สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 508 ช่วยเหลือ
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินคนเรียกชื่อตนจึงมองไปทางพวกเขา หลังจากที่จำคนเหล่านั้นได้แล้วก็ตกอกตกใจอยู่บ้าง
“จวินหลาน จวินเทียน พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่กันได้อย่างไร”
ซีเหมินเฟิงมองจวินหลานและจวินเทียนพลางถามว่า “พี่หญิง ท่านรู้จักพวกเขาหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า “นับว่ารู้จักแล้วกัน”
จวินหลานย่อมไม่รู้จักซือหม่าโยวเย่ว์อยู่แล้ว ตอนพบหน้ากันที่หอเซวียนหยวนในคราวนั้น ซือหม่าโยวเย่ว์อยู่ภายใต้ชุดคลุมทั้งตัว ย่อมต้องไม่รู้จักเป็นธรรมดา แต่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับจวินเทียนที่เกาะลืมกังวลนานหลายวัน
ผู้ที่ไล่ล่าสังหารพวกเขาเห็นซือหม่าโยวเย่ว์และจวินหลานรู้จักกันจึงเอ่ยว่า “เรื่องนี้มิอาจปล่อยให้แพร่ออกไปได้ ฆ่าทิ้งให้หมด!”
“ขอรับ”
“พวกเจ้าหนีไปเร็วเข้า!” จวินหลานกุมทรวงอกพลางตะโกนใส่พวกเขา
“นี่ไม่ใช่กงการอะไรของพวกเจ้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ใครใช้ให้พวกเจ้ามาเห็นเข้าล่ะ ห้ามปล่อยไปแม้แต่คนเดียว ฆ่าทิ้งให้หมดเลย!” ชายที่เป็นผู้นำออกคำสั่ง
“ช่างปากกล้ายิ่งนัก ที่ดินแดนโบราณแห่งนี้มีคนไม่มากนักหรอกนะที่กล้าพูดต่อหน้าข้าว่าจะฆ่าข้าน่ะ!” โม่ซานยิ้มอย่างร้ายกาจ
“สิ่งที่ข้ารังเกียจที่สุดก็คือผู้อื่นหยิบมีดมาชี้ใส่หน้าข้า!” คงเซียงอี๋มองคนเหล่านั้นแล้วหยิบกระดิ่งอันหนึ่งออกมาเขย่าสองครั้ง
“คนของหุบเขาคงหมิง” เมื่อเห็นกระดิ่งในมือคงเซียงอี๋ คนเหล่านั้นก็จำได้ในทันที
“ยังพอมีความรู้อยู่บ้างสินะ” คงเซียงอี๋มิได้ปฏิเสธ
เมื่อรู้ตัวตนของคงเซียงอี๋ คนเหล่านั้นก็มีสีหน้าไม่น่าดูอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ลูกธนูขึ้นอยู่บนสายแล้วจึงมิอาจไม่ยิงได้ ต่อให้รู้ว่าพวกเขาคือคนของหุบเขาคงหมิงก็มิอาจปล่อยพวกเขาให้จากไปได้อยู่ดี
“ลุยเลย!”
อีกฝ่ายมีคนสิบกว่ายี่สิบคน นอกจากซือหม่าโยวเย่ว์แล้วอีกสี่คนต่างบุกเข้าไป หนึ่งคนแบ่งกันรับมือสองสามคน เพียงไม่นานก็จัดการได้ทั้งหมดแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์เข้ามาที่ข้างกายจวินหลานและจวินเทียน เมื่อเห็นจวินเทียนที่กำลังตกตะลึงจึงเอ่ยเตือนว่า “เจ้ายังไม่ให้พี่หญิงเจ้ากินยาวิเศษอีกหรือ”
“อ้อ” จวินเทียนถึงค่อยนึกขึ้นมาได้ว่าต้องให้จวินหลานกินยาวิเศษ จึงเอ่ยว่า “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มาตั้งแต่เมื่อใดกัน”
“หลายเดือนได้แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นยาวิเศษที่จวินเทียนหยิบออกมาแล้วขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าเขาจะป้อนให้จวินหลานจึงคว้ามือเขาเอาไว้
“ทำไมหรือ” สองพี่น้องมองเธออย่างไม่เข้าใจ
“ยาวิเศษนี่กลิ่นไม่ถูกต้องน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบยาวิเศษในมือจวินเทียนมาแล้วดมดูอย่างละเอียด หลังจากนั้นจึงโยนลงบนพื้น “ภายในนี้มีสมุนไพรเกินมาสองชนิด หลังจากกินลงไปแล้วไม่เพียงแต่จะช่วยเจ้าไม่ได้เท่านั้น แต่ยังจะทำให้เจ้าถึงแก่ชีวิตอีกด้วย!”
