สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 507 ไล่ล่าสังหาร
เพราะจัดการเรื่องที่โม่ซานอยู่ที่นี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกซือหม่าโยวเย่ว์จึงคิดจะเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองเฟิ่งอันเป็นสถานที่จัดงานประมูลของหอเซวียนหยวนในครั้งนี้
เมืองเฟิ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองอวี่ ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างเมืองชิวเย่ว์และเมืองอวี่พอดี ดังนั้นหลังจากที่เธอคิดหาวิธีแจ้งพวกเป่ยกงถังว่าปลอดภัยดีเรียบร้อยแล้วจึงออกเดินทางไปยังเมืองเฟิ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์และซีเหมินเฟิงต่างเมาค่ายกลนำส่งด้วยกันทั้งคู่ แต่ระยะทางจากที่นี่ไปยังเมืองเฟิ่งนั้นแสนยาวไกล ต้องใช้เวลาสามปีห้าปีกว่าจะไปถึง ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่โดยสารค่ายกลนำส่งกันไปเท่านั้น
แต่โชคดีที่ตระกูลที่โม่ซานช่วยเหลือนั้นเป็นตระกูลมีหน้ามีตาของที่นี่ มีหน้าที่ดูแลค่ายกลนำส่ง เขาไปสำรวจค่ายกลนำส่งไปยังเมืองเฟิ่งจนรู้พิกัดของเมืองเฟิ่ง แล้วใช้เวลากับโม่ซานสิบกว่าวันในการติดตั้งค่ายกลนำส่งระยะไกล
อูหลิงอวี่บอกว่าจะเปิดทางเดินห้วงมิติพาพวกเขาไป แต่ซือหม่าโยวเย่ว์คิดว่าระยะนี้ก็ไม่มีธุระอะไร ใช้สิ่งนี้มาฝึกฝีมือได้พอดี ก่อนหน้านี้ตนก็ไม่เคยติดตั้งค่ายกลนำส่งระยะไกลเช่นนี้มาก่อนเลย จึงอยากลองดูสักหน่อย
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพอเจ้ากลับชาติมาเกิดใหม่แล้ว จะเรียนรู้อะไรมามากมายถึงเพียงนี้ได้” โม่ซานรู้เรื่องที่ซือหม่าโยวเย่ว์กลับชาติมาเกิดใหม่แล้ว ทั้งยังรู้ด้วยว่าตอนนี้เธอฝึกสัตว์อสูรได้ และรู้วิชาค่ายกลด้วย จึงรู้สึกชื่นชมไม่น้อย
“ทำเป็นมากกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกสนใจในการหลอมยาวิเศษอยู่แล้ว ตอนนี้มีโอกาสเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ทั้งยังแบกภาระความแค้นเลือดอันลึกล้ำอยู่ด้วย ยิ่งทำเป็นเยอะก็ยิ่งดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ตอนแรกที่ได้ยินเจ้าบอกว่าทำสิ่งนี้เป็น ยังกังวลอยู่เลยว่าเจ้าจะเป็นเหมือนเป็ดที่ทำได้หมดแต่ไม่เก่งสักอย่าง แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะทำทุกอย่างได้ดีถึงเพียงนี้” โม่ซานกล่าว “ข้าว่าคนอย่างเจ้าเมื่อมีชื่อเสียงในใต้หล้า สมญาอัจฉริยะของข้าก็ยกให้เจ้าไปแล้วกัน”
“เอาละ ข้าก็รู้แค่ผิวเผินเท่านั้น ระยะนี้อยู่กับเจ้าพอดี หากเจ้ามีเวลาก็ชี้แนะข้าสักหน่อยแล้วกัน” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม
“ได้สิ” โม่ซานรับปากอย่างมีความสุขยิ่ง
เดิมทีเขาก็ดีต่อซือหม่าโยวเย่ว์อยู่แล้ว เห็นนางเป็นเพื่อนรู้ใจ เรื่องที่คราวก่อนมิอาจช่วยเหลือนางได้เพราะเมาสุรานั้นทำให้เขานึกเสียใจไม่น้อยมาโดยตลอด ตอนนี้เห็นนางกลับชาติมาเกิดใหม่ เขาย่อมอยากชดเชยหนี้ที่ติดค้างในใจเป็นธรรมดา
หลังจากติดตั้งค่ายกลนำส่งเรียบร้อยแล้ว คงเซียงอี๋ก็รู้สึกอัศจรรย์ใจไม่น้อย ร้องออกมาว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นอัจฉริยะที่เหนือกว่าอัจฉริยะเสียอีก
