สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 449 การไหว้วานและข้อตกลง
แต่ซือหม่าโยวเย่ว์กลับมิได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด แล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อซ่อมแซมค่ายกลนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราขอตัวกลับก่อนนะ เนิ่นนานถึงเพียงนี้ยังไม่กลับไป พวกท่านปู่ข้า าคงเป็นห่วงกันแย่แล้ว”
อันที่จริงเธอได้ใช้หินแม่ลูกบอกกับพวกเว่ยจือฉีไปก่อนแล้วว่าจะอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่ง พวกเขาย่อมไม่เป็นห่วงพวกตนอยู่แล้ว
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าขอส่งท่านปรมาจารย์กลับแล้วกันนะขอรับ” โจวไห่โม่กล่าว
“ไม่ต้องหรอก ท่านหาคนมานำทางให้ข้าสักคนก็พอแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ค่ายกลนำส่งนี้ใช้ได้แล้ว คิดว่าพวกท่านย่อมมีเรื่องที่ต้องหารือกันอย่างแน่นอน พวกเราก็ไม่รบกว วนท่านเจ้าสำนักแล้ว”
“นั่นจะได้อย่างไรกัน จะมีเรื่องใดก็ไม่สำคัญเท่ากับการไปส่งท่านปรมาจารย์หรอกขอรับ” โจวไห่โม่พูด
เขายืนกรานว่าจะส่งพวกตนกลับ ซือหม่าโยวเย่ว์จึงไม่ดันทุรังต่อ แล้วไปจากสำนักพยัคฆ์สวรรค์
เมื่อกลับถึงโรงเตี๊ยมโรงเตี๊ยม พวกซือหม่าเลี่ยเห็นทั้งสี่คนกลับมาอย่างปลอดภัย ถึงคลายใจลงได้อย่างแท้จริง
“ท่านปู่ พวกเราเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้ไปจากที่นี่กันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เหตุใดวันนี้ผู้จัดการโฉวจึงไม่อยู่เล่า”
“หลายวันมานี้เขาไม่อยู่ในโรงเตี๊ยมเลย” ซือหม่าเลี่ยพูด “เจ้าจะหาเขามีธุระอันใดหรือ”
“ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่อยากจะถามเรื่องบางอย่างจากเขาสักหน่อยเท่านั้น” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เสี่ยวเอ้อร์ออกมาจากหอด้านหลังพอดี เมื่อได้ยินคำพูดของเธอจึงเอ่ยว่า “นายท่านขอรับ ผู้จัดการของข้าบอกว่าถ้าหากท่านมีธุระต้องการพบเขา ก็ให้รอเขาสักสองวัน”
“เขารู้ว่าข้าต้องการพบตัวเขาอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามอย่างประหลาดใจ
“หึๆ เรื่องราวของเมืองหง ไม่มีเรื่องใดที่ผู้จัดการของข้าไม่ทราบหรอกขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์พูดอย่างภาคภูมิใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วกลับขึ้นชั้นบนไปยังห้องของตน
ผู้จัดการโฉวผู้นี้ถึงขนาดรู้ว่าตนต้องการพบเขา นี่ทำให้ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ่งใคร่รู้ในตัวเขา
เพราะผู้จัดการโฉวมิได้กลับมา พวกซือหม่าโยวเย่ว์จึงได้รอเขาอีกครึ่งเดือน ยังดีที่ทุกคนฝึกยุทธ์ได้ จึงใช้สิบกว่าวันที่ผ่านมาไปกับการปลีกวิเวก
วันนี้เอง เสี่ยวเอ้อร์มาเคาะประตูห้องซือหม่าโยวเย่ว์ บอกว่าผู้จัดการโฉวกลับมาแล้ว และเชิญซือหม่าโยวเย่ว์ไปพบที่หอด้านหลัง
บอกว่าเป็นหอด้านหลัง แต่ระยะห่างค่อนข้างไกลเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยสังเกตเลยว่าพื้นที่ขนาดใหญ่ด้านหลังของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ต่างเป็นพื้นที่ของหอด้านหลัง
เสี่ยวเอ้อร์พาเธอเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง หลังจากนั้นจึงให้เธอเข้าไปคนเดียว
ภายในห้องมืดมิดเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ปิดประตูแล้วก็แทบจะมองไม่เห็นความเป็นไปข้างในเลย
