สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 463 เหลียนหงถูกลักพาตัว
ซือหม่าโยวเย่ว์นอนหลับไปวันหนึ่ง ยามราตรีสบายไม่น้อยแต่ก็นอนไม่หลับแล้ว ในขณะที่กำลังคิดจะดื่มน้ำสักหน่อยอยู่นั้นเอง ก็รู้สึกว่ามีกลิ่นอายอันแกร่งกล้าสองสายล้อมรอบเรือนใ ใหญ่เอาไว้
“แย่แล้ว!” เธอวางแก้วน้ำลงแล้วพุ่งตัวออกไป พอเปิดประตูก็เห็นเงาดำสองสายวาบผ่านไป ในมือของพวกเขายังจับตัวคนผู้หนึ่งเอาไว้อีกด้วย
“หยุดนะ!” เธอไล่ตามออกไปตามทางเดิน จนมาถึงริมหน้าต่าง เห็นเพียงแค่ว่าคนสองคนอุ้มเหลียนหงเหาะออกไปข้างนอก
เงาร่างคนที่ติดตามไปเพียงผู้เดียวนั้นก็คือโฉวเซี่ยวเทียน
“โยวเย่ว์ ขึ้นมาสิ” ซือหม่าโยวหลินขี่สัตว์อสูรบินได้ของเขาขึ้นมาจากเบื้องล่าง
ซือหม่าโยวเย่ว์กระโดดลงไป เป่ยกงถังที่ตามมาข้างหลังก็กระโดดลงไปเช่นกัน ทั้งสามคนไล่ตามโฉวเซี่ยวเทียนไป
ส่วนวิหคสี่ปีกสี่ตนที่ตามมาด้านหลังก็ตามออกมาเช่นกัน โดยแปลงเป็นร่างเดิมติดตามมา เพียงไม่นานก็แซงพวกซือหม่าโยวเย่ว์ไปเสียแล้ว
วิหคสี่ปีกนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงครู่เดียวก็ไล่ตามสองคนนั้นได้ทันแล้วตีวงล้อมพวกเขาเอาไว้
“เจ้าพาตัวคนไปเสีย” คนผู้หนึ่งในนั้นพูดกับอีกคน
“ได้” คนผู้นั้นอุ้มตัวเหลียนหงแล้วเหาะไปข้างหน้าต่อ ส่วนคนผู้นั้นก็มาโจมตีพวกซือหม่าโยวเย่ว์ ขัดขวางการติดตามของพวกเขา
พวกซือหม่าโยวเย่ว์และวิหคสี่ปีกสองตนล้อมคนผู้นั้นเอาไว้ ส่วนโฉวเซี่ยวเทียนก็พาวิหคสี่ปีกอีกสองตนติดตามไป
ไม่รู้ว่าพวกนั้นทำอะไรกับเขาจนเขาหลับใหลไม่ได้สติ ปล่อยให้คนผู้นั้นอุ้มเขาจากไป
“พวกเจ้าเป็นใครกัน” วิหคสี่ปีกมองคนผู้นั้นพลางเอ่ยถามขึ้น
“คนตระกูลเหลียนหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นพวกเขามิได้สวมชุดดำพรางตัว สิ่งที่สวมใส่อยู่นั้นก็นับได้ว่าเป็นอาภรณ์ชั้นสูง นอกจากนี้ยังกล้ามาลักพาตัวคนอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งยังจ จับไปแค่เหลียนหงเพียงคนเดียว นอกจากคนตระกูลเหลียนแล้วก็ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้อื่นอีก
“เฮอะ” คนผู้นั้นไม่ได้ตอบ หากแต่ต่อสู้อย่างสุดกำลัง โจมตีเข้าใส่พวกซือหม่าโยวเย่ว์ พยายามฝ่าวงล้อมของพวกเขาออกไป
คนผู้นั้นเหาะเหินเดินอากาศได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับสำนักเทพ พวกซือหม่าโยวเย่ว์เผชิญหน้ากับการโจมตีก็ได้แต่หลบหลีก ซึ่งก็ตรงกับวัตถุประสงค์ของเขาพอดี เขาเหาะไปยังท ทิศทางตรงกันข้ามในทันใด
“นายน้อย ตอนนี้จะทำเช่นไรดีเล่า” วิหคสี่ปีกถาม
พวกเขารู้ว่าจะต้องเรียกซือหม่าโยวเย่ว์อย่างไร มิอาจเรียกว่าเจ้านายไปตลอดได้ ทุกคนจึงเรียกเธอว่านายน้อยแทน
ซือหม่าโยวเย่ว์มองทิศทางที่คนผู้นั้นจากไปแล้วเอ่ยว่า “อย่าไปสนใจคนผู้นั้นเลยพวกเราตามไปดีกว่า”
คนผู้นั้นเป็นเพียงแค่ทหารตัวเล็กๆ ของตระกูลเหลียนเท่านั้น ถ้าหากเหลียนหงถูกพาตัวไปยังตระกูลเหลียนแล้วจริงๆ พวกเขาก็ต้องทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างไปกับการช่วยเขาออกมา
พวกเขาบินไปตามทิศทางนั้นอยู่ครู่หนึ่ง มองเห็นจากที่ไกลๆ ว่าโฉวเซี่ยวเทียนกับวิหคสี่ปีกสองตนถูกมนุษย์กลุ่มหนึ่งล้อมโจมตีอยู่ตรงกลาง ส่วนเหลียนหงนั้นมิอาจมองเห็นได้แล้ว
วิหคสี่ปีกสองตนนั้นต่างก็เข้าร่วมการโจมตีด้วย คิดไม่ถึงว่าพลังยุทธ์ของคนตระกูลเหลียนจะแข็งแกร่งกันเป็นอย่างยิ่งทั้งสิ้น คนไม่กี่คนจัดการกับสัตว์อสูรบินได้ตนเดียว ก็ถึ งกับหยุดฝีเท้าของพวกเขาเอาไว้ได้
“พี่ใหญ่โฉว เหลียนหงเล่า”
โฉวเซี่ยวเทียนเห็นพวกซือหม่าโยวเย่ว์เข้ามา จึงรีบร้อนเอ่ยว่า “โยวเย่ว์ พวกเขาจับตัวเสี่ยวเหลียนจื่อเอาไว้ข้างล่างนั่นแล้ว!”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองไปยังเรือนใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักทางด้านหน้าพลางเอ่ยว่า “โยวหลิน พวกเราเข้าไปกันดีกว่า!”