“นี่เป็นเพราะอยู่กับเจ้าพยาธิซานต่างหากเล่า ส่วนใหญ่ก็เป็นฝีมือเขาทำ ข้าก็แค่เป็นลูกมืออยู่ข้างๆ เท่านั้น” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ค่ายกลนำส่งระยะไกลถึงเพียงนี้ พวกเจ้าทำกันสองคนจะแม่นยำจริงๆ น่ะหรือ คงจะไม่ส่งพวกเราไปยังสถานที่แห่งอื่นหรอกนะ” อูหลิงอวี่ขมวดคิ้ว
“แค่กๆ…” ซือหม่าโยวเย่ว์กระแอมสองครั้งอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “ถึงแม้ว่าจะรู้พิกัดแล้ว แต่เจ้าพยาธิซานบอกว่าเพราะระยะทางไกลเกินไป ดังนั้นจึงอาจเกิดความคลาดเคลื่อนขึ้นบ้าง แต่คงไม่คลาดเคลื่อนไกลจนเกินไปนักหรอก”
“พี่หญิง ค่ายกลนำส่งของท่านคงจะไม่มีปัญหาจริงๆ ใช่หรือไม่” ซีเหมินเฟิงถามอย่างหวั่นกลัวอยู่บ้าง
“ไม่หรอก เชื่อข้าสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์ตบบ่าซีเหมินเฟิง “ข้าจะนำชีวิตของทุกคนมาล้อเล่นได้อย่างไรเล่า ค่อยว่ากันเถิด เจ้าไม่เชื่อข้า แล้วยังไม่เชื่อในตัวเจ้าพยาธิซานด้วยหรือ”
“คงจะไม่เมามากกว่าค่ายกลนำส่งพวกนั้นหรอกนะ”
“คงจะ… ไม่กระมัง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างไม่มั่นใจนัก
ปกติแล้วค่ายกลนำส่งที่เธอติดตั้งไม่ค่อยชวนเมาสักเท่าไรนัก แต่ระยะทางไกลเช่นนี้ เธอก็ไม่เคยทดสอบมาก่อน จึงไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร
ทุกคนก้าวเข้าไปในค่ายกลนำส่งด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงนัก หลังจากซือหม่าโยวเย่ว์กระตุ้นค่ายกลนำส่งแล้วทุกคนก็หายลับไปจากที่เดิมอย่างรวดเร็ว ส่วนค่ายกลนำส่งนั้นก็กลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดหลังจากที่พวกเขาหายลับไป
ณ สถานที่ที่ห่างจากเมืองเฟิ่งหลายแสนลี้ คนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง กระโดดจากทิวเขาลงสู่พื้นราบ แล้ววิ่งไปยังทิศที่ตั้งของเมืองเฟิ่งไม่หยุด
สัตว์อสูรวิเศษแบกมนุษย์หลายคนเอาไว้บนหลังพลางวิ่งบนพื้นหญ้าอย่างบ้าระห่ำ คนบนหลังหันหน้ามามองเป็นระยะๆ เมื่อพบคนที่ไล่ตามมาจากในทิวเขา สีหน้าก็แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“คุณชายเล็ก คุณหนูเล็ก อีกประเดี๋ยวพวกเราจะพยายามสกัดคนเหล่านั้นเอาไว้ พวกท่านสนใจเพียงแค่การเดินไปข้างหน้าเท่านั้นก็พอ อย่าหันกลับมา ขอเพียงแค่หาคนช่วยชีวิตให้ได้ก็พอแล้ว” บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งบอกกับเจ้านายของตน
“พวกเขามีจำนวนคนมาก พวกท่านอยู่ต่อไปจะมีประโยชน์อันใด ตอนนี้คนของพวกเราตายกันไปมากมายถึงเพียงนั้นแล้ว พวกท่านกลับไปก็เสียสละอย่างสูญเปล่าน่ะสิ” หญิงสาวที่ถูกปกป้องเอาไว้ตรงกลางพูด
“ตายเพื่อคุณหนูเล็กและคุณชายเล็กได้ พวกเราก็ไม่เสียดายชีวิตหรอกขอรับ ขอเพียงแค่พวกท่านปลอดภัย คนเหล่านั้นก็มิได้ตายเปล่าแล้วขอรับ” บุรุษวัยกลางคนผู้นั้นเอ่ย
“ใช่แล้วขอรับ” คนอื่นๆ อีกหลายคนเห็นพ้อง
“พวกท่านสนใจเพียงแค่การเดินทางไปข้างหน้าเท่านั้นก็พอขอรับ” บุรุษวัยกลางคนมองคนอื่นๆ ปราดหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งก็บินขึ้นจากหลังสัตว์อสูรวิเศษแล้วรอคนเหล่านั้นอยู่กลางอากาศ
“ท่านอาจง!” หญิงสาวผู้นั้นร้องตะโกนเสียงดัง แต่สัตว์อสูรวิเศษก็พาพวกเขาห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
“พี่หญิง พวกเรากลับไปตอนนี้ก็ต้องตายแน่ พวกเราจะให้พวกเขาตายเปล่ามิได้หรอกนะ” บุรุษหนุ่มวัยเยาว์เอ่ย