“ท่านได้รับบาดเจ็บสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“จมูกของท่านช่างเฉียบคมนัก” เสียงผู้จัดการโฉวดังขึ้นท่ามกลางความมืด
“กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นเหลือเกิน คิดจะไม่ให้ได้กลิ่นก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์ปล่อยลำแสงสายหนึ่ง ทำให้ห้องสว่างไสวขึ้น ผู้จัดการโฉวกำลังเอนกายอยู่บนเก้าอี้นวมตัวห หนึ่ง “ท่านไปก่อเรื่องราวอันใดให้ผู้อื่นเดือดดาลกันเล่า ถึงได้รับบาดเจ็บมากถึงขนาดนี้ได้ เสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นของท่านคงไม่รู้ว่าท่านได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้กระมัง”
ผู้จัดการโฉวหัวเราะอย่างขมขื่นแล้วเอ่ยว่า “ไม่ได้บอกเขาหรอก กลัวจะทำให้เขาตกใจเอาน่ะสิ”
“ถ้าหากท่านตายไป เขาก็คงยังไม่รู้สินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าทั้งสี่มุมของห้องมีโคมไฟอยู่ จึงซัดเปลวเพลิงเข้าไป ทั่วทั้งห้องจึงสว่างไสวขึ้นมา “ท่านเรียกข้ามาทำไมหรือ”
“อยากขอให้ท่านช่วยข้าพาเสี่ยวเอ้อร์ไปยังตำหนักว่านชิง แค่กๆ… แล้วยกให้กับเจ้าตำหนักของตำหนักเมฆทะยาน” ผู้จัดการโฉวเอ่ย
“ที่แท้ท่านก็เป็นคนของตำหนักว่านชิงนี่เอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเราไม่คุ้นเคยกัน ท่านไหว้วานข้า ไม่กลัวว่าข้าจะไม่รับปากหรือ”
“ข้าย่อมมีเงื่อนไขที่ทำให้ท่านจิตใจหวั่นไหวอยู่แล้ว” ผู้จัดการโฉวกล่าว
“เช่นนั้นท่านไม่กลัวว่าข้าจะนำของไปโดยไม่จัดการงานให้หรือไร” เธอถามอีก
“หึๆ…” ผู้จัดการโฉวหัวเราะขึ้นมาแล้วพูดว่า “ข้าใช้ชีวิตอยู่มานานปีถึงเพียงนี้ ยังพอจะมองคนได้ค่อนข้างแม่นยำอยู่หรอก ท่านมิใช่คนพรรค์นั้นเสียหน่อย”
“ท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้วจริงๆ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ท่านถูกคนทำร้ายจนมีสภาพเป็นเช่นนี้มิใช่หรือไร ถ้าหากข้าพาเสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นไปจากสันเขาพยัคฆ์สวรรค์ กลัวแต่ว่ายัง งไปไม่ถึงตำหนักว่านชิงก็คงถูกคนฆ่าตายเสียแล้วน่ะสิ”
“ท่านช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก ฉลาดกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้มากนัก” ขณะนี้ผู้จัดการโฉวไม่เหลือท่าทีของผู้จัดการผู้ละโมบอีกต่อไปแล้ว กลิ่นอายยังแข็งแกร่งกว่าโจวไห่โม่อยู่หลายส่ว วน
“แล้วท่านจะยอมทำให้หรือไม่ ถ้าหากท่านยอม ข้าก็จะมอบค่าตอบแทนให้ท่าน”
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินเข้าไปแล้วดึงม้านั่งตัวหนึ่งมานั่งลง ก่อนจะเอ่ยว่า “ข้ามีความสนใจในค่าตอบแทนของท่านเป็นอย่างยิ่ง มิสู้ท่านพูดมาให้ข้าฟังสักหน่อย ดูว่าพอจะทำให้ข้าหวั่ นไหวได้หรือไม่”
ผู้จัดการโฉวความคิดวูบไหวคราหนึ่ง โต๊ะเตี้ยด้านข้างก็มีกล่องปรากฏขึ้นมาหนึ่งใบ ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบกล่องขึ้นมาเปิดดู ภายในนั้นคือศิลากลขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือก้อนหนึ่ง
ยิ่งศิลากลมีขนาดใหญ่ ก็จะสร้างค่ายกลที่มีระดับสูงยิ่งขึ้นได้ ศิลากลโดยทั่วไปมีขนาดเท่าๆ กับตามังกรเท่านั้น มีจำนวนหนึ่งที่ขนาดเท่าๆ กับลิ้นจี่ พวกที่มีขนาดใหญ่พอๆ กับไข่ไ ไก่นั้นค่อนข้างหายาก แต่ก้อนนี้นั้นกลับมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเลยทีเดียว!
