาไป แต่เจ้าสำนักคนเดียวจะไปสำคัญเท่าค่ายกลนำส่งเสียที่ไหนกัน!
ตอนนี้ทุกคนต่างกำลังมีความสุข ยังดีที่มิได้ปลิดชีพพวกซือหม่าโยวเย่ว์ไป ไม่อย่างนั้นค่ายกลนำส่งนี้คงมิอาจฟื้นคืนกลับมาได้ตลอดกาล!
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์!” โจวไห่โม่พาคนมาคารวะซือหม่าโยวเย่ว์ ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนมากมาย แต่เพียงแค่ค่ายกลนำส่งกลับมาใช้ได้ก็คุ้มค่าแล้ว!
เมื่อเห็นท่าทีซาบซึ้งไม่น้อยของทุกคน พวกเป่ยกงถังต่างลอบยิ้มอยู่ในใจ เจ้าคนพวกนี้ช่างโง่งมดีเหลือเกิน!
………………………………..