“อะไรนะ” สองพี่น้องตกใจอย่างรุนแรง
“จะต้องเป็นการไตร่ตรองเอาไว้แล้วอย่างแน่นอน!” จวินเทียนพูดอย่างชิงชัง
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบยาวิเศษเม็ดหนึ่งมอบให้จวินหลานพลางเอ่ยว่า “ไม่ว่าพวกเจ้าสองพี่น้องคนใดได้รับบาดเจ็บ ขอเพียงแค่กินยาวิเศษนี้ลงไป ต่อให้มิได้ฆ่าพวกเจ้าให้ตายในทันที ยาวิเศษนี้ก็ยังเอาชีวิตพวกเจ้าได้อยู่ดี! จวินหลาน ยังดีที่เจ้าเคราะห์ดี มาพบพวกเราเข้าเสียก่อน”
“เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ” จวินหลานมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างประหลาดใจ ในความทรงจำของตนไม่มีบุคคลผู้นี้อยู่เลย
“พี่หญิง เขาก็คือซือหม่าโยวเย่ว์แห่งตระกูลซือหม่าจากดินแดนอี้หลินที่ข้าเคยเล่าให้ท่านฟังอย่างไรเล่า” จวินเทียนพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้ม “ตอนนั้นพวกเราเคยพบหน้ากันแล้วนะ”
“พวกเราเคยพบกันด้วยหรือ” ไม่เพียงแต่จวินหลานเท่านั้นที่ตกใจ จวินเทียนก็มองเธออย่างตกใจเช่นกัน
“ตอนนั้นในงานประมูลที่อาณาจักรจันทร์ประจิม เจ้าได้มอบบัตรสีฟ้าให้ข้าใบหนึ่ง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้าคือบุคคลลึกลับในตอนนั้นน่ะหรือ” จวินหลานพูดอย่างตกตะลึง
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
“คิดไม่ถึงว่าคนในตอนนั้นจะเป็นเจ้า” จวินหลานแย้มยิ้ม
“พวกเจ้ามิใช่ผู้รับผิดชอบของหอเซวียนหยวนแห่งดินแดนอี้หลินหรอกหรือ เหตุใดจึงขึ้นมาที่นี่เสียเล่า” เธอถามอย่างประหลาดใจ
“เดิมทีพวกเราก็เป็นคนของดินแดนโบราณอยู่แล้ว แต่ถูกส่งลงไปฝึกประสบการณ์ที่ดินแดนเบื้องล่างตั้งแต่ยังเล็ก” จวินหลานกินยาวิเศษของซือหม่าโยวเย่ว์ลงไปแล้วสบายขึ้นมาก “จะว่าไปแล้วพวกเราสองพี่น้องได้กลับมาก่อนกำหนดก็เพราะเจ้านี่แหละ”
“เพราะข้าอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เข้าใจ
“ใช่แล้ว” จวินเทียนตบบ่าซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “ตอนนั้นพี่หญิงได้รับตำรับของยาวิเศษร้อยโคจรมาจากบุคคลลึกลับ มีส่วนช่วยเหลือตระกูลอย่างมหาศาล ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงสำเร็จการฝึกประสบการณ์ก่อนกำหนดและถูกเรียกตัวกลับมา ในเมื่อเจ้าคือบุคคลลึกลับในตอนนั้น ก็ย่อมต้องเป็นเพราะเจ้าน่ะสิ”
ที่แท้พวกเขาก็ออกมาจากดินแดนอี้หลินในเวลาหลังจากนั้นไม่นาน มิน่าเล่าในช่วงหลายปีหลังๆ เธอจึงไม่เคยได้ยินข่าวคราวของพวกเขาพี่น้องอีกเลย
ในขณะที่พวกเขาสนทนากันอยู่นั้นเอง พวกอูหลิงอวี่ก็จัดการเก็บกวาดคนจนหมด เห็นซือหม่าโยวเย่ว์พูดคุยกับพวกเขาอย่างติดลม พวกเขาจึงเหลือพยานเอาไว้สองปาก
“พี่หญิง จัดการเรียบร้อยหมดแล้วล่ะ” ซีเหมินเฟิงเดินเข้ามา ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืน จวินเทียนก็พยุงจวินหลานให้ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
“ขอบคุณบุญคุณที่ทุกท่านช่วยชีวิตในวันนี้” จวินเทียนพูดอย่างซาบซึ้ง
ถ้าหากมิใช่เพราะพวกเขาบังเอิญผ่านมาทางนี้พอดี วันนี้คาดว่าสองพี่น้องก็คงต้องจบชีวิตอยู่ที่นี่เสียแล้ว
“พวกเจ้าเป็นสหายของโยวเย่ว์ ช่วยพวกเจ้าก็ไม่เห็นเป็นไรเลย” คงเซียงอี๋กล่าว