นี่ก็เพียงพอที่จะบอกมูลค่าของมันได้แล้ว
คนที่หูตากว้างไกลอย่างเธอก็อดที่จะใจสั่นกับศิลากลนี้ไม่ได้
“ว่าอย่างไรเล่า” ผู้จัดการโฉวถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บกล่องลงไปแล้วเอ่ยว่า “ข้ากำลังคิดว่าถ้าหากยามปกติท่านเองก็สะสมสิ่งล้ำค่าไว้เป็นจำนวนไม่น้อย ถ้าหากท่านตายไปแล้วข้าค่อยช่วงชิงมา เช่นนี้ย่อมมากกว่าศิ ลากลก้อนเดียวมากมายนัก ถึงอย่างไรเสี่ยวเอ้อร์ของท่านผู้นั้นก็แย่งไม่ชนะพวกเราหรอก ไม่แน่ว่าข้าหิ้วศีรษะท่านไปยังตระกูลคู่แค้นของพวกท่าน ยังอาจจะได้รับของรางวัลอีกด้วย! !”
ผู้จัดการโฉวฟังซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างสงบ ไม่ร้อนรน ทั้งยังไม่โกรธด้วย ทำเหมือนกับว่าเธอกำลังพูดล้อเล่นอยู่อย่างไรอย่างนั้น รอให้เธอพูดจบแล้วเขาจึงค่อยเอ่ยปากถามว่า “ข้ อตกลงนี้ ท่านจะทำหรือไม่”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าผู้จัดการโฉวไม่โกรธ จึงไม่พูดเรื่องล้อเล่นเหล่านั้นอีกแล้วเอ่ยว่า “ท่านช่างเข้าใจความชอบของผู้อื่นเสียจริง ข้ามีความสนใจในศิลากลก้อนนี้ของท่านจริงๆ แต่ข้าไม่คิดจะเข้าไปร่วมในเรื่องราวของพวกท่านหรอกนะ”
ผู้จัดการโฉวแววตาหม่นลง
“แต่ข้าเปลี่ยนข้อตกลงกัยท่านได้” เธอพูดต่อ
“ข้อตกลงอันใดหรือ”
“ข้ารักษาอาการบาดเจ็บให้ท่าน แล้วได้ศิลากลไป สำหรับเสี่ยวเอ้อร์ของท่าน ก็ให้ท่านดูแลด้วยตัวเอง ว่าอย่างไรเล่า”
ผู้จัดการโฉวมองซือหม่าโยวเย่ว์ ก็เชื่อว่าเธอไม่ได้กำลังพูดจาล้อเล่นอยู่จริงๆ นัยน์ตามีแววขี้เล่นวาบผ่าน
“ท่านเป็นท่านหมอหรือนักหลอมยากันเล่า”
“ใช่ทั้งคู่นั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ว่าอย่างไรเล่า จะรับปากหรือไม่ ถ้าหากท่านยังมัวยืดยาดต่อไป การรักษาก็จะไม่ง่ายแล้ว พอถึงตอนนั้นข้าก็จะเพิ่มราคาแล้วนะ!”
“ท่านเป็นปรมาจารย์ค่ายกลนี่” ผู้จัดการโฉวพูด
“แต่นี่ก็มิได้ส่งผลกับการที่ข้าจะเป็นนักหลอมยาสักคนหนึ่งเสียหน่อย”
“ตกลงตามนั้นแหละ”
“ด้วยความยินดี” ซือหม่าโยวเย่ว์ตบต้นขาแล้วเก็บกล่องที่บรรจุศิลากลนั้นเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณ หลังจากนั้นจึงหยิบเข็มเงินออกมาแล้ววางเก้าอี้นวมให้ราบลง ไม่กี่ทีก็เปลื้องเส สื้อผ้าของผู้จัดการโฉวออกจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงแค่กางเกงชั้นในเอาไว้ให้เขาเท่านั้น
ผู้จัดการโฉวเห็นซือหม่าโยวเย่ว์หยิบเข็มเงินเหล่านั้นออกมา เพิ่งเคยเห็นวิธีรักษาอาการบาดเจ็บเช่นนี้เป็นครั้งแรก
“มิใช่ว่าท่านควรจะให้ข้ากินยาวิเศษหรอกหรือ เหตุใดจึงใช้เข็มนี่ในการรักษาเล่า” เขาอดถามไม่ได้
“ยาวิเศษน่ะต้องกินแน่นอนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มีบางแห่งในร่างกายของท่านที่สูญเสียการทำงานไปแล้ว หากไม่ใช้เข็มเงินกระตุ้น กินยาวิเศษลงไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบก็หยิบยาวิเศษเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากเขา ก่อนจะฆ่าเชื้อที่มือทั้งสองและเข็มเงิน จากนั้นจึงหยิบเข็มเงินฝังลงไปบนร่างของผู้จัดการโฉว
ผู้จัดการโฉวถูกฝังเข็มเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังเห็นว่าบริเวณที่ซือหม่าโยวเย่ว์ลงมือยังเป็นจุดฝังเข็มที่สำคัญของตนอีกด้วย เมื่อแตะต้องบริเวณเหล่านั้นย่อมเจ็บปวดเป็นอย่างยิ ง
เมื่อเห็นเข็มเงินปักลงไป เขาจึงหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