สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 501 ภายใต้หน้ากาก
ตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินน้ำเสียงแหบพร่าเรียกว่าพี่หญิง หยาดน้ำตาก็หลั่งรินลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอยกเท้าก้าวเข้าไปหาเขาทีละก้าวๆ
ส่วนคงเซียงอี๋นั้นอ้าปากกว้าง สองตาอันเปล่งประกายนั้นเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
แม้กระทั่งอูหลิงอวี่และกิเลนเพลิงก็ถูกเสียงเรียกว่าพี่หญิงทำให้ตะลึงลานไป
“พี่หญิง…” ซีเหมินเฟิงเห็นซือหม่าโยวเย่ว์เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จึงส่งเสียงเรียกอีกครั้ง
เสียงเรียกพี่หญิงนั้นดึงจิตใจของคงเซียงอี๋กลับมา นางดึงชายเสื้อของซีเหมินเฟิงแล้วเอ่ยว่า “ซีเหมินเฟิง น้ำคงมิได้ไหลเข้าสมองเจ้ากระมัง เขาเป็นบุรุษนะ! แล้วจะเป็นพี่หญิงของเจ้าไปได้อย่างไรกัน พี่หญิงของเจ้าตายไปแล้วมิใช่หรือ ฉินโม่เคยบอกแล้วว่าเขาฝังพี่หญิงของเจ้าด้วยมือตัวเองเลย”
ในตอนแรกซีเหมินเฟิงก็ตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อเห็นเจ้าคำรามน้อย ได้ยินมันเรียกว่าเย่ว์เย่ว์ เขาจึงแน่ใจแล้วว่าคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือพี่หญิงของตน นอกจากนี้จะต้องเป็นวิญญาณกลับมาเกิดใหม่อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาด้วยวิญญาณย่อมไม่มีทางมีชีวิตรอดมาได้แน่
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่านี้คือเรื่องอันใด แต่เขารู้ว่าเธอคือพี่หญิง คือพี่หญิงที่คอยปกป้องตนมาตั้งแต่ยังเล็กผู้นั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์มาถึงตรงหน้าซีเหมินเฟิงแล้วยื่นมือไปหมายจะปลดหน้ากากซีเหมินเฟิง แต่กลับถูกเขายื่นมือมาหยุดเอาไว้
“อย่าดูเลย…”
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าที่เขาไม่ให้เธอดูนั้นจะต้องมีเหตุผลอยู่อย่างแน่นอน ก็มิได้บังคับ เพียงแค่ลูบไล้หน้ากากนั้นพร้อมกับมองแววตาที่คุ้นเคยพลางยิ้มด้วยรอยน้ำตา
อูหลิงอวี่มองคนทั้งคู่ปราดหนึ่งแล้วพูดกับคงเซียงอี๋ที่ยืนตกตะลึงอยู่ข้างๆ ว่า “ไปเถิด”
“หา?” คงเซียงอี๋สะดุ้ง จากนั้นจึงค่อยเข้าใจความหมายของอูหลิงอวี่แล้วเดินตามเขาไปยังที่ไกลออกไป “นี่ ข้าถามหน่อย ท่านคืออูหลิงอวี่จริงหรือ”
“อืม”
“ไม่ใช่ตัวปลอมแน่นะ”
“อืม”
“เป็นไปไม่ได้กระมัง ท่านเป็นคนของตำหนักผู้วิเศษ แล้วจะช่วยพวกเราได้อย่างไรกัน อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว พี่หญิงผู้นั้นจะต้องช่วยท่านเอาไว้อย่างแน่นอน เฮ้อ แต่เขาเป็นบุรุษนะ แล้วจะเป็นพี่หญิงไปได้อย่างไรเล่า ช่างแปลกประหลาดเสียจริง…”
คงเซียงอี๋เดินกระซิบกระซาบไปตลอดทาง น้ำเสียงก็เบาลงไปเรื่อยๆ ด้วย
รอจนพวกเขาเดินห่างออกไปไกลกันหมดแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงปล่อยซีเหมินเฟิงแล้วพูดว่า “เฟิงเอ๋อร์ ที่แท้นี่มันเรื่องอันใดกันแน่”
“เรื่องนี้จะว่าไปก็ยาวนัก…” ซีเหมินเฟิงพูด
