สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 481 โทษของการบุกรุกพื้นที่ต้องห้าม
พวกซือหม่าโยวเย่ว์ทั้งห้าคนออกไปจากเรือนพร้อมกับสาวใช้ผู้นั้น เดินตรงไปยังพื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สาม
ถ้าหากก่อนหน้านี้มิได้ให้เหลียนเจ๋อพาพวกเขามาแล้วรอบหนึ่ง ต่อให้เดินมาถึงตรงหน้าพื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สาม พวกเขาก็คงยังไม่รู้อยู่ดี
“เจ้าตำหนักของพวกเจ้าอาศัยอยู่ในสถานที่ห่างไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าพื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สามอยู่ตรงหน้าแล้วจึงจงใจเอ่ยถามขึ้น
บนใบหน้าของสาวใช้ไม่มีความตื่นตระหนกแต่อย่างใด นางพูดว่า “ท่านเจ้าตำหนักของพวกเราชอบความเงียบสงบ ดังนั้นสถานที่พักจึงอยู่ค่อนข้างไกล นี่แหละเจ้าค่ะ อยู่ในหุบเขาข้างหน้านี่เอง”
“ภายในไม่มีสิ่งปลูกสร้างอะไรอยู่เลย ท่านเจ้าตำหนักของเจ้าอาศัยอยู่ในถ้ำอย่างนั้นหรือ” โอวหยางเฟยพูด
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยตอบ
“พวกเราคงมิได้เดินผิดทางหรอกกระมัง” ซือหม่าโยวเย่ว์หยุดยืน ไม่เดินต่ออีก
“จะเป็นไปได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ!” นัยน์ตาของสาวใช้ผู้นั้นมีแววตื่นตระหนกวาบผ่าน นางฝืนยิ้มค้างเอาไว้แล้วพูดว่า “ท่านเจ้าตำหนักอยู่ข้างหน้านี่เอง พวกเรารีบไปกันดีกว่าเจ้าค่ะ ไม่อย่างนั้นอีกประเดี๋ยวหากเวลายืดยาวออกไปแล้ว ท่านเจ้าตำหนักจะไม่พอใจเอาได้”
“ก็จริง เจ้าเป็นสาวใช้ของตำหนักว่านชิง ย่อมต้องรู้เส้นทางแน่นอนอยู่แล้ว เช่นนั้นก็เดินทางต่อไปเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
สาวใช้เห็นซือหม่าโยวเย่ว์พูดเช่นนี้ จึงเอ่ยด้วยสีหน้าผ่อนคลายลงว่า “ได้เลยเจ้าค่ะ พวกเราไปกันดีกว่า”
เมื่อมาถึงบริเวณข่ายมนตร์ด้านหน้าพื้นที่ต้องห้าม สาวใช้ผู้นั้นก็หยิบป้ายคำสั่งอันหนึ่งออกมา
“สิ่งนี้คืออะไรหรือ”
“ท่านเจ้าตำหนักชอบความสงบ จึงได้สร้างข่ายมนตร์เอาไว้ที่นี่เพื่อป้องกันมิให้คนนอกมารบกวนเขา อยากจะเข้าไปก็ต้องใช้สิ่งนี้ในการเปิดข่ายมนตร์” สาวใช้อธิบายอย่างเป็นจริงเป็นจัง
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง” พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็มิได้ขัดคอนาง จากนั้นจึงเดินเข้าไป
พวกเขาเข้าไปภายในข่ายมนตร์ เมื่อเดินเข้าไปได้หลายสิบเมตร สาวใช้ผู้นั้นก็ไม่เข้าไปใกล้อีก แล้วเอ่ยว่า “ข้างหน้านี้ก็คืออาณาเขตที่ท่านเจ้าตำหนักพักอาศัยอยู่แล้วเจ้าค่ะ พวกเราไม่มีสิทธิ์เข้าไป ขอให้ท่านทั้งหลายโปรดเข้าไปด้วยตัวเองนะเจ้าคะ”
นางพูดพลางคิดจะหมุนกายจากไป แต่เมื่อนางหันไปก็เห็นซือหม่าโยวหลินและโอวหยางเฟยยืนอยู่ด้านหลังนางพลางมองนางอย่างมีลับลมคมใน
“เจ้าเป็นสาวใช้คนสนิทของอู๋เฉียวเฉี่ยวสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามพลางอมยิ้มน้อยๆ
สาวใช้ผู้นั้นตกใจ พวกเขารู้ตัวตนของนางด้วยอย่างนั้นหรือ!
