สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 473 ต่อสู้กลางถนน
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รู้เลยว่าภาพวาดอันเกิดจากรอยน้ำที่ตนวาดเอาไว้โดยไม่ตั้งใจนั้นก่อให้เกิดความโกลาหลเพียงใด นั่นเป็นเพียงแค่สิ่งที่เธอวาดออกมาตอนที่นึกถึงเรื่องราวในชาติก ก่อนขึ้นมาเท่านั้นเอง
ขณะนี้ทั้งสี่คนออกมาจากหอสุรา ไปยังหอเซวียนหยวนแล้ว
หลังจากพวกเขาเข้าไปแล้วก็มีพนักงานเข้ามาบริการในทันที พาพวกเขาขึ้นชั้นบนลงชั้นล่างอยู่รอบหนึ่ง สุดท้ายก็เลือกมาเพียงแค่วัสดุสำหรับสร้างค่ายกลชนิดใช้ครั้งเดียวจำนวนหนึ่ง ส่ วนโอวหยางและเป่ยกงเลือกเครื่องยาสำหรับหลอมยาวิเศษสองชนิด
“ทั้งหมดหนึ่งพันมณีผลึกขั้นกลางขอรับ” หลังจากพนักงานร้านคำนวณเสร็จแล้วจึงเอ่ยขึ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์เจ็บเข้าเนื้อ ที่ใช้ก่อนหน้านี้ล้วนเป็นศิลากลที่ตระกูลซือหม่าตระเตรียมทั้งสิ้น ไม่เคยจ่ายเองมาก่อนเลย ตอนนี้ถึงค่อยรู้สึกว่าของสิ่งนี้ช่างแพงเหลือเกิน
“ขอถามหน่อยว่าบัตรแก้วผลึกที่ได้มาจากโลกเบื้องล่างสามารถใช้ที่นี่ได้หรือไม่”
พนักงานร้านตะลึงงันไปแล้วพูดว่า “เช่นนั้นก็ต้องดูว่าเป็นบัตรอะไรแล้วล่ะ ท่านให้ข้าดูบัตรของท่านหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบบัตรสีฟ้าใบนั้นออกมา พนักงานร้านรับมาดูแล้วเอ่ยว่า “บัตรสีฟ้าเป็นบัตรระดับสูงสุดที่โลกเบื้องล่าง แต่มีระดับต่ำสุดที่นี่ แต่ก็ลดราคาให้พวกท่านได้ร้อย ยละสิบขอรับ”
“เช่นนั้นก็ช่างเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางหยิบบัตรแก้วผลึกใบนั้นออกมา
คิดไม่ถึงว่าบัตรใบนี้จะยังใช้ที่นี่ได้ด้วย แต่ระดับขั้นก็ตกต่ำลงไปมากเลยทีเดียว
“เช่นนั้นทั้งหมดเป็นเก้าร้อยห้าสิบมณีผลึกขั้นกลางขอรับ โปรดรอสักครู่” พนักงานร้านรับบัตรแก้วผลึกและบัตรสีฟ้ามาแล้วไปจ่ายเงิน
ผู้รับผิดชอบคิดเงินเห็นบัตรที่พนักงานร้านถือเข้ามาจึงเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “บัตรใบนี้คือบัตรสมาชิกของดินแดนอี้หลินนี่!”
คนในห้องต่างพากันมองมาทางนี้แล้วพูดอย่างสนใจใคร่รู้ว่า “คนดินแดนอี้หลินไม่ได้มาที่นี่ตั้งกี่ปีแล้ว ตอนนี้มีคนมาเสียที ช่างน่าประหลาดเสียจริง”
“คนที่ขึ้นมาจากดินแดนอี้หลินล้วนมิอาจกลมกลืนกันได้มาโดยตลอด แต่คนผู้นี้ยังมาซื้อของที่นี่ได้ด้วย ดูเหมือนว่าจะทำตัวได้กลมกลืนไม่เลวเลยนะ!”