“เช่นนั้นรอให้กลับไปก่อนแล้วค่อยเล่าก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางหยิบยาวิเศษออกมา “เมื่อครู่เจ้าได้รับบาดเจ็บ กินยาวิเศษลงไปก่อนสิ”
ซีเหมินเฟิงรับยาวิเศษมากินลงไป ไม่พูดอะไรมากอีก
ซือหม่าโยวเย่ว์เรียกตัวย่ากวงออกมา ให้เขาเผาซากศพเหล่านั้นจนไร้ซึ่งร่องรอย หลังจากนั้นจึงพาซีเหมินเฟิงไปจากที่นี่ ให้เจ้าวิหคน้อยพาพวกเขาไปยังยอดเขาแห่งหนึ่ง
“ตอนนี้จะให้ข้าดูหน้าเจ้าได้แล้วหรือยัง” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“อย่าเลย…” ซีเหมินเฟิงยังคงปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ
“ไม่ว่าเจ้าจะมีรูปลักษณ์เป็นเช่นไรก็ยังเป็นน้องชายข้าอยู่ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ข้ากลัวว่าจะทำให้ท่านตกใจน่ะสิ” ซีเหมินเฟิงกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง
“ข้าเคยเห็นแม้กระทั่งบั้นท้ายเปลือยเปล่าของเจ้ามาแล้ว ยังจะต้องกลัวรูปลักษณ์ของเจ้าในตอนนี้อีกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“พี่หญิง…” ซีเหมินเฟิงมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างขอโทษขอโพยอยู่บ้าง “พี่หญิง ท่านกลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร ตอนนี้ท่านมีรูปลักษณ์เป็นบุรุษ เรียกท่านว่าพี่หญิงก็ออกจะเคอะเขินอยู่สักหน่อย”
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มพลางหมุนสลักแหวนมนตร์บนนิ้วมือ จากนั้นจึงกลายเป็นรูปลักษณ์ของหญิงสาว
“ท่าน…” ซีเหมินเฟิงเบิกตาโพลง “ดูเหมือนว่าพี่หญิงก็ยังคงเป็นพี่หญิง เช่นนี้ข้าก็คงไม่รู้สึกเคอะเขินอีกต่อไปแล้ว”
“อืม” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า “ตอนนี้ก็ถึงตาเจ้าเผยโฉมให้ข้าดูบ้างแล้วละนะ…”
“ข้า…” ซีเหมินเฟิงก็ยังคงไม่ยอม แต่เมื่อเห็นแววตายืนกรานของซือหม่าโยวเย่ว์ เขารู้นิสัยเธอดี เรื่องที่แน่ใจแล้วจะต้องทำให้ได้ ดังนั้นจึงได้แต่ปล่อยให้เธอปลดหน้ากากบนใบหน้าลง
นั่นมันใบหน้าเช่นไรกัน! แทบจะไม่มีผิวหนังที่สมบูรณ์ดีอยู่เลย ทั้งยังมีบริเวณที่เป็นหลุมเป็นบ่ออยู่ไม่น้อย คล้ายกับถูกสิ่งใดขบกัด เพราะสวมหน้ากากมาตลอดหลายปีนี้ ดังนั้นใบหน้าจึงขาวซีดผิดปกติ
ถึงแม้ซือหม่าโยวเย่ว์จะเดาได้ว่าใบหน้าของเขาจะต้องมีอะไรบางอย่าง แต่คิดไม่ถึงว่าใบหน้าของเขาจะมีสภาพเป็นเช่นนี้ เธอตกใจจนสะดุ้งโหยงแล้วถอนหายใจ
ซีเหมินเฟิงเห็นซือหม่าโยวเย่ว์เป็นเช่นนี้ นัยน์ตาจึงฉายแววอับอาย
“ข้าก็บอกแล้วว่าต้องทำให้ท่านตกใจแน่”
เขาพูดพลางยื่นมือไปจะดึงหน้ากากอันนั้นมา แต่กลับถูกซือหม่าโยวเย่ว์ซ่อนเอาไว้ด้านหลัง
“ข้าก็แค่ตกตะลึงไปชั่วครู่เท่านั้น” ซือหม่าโยวเย่ว์มองบาดแผลบนใบหน้าเขาอย่างเจ็บปวดหัวใจ ไม่รู้ว่าเขาไปเผชิญเรื่องอันใดมา ได้รับความเจ็บปวดทุกข์ระทมขมขื่นมากเพียงใด “ตอนนี้พวกเราพี่น้องมีเวลาแล้ว เจ้าเล่าเรื่องหลังแยกจากกันแล้วให้ข้าฟังสิ นอกจากนี้หลายปีนี้เจ้าใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง ได้บาดแผลนี้มาอย่างไร”
เมื่อเห็นนัยน์ตาเขาทอประกายระยับ เธอจึงถลึงตาใส่เขา “เจ้าก็รู้นิสัยข้าดี นิสัยเจ้าข้าก็เข้าใจดี เจ้าอย่าได้คิดจะปิดบังอะไรข้า ไม่อย่างนั้นหากข้ารู้เข้าย่อมไม่มีทางให้อภัยเจ้าอย่างแน่นอน”
เดิมทีซีเหมินเฟิงยังคิดปิดบังเรื่องราว แต่เมื่อได้ฟังวาจานี้ของเธอแล้วคำพูดก็พลิกกลับที่ลำคอ หมุนพลิกอยู่สองรอบจึงเล่าสิ่งที่ตนประสบมาให้ฟัง
“ตอนนั้นหลังจากท่านจากไปแล้ว ไม่นานนักข้าก็ถูกพวกเขาทำร้าย ข้าไม่อยากถูกแยกร่างหลังจากตายไป จึงอาศัยแรงเฮือกสุดท้ายกระโดดหน้าผาหนี พี่หญิง ท่านยังจำสถานที่ที่พวกเราแยกจากกันในตอนนั้นได้หรือไม่”
“สถานที่ที่พวกเราแยกจากกันหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ครุ่นคิด ทันใดนั้นก็สะดุ้งขึ้นมา “หุบเขาสลายอันตะ! เจ้าร่วงหล่นลงไปในหุบเขาสลายอันตะอย่างนั้นหรือ”
ซีเหมินเฟิงพยักหน้าแล้วพูดต่อไปว่า “หุบเขาสลายอันตะมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วแดนศูนย์กลางในด้านแมลงพิษ วันนั้นหลังจากข้าร่วงลงไปแล้วนับได้ว่าค่อนข้างโชคดี ตกลงไปในบึงน้ำ ปกติบึงน้ำนั้นมีสัตว์พิษอาศัยอยู่ แต่ในช่วงนั้นไม่อยู่พอดี ดังนั้นในบริเวณรอบๆ นั่นจึงมีเพียงแค่แมลงพิษที่ไร้สติรับรู้จำนวนหนึ่งเท่านั้น ตอนที่ข้าฟื้นขึ้นมา ใบหน้าก็มีสภาพเป็นเช่นนี้แล้ว ส่วนตัวก็มาอยู่ที่หุบเขาคงหมิงแล้ว
บางทีอาจเป็นเพราะท่านเคยให้ข้ากินอาหารดีๆ มาไม่น้อย ดังนั้นจึงมีภูมิต่อพิษเหล่านั้น ดังนั้นถึงแม้ว่าร่างกายข้าจะมีพิษสะสมอย่างสูง แต่กลับไม่ตาย”
“ร่วงลงไปในหุบเขาสลายอันตะ ถูกแมลงพิษกัด แต่กลับมิได้ถูกพิษจนตาย นี่คงเป็นเหตุผลที่หุบเขาคงหมิงยอมช่วยเจ้าเอาไว้กระมัง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ใช่เลย” ซีเหมินเฟิงพยักหน้า “พวกเขาบอกข้าว่าตอนนั้นไปหาเครื่องยาพิษสองชนิดที่หุบเขาสลายอันตะพอดีแล้วเห็นข้าเข้า พบว่าข้ายังไม่ตาย จึงอัศจรรย์ใจขึ้นมาในทันใด แล้วช่วยพาข้ากลับไป”
“แล้วพลังยุทธ์ในตัวเจ้านั้นได้มาอย่างไรหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม “อ้างอิงจากความเร็วในการฝึกยุทธ์ของเจ้า ย่อมไม่มีทางมีพลังยุทธ์เช่นในตอนนี้ได้หรอก”
“ปิดบังสิ่งใดท่านไม่ได้เลยจริงๆ” ซีเหมินเฟิงกล่าว “หลังจากที่อาการบาดเจ็บของข้าหายดี ก็อยู่ที่หุบเขาคงหมิงมาโดยตลอด ไม่ได้ข้องแวะกับใครสักเท่าใดนัก ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคงเซียงอี๋ถึงได้ชอบมาพัวพันกับข้าอยู่ตลอด ด้วยเหตุนี้ถึงได้ถูกคนจดจำ ครั้งหนึ่งข้าออกไปข้างนอกแล้วถูกพวกเขาวางแผนทำร้ายจนร่วงหล่นลงไปใสถ้ำแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีชีวิตรอดออกมา แต่กลับถูกไอพลังมืดมิดขุมหนึ่งแทรกเข้าไปภายในร่างกายจนมีสภาพปางตาย หลังกลับไปแล้วก็ใช้เวลาหลายปีจึงควบคุมไอพลังนี้เอาไว้ได้ ภายใต้ความช่วยเหลือจากพวกท่านเจ้าหุบเขา”
ซือหม่าโยวเย่ว์ขมวดคิ้วแล้วคว้ามือเขามาจับชีพจร ผ่านไปชั่วครู่จึงมองใบหน้าสงบนิ่งแฝงความจนใจของซีเหมินเฟิงด้วยความพรั่นพรึง
…………………………………..