สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 460 ดูดซับไปหมดแล้ว
เผ่าพันธุ์นกในที่แห่งนี้ นอกจากวิหคสี่ปีกแล้วยังมีไม่น้อยที่มาดูความคึกคัก ซึ่งนั่นรวมถึงเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาที่ได้รับข่าวแล้วรีบรุดตามมาด้วย
หลังจากสัมผัสกลิ่นอายที่เจ้าวิหคน้อยแผ่ออกมาได้แล้ว เผ่าพันธุ์นกเหล่านั้นต่างพรั่นพรึง แต่เผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขากลับมีสีหน้าดำทะมึน
จะรีบเร่งแค่ไหนก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งอยู่ดี!
ตอนนี้เจ้าวิหคน้อยกระตุ้นสายโลหิตพญาวิหคได้อย่างสมบูรณ์แล้ว พูดได้ว่าตอนนี้เขาคือพญาวิหคตนหนึ่ง มิใช่วิหคสี่ปีกอีกต่อไปแล้ว
ขอเพียงแค่ผ่านกัลป์สายฟ้าไปได้ ย่อมกลายเป็นราชาวิหค!!
เหยี่ยวนกเขาเห็นท่าทางตื่นเต้นของวิหคสี่ปีก จึงพูดอย่างเยียบเย็นอยู่ข้างๆ ว่า “จะผ่านกัลป์สายฟ้าจำแลงกายไปได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย! ถูกสายฟ้าฟาดตายไปจะเป็นการดีที่สุด!”
“นายกอง ท่านดูสิ เมฆกัลป์มีความเปลี่ยนแปลงน่ะ!” เหยี่ยวนกเขาที่วิวัฒน์ร่างแล้วตนหนึ่งมองเมฆกัลป์บนท้องฟ้าพลางพูดอย่างตื่นเต้น
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงแค่ว่าเมฆกัลป์นั้นหยุดส่งสายฟ้าลงมาข้างล่าง นอกจากนี้ยังเพิ่มพลังคุกคามขึ้นอีกครั้ง เมฆครึ้มนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ ลักษณะเช่นนั้ นเห็นแล้วทำให้หัวใจคนสั่นสะท้าน
“บ้าเอ๊ย ยังดีที่ตอนนั้นข้าไม่ได้เลือกวิวัฒน์ร่าง ถ้าหากสายฟ้านี่ฟาดลงบนตัวข้า ข้าจะไม่กลายเป็นนกย่างหรอกหรือ!”
ไม่รู้ว่าใครพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง ผู้คนที่มุงดูอยู่จึงพากันหัวเราะขึ้นมา
พวกเป่ยกงถังกลอกตาใส่คนผู้นั้น มาดูความคึกคักกันแท้ๆ แล้วยังจะหัวเราะออกมาในเวลาเช่นนี้ได้อีก!
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบเอาชุดป้องกันสายฟ้าชุดใหม่ออกมาคลุมลงบนร่างเจ้าวิหคน้อย ขณะนี้มันกำลังผ่านการวิวัฒน์ หมอบอยู่บนพื้นมิอาจเคลื่อนไหวได้
“เจ้านาย…”
เจ้าวิหคน้อยเหลือบสายตาขึ้นมองซือหม่าโยวเย่ว์ ขณะนี้มันมิได้วิวัฒน์อย่างสมบูรณ์ดังเช่นที่ผู้คนภายนอกคิด ภายในร่างกายมันกำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผืนฟ้ากลับแผ่นดิน ทำให้มันไม่มีเรี่ยวแรงจะไปต้านทานกัลป์สายฟ้าอีกแล้ว
ถ้าหากมีมันเพียงผู้เดียว เกรงว่าสายฟ้าฟาดลงมาอีกสองสาย มันก็คงมอดไหม้กลายเป็นจุณเสียแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์ตบหัวมันเบาๆ พลางเอ่ยปลอบว่า “เจ้าอย่ากังวลใจไปเลย วิวัฒน์ให้ดีๆ เถิด ที่เหลือยกให้ข้า รอให้เจ้าวิวัฒน์เสร็จเรียบร้อยค่อยมาแทนที่ข้าแล้วกัน”
พอพูดจบเธอก็ลุกขึ้นยืนมองเมฆกัลป์บนท้องฟ้า
“เปรี้ยง…”
คล้ายว่าเมฆกัลป์จะรับรู้ได้ถึงการท้าทายของซือหม่าโยวเย่ว์ สายฟ้าสายหนึ่งจึงฟาดลงมาในทันใด เธอดีดร่างขึ้นมาแล้วรวบรวมพลังวิญญาณโจมตีเข้าใส่
พอเธอร่อนลงสู่พื้นอีกครั้ง บนร่างก็เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้า ความเจ็บปวดตามร่างกายทำให้เธอได้แต่คุกเข่าอยู่บนพื้น
เธอรีบโคจรพลังวิญญาณภายในร่างกาย ให้กระแสไฟฟ้าบนร่างเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเส้นลมปราณ แปรเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณธาตุสายฟ้าไหลเข้าสู่สระในเจดีย์ แล้วสงบลง
หลังจากที่เธอค้นพบว่าพลังวิญญาณธาตุสายฟ้าเหล่านั้นเข้าสู่สระเจดีย์แล้วเพิ่มสูงขึ้นไม่น้อยจึงอุทานว่า “เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้! เช่นนั้นถ้าหากดูดซับมากอีกสักหน่อย จะเลื่อนระดับได้หรือไม่ นอกจากนี้หลังจากที่ดูดซับกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สระเจดีย์แล้ว ความเจ็บปวดบนร่างกายก็เบาบางลงไม่น้อยอีกด้วย”
เมื่อนึกได้เช่นนี้เธอจึงลุกขึ้นยืนแล้วถอดชุดกันสายฟ้าบนร่างทิ้งไป เผชิญหน้ากับกัลป์สายฟ้าด้วยตัวเอง
“โยวเย่ว์ จะทำอะไรน่ะ!” เจ้าอ้วนชวีร้องขึ้นมา “ทำเช่นนี้เดี๋ยวก็ตายกันพอดี!”