สัตว์อสูรบินได้พาพวกเขาเข้าไป เพิ่งบินมาถึงท้องฟ้าเบื้องบนเหนือเรือนใหญ่ตระกูลเหลียน ก็มีทหารรับใช้จำนวนไม่น้อยออกมาจากด้านใน แล้วโอบล้อมพวกเขาเอาไว้
“พวกเจ้าเป็นใครกันถึงได้กล้าบุกรุกเข้ามายังตระกูลเหลียน!” หัวหน้ากลุ่มทหารรับใช้ตวาด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองคนสิบกว่าคนที่ออกมาในทันทีทันใดแล้วพูดว่า “พวกเจ้าจับตัวคนของพวกเรามา พวกเราจึงมาช่วยคนน่ะสิ”
“ไร้สาระ พวกเราตระกูลเหลียนจะไปจับตัวคนของพวกเจ้าได้อย่างไรกัน!” หัวหน้ากลุ่มทหารรับใช้เอ่ย
“พวกเจ้าเพิ่งจะจับตัวคนเข้ามาหยกๆ แล้วยังคิดจะปฏิเสธอีกอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นอีกฝ่ายทำเป็นทองไม่รู้ร้อน จึงเป็นกังวลถึงความปลอดภัยของเหลียนหงอยู่บ้าง แล้วเอ่ยอย่ างกระวนกระวายใจว่า “พวกเจ้าปล่อยตัวคนมาเสียจะดีที่สุด ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจแล้วกัน!”
“บังอาจนัก!” หัวหน้ากลุ่มทหารรับใช้ตวาด “พวกเจ้าเป็นคนต่ำช้ามาจากที่ไหนกัน ถึงได้บังอาจมาข่มขู่ตระกูลเหลียน!”
“เมื่อครู่พวกเจ้าจับตัวคนของพวกเรามาจริงๆ ทางด้านนั้นยังมีทหารรับใช้ของพวกเจ้ากำลังต่อสู้กับคนของพวกเราอยู่เลย คนของพวกเราเห็นพวกเจ้าพาคนเข้ามาที่นี่ พวกเรามิได้คิดจะข่ มขู่พวกเจ้าเลย ก็แค่พูดถึงข้อเท็จจริงเท่านั้นเอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นใคร แต่กล้ามารุกรานตระกูลเหลียนของเรา ก็ต้องจับตัวเอาไว้ทั้งสิ้น จัดการให้ข้าที!”
หัวหน้ากลุ่มทหารรับใช้โบกมือคราหนึ่ง คนอื่นๆ ต่างก็เข้ามาจับตัวพวกเขา
“รนหาที่ตาย!” เธอรวบรวมดาบเปลวอัคคีเล่มหนึ่งขึ้นมาในทันใด แล้วใส่เปลวเพลิงของเพลิงชาดเข้าไป ก่อนจะซัดกวาดออกไปโดยตรง หลายคนที่นำทางมาถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับพ พาหนะที่นั่งมา
คนที่เหลือร่นถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว พลางมองเปลวเพลิงในมือของซือหม่าโยวเย่ว์อย่างหวาดหวั่น
ในขณะที่หัวหน้ากลุ่มทหารรับใช้กำลังเตรียมตัวจะเรียกผู้ช่วยอยู่นั้นเอง ก็มีคนสองคนเหาะเหินมาจากเรือนสองแห่งของตระกูลเหลียน พลางมองเปลวเพลิงในมือซือหม่าโยวเย่ว์อย่างหวาดก กลัว
“นี่… นี่คือ…”
ทั้งสองคนตื่นเต้นไม่น้อย พวกเขามองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างตื่นเต้นพลางถามว่า “นี่คือเปลวเพลิงอะไรกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่พูดจา เธอมองชายชราสองคนที่คนหนึ่งดำ คนหนึ่งขาวด้วยความระแวดระวัง เธอมิอาจรู้สึกถึงกลิ่นอายบนร่างของคนทั้งสองอย่างสมบูรณ์ เหมือนมนุษย์ธรรมดาอย่างไรอย่ างนั้น แต่พวกเขาทั้งสองกลับเหาะเหินเดินอากาศได้!