“อู๋เฉียวเฉี่ยวกลัวว่าคนของเซี่ยจงจะจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี ดังนั้นเช้าวันนี้จึงสับเปลี่ยนตัวคนเป็นการชั่วคราว ให้เจ้าพาพวกเรามายังพื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สามนี่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด เมื่อเห็นแววตกใจบนใบหน้าของสาวใช้ เธอจึงยิ้มอย่างเบิกบานใจยิ่ง
“พวกท่าน… พวกท่านพูดเรื่องอะไรกันเจ้าคะ ท่านเจ้าตำหนักยังรอพวกท่านอยู่ข้างในเลย! พวกท่านรีบเข้าไปกันดีกว่าเจ้าค่ะ” สาวใช้พยายามทำให้ตัวเองดูเหมือนมีสีหน้าท่าทางเป็นปกติ แต่น่าเสียดายที่สายตายังคงเผยอารมณ์ของนางในตอนนี้ออกมาอยู่ดี
“เอาละ ไหนๆ พวกเราก็มาที่นี่กันหมดแล้ว เจ้าจะยังปิดบังอะไรต่อไปอยู่อีกเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เจ้าคิดว่าพวกเราไม่รู้ว่าที่นี่คือพื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สามอย่างนั้นหรือ เมื่อวานพวกเราก็มาที่นี่กันไปแล้ว”
“พวกท่าน…” สาวใช้มองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างตื่นกลัว
ในเมื่อพวกเขารู้จักที่นี่อยู่แล้ว เหตุใดจึงยังตามตนมาอีกเล่า
“กำลังคิดว่ามาถึงที่นี่ได้อย่างไรอยู่อย่างนั้นสินะ อีกประเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้แล้วล่ะ” พอพูดจบเธอก็ยิ้มอย่างลึกลับ
หลายนาทีต่อมา ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนอยู่ด้านนอกข่ายมนตร์ ส่วนคนอื่นๆ ยังอยู่ข้างในชั่วคราว
นอกจากนี้เธอยังดูเหมือนไม่ใช่ร่างเดิมของตัวเองอีกด้วย หากแต่ผสานร่างกับเชียนอินแล้วแปลงร่างตนเองจนดูเหมือนกับสาวใช้ผู้นั้นทุกประการ
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง เซี่ยจงก็มาถึงที่นี่
“คารวะท่านเจ้าตำหนักเจ้าค่ะ” ‘สาวใช้’ ทำความเคารพเซี่ยจง
เซี่ยจงเห็นว่าที่นี่มีเพียงแค่สาวใช้ ส่วนคนอื่นๆ อยู่ภายในข่ายมนตร์ทั้งหมด และภายในข่ายมนตร์ก็มีร่องรอยการต่อสู้อันเห็นได้ชัดเจน
ไกลออกไป มีคนผู้หนึ่งเอนกายอยู่ เป่ยกงถังคุกเข่าอยู่ข้างกายคนผู้นั้น หันหลังให้กับเซี่ยจง คิดว่าคงมีใครสักคนได้รับบาดเจ็บ กำลังรับการดูแลอยู่
ส่วนโอวหยางเฟยและซือหม่าโยวหลินได้เห็นแล้วก็ถลึงตาใส่พวกเขาอย่างแรงพลางเอ่ยถามว่า “เจ้าเป็นใครกัน เหตุใดจึงต้องทำร้ายพวกเราด้วยเล่า”
“ข้าเป็นใครน่ะหรือ ข้าคือบิดาของเซี่ยอิ๋งอิ๋ง เจ้าตำหนักแห่งตำหนักธารแดง” เซี่ยจงพูด “บุตรสาวข้าถูกคุมขังนานถึงหนึ่งปีเพราะพวกเจ้า ผู้เป็นบิดาอย่างข้าย่อมต้องมาทวงความยุติธรรมให้นางอยู่แล้วน่ะสิ!”
“บิดาของเซี่ยอิ๋งอิ๋งหรือ” ซือหม่าโยวหลินส่งเสียงเฮอะอย่างเย็นชา “มีคนไร้เหตุผล ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีอย่างเจ้าอยู่ สั่งสอนคนพรรค์นั้นออกมาได้ ก็ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใดเลย”
“เห็นอยู่ชัดๆ ว่าพวกเซี่ยอิ๋งอิ๋งกระทำความผิดก่อน คิดจะจับตัวพวกเรา พวกเราก็แค่สั่งสอนนางนิดหน่อยเท่านั้นเอง ก็เรียกมาแม้กระทั่งประมุขตระกูล! เจ้าช่างรักถนอมบุตรสาวเจ้าเสียจริง!” โอวหยางเฟยเอ่ยเย้ยหยัน
“บุตรสาวข้าทั้งคน ข้าย่อมต้องรักถนอมอยู่แล้วสิ!” เซี่ยจงเอ่ย
“เจ้าคิดจะทำอะไร คิดจะสังหารพวกเราอย่างนั้นหรือ” โอวหยางเฟยถาม
“ทำอะไรหรือ อันที่จริงแล้วก็มิได้ทำอะไรหรอก” เซี่ยจงกล่าว “ที่นี่คือพื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สามของพวกเรา ภายในมีสัตว์ร้ายอยู่ไม่น้อย ถ้าหากพวกเจ้ารอดชีวิตอยู่ที่นี่ได้ถึงสองวัน เช่นนั้นข้าก็จะยอมไว้ชีวิตพวกเจ้า ปล่อยพวกเจ้าออกมาเพียงแค่โทษของการบุกรุกพื้นที่ต้องห้าม ท่านเจ้าตำหนักเห็นพวกเจ้าเป็นแขก จะต้องยอมไว้ชีวิตพวกเจ้าแน่นอนอยู่แล้ว แต่ถ้าหากพวกเจ้าตายอยู่ที่นี่ เช่นนั้นก็เป็นชีวิตของพวกเจ้าเองแล้วละนะ!”
