สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 450 ไปด้วยกันกับพวกเขา
บวมและรุ่มร้อน แต่กลับมิได้เจ็บปวดดังเช่นที่จินตนาการไว้
เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นซือหม่าโยวเย่ว์มองเขาอย่างขบขัน
“นี่มันวิธีการรักษาอันใดกัน” เขาถาม
“การฝังเข็ม” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดไปพลางฝังเข็มไปพลาง “ตอนนี้ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ ไม่พูดอะไรจะเป็นการดีที่สุด เก็บพลังเอาไว้ดูดซับฤทธิ์ของยาวิเศษเถิด”
ผู้จัดการโฉวเหน็ดเหนื่อยมากจริงๆ แต่สองตากลับกระจ่างเป็นพิเศษ แล้วเอ่ยว่า “โฉวเซี่ยวเทียน”
“หืม?”
“ชื่อของข้า” โฉวเซี่ยวเทียนพูดจบก็หลับตาแล้วไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้ซือหม่าโยวเย่ว์ฝังเข็มลงไปเต็มร่างตน
ท่ามกลางภวังค์ เขารู้สึกว่าพลังชีวิตที่อ่อนจางลงอยู่ตลอดกำลังฟื้นฟูขึ้นมาอย่างช้าๆ กลิ่นอายแห่งความตายพรรค์นั้นมิได้รายล้อมตัวเขาอีกต่อไปแล้ว เสื้อผ้าชุดหนึ่งถูกโยนลงบน ร่างของเขา เสียงของซือหม่าโยวเย่ว์ทำให้สติรับรู้ของเขาค่อยๆ คืนกลับมา
“เสร็จแล้ว ไม่ตายแล้วละ”
โฉวเซี่ยวเทียนลืมตาขึ้นมองซือหม่าโยวเย่ว์ สีหน้าของเขาภายใต้แสงตะเกียงอ่อนล้าอยู่บ้าง ดูเหมือนว่าเขาจะสูญเสียพลังไปกับการช่วยชีวิตตนไม่น้อยเลย
“ขอบคุณท่านมาก” เขาเอ่ยอย่างอ่อนแรง
“ขอบคุณข้าก็ยกเว้นค่าห้องให้ข้าสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์ที่กำลังเก็บเข็มเงินอยู่ข้างๆ พูดขึ้น
“ได้สิ” โฉวเซี่ยวเทียนตอบรับอย่างง่ายๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อยแล้วมองโฉวเซี่ยวเทียนพลางเอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้านึกถึงปัญหาข้อหนึ่งอยู่ตลอดเลย ถ้าหากมิใช่ว่าข้าช่วยท่านเอาไว้ทันเวลาพอดี คาดว่า ท่านคงทนไม่ไหวถึงสองชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ ท่านไม่คิดจะร่ำลาเสี่ยวเอ้อร์ของท่านสักหน่อยหรือไร”
“เขาชื่อเหลียนหง” โฉวเซี่ยวเทียนพูด “ถ้าหากข้าตายไปแล้วพวกท่านไม่ได้พาตัวเขาไปด้วย เช่นนั้นก็ให้เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิตเลยแล้วกัน”
“ช่างใจร้ายเสียจริง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดแล้วจุ๊ปากสองครั้ง
“เพื่อประโยชน์ของเขาเอง” โฉวเซี่ยวเทียนยิ้มอย่างขมขื่น
“แล้วตอนนี้เล่า ท่านไม่ตาย ก็จะอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ”
“ข้าต้องลองคิดดูก่อน”
“เช่นนั้นท่านค่อยๆ คิดไปเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์วางขวดหยกใบหนึ่งลงบนโต๊ะพลางเอ่ยว่า “วันพรุ่งนี้เวลานี้ กินสิ่งนี้อีกครั้งก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“ขอบคุณมาก”
“ไม่ต้องเกรงใจ ถึงอย่างไรข้าก็รับค่าตอบแทนมาแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากท่านยังรู้สึกไม่สบายใจจริงๆ ก็ให้ศิลากลเช่นนี้กับข้าอีกสักอันหนึ่งสิ”
“ประตูใหญ่อยู่ด้านโน้น ข้าไม่ส่งนะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ก็มิได้คิดจะโขกสับเขาจริงๆ จึงหมุนกายออกไป พอเปิดประตูใหญ่ก็เห็นเหลียนหงยืนหลั่งน้ำตาอยู่ภายในลานบ้าน
“เข้าไปสิ” เธอพูดประโยคหนึ่งแล้วจากไป
เหลียนหงอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหน และซือหม่าโยวเย่ว์ก็รู้ตั้งแต่ต้น มีเพียงโฉวเซี่ยวเทียนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินไป พลังชีวิตร่อยหรอเกินไป สติรับรู้ไม่แจ่มชัดอยู่บ้าง จึงไม่ รู้ว่าเขายังอยู่ข้างนอก
“ขอบคุณท่านมาก” เหลียนหงคารวะซือหม่าโยวเย่ว์อย่างซาบซึ้ง
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มแล้วออกไปจากลานบ้าน
เธอรู้ว่าทั้งสองมีเรื่องที่ต้องคุยกันมากมาย ตนไม่รู้จะดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องของผู้อื่น
เพราะทัศนคติที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ป่วย การเดินทางของพวกเขาจึงเลื่อนออกไปอีกหลายวัน
ห้าวันให้หลัง โฉวเซี่ยวเทียนก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างสดชื่นต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง เมื่อเห็นพวกซือหม่าโยวเย่ว์มาคิดค่าที่พักจึงเอ่ยว่า “ค่าที่พักของพวกท่านไม่จำเป็นต้องจ่าย”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จะคืนมัดจำที่จ่ายไปตอนนั้นให้ด้วยหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ส่วนนั้นคงไม่ได้หรอก สิ่งที่ให้ไปแล้วย่อมเอากลับคืนไม่ได้” โฉวเซี่ยวเทียนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง กลัวว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะต้องการเงินคืนจากเขา
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วพูดกับพวกซือหม่าเลี่ยว่า “ท่านปู่ พวกเราไปกันดีกว่า”
พวกเขาออกไปจากโรงเตี๊ยมโรงเตี๊ยม โฉวเซี่ยวเทียนมองห้องที่วังเวงขึ้นมาอย่างฉับพลัน จึงพูดกับเหลียนหงที่กำลังปัดกวาดทำความสะอาดอยู่ว่า “เจ้าอยากไปจากที่นี่พร้อมกับพวกเขาหรือไ ไม่”
เหลียนหงกลอกตาใส่โฉวเซี่ยวเทียนแล้วพูดว่า “ท่านคงจะอยากไปกับพวกเขาเองมากกว่า แล้วจะลากข้าไปเกี่ยวด้วยทำไมกันขอรับ”
“พูดเช่นนี้ก็หมายความว่าเจ้าไม่อยากอยู่กับพวกเขาแล้วสินะ” โฉวเซี่ยวเทียนพูดพลางหรี่ตา
“อยากสิขอรับ!” เหลียนหงโยนไม้กวาดในมือทิ้งพลางเอ่ยขึ้น
“แล้วยังไม่รีบไปเก็บข้าวของอีกหรือ”
“จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ไม่กี่นาทีก็เสร็จแล้วขอรับ”
เหลียนหงพูดจบก็วิ่งไปยังหอด้านหลังอย่างรวดเร็วราวกับควัน
“เจ้าเด็กบ้า!” โฉวเซี่ยวเทียนด่ายิ้มๆ
พวกซือหม่าโยวเย่ว์ตรงไปยังสำนักพยัคฆ์สวรรค์ เมื่อคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์มองเห็นเธอ และได้ยินว่าเธอต้องการใช้ค่ายกลนำส่งจึงนำทางพวกเขาไปยังเรือนที่ตั้งของค่ายกลนำส่งอย่า างรักษามารยาท
ถึงแม้ว่าค่ายกลนำส่งจะได้รับการซ่อมแซมแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ประกาศออกสู่สาธารณะ เพียงแค่ส่งคนมาเฝ้าที่นี่เอาไว้ ไม่อนุญาตให้ผู้อื่นเข้าใกล้
ตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์มาถึง โจวไห่โม่ได้รับข่าวแล้วจึงรีบตรงไปหา
“ท่านปรมาจารย์จะไปจากที่นี่แล้วหรือขอรับ” โจวไห่โม่ถามอย่างนอบน้อม
“อืม ตอนแรกจะอาศัยที่นี่ออกไปยังโลกภายนอก คิดไม่ถึงว่าจะติดอยู่ที่นี่เนิ่นนานถึงเพียงนี้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ทำไม ค่ายกลนำส่งนี้ยังไม่มีใครเคยใช้มาก่อนเลยอย่างนั้นหรือ”
