สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 500 พี่หญิง
“ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นใคร กล้าลงมือกับคนของวังหยินหยางเรา ต่อให้พวกเจ้าหนีไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว พวกเราก็จะหาตัวจนพบให้จงได้!”
คนหลายสิบคนล้อมซีเหมินเฟิงและคงเซียงอี๋เอาไว้ บนใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยแววอาฆาตเข้มข้น พลังยุทธ์ก็มิได้ต่ำต้อย ดูเหมือนจะรู้ว่าซีเหมินเฟิงมีพลังยุทธ์อันสูงส่งแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงได้จัดคนมาสังหารพวกเขามากมายถึงเพียงนี้
“คนของวังหยินหยางล้วนสมควรตายกันทั้งสิ้น พวกเจ้าก็เช่นกัน!” น้ำเสียงแหบพร่าของซีเหมินเฟิงแฝงไว้ด้วยความชิงชังอันไร้ที่สิ้นสุด
วังหยินหยางหรือ
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวใจเต้นรัว จากนั้นก็เกิดความแค้นสูงเทียมฟ้า
อูหลิงอวี่เห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอจึงนึกประหลาดใจอยู่บ้าง เด็กสาวผู้นี้มีความหลังอันใดกับวังหยินหยางอย่างนั้นหรือ
“พวกเจ้าถึงกับกล้ามาลอบสังหารพวกเราที่นี่ ช่างอาจหาญไม่น้อยเลยนะ” คงเซียงอี๋ก่นด่าคนวังหยินหยาง
“คงเซียงอี๋ อย่าคิดว่าเจ้าเป็นคุณหนูของคงหมิงกู่แล้วพวกเราจะไม่กล้าลงมือกับเจ้านะ”
“เฮอะ วังหยินหยางของเจ้าก็เป็นเพียงแค่ขุมอำนาจตกชั้นเท่านั้น ยังจะบังอาจมาลงมือกับข้าอีก!” ถึงแม้ว่าคงเซียงอี๋จะอายุไม่มากนัก ร่วมเป็นร่วมตายกับซีเหมินเฟิงมาโดยตลอด แต่ในตอนที่มีคนนอกอยู่ก็ยังมีความสง่าผ่าเผยเป็นอย่างยิ่ง
“เฮอะ พวกเจ้านั่นแหละที่สังหารประมุขตำหนักย่อยของพวกเราก่อน พวกเราก็แค่มาแก้แค้นเท่านั้น” คนผู้นั้นกล่าว
“เขามันสมควรตาย!” ซีเหมินเฟิงพูดพลางหยิบเอากระบี่ยาวเล่มหนึ่งออกมา “พวกเจ้าก็สมควรตายเช่นกัน!”
พูดจบเขาก็ลงมือเข้าสังหารคนเหล่านั้นในทันที
ซือหม่าโยวเย่ว์ดูอย่างตื่นเต้นอยู่ข้างๆ กลัวว่าเขาจะถูกคนทำร้ายเข้า ทว่าต่อมาเมื่อเห็นว่าพลังยุทธ์ของเขาใกล้เคียงกับคนเหล่านั้น แต่พลังการต่อสู้ของเขาแข็งแกร่งกว่า ทั้งยังลงมือเหี้ยมโหด นอกจากนี้พลังวิญญาณของเขายังมีบางสิ่งแอบแฝงด้วย ดูไม่เหมือนวรยุทธ์ของเขาในอดีตเลย
ความสงสัยภายในใจทวีความลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น แท้จริงแล้วหลายปีมานี้เฟิงเอ๋อร์ไปประสบกับสิ่งใดมากันแน่…
คนหลายคนยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้มิได้คิดจะลงมือ เพียงแค่มาเสริมความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่เมื่อเห็นว่าคนจำนวนมากมายเช่นนี้ของตนกลับมิอาจจัดการคนสองคนได้ก็ร้อนรนขึ้นมาเสียแล้ว มีสองคนลงมือพร้อมกัน
วรยุทธ์ของคงเซียงอี๋แปลกประหลาดอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าพลังยุทธ์จะไม่สูงมากนัก แต่กลับยึดโยงคนเอาไว้ได้เป็นจำนวนไม่น้อย แต่กลับไม่มีทางปล่อยมือมาช่วยเหลือซีเหมินเฟิงได้เลย
ซือหม่าโยวเย่ว์ดูระดับราชาจ้าวขั้นสูงสองคนลงมือ บวกกับคนอื่นๆ ที่คอยลอบทำร้ายอยู่ข้างๆ เป็นระยะๆ พลังยุทธ์ของซีเหมินเฟิงมีขีดจำกัด สองกำปั้นยากจะสู้สิบมือได้ จึงได้รับบาดเจ็บไม่น้อยในระยะเวลาอันสั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นซีเหมินเฟิงได้รับบาดเจ็บก็กระวนกระวายขึ้นมา จึงลุกขึ้นหมายจะพุ่งเข้าไป
“เจ้าจะทำอะไรน่ะ!” อูหลิงอวี่เห็นท่าทีไม่สนใจอะไรของซือหม่าโยวเย่ว์จึงยื่นมือมาคว้าตัวเธอเอาไว้
“เขาได้รับบาดเจ็บแล้ว ข้าต้องไปช่วยเขา!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างกระวนกระวาย “ท่านปล่อยข้าสิ”
“พลังยุทธ์เจ้าต่ำต้อยเช่นนี้ เข้าไปแล้วไม่เท่ากับส่งตัวเองไปตายหรอกหรือ!” อูหลิงอวี่ขมวดคิ้วพูด
“แต่ข้ามิอาจเห็นเขาได้รับบาดเจ็บแล้วไม่สนใจได้นี่!” ซือหม่าโยวเย่ว์ตะโกน “ข้าเคยสูญเสียเขาไปครั้งหนึ่งแล้ว มิอาจสูญเสียเขาไปเป็นครั้งที่สองได้อีก!”