“เมื่อหลายปีก่อน คุณหนูเล็กกับคุณชายเล็กก็มิได้ไปยังดินแดนอี้หลินหรอกหรือ ดูเหมือนว่ากลับมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้เองนี่”
“กลับมาหลายปีแล้วกระมัง”
“ได้ยินว่าระยะนี้พวกเขาออกมาจากแดนศูนย์กลางไปยังแดนชั้นกลาง เป็นผู้จัดงานประมูลในเดือนหน้า”
“ความสามารถของคุณหนูเล็กกับคุณชายเล็กไม่เลวเลยหน้า ในภายหน้าหอเซวียนหยวนเราส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นพวกเขาจัดการแล้วล่ะ”
“ก็ไม่แน่หรอกนะ มิได้พูดกันว่านอกจากนี้ยังมีคุณชายอีกสองท่านที่กำลังแข่งขันกับพวกเขาอยู่หรือ”
“หึๆ ถ้าหากพวกเขาจัดงานประมูลที่แดนชั้นกลางได้สำเร็จ เช่นนั้นเรื่องนี้ก็คงแน่นอน ต่อให้คนเหล่านั้นมีความคิดก็ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ” คนที่เอ่ยปากพูดในตอนแรกผู้นั้นพูดพลา างหักศิลาวิญญาณภายในบัตรแก้วผลึกออกมา หลังจากนั้นจึงมอบให้กับพนักงานร้าน “เสร็จแล้ว รีบนำออกไปให้แขกเร็วเข้าสิ”
“ได้เลย” พนักงานร้านหยิบบัตรแก้วผลึกและบัตรสมาชิกออกไป
พวกซือหม่าโยวเย่ว์รออยู่ครู่หนึ่ง พนักงานร้านผู้นั้นก็ออกมาแล้วมอบบัตรแก้วผลึกกับบัตรสีฟ้า ทั้งยังห่อข้าวของที่พวกเขาซื้อให้จนเรียบร้อยก่อนส่งมอบให้พวกเขาแล้วเอ่ยว่า “ “โปรดรับไว้ด้วยขอรับ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บข้าวของเข้าไปในแหวนเก็บวัตถุ จากนั้นทั้งสี่คนจึงออกมา เตรียมตัวกลับโรงเตี๊ยม เพิ่งเดินออกไปได้ไม่ไกลก็ถูกคนขวางทางเอาไว้
“หยุดนะ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองคนที่มาขวางทางตนเอาไว้พลางพูดว่า “หลีกทาง”
เซี่ยอิ๋งอิ๋งสองมือกอดอก นางยืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายหนุ่มหลายคนพลางเอ่ยว่า “หลีกทางหรือ ก่อนหน้านี้พวกเจ้าทำร้ายคนของตำหนักว่านชิงของข้า ตอนนี้ยังคิดจะให้พวกเราหลีกทางอีก กอย่างนั้นหรือ”
เดิมทีที่นี่ก็เป็นท้องถนนอันคึกคักอยู่แล้ว ผู้คนโดยรอบได้ยินแล้วจึงมองมาอย่างสนใจใคร่รู้
มีคนกล้าทำร้ายคนของตำหนักว่านชิงเชียวหรือ ช่างใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปเสียแล้ว!
“เจ้าหมายถึงเรื่องที่เจ้าอยากแย่งห้องส่วนตัวของพวกเราแล้วถูกหอระลึกจันทร์โยนตัวออกมานั่นน่ะหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เหลือบตาขึ้น วาจาสั้นๆ เพียงสองประโยคก็เล่าเรื่องราวได้อ อย่างชัดเจนแล้ว
ผู้คนที่มามุงดูเข้าใจในทันทีว่าเรื่องจริงคือคนเหล่านี้ไปแย่งชิงห้องส่วนตัวของผู้อื่นจนถูกทำร้ายมายกหนึ่ง ทั้งยังถูกหอสุราโยนตัวออกมาอีกด้วย
เซี่ยอิ๋งอิ๋งสีหน้าแปรเปลี่ยนแล้วเอ่ยว่า “เจ้ายังกล้าพูดจาเหลวไหลอีก! เด็กๆ จับตัวสี่คนนี้กลับไปให้ข้าที!”
“ขอรับ คุณหนู”
คนแปดคนตีวงล้อมเข้ามา มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ช่วยที่นางหามาเมื่อครู่
“ถ้าหากพวกเจ้าไม่กลัวขายหน้าผู้อื่น พวกเราก็จะทำให้เจ้าสมใจอยากเอง!”