“ผู้อาวุโสตระกูลดำขาว พวกเขาบอกว่าพวกเราจับตัวคนของพวกเขามา จึงได้บุกรุกตระกูลเหลียนของเรา ทั้งยังสังหารทหารรับใช้ไปหลายคนแล้วด้วย!” หัวหน้ากลุ่มทหารรับใช้พูด
ผู้อาวุโสตระกูลดำขาวมองซือหม่าโยวเย่ว์พลางถามว่า “เหตุใดเจ้าจึงต้องสังหารคนตระกูลเหลียนเราด้วย”
“พวกท่านจับตัวคนของพวกเราไปอย่างไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้ารู้ว่าใครเป็นผู้จับตัวไป เข้าไปในเรือนหลังใดอย่างนั้นหรือ” ผู้อาวุโสตระกูลขาวถาม
“พวกเราไม่เห็นหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ตอนที่พวกเรามาถึงก็ไม่เห็นร่องรอยของพวกเขาแล้ว แต่พวกเราจำเสื้อผ้าของคนผู้นั้นได้ บนชายเสื้อมีดอกอวี้หลานดอกหนึ่งเหมือนกับพวกท่า านเลย”
“เจ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองแล้วแน่ใจได้อย่างไรว่าเข้ามาในตระกูลเหลียนของเรา ต่อให้สวมเสื้อผ้าของตระกูลเหลียนเรา ผู้อื่นก็สวมใส่เพื่อปลอมตัวได้เช่นกัน” ผู้อาวุโสตระกูลดำพู ด
“คนของพวกท่านนั่นแหละที่จับตัวเสี่ยวเหลียนจื่อไป” โฉวเซี่ยวเทียนเหาะเข้ามา วิหคสี่ปีกสี่ตนมาอยู่ข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์แล้วแปลงเป็นร่างมนุษย์ปกป้องเธอเอาไว้ข้างกาย
“นายน้อย ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่” วิหคสี่ปีกรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิจากเปลวเพลิงของเพลิงชาดในมือเธอแล้วถามอย่างตื่นเต้นอยู่บ้าง
“ไม่เป็นไร” ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บเปลวเพลิงลงไป
“วิหคสี่ปีกหรือ” ผู้อาวุโสตระกูลดำขาวมองวิหคสี่ปีกพลางเลิกคิ้ว
โฉวเซี่ยวเทียนมองผู้อาวุโสตระกูลดำขาวแล้วพูดว่า “ถึงแม้ว่าเสี่ยวเหลียนจื่อจะเป็นคนตระกูลเหลียนของพวกท่าน แต่ตลอดหลายปีมานี้พวกท่านก็ไม่เคยถามถึงเขามาก่อนเลย เขาก็ไม่มีท ทางคุกคามพวกท่านเช่นกัน ขอให้พวกท่านปล่อยตัวเขาเสียดีกว่า”
บรรดานกของเผ่าพันธุ์นกนี้หยิ่งยโสเป็นที่สุด แล้วมาติดตามอยู่ข้างกายมนุษย์คนหนึ่งได้อย่างไรกัน ทั้งยังปกป้องเธอถึงขนาดนี้อีกด้วยหรือ
“คนตระกูลเราอย่างนั้นหรือ พวกเจ้าจะบอกว่าพวกเราจับตัวคนในตระกูลตัวเองอย่างนั้นน่ะหรือ” ผู้อาวุโสตระกูลดำขมวดคิ้วพูด “พวกเราเป็นคนที่กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำก็เลยทำเรื่องเ เช่นนี้อย่างนั้นหรือไร”
“เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ไปรบกวนระดับสูงของตระกูลเหลียนหมดแล้ว กำลังทยอยมากันอยู่”
“ท่านประมุขตระกูล” ทุกคนบินแยกไปเป็นสองฝั่ง แหวกทางเดินให้กับบุรุษผอมสูงผู้หนึ่ง
เหลียนเจวี๋ยเหาะมายังข้างกายของผู้อาวุโสตระกูลดำขาวแล้วพูดว่า “คิดไม่ถึงว่าจะรบกวนผู้อาวุโสตระกูลทั้งสองท่านด้วยเช่นกัน”
ผู้อาวุโสตระกูลขาวเห็นเหลียนเจวี๋ย จึงเอ่ยว่า “เจ้ามาพอดีเลย เขาบอกว่าพวกเราจับตัวคนของพวกเขามา ทั้งยังบอกว่านั่นคือคนตระกูลเหลียนของพวกเรา เจ้าเล่ามาทีสิว่านี่มันเรื่อ องอันใดกัน”