“พื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สามแห่งนี้มีสัตว์ร้ายอยู่ตั้งมากมาย เจ้าให้พวกเราอยู่ที่นี่ตั้งสองวัน แล้วยังวางแผนให้พวกเรากลายเป็นคนบุกรุกพื้นที่ต้องห้าม ตัวเป็นถึงประมุขของตำหนักแห่งหนึ่ง เจ้าดูแลแขกเหรื่อเช่นนี้เองน่ะหรือ เจ้าไม่กลัวคนของตำหนักว่านชิงรู้เข้าแล้วลงโทษเจ้าหรือไร”
“แค่ไม่ให้พวกเขารู้ก็พอแล้วนี่” เซี่ยจงพูดอย่างไม่เป็นเดือดเป็นร้อน
“ถ้าหากพวกเรารอดพ้นความตายไปได้ พวกเราจะต้องพูดความจริงต่อหน้าท่านเจ้าตำหนักอย่างแน่นอน” ซือหม่าโยวหลินพูดด้วยสีหน้าเย็นชา
“ฮ่าๆๆ…” เซี่ยจงหัวเราะเสียงดังแล้วเอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าจะมีคนเชื่อคำพูดของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ ข้าคือเจ้าตำหนักย่อยแห่งตำหนักว่านชิง ส่วนพวกเจ้าเป็นเพียงแค่แขกเท่านั้น แล้วคิดว่าพวกเขาจะเชื่อข้าหรือเชื่อพวกเจ้ากันเล่า”
ณ ตำหนักเมฆทะยาน เหลียนเจ๋อและท่านเจ้าตำหนักปรึกษาหารือกันอยู่หนึ่งคืนเต็มจึงค่อยกลับ เมื่อนึกถึงว่าพวกซือหม่าโยวเย่ว์อาจจะตื่นแล้วจึงเข้ามาดูพวกเขาสักหน่อย ระหว่างทางได้พบกับโฉวเซี่ยวเทียน ทั้งสองจึงเข้าไปที่เรือนพร้อมกัน
“ไม่มีใครอยู่เลยหรือ”
“เช้าตรู่ขนาดนี้ พวกเขาไปที่ใดกันน่ะ”
เหลียนเจ๋อเรียกสาวใช้มา สาวใช้เหล่านั้นต่างบอกว่าไม่รู้ว่าพวกเขาไปที่ไหนเสียแล้ว
“หึ่งๆๆ”
ผึ้งสองตัวบินมาตรงหน้าเหลียนเจ๋อและโฉวเซี่ยวเทียน
“นี่คือผึ้งของโยวเย่ว์นี่!” โฉวเซี่ยวเทียนมองปราดเดียวก็จำพวกมันได้แล้ว
“หึ่งๆๆ”
ผึ้งแดงสองตัวบินวนอยู่ตรงหน้าพวกเขาหลายรอบ ก่อนจะบินตรงออกไปนอกเรือน
“พวกมันบินจากไปแล้ว เอ๊ะ บินกลับมาอีกแล้วหรือ”
“พวกมันอยากให้พวกเราตามพวกมันไปสินะ” โฉวเซี่ยวเทียนเข้าใจความหมายของผึ้งแดง จึงพาเหลียนเจ๋อตามไปด้วย
ผึ้งแดงพาพวกเขาเดินทางตรงไปยังพื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สาม มองไปจากไกลๆ ก็เห็นเซี่ยจงและพวกเว่ยจือฉีเผชิญหน้ากันอยู่
“แย่แล้ว พวกเขาเข้าไปภายในพื้นที่ต้องห้าม!” เหลียนเจ๋อเห็นตำแหน่งที่พวกเขาอยู่จึงร้องว่าแย่แล้วขึ้นมา ก่อนจะใช้กำลังภายในเหาะทะยานเข้าไป
“เซี่ยจง เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ”
เซี่ยจงคิดไม่ถึงว่าเหลียนเจ๋อจะมาถึงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ สัตว์ร้ายเหล่านั้นยังไม่ออกมาเลย!
แต่ในเมื่อเขามาแล้ว พวกเขาก็มิอาจรีรอได้ถึงสองวันอีก ตอนนี้ก็ได้แต่ใช้เรื่องที่พวกเขาบุกรุกพื้นที่ต้องห้ามแล้ว
“เจ้ามาพอดีเลย ข้าจับตัวผู้บุกรุกพื้นที่ต้องห้ามแห่งที่สามได้สี่คน ได้ยินว่าเป็นแขกของเจ้า เจ้าเห็นว่าควรทำเช่นไรกับเรื่องนี้ดีเล่า”
………………………………..