พวกซือหม่าเลี่ยเองก็เป็นกังวลอย่างยิ่ง “เหตุใดนางจึงถอดชุดกันสายฟ้าเสียเล่า สายฟ้าในตอนท้ายจะมีพลังคุกคามรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นะ!”
“ท่านปู่อย่าได้กังวลไปเลย น้องห้าทำอะไรมีขอบเขตมาโดยตลอด ไม่มีทางทำให้วุ่นวายแน่” ซือหม่าโยวหรานเอ่ยปลอบ แต่มือที่กำหมัดแน่นนั้นก็แสดงถึงความกังวลในใจเขาออกมาเช่นกัน
พวกเผิงจิ่วเอ๋อร์ไม่คิดว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะเข้ารับสายฟ้า ในขณะที่ลอบรำพึงถึงความสามารถของเธออยู่นั้นก็วางใจลงไม่น้อยด้วย มีเธออยู่ เจ้าวิหคน้อยก็ยิ่งมีโอกาสผ่านกัลป์สายฟ ฟ้าได้มากยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นโยวเย่ว์ถอดชุดกันสายฟ้าออก นางเองก็ตกใจเช่นกัน แต่หลังจากที่ได้สัมผัสมาสองวัน นางก็เชื่อว่าโยวเย่ว์ไม่ใช่คนประมาท ที่ทำเช่นนี้ย่อมต้องมีความคิดของตัวเองอยู่ อย่างแน่นอน
“เปรี้ยง…”
ซือหม่าโยวเย่ว์รับสายฟ้าที่ฟาดลงมาอีกครั้ง คราวนี้เธอโคจรพลังวิญญาณตั้งแต่ต้นแล้วเหนี่ยวนำสายฟ้าตรงเข้าสู่ร่างกาย ถึงแม้ว่าในขณะที่เข้าสู่ร่างกายนั้นจะเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่า าง ตัวเธอก็ล้มลงบนพื้นด้วยเหตุนี้ แต่ผลลัพธ์นี้ไม่เลวเลย สายฟ้าเหล่านั้นต่างถูกดูดซับเข้าไปภายในสระเจดีย์ทั้งหมด
สายฟ้าฟาด ดูดซับ ฟาดอีก ดูดซับอีก หลังจากนั้นซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รู้เลยว่าตนถูกฟาดไปกี่ครั้ง ร่างกายหลงเหลือเพียงแค่การเคลื่อนไหวเชิงกลเท่านั้น
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือเมื่อรวมกับสายฟ้าที่เจ้าวิหคน้อยรับเองสองสายแล้ว ในขณะนี้มีสายฟ้าฟาดลงมาถึงสี่สิบสายแล้ว ถ้าหากมิใช่เพราะเธอดูดซับพลังสายฟ้าเอาไว้ เกรงว่าเธอคงถู กสายฟ้าฟาดจนกลายเป็นเศษซากไปแล้ว
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ สถานการณ์ของเธอในตอนนี้ก็ไม่สู้ดีนัก เพราะทุกครั้งที่กระแสไฟฟ้าภายในร่างกายยังไม่ทันถูกส่งไปยังสระเจดีย์อย่างสมบูรณ์ก็ต้องรับสายฟ้าอีกสายแล้ว สายฟ้าที ค้างอยู่ภายในร่างกายเธอจึงมากขึ้นเรื่อยๆ กลัวแต่ว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เธอไม่ถูกสายฟ้าฟาดตายก็ต้องร่างกายระเบิดตายแน่
เธอเยหน้าขึ้นมองเมฆครึ้ม คราวนี้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่ฟาดลงมา แสดงว่าสายฟ้าในคราวนี้ต้องเพิ่มพลังคุกคามให้ร้ายกาจขึ้นอีกอย่างแน่นอน
ยาวิเศษที่หลอมเอาไว้ถูกเธอกินไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว ร่างกายแทบจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ในระหว่างการฟื้นฟู และค่ายกลก็พังทลายไปในสายฟ้าที่ฟาดลงมาหลายครั้งก่อนหน้านี้แล้ว จนไม่มีประ ะโยชน์อีกต่อไป
ไม่รู้ว่าเธอจะยังรับสายฟ้าครั้งต่อไปได้อยู่อีกหรือไม่
ทันใดนั้นกลิ่นอายที่โบร่ำโบราณยิ่งกว่าก็แผ่ออกมาจากร่างของเจ้าวิหคน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับกลิ่นอายในตอนเริ่มต้นนั้นแล้ว กลิ่นอายสายนี้ทำให้วิหคเหล่านั้นสั่นสะท้านมากยิ่งกว่า า
มันในตอนนี้จึงจะเป็นร่างที่วิวัฒน์สมบูรณ์แล้ว กลายเป็นพญาวิหค!