“พวกเราเหลือพยานเอาไว้สองปาก พวกท่านอยากถามสิ่งใดหรือไม่” ซีเหมินเฟิงถาม
“พวกเรารู้ว่าใครส่งพวกเขามา แต่อย่างน้อยอาศัยพวกเขา พวกเราก็ยังจัดการคนเหล่านั้นไม่ได้อยู่ดี” จวินหลานเอ่ย “มิสู้ฆ่าล้างแค้นไปเสียดีกว่า”
“ข้าจะไปฆ่าพวกมัน ล้างแค้นให้ท่านอาจง!” จวินเทียนปล่อยจวินหลานแล้วเดินเข้าไปสังหารคนสองคนนั้น
จวินหลานเห็นซากศพบนพื้น นัยน์ตามีแววเคียดแค้นวาบผ่าน แต่นางก็รีบเก็บงำเอาไว้ในทันทีแล้วเอ่ยถามพวกซือหม่าโยวเย่ว์ว่า “คุณหนูคง พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่กันได้อย่างไร”
“พวกเราจะไปเข้าร่วมงานประมูลของหอเซวียนหยวน แต่ค่ายกลนำส่งส่งตัวพวกเรามาที่นี่น่ะ” คงเซียงอี๋เอ่ย “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเมืองเฟิ่งอยู่ในทิศทางใด”
“พวกเจ้าจะไปเข้าร่วมงานประมูลที่เมืองเฟิ่งสินะ” หลังจากจวินเทียนกลับมาแล้วจึงพูดขึ้น “เมืองเฟิ่งอยู่ห่างไกลจากที่นี่พอสมควร แต่ก็ขี่สัตว์อสูรบินได้ไปถึงได้ภายในไม่กี่วัน”
“พวกเจ้าก็จะไปเข้าร่วมงานประมูลเช่นกันหรือ” คงเซียงอี๋ถาม
“ถ้าหากข้าเดาไม่ผิด พวกเขาน่าจะไปจัดงานประมูลมากกว่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“พวกเจ้าเป็นคนของตระกูลจวินหรือ!”
จวินหลานพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ถูกต้อง ข้าคือจวินหลาน ส่วนน้องชายข้าชื่อจวินเทียน ตอนแรกจะไปเมืองเฟิ่งเพื่อจัดงานประมูล คิดไม่ถึงว่าจะถูกลอบสังหารกลางทางได้”
“ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเสียจริง” คงเซียงอี๋อุทาน
“ในเมื่อพวกเรากำลังจะไปเมืองเฟิ่งกันหมด เช่นนั้นก็ร่วมทางกันไปเลยดีกว่านะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
จากนั้นทุกคนจึงเรียกสัตว์อสูรบินได้ออกมาแล้วขึ้นนั่งพร้อมกัน ซือหม่าโยวเย่ว์และซีเหมินเฟิงที่ยังคงเมาค่ายกลนำส่งอยู่บ้าง เมื่อขึ้นไปบนหลังสัตว์อสูรบินได้แล้วจึงเริ่มต้นหลับตาพักผ่อน
หลายวันต่อมาพวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็มาถึงเมืองเฟิ่ง เมืองใหญ่ลำดับสองของแดนชั้นกลาง
ก่อนเข้าสู่ตัวเมือง คนของตระกูลจวินก็มาหาตัวพวกจวินหลาน จากนั้นพวกเขาจึงแยกทางกันที่หน้าประตูเมือง
ก่อนจากกัน พวกจวินหลานได้มอบบัตรเชิญใบหนึ่งให้กับซือหม่าโยวเย่ว์ บอกว่ามีไว้สำหรับแขกพิเศษเท่านั้น ซึ่งซือหม่าโยวเย่ว์ก็รับมาอย่างไม่เกรงใจ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งหลายก็ไม่มีบัตรเชิญอยู่พอดี ต้องมีสิ่งนี้จึงจะไปเข้าร่วมงานประมูลได้
นอกจากนี้ตระกูลจวินยังจัดหาที่พักให้กับพวกเขาด้วย ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมในเครือของหอระลึกจันทร์พอดี ซือหม่าโยวเย่ว์ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเห็นด้วย
ก่อนที่คนนำทางจะจากไปได้แจ้งเอาไว้ว่าจะส่งคนมาส่งรายการสิ่งของประมูลในครั้งนี้ให้กับพวกเขา ดังนั้นตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงคิดว่าเป็นคนมาส่งรายการ ชั่วขณะที่เธอเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตู จึงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิมในทันใด
……………………………………..