“ไม่ใช่ พวกเราส่งคนออกไปสองคนแล้ว และพวกเขาก็กลับมาอย่างปลอดภัยด้วยเพียงแต่ว่าค่ายกลนำส่งมิได้ปรากฏแก่ทุกคนมานานแล้ว จึงมิได้ประกาศออกสู่ภายนอกเพราะกลัวว่าจะทำให้ทุกคนตื่ นตระหนกน่ะขอรับ”
“เช่นนั้นพวกเราจะใช้ได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ย่อมได้แน่นอนอยู่แล้วสิขอรับ!” โจวไห่โม่ตอบ “ท่านปรมาจารย์อยากจะใช้ ย่อมใช้ได้ตลอดเวลาเลยขอรับ!”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณมาก!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ท่านปู่ พวกเราไปกันเถิด”
พวกเขาเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ยืนอยู่ภายในค่ายกลนำส่ง ในขณะที่กำลังคิดจะใส่พลังวิญญาณเข้าไปภายในนั้นอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงตะโกนเรียกดังขึ้นมา
“รอก่อน! รอก่อน! รอพวกเราด้วยขอรับ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองไปด้านนอก ก็เห็นคนสองคนเดินเข้ามา
“คุณชายซือหม่า รอพวกเราด้วยขอรับ!” พอเหลียนหงเห็นพวกซือหม่าโยวเย่ว์ จึงโบกไม้โบกมือพลางตะโกน
โฉวเซี่ยวเทียนตามมาด้านหลัง คนทั้งสองเข้ามาภายในห้องอย่างรวดเร็ว
เข้ามาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็มีเพียงแค่เขาเท่านั้นแหละ
“ผู้จัดการโฉว พวกท่านก็จะไปจากที่นี่ด้วยอย่างนั้นหรือ” โจวไห่โม่มองพวกโฉวเซี่ยวเทียนอย่างประหลาดใจอยู่บ้าง
“ท่านอาจารย์บอกว่าเปิดโรงเตี๊ยมมานานพอแล้ว อยากออกไปเดินเล่นบ้าง ต่อจากนี้ข้าก็จะมิใช่เสี่ยวเอ้อร์อีกต่อไปแล้ว!” เหลียนหงพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณชายซือหม่า พาพวกเราไปด้วยได้หรื อไม่ขอรับ”
“พวกเราไม่ร่วมทางกับพวกเจ้าหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ร่วมทางกันหน่อยเถิดขอรับ” เหลียนหงกล่าว “พวกท่านไปที่ไหนพวกเราก็จะไปที่นั่นด้วย แล้วจะไม่ร่วมทางกันได้อย่างไรเล่าขอรับ!”
“พวกเจ้าคิดจะติดตามพวกเราไปอย่างนั้นหรือ” เจ้าอ้วนชวีถามยิ้มๆ
“ท่านอาจารย์ของข้าบอกเอาไว้ว่าสถานที่ที่พวกท่านจะไปนั้นยอดเยี่ยมที่สุด” เหลียนหงเอ่ย
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าสถานที่ที่เขาพูดหมายถึงตำหนักว่านชิง แล้วนึกขึ้นมาได้ว่าโฉวเซี่ยวเทียนเคยพูดถึงเจ้าตำหนักเมฆทะยาน จึงคาดว่าพวกเขาต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไปด้วยกันเถิด”
“เยี่ยมเลยขอรับ” เหลียนหงก้าวเข้าไปในค่ายกลนำส่ง ส่วนโฉวเซี่ยวเทียนก็โขยกเขยกตามเข้ามาอย่างช้าๆ
“ท่านปรมาจารย์ พวกท่านจะไปที่ไหนหรือ” โจวไห่โม่ถาม
“เมืองฮวา” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เมืองฮวามีค่ายกลนำส่งที่ตรงไปยังเมืองว่านชิงอยู่
โจวไห่โม่พยักหน้าแล้วใส่พลังวิญญาณเข้าไปยังตำแหน่งของเมืองฮวา ค่ายกลจึงถูกกระตุ้นขึ้น เปล่งประกายเรืองรอง แล้วพวกเขาก็หายลับไปภายในค่ายกลทันที
ที่ด้านนอกเมืองฮวา ทางเดินห้วงมิติเปิดออก พวกซือหม่าโยวเย่ว์เดินออกมาจากด้านใน ขณะนี้พวกเขาอยู่ห่างจากเมืองฮวาอีกหลายล้านลี้
“ค่ายกลนำส่งของที่นี่ช่างยุ่งยากเสียจริง จะส่งตัวเข้าไปภายในค่ายกลนำส่งตรงๆ เลยก็ไม่ได้” เจ้าอ้วนชวีเอ่ยตำหนิ
“เบื้องบนนี้เคร่งครัดเรื่องระดับขั้น สถานที่อย่างสันเขาพยัคฆ์สวรรค์ไม่มีสิทธิ์ส่งตัวไปยังเมืองฮวาหรอก ทำได้แค่ส่งมาใกล้ๆ เมืองฮวาเท่านั้น” โฉวเซี่ยวเทียนพูดอธิบาย