“จวินฮุย ถ้าหากข้าได้พบเขา จะต้องสังหารเขาอย่างแน่นอน!” หญิงสาวกำหมัดแน่นแล้วเงยหน้ามองคนบนท้องฟ้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า
สายตาเห็นว่าคนที่ติดตามมาใกล้เข้ามาทุกที ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกัน คนทางฝั่งนี้ถูกฆ่าไปครึ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว เหลือคนอยู่เพียงสี่ห้าคนที่กำลังรับมือกับความตายอยู่เท่านั้น
คนอีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่าพวกเขามีจำนวนไม่มากจึงผ่านพวกเขามาแล้วมุ่งหน้าไล่ติดตามมาทางสองพี่น้อง
“พี่หญิง ข้าจะไปสกัดพวกเขาไว้เอง” บุรุษหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วพูดขึ้น
“เจ้าช่างโง่งมนัก พลังยุทธ์ข้าสูงกว่าเจ้า ข้าไปเองดีกว่า”
“พี่หญิง ท่านพ่อท่านแม่ให้ความสำคัญกับท่านเป็นอย่างมากมาโดยตลอด ท่านมีความสามารถอันแข็งแกร่ง ไม่เหมือนกับข้า ท่านต้องมีชีวิตรอดต่อไปสิ”
“ไม่ได้ ตระกูลเรามีเจ้าเป็นบุรุษเพียงคนเดียว เจ้าจะต้องแบกรับภาระของตระกูลในภายภาคหน้า วันนี้เจ้าจะต้องมีชีวิตรอดให้ได้ จะต้องขับไล่สายตระกูลของพวกจวินฮุยนั่นให้ไสหัวออกไปจากตระกูลจวิน เช่นนั้นจึงจะไม่ผิดต่อผู้ที่เสียชีวิตไปในวันนี้ เจ้าจำได้แม่นแล้วหรือยัง”
“ฮ่าๆๆ พวกเจ้าพี่น้องเลิกเถียงกันได้แล้ว วันนี้พวกเจ้าไม่ว่าใครก็ไปจากที่นี่ไม่ได้ทั้งสิ้น!” เสียงหัวเราะอย่างโอหังลอยมาจากด้านหลัง คนกลุ่มนั้นไล่ตามพวกเขามาอย่างรวดเร็วแล้วร่อนลงบนพื้น โอบล้อมพวกเขาเอาไว้
เมื่อสองพี่น้องเห็นกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยแววสังหาร หัวใจของพวกเขาก็จมดิ่งลง ดูเหมือนว่าความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะมีชีวิตรอดต่อไปในวันนี้จะมีไม่มากเสียแล้ว
ส่วนทางด้านนั้น องครักษ์ถูกกำจัดทิ้งจนหมดสิ้น คนที่เหลือจึงไล่ตามมาล้อมพวกเขาเอาไว้ด้วย
“อีกประเดี๋ยวเจ้าหาโอกาสหนีฝ่าวงล้อมของพวกเขาออกไปนะ ข้าระเบิดตัวเองก็จะสังหารคนได้จำนวนหนึ่ง หยุดฝีก้าวของพวกเขาเอาไว้ได้” หญิงสาวพูดอย่างตัดสินใจ
“พี่หญิง!” ชายหนุ่มเบิกตาโตอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นท่าทางตัดสินใจแน่วแน่ของนางแล้วนัยน์ตาก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
“อย่าเปิดโอกาสให้นางระเบิดตัวเองนะ รีบลงมือเร็วเข้าสิ!” บุรุษผู้หนึ่งตะโกนลั่น
เมื่อหญิงสาวผู้นั้นได้ยินจึงรีบโคจรพลังวิญญาณภายในร่างกายเพื่อเตรียมระเบิดตัวเอง แต่เพิ่งจะเริ่มต้นก็ถูกคนโจมตีจากบนตัวสัตว์อสูรวิเศษจนล้มลงไปกองกับพื้นแล้วกุมทรวงอกกระอักโลหิตออกมา
“พี่หญิง!” ชายหนุ่มกระโดดลงไปประคองหญิงสาวเอาไว้พลางมองคนกลุ่มนั้นอย่างชิงชัง
หรือว่าวันนี้จะต้องตายอยู่ที่นี่จริงๆ เสียแล้วเล่า
และในขณะนี้เองอุโมงค์ทางเดินสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างฉับพลัน หลังจากที่คนสองคนร่วงหล่นลงมาจากภายในนั้นแล้วก็มีคนสามคนออกมา รีบประคองสองคนนั้นเอาไว้
คนที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันขัดจังหวะความเคลื่อนไหวของคนบนพื้นดินเหล่านั้น พวกเขาต่างเงยหน้าขึ้นมองมาทางพวกเขา
เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นแล้วถูกอูหลิงอวี่ประคองเอาไว้ ชายหนุ่มผู้นั้นจึงร้องออกมาโดยสัญชาตญาณ
“โยวเย่ว์?”
……………………………