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบหลิงหลงออกมาแปลงเป็นแส้ พวกเป่ยกงถังทั้งสามคนก็หยิบอาวุธออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมเช่นกัน
หกคนในแปดคนนี้ต่างก็เป็นระดับราชาเทพขั้นต้นทั้งสิ้น มีสองคนที่เป็นระดับราชาเทพขั้นกลาง ด้วยพลังยุทธ์ของพวกเขาสี่คนแล้วหากสู้กันขึ้นมาก็ค่อนข้างจะกินแรงอยู่บ้าง
“พวกเจ้าคิดว่าพวกเราจะยังถูกพวกเจ้าทุบตีที่นี่อีกหรือ ทุบตีให้ข้าสักยกหนึ่งก่อน หลังจากนั้นค่อยจับตัวกลับไป!” เซี่ยอิ๋งอิ๋งออกคำสั่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รอให้อีกฝ่ายลงมือ ตนก็ชิงเคลื่อนไหวก่อนเสียแล้ว แส้พันรอบคอของคนผู้หนึ่งในนั้นก่อนแล้วออกแรงเหวี่ยง คนผู้นั้นจึงถูกโยนออกไปแล้วกระแทกลงบนพื้นอย่าง งรุนแรง
พวกเป่ยกงถังก็เคลื่อนไหวเช่นกัน โจมตีเข้าใส่คนที่อยู่ใกล้ๆ ติดตามพวกซือหม่าโยวเย่ว์มาหลายปี ได้ออกกำลังกายไม่น้อย ทั้งยังได้ศึกษาการต่อสู้ประชิดตัวด้วย
ต่อสู้กับคนมากมายเช่นนี้ การเลือกใช้การต่อสู้ประชิดตัวนั้นมีประโยชน์มากที่สุด ในตอนที่คนเหล่านั้นไม่ทันเตรียมตัว ก็จัดการไปได้ถึงสี่คนแล้ว ตอนนี้แค่ต้องจัดการกับอีกสี่คนที เหลือเท่านั้น
ตอนนี้เหลือเพียงแค่ระดับราชาเทพขั้นกลางสองคน กับระดับราชาเทพขั้นต้นสองคนเท่านั้น ระดับขั้นสูงกว่าพวกเขาเล็กน้อย แต่การจัดการนั้นมิได้ยากเย็นเลย เพราะพวกเป่ยกงถังทั้งสาม มคนต่างมีความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับขั้นทั้งสิ้น
การต่อสู้เช่นนี้พบเห็นได้บ่อยครั้งที่นี่ ในสถานที่เช่นนี้ สิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นล้วนมีค่ายกลป้องกันอัตโนมัติ เมื่อใดที่มีคนเริ่มต่อสู้กัน ค่ายกลก็จะเปิดใช้งานขึ้นเอง เพื่อป ป้องกันไม่ให้สิ่งปลูกสร้างเสียหาย
แส้ของซือหม่าโยวเย่ว์ตวัดไปมา ทุกครั้งที่ฟาดถูกคน เปลวเพลิงบนนั้นก็จะเผาไหม้เสื้อผ้าของอีกฝ่าย อีกฝ่ายจึงจำเป็นต้องแบ่งความสนใจส่วนหนึ่งมาป้องกัน
ในขณะที่ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังจะเอาชนะอีกฝ่ายอยู่นั้นเอง เสือดาวที่แปลงมาจากพลังวิญญาณตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เธอ เธอจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางแส้ ยอมปล่อยอีกฝ่ายแล้วไปโจมตี เสือดาวพลังวิญญาณตัวนั้นแทน
“อย่าบ้าไปหน่อยเลย คอยดูพวกเราจัดการพวกเจ้าแล้วกัน!” บุรุษชุดดำที่หอสุราก่อนหน้านี้พูด
เขาก็เป็นระดับราชาเทพขั้นกลางเช่นกัน เมื่อเห็นคนที่เรียกมาจัดการพวกซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ได้จึงลงมือด้วยตัวเอง
การต่อสู้ระหว่างปรมาจารย์วิญญาณก็เป็นเช่นนี้ ก่อนจะใช้พลังวิญญาณ พลังการต่อสู้มิได้สูงมากนัก แต่เมื่อใดที่ใช้ทักษะวิญญาณ การต่อกรด้วยก็จะยุ่งยากมากขึ้นแล้ว
นอกจากนี้เสือดาวตัวนี้ยังเป็นธาตุโลหะอีกด้วย ดูแล้วเหมือนเสือดาวเหล็กตัวหนึ่ง การโจมตีธรรมดาทั่วไปย่อมไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด
ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยังตกใจกับเสือดาวเหล็กตัวนี้อยู่บ้าง ปกติแล้วอาวุธที่แปลงมาจากทักษะวิญญาณธาตุโลหะมีมากมาย แต่ที่แปลงเป็นสัตว์อสูรวิเศษเช่นนี้ยังพบเห็นได้น้อยนัก เพ พราะสัตว์อสูรวิเศษจะมีความคิดในการโจมตีของตัวเองมากกว่าอยู่เล็กน้อย
เปลวเพลิงบนแส้ทำได้เพียงแค่ทิ้งร่องรอยเล็กน้อยเอาไว้บนร่างของของเสือดาวเท่านั้น แต่กลับมิอาจหลอมแปรมันได้เลย
“โฮก…”
เสือดาวพุ่งเข้าใส่เธอ เธอเอนไปด้านหลังเพื่อหลบหลีก แต่เปลวเพลิงกองหนึ่งจากอีกทางก็พุ่งเข้าโจมตีเธอเช่นกัน เธอจึงม้วนตัวหลบหลีกไปด้านข้างสองตลบ
และในขณะเดียวกัน เธอก็ตวัดแส้ในมือออกไป ซึ่งมันพันรอบคอเสือดาวเอาไว้ได้พอดี
“โฮก…”
เสือดาวยื่นกรงเล็บมาหมายจะฉีกทึ้งแส้ แต่หลิงหลงเป็นสิ่งที่มันจะฉีกทึ้งได้เสียที่ไหนกัน
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าเปลวเพลิงธรรมดาไร้ผลกับเสือดาวตัวนี้จริงๆ จึงใส่เปลวเพลิงของเพลิงชาดเข้าไปอย่างเงียบๆ เสือดาวตัวนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณหายลับไปกลางอากาศในทัน นที