สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 461 เลื่อนระดับไปถึงขั้นกลาง
ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าร่างกายจะทนไม่ไหวอีกต่อไปอยู่แล้วนั้นเอง แหวนโลหิต บนนิ้วมือข้างซ้ายของเธอก็เปล่งประกายสีแดงเข้มออกมา ซึ่งมิได้เห็นเด่นชัดนักภายใต้การอาบย้อมของโลหิ ต จากนั้นพลังอันอ่อนโยนขุมหนึ่งก็แผ่ออกมาจากบนมือของเธอ บริเวณที่พลังนั้นผ่านไป พลังวิญญาณธาตุสายฟ้าก็สงบลง แล้วเข้าสู่สระเจดีย์ตามที่เธอเหนี่ยวนำ
“เฮ้อ…”
โยวเย่ว์ถอนหายใจยาวออกมา ความคิดแรกก็คือตนจะตายไม่ได้ หลังจากที่เธอเหนี่ยวนำพลังวิญญาณเข้าไปภายในสระเจดีย์ทั้งหมดแล้ว เธอจึงค่อยลืมตาแล้วมองแหวนโลหิตบนนิ้วมือ
พลังอันอบอุ่นเมื่อครู่นั้นก็แผ่ออกมาจากในแหวนนั่นเอง เธอมองโดยละเอียดก็ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมเลย
“เปรี้ยง…”
เสียงฟ้าร้องดังก้องสนั่นฟ้าดินดึงความคิดของเธอกลับมา เธอเงยหน้าขึ้นมอง เจ้าวิหคน้อยถูกฟาดจนเลือดเนื้อสั่นสะเทือนแล้วร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ก่อนจะกระแทกกับพื้นดินอย่างรุนแร รง
“เจ้าวิหคน้อย…”
เธอรีบลุกขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปหาเจ้าวิหคน้อย เมื่อเห็นมันที่ถูกย่างจนไหม้เกรียมแล้วก็เจ็บปวดใจไม่น้อยเลย
ยังดีที่หลังจากเมฆกัลป์บนท้องฟ้าฟาดลงมาจนหมดแล้วก็ค่อยๆ สลายตัวไป ไม่อย่างนั้นหากฟาดลงมาอีกครั้งเดียว ทั้งสองจะต้องตายกันหมดแน่!
“เจ้านาย พวกเราทำสำเร็จแล้ว!” เสียงของเจ้าวิหคน้อยเบาบางเป็นอย่างยิ่ง แสดงชัดว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างยิ่ง
แต่ขอเพียงแค่มีชีวิตรอด อาการบาดเจ็บเหล่านั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเลย
ในขณะนี้เอง รัศมีอันอ่อนโยนสายหนึ่งก็แผ่ออกมาจากบนร่างเจ้าวิหคน้อย โอบล้อมเขาเอาไว้ ตรงกลางนั้นปะปนกับรัศมีสีเงินแห่งการเลื่อนระดับ ซือหม่าโยวเย่ว์ก็รู้สึกได้ว่าพลัง ในร่างเพิ่มพูนขึ้น โอกาสในการเลื่อนระดับอยู่ตรงหน้า
การเลื่อนระดับหลังจากระดับเทพนั้นมิใช่การรวบรวมพลังไปเสียทั้งหมด มีจำนวนมากที่ไปถึงขั้นสัมบูรณ์แล้วก็ไม่แน่ว่าจะเลื่อนระดับได้ ก็เพราะขาดโอกาสเช่นนี้นี่เอง
เผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกและพวกซือหม่าเลี่ยเห็นทั้งสองเพิ่งผ่านกัลป์สายฟ้าก็เลื่อนระดับแล้วจึงรีบเข้าไปยืนอยู่ทั้งสี่ทิศของหุบเขา ล้อมรอบพวกเขาเอาไว้ตรงกลางเพื่อคอยคุ้มกัน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซือหม่าโยวเย่ว์ก็เลื่อนไปถึงระดับราชาเทพขั้นกลางได้สำเร็จ ส่วนเจ้าวิหคน้อยก็เลื่อนจากระดับสัตว์อสูรเหนือเทพขั้นสองไปเป็นสัตว์อสูรเหนือเทพ พวกย่ากวง และเชียนอินก็ได้รับพลังสะท้อนกลับในระดับที่แตกต่างกัน ถึงแม้ว่าจะมิได้เลื่อนระดับ แต่ก็ได้รับประโยชน์ไม่น้อยเลย
หลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์เลื่อนระดับเสร็จสิ้นแล้ว สิ่งที่เห็นเมื่อลืมตาขึ้นมองก็คือชายหนุ่มรูปงามยิ่งผู้หนึ่ง ยังไม่ทันเอ่ยวาจา อีกฝ่ายก็กอดเธอเอาไว้ในทันใดพลางร้องด้ วยความดีใจว่า “เจ้านาย เจ้านาย! ข้าวิวัฒน์ร่างสำเร็จแล้ว! ฮ่าๆๆ…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ถูกเขากอดแน่นเสียจนหายใจไม่ออก จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอน เจ้าวิหคน้อยยอดเยี่ยมมาโดยตลอด! แต่ถ้าหากเจ้ายังกอดข้าเช่นน นี้ต่อไปอีก ข้าก็จะขาดใจตายแล้วนะ!”
เจ้าวิหคน้อยปล่อยเธอด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ เพิ่งจะวิวัฒน์ร่างสำเร็จ เขายังไม่ชินกับการใช้มือทั้งสอง จึงควบคุมแรงไม่อยู่
“ขอบคุณเจ้านายมาก! ถ้าหากมิใช่เพราะเจ้านาย คาดว่าข้าคงตายไปตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางแล้ว”
พวกเผิงจิ่วเอ๋อร์ได้บอกเขาแล้วว่าเจ้านายรับสายฟ้าแทนเขาถึงสามสิบแปดสาย ถึงแม้จะบอกว่าพลังคุกคามของสายฟ้าสายแรกๆ นั้นไม่ได้รุนแรงนักก็ตาม ความรุนแรงหนักไปที่เก้าสายสุดท้า าย แต่ถ้าหากไม่มีเธอ ตอนที่เขากระตุ้นสายโลหิตก็คงถูกสายฟ้าฟาดตายไปแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืนพลางมองประเมินเจ้าวิหคน้อยขึ้นๆ ลงๆ แล้วหัวเราะคิกคักก่อนจะเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่เจ้าวิหคน้อยของพวกเราวิวัฒน์ร่างแล้วจะรูปงามเช่นนี้ เป็น หนุ่มรูปหล่อทีเดียวนะ!”
เจ้าวิหคน้อยเองก็ชอบร่างมนุษย์ของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง เขาก้มลงมองร่างกายของตนเองอยู่เป็นระยะๆ
พวกซือหม่าเลี่ยเดินเข้ามา เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ฟื้นคืนสติแล้วจึงโอบกอดเธอเอาไว้
“เจ้าทำเอาปู่เจ้าตกใจแทบตายแล้วจริงๆ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ตบบ่าซือหม่าเลี่ยแล้วเอ่ยว่า “ทำให้ท่านปู่เป็นกังวลเสียแล้ว”
“โยวเย่ว์ เจ้าช่างเลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็วเสียจริง เพิ่งจะเลื่อนมาถึงระดับราชาเทพยังไม่ทันครบหนึ่งปีเลย ก็เลื่อนระดับไปถึงขั้นกลางเสียแล้ว! แต่การเลื่อนระดับของเจ้าช่างชว วนให้คนตกใจเสียจริง!” เจ้าอ้วนชวีมองซือหม่าโยวเย่ว์ บนร่างของเธอยังคงมีบาดแผลมากมาย พลังที่มาจากการเลื่อนระดับเพียงแค่ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บภายในร่างกายของเธอเท่านั้น แต่กล ลับไม่มีผลต่อบาดแผลภายนอกมากสักเท่าใดนัก
เผิงจิ่วเอ๋อร์มาที่ข้างกายเธอแล้วกุมมือเธอเอาไว้ พลางมองเธออย่างซาบซึ้งแล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณเจ้ามาก ตอนนี้ข้าเข้าใจจริงๆ แล้วว่าเจ้าวิหคน้อยมีเจ้านายเช่นเจ้าสักคนก็ถือเป็น โชคดีของเขาแล้ว”
“เป็นโชคดีของข้าด้วยเช่นกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ท่านแม่ พวกเราไปจัดการธุระทางนั้นกันเถิด ให้เจ้านายได้พักผ่อนรักษาอาการบาดเจ็บก่อนดีกว่านะ” เจ้าวิหคน้อยเอ่ย
ห่างออกไปไม่ไกลนัก เผ่าพันธุ์นกจำนวนไม่น้อยกำลังรอเขาไปหาอยู่
เจ้าวิหคน้อยพาเผิงจิ่วเอ๋อร์จากไป ซือหม่าโยวเย่ว์กินยาวิเศษลงไปอีกสองเม็ด ซึ่งเป็นยาวิเศษรักษาอาการบาดเจ็บขั้นหกทั้งคู่ ตั้งแต่เริ่มต้นผ่านกัลป์ เธอกินยาวิเศษลงไปไม่น้อยแ แล้ว ถ้าหากไม่ใช่นักหลอมยา ก็คงไม่มีใครรับมือกับการบริโภคเช่นนี้ได้ไหวแน่
ผู้คนที่มาดูความคึกคักสลายตัวกันไปหมดแล้ว มีเพียงแค่เผ่าพันธุ์นกเหล่านั้นที่ยังคงอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีบางส่วนที่ไม่ยินยอมในใจอยู่บ้าง แต่เมื่อพญาวิหคปรากฏตัว ผู้ใดก็ไม่กล้าต่อ อต้าน ต้องยอมให้เขาเป็นราชาแต่โดยดี
ภายในเมือง บุรุษชุดดำผู้หนึ่งได้รับข่าวแล้วสีหน้าก็ดำทะมึนจนแทบจะมีหยดหมึกไหลออกมาได้ ผู้คนโดยรอบต่างไม่กล้าเอ่ยวาจาตามอำเภอใจ
“คิดไม่ถึงว่ายังช้าไปก้าวหนึ่ง ให้มันวิวัฒน์กลายเป็นพญาวิหคเสียได้!” เขาพูดอย่างชิงชัง
เมื่อนึกถึงว่าตอนนี้ประชากรของตนกำลังคุกเข่าสวามิภักดิ์ต่อเจ้าวิหคน้อย ในใจเขาจึงยิ่งมีเพลิงโทสะลุกโชน
“ราชาเหยี่ยวนกเขา อ้างอิงจากข่าวที่พวกเขาส่งกลับมา พญาวิหคนั่นอาศัยพลังจากภายนอกจึงวิวัฒน์ร่างได้สำเร็จ พลังยุทธ์มิได้ร้ายกาจสักเท่าใดนักหรอก” เฟ่ยซือกล่าว “ถ้าหากพวกเราส สังหารเขาได้ก่อนที่เขาจะพัฒนาขึ้นมาอีก เรื่องราวในภายภาคหน้าก็ขึ้นอยู่กับท่านแล้ว”
“ถึงแม้ว่าพลังยุทธ์ของเขาจะมิได้สูงส่งนัก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เผ่าพันธุ์นกทั้งหมดล้วนต้องถูกสายโลหิตกดดัน การที่พวกเราคิดจะสังหารเขานั้นมิใช่เรื่องง่ายเลย” บุรุษชุดดำ ซึ่งก็คือราชาเหยี่ยวนกเขาเอ่ยขึ้น
“พวกเราก็มิได้กำลังร่วมมือกันอยู่หรอกหรือ” เฟ่ยซือพูดยิ้มๆ “ถ้าหากพวกเราช่วยเหลือพวกท่านกำจัดพญาวิหคทิ้งได้…”
“จริงหรือ” ราชาเหยี่ยวนกเขามองเฟ่ยซือ อยากจะแน่ใจว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงหรือไม่
“ข้าบอกแล้วว่านี่คือความร่วมมือ พวกเราจัดการธุระให้พวกท่าน ย่อมต้องยอมเสี่ยงอันตราย พวกท่านก็ต้องให้ผลประโยชน์พวกเราจึงจะใช้ได้ ท่านก็รู้ว่าพวกเราตระกูลเฟ่ยและตระกูลเหล ลียนต่างก็เป็นสุดยอดตระกูลเหมือนกัน บุญคุณความแค้นลึกซึ้งนัก…” เฟ่ยซือพูด
“ถ้าหากพวกเจ้าช่วยพวกเราสังหารพญาวิหคได้ พวกเราก็ลงแรงช่วยเหลือพวกเจ้าได้” ราชาเหยี่ยวนกเขาเอ่ย
ขณะนี้เฟ่ยซือกลับลำบากใจอยู่บ้าง จึงเอ่ยว่า “เช่นนี้ก็ดีอยู่เหมือนกัน แต่ข้าเป็นกังวลว่าหากพวกเราสังหารพญาวิหค ก็จะไปดึงดูดการโจมตีจากเผ่าพันธุ์นกเข้า ถึงแม้ว่าตระกูลเฟ่ยข ของเราจะยิ่งใหญ่ แต่ก็มิได้มีปัญญาไปต่อต้านทั้งเผ่าพันธุ์นกหรอกนะ”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลใจไปเลย หลายปีมานี้เผ่าพันธุ์นกเหล่านั้นล้วนตั้งตัวเองเป็นราชาทั้งสิ้น มีไม่กี่คนนักหรอกที่เต็มใจจะถูกผู้อื่นปกครอง ขอเพียงแค่ไร้ซึ่งพญาวิหค ข้าก ก็มีวิธีทำให้เผ่าพันธุ์นกไม่ไปหาเรื่องพวกเจ้าแล้ว” ราชาเหยี่ยวนกเขากล่าว
“เช่นนี้ก็ดี” เฟ่ยซือพูด “แต่เรื่องใหญ่เช่นนี้ ข้าย่อมมิอาจตัดสินใจด้วยตัวเองได้จริงๆ แล้วข้าก็มิอาจเคลื่อนย้ายมือสังหารมากเกินไปได้ด้วย ดังนั้นข้าจึงอยากเชิญราชาเหยี่ยวนกเขา าไปยังเมืองว่านชิงเพื่อหารือกับประมุขตระกูลข้าด้วยตนเอง ท่านคิดเห็นเป็นอย่างไรเล่า”
ราชาเหยี่ยวนกเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ก็ได้ เช่นนั้นข้าจะไปเยือนเมืองว่านชิงสักครา ถ้าหากเจ้าไม่มีธุระอะไรแล้วพวกเราก็ไปกันตอนนี้เลยสิ”
“พญาวิหคอยู่ที่ชานเมืองนี่เอง ท่านไม่ไปคารวะสักคราหนึ่งหรือ” เฟ่ยซือถาม
“ไม่ไปหรอก อยากจะให้ข้าคารวะมัน นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว” ราชาเหยี่ยวนกเขาหัวเราะอย่างเย็นชาแล้วพูดขึ้น
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราก็กลับไปกันเลยดีกว่า”
เฟ่ยซือหยิบค่ายกลนำส่งแบบใช้ครั้งเดียวออกมาแล้วใส่พลังวิญญาณเข้าไปก่อนจะวางลงบนพื้น ค่ายกลที่ตรงไปยังตระกูลเฟ่ยก็แปรสภาพ จากนั้นพวกเขาจึงเข้าไปข้างใน เพียงไม่นานก็หายล ลับไปจากภายในห้องเสียแล้ว