เจ้าวิหคน้อยขยับร่างกาย ชุดกันสายฟ้าบนร่างร่วงหล่น ทุกคนจึงได้เห็นรูปลักษณ์ของมันในตอนนี้ สี่ปีกเปลี่ยนกลายเป็นสองปีก เส้นขนทั่วทั้งร่างกลายเป็นสีทองอร่าม ไม่เหมือนกับก่อ อนหน้านี้ที่มีเพียงแค่สีทองจางๆ เท่านั้น ขนของมันยังอาบไล้ด้วยรัศมีเรืองรอง แสดงให้เห็นว่าเส้นขนทุกเส้นล้วนเป็นยุทโธปกรณ์อันร้ายกาจทั้งสิ้น
พญาวิหคปีกทอง!
“เจ้านาย ที่เหลือยกให้ข้าเถิด” เสียงของเจ้าวิหคน้อยฟังดูเจริญวัยมากยิ่งขึ้น
มันลุกขึ้นยืนมองเมฆกัลป์บนท้องฟ้า นัยน์ตาไม่มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นรูปลักษณ์ของเจ้าวิหคน้อยในตอนนี้แล้วจึงแย้มยิ้มแล้วพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ยอดเยี่ยม กัลป์สายฟ้าของเจ้า สุดท้ายก็ยังต้องเข้าไปรับเองอยู่ดี เจ้าจึงจะได้รับก การตระหนักรู้ของวิถีสวรรค์”
นอกจากนี้ตอนนี้เธอยังไม่มีเรี่ยวแรงจะไปรับสายฟ้าอีกแม้แต่สายเดียวแล้ว
เจ้าวิหคน้อยมองเธอด้วยความซาบซึ้งและเจ็บปวดใจ มันก้มหน้าลงหยิบชุดกันสายฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมาวางบนร่างเธอพลางเอ่ยว่า “เจ้านาย ท่านคอยดูข้ารับกัลป์สายฟ้าแล้วกัน!”
“แน่นอน”
เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจในตนเองของเจ้าวิหคน้อย เธอจึงแย้มยิ้ม สองขานั่งขัดสมาธิ เปลี่ยนเป็นสภาวะการบำเพ็ญ พยายามควบคุมและเหนี่ยวนำพลังสายฟ้าในร่างกายเหล่านั้น ให้พวกมันไม่ปั่น นป่วนอยู่ภายในร่างกายอีก
แต่เมื่อเธอเข้าสู่สภาวะการบำเพ็ญ พลังวิญญาณธาตุสายฟ้าในบริเวณรอบๆ ที่เกิดขึ้นเพราะกัลป์สายฟ้าก็รวมตัวกันเข้ามาด้วย เพิ่มภาระให้กับร่างกายของเธอ ในตอนนี้เธอไม่เพียงแต่ต้ องแปลงพลังสายฟ้าให้กลายเป็นพลังวิญญาณธาตุสายฟ้าเท่านั้น แต่ยังต้องเหนี่ยวนำพลังวิญญาณธาตุสายฟ้าที่เพิ่งดูดซับเข้ามาให้เข้าสู่สระเจดีย์อีกด้วย
“โอ๊ย…”
อวัยวะภายในบาดเจ็บเพราะพลังสายฟ้า เมื่อครู่เธออดทนมาโดยตลอด ตอนนี้เมื่อผ่อนคลายลง โลหิตที่มุมปากก็หลั่งไหลไม่หยุด ผิวนอกของร่างกายก็มีแผลแตกปรากฏขึ้นมากมาย ทั่วทั้งร่างกาย ยเธอชุ่มเลือด ตัวเธอดูเหมือนขึ้นมาจากบ่อโลหิตอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดตามร่างกาย เธอจึงอดร้องออกมามิได้ เธอหยิบยาวิเศษออกมากินลงไป แต่พลังวิญญาณธาตุสายฟ้าและพลังสายฟ้าภายในร่างกายนั้นทวีความบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้น ทำให้ อาการบาดเจ็บของเธอสาหัสยิ่งกว่าเดิม
“บ้าเอ๊ย จะฟาดก็ไม่ฟาดให้ตาย ตอนนี้กลับจะทนไม่ไหวแล้ว!”