สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 485 อยู่ต่อไป
“ขอบังอาจถามนามอันยิ่งใหญ่ของคุณชายได้หรือไม่” เป่ยกงสยงเอ่ยถามบุรุษอาภรณ์ขาว
“ซือเย่ว์” ซือหม่าโยวเย่ว์คิดชื่อหนึ่งออกมาอย่างส่งๆ
ใช่แล้ว ผู้ที่ติดตามราชาพิราบอินทรีมาก็คือซือหม่าโยวเย่ว์นั่นเอง
หลายวันก่อน พวกเขากำลังคิดกันอยู่ว่าจะไปยังตระกูลเป่ยกงอย่างไรจึงจะไม่ทำให้อีกฝ่ายสงสัย ทันใดนั้นเจ้าวิหคน้อยก็ลุกขึ้นยืนแล้วผลักหน้าต่างออกก่อนจะมองออกไปด้านนอกพลางเอ่ยว่า “เย่ว์เย่ว์ ข้ามีวิธีแล้ว”
“วิธีอันใดหรือ”
“เมื่อครู่ข้าสัมผัสกลิ่นอายของเผ่าพันธุ์นกได้น่ะ” เจ้าวิหคน้อยกล่าว
“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน พวกเราจะออกไปข้างนอกสักครู่” ซือหม่าโยวเย่ว์แววตาเปล่งประกาย
พอพูดจบเธอและเจ้าวิหคน้อยก็ออกไป ไม่นานนักหินแม่ลูกก็มีการตอบสนอง
“บริเวณใกล้ๆ นี้มีเผ่าพันธุ์พิราบอินทรีอยู่ พวกเราไปดูกันสักหน่อยก่อน ถ้าหากทำได้ พวกเราก็ให้พวกเขาพาพวกเราไปยังตระกูลเป่ยกง พวกเจ้ารอฟังข่าวจากพวกเราก่อนนะ” เสียงของซือหม่าโยวเย่ว์ดังมาจากหินแม่ลูก
“ให้เจ้าไปแค่คนเดียวน่ะหรือ สู้ให้พวกเราไปกับพวกเจ้าไม่ดีกว่าหรือ” ซือหม่าเลี่ยพูดอย่างเป็นกังวล
“ท่านปู่ พวกท่านรอข้าอยู่ในเมืองนี่แหละ ไม่แน่ว่าพอถึงเวลานั้นในเมืองอาจต้องการให้พวกท่านจัดการก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกท่านวางใจเถิด เจ้าวิหคน้อยเป็นราชาของพวกมัน พวกเราไม่มีทางเป็นอะไรหรอก”
พอพูดจบเธอก็ตัดขาดการติดต่อกับพวกเขา
พวกเธอสกัดพิราบอินทรีที่แปลงร่างอยู่สองตนที่นอกเมือง เมื่อได้รู้ว่าที่นี่มีเผ่าพันธุ์พิราบอินทรีอยู่ ระยะทางก็มิได้ห่างไกลมากนัก พวกเธอจึงคิดจะไปหาราชาพิราบอินทรีให้ช่วยเหลือ ถ้าหากถึงตอนนั้นแล้วต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆ ไม่แน่ว่าอาจต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา
เรื่องที่เจ้าวิหคน้อยวิวัฒน์กลายเป็นวิหคยักษ์ปีกทองนั้นเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วในโลกของบรรดานก เผ่าพันธุ์นกทั่วทั้งเขตรอบนอกต่างได้รับทราบข่าวผ่านช่องทางพิเศษ แต่เพราะระยะทางห่างไกลเกินไป ดังนั้นเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในสถานที่อื่นๆ จึงมิได้ไปเยี่ยมคารวะ
ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าวิหคน้อยไปยังเผ่าพันธุ์พิราบอินทรี ราชาพิราบอินทรีพาสมาชิกเผ่าพันธุ์มาคารวะ
“ราชาพิราบอินทรี พวกเราประสบปัญหาเล็กน้อย อยากให้พวกท่านช่วยเหลือพวกเราสักหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างไม่อ้อมค้อม
“หากเป็นสิ่งที่พวกเราทำได้ ก็สั่งการมาได้ทั้งสิ้น” ราชาพิราบอินทรีพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์เล่าเรื่องให้เขาฟัง บอกว่าหวังว่าจะใช้คนของเผ่าพันธุ์พิราบอินทรีช่วยพาเข้าไปยังตระกูลเป่ยกงได้แล้วสร้างโอกาสให้ข้าได้อยู่ที่นั่นต่อไป มีโอกาสได้เสาะหาตัวคน
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหาเลย” ราชาพิราบอินทรีกล่าว
“นอกจากนี้ข้าอยากให้พวกท่านหลบซ่อนตัวอยู่ด้านนอกเมืองชิวเย่ว์อย่างเงียบๆ ถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นกับพวกเรา พวกท่านก็ลงมือได้เลย”
“เรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน”
“เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าถึงแม้ราชาพิราบอินทรีผู้นี้จะดูเย็นชาอยู่บ้าง แต่ก็ยังพูดจาด้วยได้ง่ายๆ
จากนั้นจึงเกิดฉากที่ราชาพิราบอินทรีพาซือหม่าโยวเย่ว์มายังตระกูลเป่ยกงนี้ขึ้นมา
เป่ยกงสยงเห็นซือหม่าโยวเย่ว์นิ่งสงบเช่นนี้ กลิ่นอายนั้นก็มิใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะมีได้ แล้วยังทำให้ราชาพิราบอินทรีมาส่งด้วยตัวเองได้ สถานะจะต้องไม่ต่ำต้อยอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจมาจกแดนศูนย์กลางก็เป็นได้
เขาแย้มยิ้มพลางถามว่า “ไม่ทราบว่าคุณชายซือเย่ว์อยากให้พวกเราหลอมยาวิเศษใดหรือ”
“ยาบรรลุจ้าว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
ยาบรรลุจ้าวมีประโยชน์ใช้สอยคล้ายกับยาบรรลุเทพ แต่วัตถุประสงค์การใช้งานนั้นแตกต่างกัน ยาบรรลุเทพนั้นใช้เพื่อทำให้คนบรรลุจากระดับวิญญาณไปถึงระดับเทพ ส่วนยาบรรลุจ้าวนั้นใช้เพื่อให้คนระดับเทพเลื่อนไปถึงระดับจ้าวได้
“ยาบรรลุจ้าวหรือ” เมื่อได้ยินชื่อยาวิเศษนี้ คนตระกูลเป่ยกงก็พากันสูดลมหายใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วพูดว่า “พวกท่านหลอมได้หรือไม่”
เป่ยกงสยงเอ่ยว่า “พวกเราหลอมมิได้หรอก”
ซือหม่าโยวเย่ว์ขมวดคิ้ว “ทำไมเล่า”
“เพราะตำรับยาบรรลุจ้าวหายสาบสูญไปนานแล้ว แม้กระทั่งพวกเราก็ไม่มีตำรับยาอยู่ จึงไม่มีหนทางที่จะหลอมออกมาให้พวกท่านได้เลย” เป่ยกงสยงกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซือหม่าโยวเย่ว์จึงค่อยคลายใจลงแล้วพูดว่า “ตำรับยาไม่ใช่ปัญหาหรอก ข้ามีอยู่”
“ท่านมีหรือ”
“อืม” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าเคยเห็นตำรับยาพื้นบ้านนั่นมาก่อนแล้ว เป็นยาวิเศษขั้นแปด ขอเพียงแค่พวกท่านมีนักหลอมยาขั้นแปดก็ย่อมทำได้”
“พวกเรามีนักหลอมยาขั้นแปดอยู่” เป่ยกงสยงกล่าว “แต่ยิ่งระดับขั้นสูง โอกาสในการหลอมยาสำเร็จก็ยิ่งต่ำ ก่อนหน้านี้นักหลอมยาของพวกเราไม่เคยฝึกหลอมมาก่อน ไม่ทราบว่าจะหลอมได้สำเร็จหรือไม่ ถ้าหากในท้ายที่สุดแล้วพวกเรามิอาจหลอมได้สำเร็จ เกรงว่าคงหมดหนทางแก้ตัวกับพวกท่าน”
ซือหม่าโยวเย่ว์ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ข้าก็เป็นนักหลอมยาผู้หนึ่งเช่นกัน ข้าเองก็รู้กฎของโลกแห่งการหลอมยาวิเศษดี ว่ากันตามตรง เครื่องยาที่ข้าจัดเตรียมไว้มีปริมาณไม่มากนัก พยายามทุกวิถีทางแล้วก็ยังรวบรวมเครื่องยามาได้เพียงแค่สามส่วนเท่านั้น ดังนั้นข้าจึงจะไปหาดอกบัวเทพยดามาให้ได้ ท่านคงทราบว่าของสิ่งนี้นอกจากฤทธิ์เหล่านั้นแล้วยังเพิ่มโอกาสการหลอมยาให้สำเร็จได้ด้วย ตอนนี้ข้าก็หมดหนทางแล้วจริงๆ ท่านผู้นั้นที่บ้านข้าก็เหลืออายุขัยอีกไม่มากแล้ว มีเพียงการเลื่อนระดับไปถึงระดับจ้าวให้เร็วที่สุดเท่านั้นจึงจะต่ออายุขัยออกไปได้”
“เช่นนั้นท่านคิดจะเริ่มต้นหลอมยาเมื่อใดหรือ” เป่ยกงสยงเอ่ยถามพลางคิดอยู่ในใจว่ามีตระกูลใดหรือสำนักวิชาใดที่ตรงตามเงื่อนไขนี้บ้าง
