สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 502 สภาวะร่างกายของเขา
ซีเหมินเฟิงเห็นท่าทางเช่นนั้นของซือหม่าโยวเย่ว์จึงพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่นว่า “รู้อยู่แล้วว่าปิดบังอะไรท่านไม่ได้เลย ไม่ให้ท่านดู ท่านก็ไม่มีทางนิ่งนอนใจแน่”
“ไอพลังในร่างเจ้าขุมนั้นช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน คอยกัดกินพลังชีวิตของอวัยวะภายในเจ้าอยู่ตลอดเวลา” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ด้วยความเร็วในตอนนี้ เจ้าเหลือเวลาชีวิตอีกเพียงไม่ถึงห้าปีเท่านั้น”
“ท่านหมอที่หุบเขาคงหมิงก็พูดเช่นนี้เหมือนกัน” ซีเหมินเฟิงกล่าว “ข้ารู้ตัวดีว่าเหลือเวลาไม่มากนัก หลังจากควบคุมไอพลังขุมนั้นเอาไว้ได้แล้วก็ออกมาจากหุบเขา อยากสังหารคนของตระกูลจงเจิ้งและคนของวังหยินหยางเพื่อล้างแค้นให้กับญาติใกล้ชิดของพวกเรา”
“เจ้าสังหารคนไปไม่น้อยแล้วหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ไม่มากเท่าไหร่หรอก ยังสังหารผู้ที่สังหารญาติใกล้ชิดของพวกเราในตอนนั้นไปได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบเลย” ซีเหมินเฟิงพูดอย่างตำหนิตนเอง
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บมือของตนกลับมาแล้วพูดว่า “ถึงแม้ว่าไอพลังขุมนั้นจะอยู่ภายในร่างกายเจ้า ถูกเจ้าควบคุมเอาไว้ได้ชั่วคราว ให้เจ้าได้ใช้งาน แต่ทุกครั้งที่เจ้าใช้มันก็จะสูญเสียพลังชีวิตของเจ้าเองไปด้วย ทำให้เวลาของเจ้าลดน้อยลง”
“ข้าเข้าใจดี” ซีเหมินเฟิงพูด “ท่านหมอก็เคยบอกข้าแล้ว”
“เจ้าเข้าใจก็ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “นับจากวันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะใช้ไอพลังขุมนั้นไม่ได้อีกแล้วนะ ข้าจะคิดหาวิธีผนึกมันเอาไว้ หลังจากนั้นก็จะเสาะหาวิธีกำจัดมัน ช่วยเจ้าถอนรากของปัญหา”
“พี่หญิง ข้าคุ้นชินกับพลังเช่นนี้เสียแล้ว ถ้าหากให้ทิ้งมันไป ข้าก็คง…”
“ชีวิตของเจ้าสำคัญกว่าสิ่งใดทั้งนั้น” ซือหม่าโยวเย่ว์กุมมือเขาเอาไว้ “เจ้าตายมารอบหนึ่งแล้ว ยังต้องตายอีกรอบอย่างนั้นหรือ พวกเราค่อยๆ แก้แค้นกันไป มีเพียงการใช้ชีวิตอยู่ให้นานขึ้นเท่านั้น พวกเราจึงจะกำจัดคู่แค้นได้ดียิ่งขึ้น เจ้าคิดดูสิ รอให้พวกเราแข็งแกร่งแล้วค่อยสังหารตระกูลจงเจิ้งกับวังหยินหยางให้หมด แก้แค้นให้ดีๆ หน่อย หรือเจ้าคิดว่าการใช้ชีวิตสุดท้ายไปกับการไล่จับแพะรับบาปไม่กี่ตัวมันคุ้มค่าอย่างนั้นหรือ”
“แต่คนของหุบเขาคงหมิงบอกว่าพอสิ่งนี้เข้าไปในร่างกายข้า ก็ได้ฝังรากลึกลงไปแล้ว ไม่มีทางถอนรากออกมาได้อีก” ซีเหมินเฟิงกล่าว
“เจ้ายังไม่รู้จักวิชาแพทย์ของพี่หญิงอีกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “นอกจากนี้หลายปีมานี้ข้ายังได้รับโอกาสมากพอสมควร ได้รับตำราแพทย์โบราณมาไม่น้อย วิชาแพทย์ก็ก้าวหน้าไปมาก ถึงแม้จะมิอาจคิดวิธีกำจัดต้นตอได้ในทันที แต่ยังพอมีวิธียับยั้งมันเอาไว้ได้ชั่วคราว หลังจากนั้นพวกเราค่อยคิดหาวิธีรักษากัน”
“เช่นนั้นก็ได้” ซีเหมินเฟิงพูดอย่างจนใจ “ข้ารู้อยู่แล้วว่าหลังจากแสดงตัวว่ารู้จักท่านแล้วรูปการณ์จะเป็นเช่นนี้”
“ดังนั้นคราวก่อนเจ้าจำข้าได้แล้วก็เลยไม่ยอมแสดงตัวว่ารู้จักข้าสินะ หึๆ ทำเอาข้าต้องกลับไปเศร้าเสียใจอยู่ตั้งนาน” ซือหม่าโยวเย่ว์ขมวดคิ้วบ่น
“พี่หญิง ท่านก็อย่าโมโหไปเลยนะ ข้าคิดว่าข้าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่ปีแล้ว ถ้าหากแสดงตัวว่ารู้จัก พอถึงตอนนั้นต้องมาเห็นข้าตายไป ท่านก็จะเสียใจ แต่ข้าไม่อยากให้ท่านเสียใจเลย” ซีเหมินเฟิงพูดอธิบาย
“เฮ้อ เหตุใดข้าจึงเดาไม่ออกว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่กันนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถอนหายใจ “ถ้าหากโกรธเจ้าจริงๆ ก็คงไม่มาไล่ตามเจ้าแล้ว แต่ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าใช้วิชาลับอันใดยกระดับพลังยุทธ์ของตนเอง กังวลใจว่าจะเป็นภัยต่อร่างกายเจ้า ก็เลยไล่ตามมา คิดไม่ถึงว่าสถานการณ์ของเจ้าในตอนนี้จะย่ำแย่ยิ่งกว่าที่ข้าจินตนาการเอาไว้เสียอีก”
“พี่หญิงเฉลียวฉลาดเช่นนี้เสมอ” ซีเหมินเฟิงเอ่ยชม
“ไม่อย่างนั้นจะเป็นพี่หญิงของเจ้าได้อย่างไรเล่า! ยังดีที่ข้าติดตามมา ไม่อย่างนั้นดินแดนโบราณกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้แล้วเจ้ายังมีเจตนาปิดบังร่องรอยของตัวเองอีก ข้าอยากตามหาเจ้าก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างรู้สึกว่าโชคดี
“แล้วท่านล่ะ พี่หญิง ท่านมีรูปลักษณ์เช่นในตอนนี้ได้อย่างไรกัน พี่ใหญ่ฉินโม่บอกว่าเขาฝังร่างของท่านด้วยมือตัวเองแล้ว แล้วท่านมีชีวิตอยู่ต่อมาได้อย่างไรกัน” ซีเหมินเฟิงถาม
“อันที่จริงข้าตายไปแล้วล่ะ ข้าในตอนนี้มิใช่ตัวข้าในอดีตหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“มิใช่ตัวท่านในอดีตอย่างนั้นหรือ มิน่าเล่าตอนที่พวกเราพบหน้ากันครั้งแรก ข้าเห็นแววตาของท่านแล้วคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง แต่รูปลักษณ์กลับมิได้เป็นเช่นที่ข้ารู้จัก เช่นนั้นสถานการณ์ของท่านในตอนนี้เป็นเช่นไรเล่า” ซีเหมินเฟิงเอ่ย
“หลังจากตายไปเมื่อชาติก่อน วิญญาณของข้าก็เข้ามาในร่างนี้ อาศัยร่างกายนี้มีชีวิตอยู่ต่อมา…”
ซือหม่าโยวเย่ว์เล่าสถานการณ์ของตนให้ฟังอย่างคร่าวๆ หลังจากซีเหมินเฟิงฟังจบแล้วก็มองเธอด้วยสีหน้าแปลกพิกล “พูดเช่นนี้ก็หมายความว่าตอนนี้อายุของร่างกายนี้ของท่านอ่อนวัยกว่าข้ามากมายนัก ดังนั้นท่านควรจะเรียกข้าว่าพี่ชายสิ มิใช่ให้ข้าเรียกท่านว่าพี่หญิง”
ซือหม่าโยวเย่ว์ฟาดฝ่ามือใส่ศีรษะเขา “พี่หญิงก็คือพี่หญิงอยู่วันยังค่ำ ร่างกายนี้อ่อนวัยกว่าเจ้าพันปีก็ยังเป็นพี่หญิงอยู่ดี นับตั้งแต่ตอนที่เจ้าคลอดออกมาจากครรภ์ท่านแม่หลังข้า ชั่วชีวิตนี้เจ้าก็ไม่มีโอกาสพลิกกลับมาเป็นพี่ชายแล้วละ หึๆ!”
“เติบโตภายใต้ความกดดันของท่านมาตั้งแต่เล็ก ตอนนี้ท่านเด็กกว่าข้าอย่างหาได้ไม่ง่ายเลย ยังต้องมาถูกท่านกดดันอีก ใช้คำพูดก่อนหน้านี้ของท่านมาพูดได้ว่า นี่ไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์เลย!” ซีเหมินเฟิงประท้วง
“อย่ามาวิทยาศาสตร์ไม่วิทยาศาสตร์กับข้านะ นี่เป็นข้อเท็จจริงที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ใช่แล้ว ข้าว่าคงเซียงอี๋ผู้นั้นดูไม่เลวเลยสำหรับเจ้า จะหาน้องสะใภ้ให้ข้าแล้วใช่หรือไม่”
“พี่หญิง ท่านพูดไร้สาระอะไรน่ะ นั่นเป็นเพียงแค่เด็กสาวที่ชอบเกาะติดผู้อื่นเท่านั้นเอง” ตอนซีเหมินเฟิงพูดถึงคงเซียงอี๋ก็ออกจะขวยเขินอยู่บ้าง
“ยังเป็นสาวน้อยอยู่… เจ้าเคยเห็นสาวน้อยอายุเกินร้อยปีหรือไม่เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัย “เจ้าคิดว่าพี่หญิงเป็นคนไม่รู้ประสีประสาที่ขึ้นมาจากดินแดนเบื้องล่างจริงๆ สินะ ข้าเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงของคงเซียงอี๋ผู้นี้มาก่อนแล้ว ตอนนั้นรู้สึกว่าคนของหุบเขาคงหมิงไม่ดี เห็นท่าทีไม่หนีห่างไม่ทอดทิ้งที่นางทำต่อเจ้าก่อนหน้านี้แล้วข้าก็พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง”
“สภาพเช่นข้านี้จะอยู่กับนางได้อย่างไรกันเล่า” ซีเหมินเฟิงพูด
“เรื่องนี้เจ้าวางใจได้เลย ตอนนี้ข้ายังมิอาจกำจัดต้นตอของไอพลังในร่างกายเจ้าขุมนั้นได้ แต่บาดแผลเหล่านี้บนใบหน้าเจ้านั้นไม่มีปัญหาเลย ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างมั่นใจในตนเอง “ข้าจะทำให้เจ้ากลับมาเป็นหนุ่มน้อยหล่อเหลาในอดีตผู้นั้นให้ได้ รับรองว่าจะต้องยวนใจสาวน้อยนับพันนับหมื่นแน่”
“แต่ว่า…”
“ข้าจะต้องทำให้เจ้ามีชีวิตยืนยาวต่อไปเป็นร้อยปีแน่นอน” ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าเขาจะพูดอะไร “ตอนนี้ข้ากราบท่านเจ้าหุบเขารองแห่งหุบเขามารเทพเป็นอาจารย์ เจ้าก็รู้จักเขา ฝีมือการหลอมยาร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง หุบเขามารเทพมีคนที่เปี่ยมพรสวรรค์เช่นนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ต่อให้ข้าใช้ไม่ได้ เมื่อไปรวมกับทุกคน ก็ย่อมต้องมีหนทางอย่างแน่นอน ดังนั้นข้าจะต้องทำให้เจ้าได้ไปมีความรักอย่างยาวนานแน่”
“อันที่จริงแล้วที่พวกเรามายังเขตรอบนอกในคราวนี้ นอกจากได้รับข่าวที่บอกว่าคนของตระกูลจงเจิ้งและวังหยินหยางจะมาเข้าร่วมงานประมูลแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งก็คืออยากไปหารองเจ้าสำนักแห่งในสำนักวิชาเทียนฝู ได้ยินว่าทักษะการหลอมยาและวิชาแพทย์ของเขานั้นล้ำเลิศเป็นที่สุด ต่อให้เทียบกับท่านก็คงจะมิได้ด้อยกว่าเลย อยากให้เขาลงมือให้ข้าดู แต่ได้ยินว่าตอนนี้ยามปกติแล้วน้อยครั้งนักที่เขาจะออกมาเดินเตร็ดเตร่ข้างนอก”
“เช่นนั้นก็ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ท่านอาจารย์ของข้าให้พวกเราไปศึกษาที่สำนักวิชา พอถึงเวลานั้นก็มาดูกันว่าจะหาตัวเขาพบได้หรือไม่ แล้วให้เขามาดูเจ้าสักหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ดีเลย”
“……”
สองพี่น้องสนทนากันอยู่บนยอดเขาหนึ่งวันหนึ่งคืน เล่ารายละเอียดของสิ่งที่ประสบมาให้อีกฝ่ายฟัง แต่เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการที่ซือหม่าโยวเย่ว์เล่าประสบการณ์ที่เธอพบมาในดินแดนเบื้องล่าง รวมทั้งคนในครอบครัวของเธอในตอนนี้เหล่านั้นด้วย เมื่อเทียบกับซีเหมินเฟิงแล้วประสบการณ์เหล่านั้นของเธอก็น่ามหัศจรรย์กว่ามากนัก
จนกระทั่งพลบค่ำวันรุ่งขึ้น อูหลิงอวี่จึงมาถึงยอดเขาพร้อมกับคงเซียงอี๋ ซีเหมินเฟิงจึงสวมหน้ากากกลับไป
“ซีเหมินเฟิง ถ้าหากพวกเรายังไม่ไปที่เมืองอวี่อีก ก็จะไม่ทันเวลาแล้วนะ” คงเซียงอี๋จ้องมองซีเหมินเฟิงอย่างเศร้าโศกอยู่บ้าง
ยามปกตินางพยายามมาตั้งหลายปีกว่าจะได้รับคำพูดจากเขาสักสองสามประโยค คิดไม่ถึงว่าเขาจะสนทนากับ “พี่หญิง” ผู้นี้ตั้งหนึ่งวันหนึ่งคืน
ช่างแตกต่างกันมากเกินไปแล้ว!
………………………………….