อูหลิงอวี่ไม่เข้าใจว่าคำพูดนี้ของซือหม่าโยวเย่ว์หมายความว่าอย่างไร แต่ก็พอเข้าใจความร้อนรนกระวนกระวายในใจเธอ จึงเอ่ยอย่างจนใจว่า “เจ้ารออยู่ที่นี่แหละ”
พอพูดจบเขาก็เรียกกิเลนเพลิงออกมาแล้วพูดว่า “เจ้าไปสิ”
กิเลนเพลิงพยักหน้าแล้วโจมตีเข้าไปทางด้านนั้นทันที พอเข้าไปแล้วก็ช่วยซีเหมินเฟิงออกมา
“กิเลนเพลิงหรือ!”
ไม่เพียงแค่คนของวังหยินหยางเท่านั้น แม้กระทั่งซีเหมินเฟิงเองก็พรั่นพรึงกับผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลันไม่น้อยเลย
“กิเลนเพลิง นี่มิใช่สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของท่านผู้วิเศษหรอกหรือ” มีคนเอ่ยขึ้น
“ท่านผู้วิเศษมาที่นี่อย่างนั้นหรือ”
“คาดว่าท่านผู้วิเศษคงอยู่ใกล้ๆ แล้วถูกความเคลื่อนไหวที่นี่ดึงดูดเข้าน่ะสิ” คนของวังหยินหยางพูด “แต่ไม่เป็นไรหรอก พวกเราวังหยินหยางนั้นขึ้นต่อตำหนักผู้วิเศษ”
คงเซียงอี๋อาศัยจังหวะที่ทุกคนหยุดวิ่งมาที่ข้างกายซีเหมินเฟิงแล้วประคองเขาพลางถามอย่างกระวนกระวายว่า “เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
ซีเหมินเฟิงยื่นมือของตนออกมาพลางมองกิเลนเพลิงที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลันด้วยความระแวดระวัง “อีกประเดี๋ยวข้าจะหาทางสกัดพวกมันเอาไว้ เจ้าก็รีบฉวยโอกาสหนีไปเสีย”
“ข้าจะทิ้งเจ้าไว้แล้วหนีไปคนเดียวได้อย่างไรกัน!” คงเซียงอี๋คว้ามือซีเหมินเฟิงเอาไว้ “ในเมื่อข้าออกมาพร้อมกันกับเจ้าแล้ว อยู่ก็อยู่ด้วยกัน ตายก็ตายด้วยกัน ข้าไม่มีทางหนีไปหรอก!”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองคงเซียงอี๋อยู่ไกลๆ ก่อนหน้านี้เธอก็เคยได้ยินเกี่ยวกับคนผู้นี้มา ชื่อเสียงไม่สู้ดีนัก แต่เมื่อได้เห็นคราวนี้ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ พร้อมกันนั้นก็ลอบยินดีอยู่ในใจด้วย หลายปีมานี้ในใจเฟิงเอ๋อร์จะต้องทุกข์ทนอย่างมากแน่นอน ถ้าหากมีคนเช่นนี้อยู่เคียงข้างก็นับได้ว่าเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด
“กิเลนเพลิง ท่านผู้วิเศษมาอย่างนั้นหรือ”
กิเลนเพลิงเหลือบมองพวกเขาปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “ใช่ เจ้านายข้าให้ข้ามา… สังหารพวกเจ้าเสีย!”
พอพูดจบเขาก็ลงมือกับคนของวังหยินหยาง
ตนเข้าใจเจตนาของเจ้านายตนดี เมื่อใดที่ลงมือ ย่อมต้องสังหารคนเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นหากเรื่องนี้แพร่ไปถึงตำหนักผู้วิเศษก็คงเป็นเรื่องวุ่นวายแย่
ซือหม่าโยวเย่ว์ยังมองระดับขั้นของกิเลนเพลิงไม่ออกจนถึงบัดนี้ แต่รู้ว่าระดับขั้นต้องไม่ต่ำอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเมื่อครู่เขาจะสังหารคนที่ซีเหมินเฟิงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต่อกรได้ด้วยการลงมือเพียงสองสามทีได้อย่างไรกัน
“กิเลนเพลิง เจ้า…”
คนของวังหยินหยางเห็นกิเลนเพลิงลงมือแล้วพากันตกตะลึงไม่น้อย มีปฏิกิริยาตอบสนองในทันที ด้วยการสลายตัวกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง
“ตึง…”
คนที่หลบหนีไปเหล่านั้นถูกอูหลิงอวี่สกัดเอาไว้แล้วสังหาร จนสิ้นลมพวกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดอูหลิงอวี่จึงลงมือกับพวกเขา
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นอูหลิงอวี่ลงมือ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาฆ่าคน ลงมือไม่ไว้ไมตรี การเคลื่อนไหวงามสง่าเป็นที่สุด ไม่เหมือนกำลังฆ่าคนอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูเหมือนกำลังทำเรื่องที่สง่างามอย่างยิ่งอยู่
นอกจากนี้ไม่รู้ว่าเขาใช้สิ่งใดอำพรางพลังยุทธ์ของตนทำให้ทุกคนมองระดับขั้นของเขาไม่ออกเลย
คงเซียงอี๋ปากอ้าตาค้างมองอูหลิงอวี่พลางเอ่ยว่า “ซีเหมินเฟิง ข้ามิได้ตาฝาดไปกระมัง ผู้วิเศษแห่งตำหนักผู้วิเศษกำลังช่วยพวกเราอยู่จริงๆ หรือ”
“เปล่าหรอก” ซีเหมินเฟิงมองอูหลิงอวี่ ไม่รู้ว่าเขาทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร
“เพราะเหตุใด…” คนสุดท้ายที่ล้มลงมองอูหลิงอวี่อย่างไม่ยอมจำนน
อูหลิงอวี่ร่อนลงมาจากกลางอากาศแล้วมองซือหม่าโยวเย่ว์ปราดหนึ่งพลางเอ่ยว่า “นางอยากให้พวกเจ้าตาย ข้าย่อมไม่มีทางไว้ชีวิตพวกเจ้าได้อยู่แล้ว ใครใช้ให้พวกเจ้าแตะต้องผู้ที่ไม่ควรแตะต้องกันเล่า”
คนผู้นั้นอยากมองซือหม่าโยวเย่ว์สักคราว่าใครกันที่ทำให้เขาปกป้องได้ถึงเพียงนี้ แต่ตราบลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ยังเห็นไม่ชัดว่าเธอเป็นใคร
ซีเหมินเฟิงก็มองตามสายตาอูหลิงอวี่ไปเช่นกัน ชั่วขณะที่เห็นซือหม่าโยวเย่ว์ ร่างกายก็สั่นสะท้านขึ้นมา
“ขอบคุณท่านผู้วิเศษมากที่ช่วยเหลือในวันนี้ ในภายหน้าจะต้องตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิตอย่างแน่นอน ขอลาก่อน” เขาประสานหมัดคารวะอูหลิงอวี่แล้วหมุนกายจากไป
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าเขาจะหนีไปอีกแล้วจึงพูดว่า “ซีเหมินเฟิง หากเจ้ายังหนีไปอีก ต่อไปภายหน้าก็ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าพี่หญิงอีกแล้ว ข้าไม่มีน้องชายเช่นเจ้า! พรุ่งนี้ข้าจะไปที่วังหยินหยาง ชำระหนี้ความผิดที่ข้าก่อเอาไว้ แต่ข้าจะเป็นหรือตาย คิดว่าเจ้าก็คงไม่สนใจแล้วสินะ”
ฝีเท้าของซีเหมินเฟิงหยุดชะงักก่อนจะหมุนตัวกลับมาแล้วมองเธอด้วยแววตาซับซ้อน
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่พูดอะไรอีกเพียงแค่จ้องมองเขาแน่วนิ่ง
ผ่านไปเนิ่นนาน ซีเหมินเฟิงจึงเรียกออกมาอย่างอ่อนแอว่า “พี่หญิง…”
……………………………….….