“ยังต้องรออีกสองวัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เพราะเครื่องยาชนิดสุดท้ายต้องใช้เวลาอีกสองวันจึงจะสุกงอม พอถึงตอนนั้นจะมีคนติดต่อข้ามาแล้วส่งมาให้ข้าที่นี่ ข้ามาที่นี่ก็เพื่อสำรวจเส้นทางก่อน”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกท่านก็อยู่ที่เรือนของข้าสักสองวันก่อน รอให้เครื่องยาส่งมาแล้วพวกเราค่อยเริ่มต้นหลอมยากัน” เป่ยกงสยงเอ่ย
“ดี ไม่ว่าจะหลอมยาวิเศษสำเร็จหรือไม่ พวกเราก็จะให้รางวัลตอบแทนพวกท่านอย่างงามเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เป่ยกงสยงมิได้เรียกร้องในจุดนี้มากสักเท่าใดนัก ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นนักหลอมยา ก็ย่อมรู้ราคาในการลงมือของนักหลอมยาแต่ละระดับขั้น ค่อยว่ากันเถิด ราชาพิราบอินทรีเป็นผู้พาอีกฝ่ายมา ตนก็ไม่ควรเรียกราคาออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ตอนนี้อีกฝ่ายพูดเช่นนี้ ค่าตอบแทนย่อมมิใช่น้อยอย่างแน่นอน
“คุณชายซือเย่ว์ ถ้าหากตัดสินใจว่าจะหลอมยาที่นี่จริงๆ เช่นนั้นพอจะมอบตำรับยาให้พวกเราก่อนได้หรือไม่ พวกเราต้องศึกษาสักหน่อยก่อน จะได้เพิ่มโอกาสในการหลอมยาให้สำเร็จเมื่อถึงยามนั้น”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลังเลอยู่บ้าง นี่เป็นถึงตำรับยาพื้นบ้านที่หายสาบสูญไปนานแล้ว ถ้าหากให้อีกฝ่ายไป ถึงตอนนั้นหายไปแล้วจะทำเช่นไรเล่า ตนก็ไม่มีอีกแล้วน่ะสิ
เป่ยกงสยงเห็นท่าทางเช่นนั้นของซือหม่าโยวเย่ว์ก็พอจะเข้าใจ หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับตนก็คงจะลังเลเช่นเดียวกัน ถึงอย่างไรนี่ก็มิใช่เรื่องเล็กๆ เลย
แต่สุดท้ายซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยังหยิบตำรับยาพื้นบ้านแผ่นหนึ่งขึ้นมา หน้ากระดาษอันเก่าคร่ำคร่าแสดงให้เห็นชัดว่าตำรับยาพื้นบ้านผ่านยุคสมัยมาอย่างยาวนาน นี่ต้องมิใช่ของปลอมอย่างแน่นอน
“หวังว่าประมุขตระกูลเป่ยกงจะใส่ใจให้มากด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์มอบตำรับยาพื้นบ้านให้กับเป่ยกงสยงอย่างเคร่งขรึม
“ข้าจะให้พวกเขาศึกษาตำรับยาพื้นบ้านนี้เป็นอย่างดี” เป่ยกงสยงพูด “ข้าจะให้คนพาพวกท่านไปพักผ่อนก่อน”
“ได้เลย”
ราชาพิราบอินทรีมีความพิถีพิถันในการเลือกที่พักเป็นอย่างยิ่ง ไม่ชอบความอึกทึกข้างนอก เป่ยกงสยงจึงพาพวกเขามายังเรือนที่อยู่ถัดเข้ามาด้านหลังหน่อย
ราชาพิราบอินทรีบอกว่าอยากอยู่ใกล้ภูเขา ให้หาเรือนที่อยู่ใกล้ภูเขาหน่อยก็ใช้ได้แล้ว จากนั้นจึงจัดเรือนที่อยู่ใกล้กับภูเขาด้านหลังให้พวกเขา
ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงตำแหน่งของเรือนด้านหลังที่เป่ยกงถังบอกตนเอาไว้ในตอนนั้น ก็พบว่าที่นี่กับสถานที่ที่พวกตนพักอยู่ในตอนนี้อยู่ไม่ไกลกันนัก
“พวกเจ้าไปเถิด พวกเราไม่ชอบให้มีเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่ใกล้ๆ” พิราบอินทรีตนหนึ่งพูดพลางโบกมือให้กับคนที่นำทางมา
เรื่องที่พิราบอินทรีไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์นั้นเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วไป ดังนั้นพวกเขาจึงจากไปโดยมิได้สงสัยอะไร
เป่ยกงสยงทราบข่าวจึงออกคำสั่งแก่คนเหล่านั้นว่าไม่ให้เข้าไปใกล้บริเวณนั้นตามอำเภอใจ
………………………………………..