สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 514 พนันหิน (1)
จากนั้นทุกคนจึงไปพักผ่อน เรือนพักที่ฉินโม่เก็บเอาไว้ให้พวกเขานั้นกว้างใหญ่เพียงพอ ดังนั้นถึงจะมีคนเพิ่มขึ้นมากมายเช่นนี้ก็ยังไม่รู้สึกว่าคับแคบแต่อย่างใด
ซือหม่าโยวเย่ว์ให้ซีเหมินเฟิงอยู่ต่อ รอจนทุกคนจากไปกันหมดแล้วจึงให้เขาปลดหน้ากากลง
“ไม่เลว รอยแผลเป็นบนหน้าใกล้จะมองไม่เห็นแล้ว แต่สวมหน้ากากมานานหลายปีจึงดูขาวอย่างไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง” ซือหม่าโยวเย่ว์มองใบหน้าซีเหมินเฟิงอย่างพึงพอใจ “ผ่านไปอีกสักระยะก็น่าจะฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์แล้วล่ะ ถึงตอนนั้นเจ้าก็จะไม่ต้องสวมหน้ากากทั้งวันอีกแล้ว”
ซีเหมินเฟิงมิได้สนใจว่าจะต้องสวมหน้ากากหรือไม่ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่รูปโฉมและเสียงของตนจะฟื้นคืนกลับมา เขาเตรียมใจที่จะต้องสวมหน้ากากไปตลอดเอาไว้แล้ว ถึงอย่างไรถ้าหากคนของตระกูลจงเจิ้งและวังหยินหยางรู้เข้า เขาก็คงวุ่นวายไม่น้อยอยู่ดี
“พี่หญิง สิ่งนี้ให้ท่าน” ซีเหมินเฟิงหยิบบัตรแก้วผลึกใบหนึ่งออกมาส่งให้เธอ
ซือหม่าโยวเย่ว์รับบัตรแก้วผลึกมาดูก่อนจะมองเขาอย่างประหลาดใจ
“เจ้าไปเอาเงินมากมายถึงเพียงนี้มาจากไหนกัน”
หนึ่งล้านมณีผลึกขั้นกลาง นี่เป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลย
“ท่านแม่ให้ข้าไว้ก่อนเกิดเรื่องน่ะ” ซีเหมินเฟิงกล่าว
“เจ้าเก็บไว้สิ เอามาให้ข้าทำไมกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์คืนบัตรแก้วผลึกให้เขา
“ก็เอาไว้ให้ท่านใช้ในงานประมูลน่ะสิ” ซีเหมินเฟิงไม่เก็บกลับคืน “สิ่งของที่ท่านต้องการซื้อมีมากมายถึงเพียงนั้น ถึงจะพูดว่าจวินหลานผู้นั้นบอกว่ายาชำระเอ็นตัดไขกระดูกสามารถประมูลได้เป็นราคาไม่น้อย แต่มีเงินมากหน่อยย่อมเป็นเรื่องดี ค่อยว่ากันเถิด ท่านซื้อเครื่องยาให้ข้าตั้งมากมาย ข้าออกเงินเล็กน้อยแค่นี้ท่านก็ยังไม่ยอมรับอีกหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นซีเหมินเฟิงยืนกราน จึงได้รับบัตรแก้วผลึกเอาไว้
“ที่เจ้าพูดไม่ผิดเลย พวกเราต้องการเงินค่อนข้างมาก จะอาศัยแค่เงินเล็กน้อยที่หอเซวียนหยวนมอบให้นั้นไม่ได้หรอก” เธอพูด “พวกเรายังต้องคิดหาวิธีทำเงินเพิ่มมากขึ้นอีกจึงจะใช้ได้”
เมื่อสองวันก่อนจวินเทียนมาหาเธอรอบหนึ่งแล้วมอบมณีผลึกขั้นกลางสามล้านก้อนให้เธอ บอกว่ารู้ว่าเธอขาดแคลนเงิน ดังนั้นจึงจ่ายให้ล่วงหน้าก่อนส่วนหนึ่ง ถ้าหากถึงเวลานั้นแล้วสิ่งของของเธอประมูลได้เงินมากกว่านี้ก็ค่อยจ่ายให้เธอเพิ่ม แต่ถ้าหากน้อยกว่าก็ถือว่าให้เธอยืมเงินส่วนเกินไปก่อน
ตอนแรกซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เห็นด้วย เพราะไม่รู้ว่าสิ่งของของตนจะประมูลได้มากน้อยเพียงใด แต่จวินเทียนบอกว่าของของเธอรวมกันแล้วจะต้องประมูลได้มากกว่านี้ไม่น้อย ด้วยเหตุนี้เธอจึงรับเอาไว้
ตอนนี้เมื่อรวมกับหนึ่งล้านของซีเหมินเฟิง เธอจึงมีทั้งสิ้นหกล้านมณีผลึกขั้นกลาง เป็นสิบกว่าเท่าของราคาขั้นต่ำของสิ่งที่เธอเล็งเอาไว้ คราวนี้มีสิ่งของจำนวนมาก ถ้าหากผู้อื่นไม่แย่งชิงกับเธอ เงินเหล่านี้ก็คงขาดเหลือไม่มากนัก แต่ถ้าหากพบคนที่ต้องการเช่นเดียวกันแล้วจำเป็นต้องแข่งราคา เช่นนั้นเงินเล็กน้อยแค่นี้ก็คงยากจะพูดได้
“ไม่ได้การแล้ว ข้ายังต้องไปหาเงินอีกสักหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากไม่ได้จริงๆ ก็คงได้แต่ต้องขอยืมพวกฉินโม่แล้ว”
ตลอดมา เธอไม่ชอบการหยิบยืมเงินผู้อื่น เรื่องนี้เป็นความเคยชินติดตัวมาตั้งแต่ตอนที่เธออยู่บนโลกเดิมแล้ว แต่ถ้าหากถึงตอนที่งานประมูลเริ่มต้นแล้วตนยังมีเงินไม่มาก เช่นนั้นก็คงหมดหนทางแล้ว
“อันที่จริงโม่ซานก็อยู่ที่นี่ด้วยมิใช่หรือ ท่านให้เขาพาท่านไปพนันหินก็ใช้ได้แล้ว หาเงินจากที่นั่นได้เร็วที่สุด” ซีเหมินเฟิงกล่าว
เมื่อได้ฟังคำพูดของเขา ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ตบหน้าผากแล้วร้องตะโกนว่า “ใช่แล้ว! ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน!”
พนันหิน คำศัพท์นี้มิได้แปลกประหลาดสำหรับเธอแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนโลกเดิมเธอก็เคยเห็นการพนันหินมาก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนั้นภายในหินที่ผู้อื่นพนันกันห่อหุ้มหยกเอาไว้ ส่วนที่นี่ ภายในหินจะห่อหุ้มหินวิญญาณหายากเอาไว้
ตอนที่เธอยังเป็นซีเหมินโยวเย่ว์ก็เคยดูการพนันหินของผู้อื่น แต่ตอนนั้นตนเป็นคนนอกอย่างสิ้นเชิง เพียงแค่เคยติดตามพวกเขาไปเปิดหูเปิดตาเท่านั้น เคยเห็นกับตาว่ามีคนกะเทาะหินวิญญาณหายากออกมาจากก้อนหินที่ดูแสนธรรมดาไม่มีอะไรแปลกประหลาดแล้วขายในราคาสูงลิบลิ่ว
ตอนนั้นตนเป็นคนนอกที่ไปร่วมดูความครึกครื้น ตอนนี้หากตนไปก็ต้องเป็นคนในที่คอยดูต้นทางแล้ว
“อยากให้ข้าไปหาโม่ซานหรือไม่” ซีเหมินเฟิงเห็นพี่หญิงของตนตื่นเต้นถึงเพียงนี้จึงเอ่ยด้วยแววตาเจือรอยยิ้ม (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky https://novel-lucky.com/)
“ดีเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์ก็อยากพาโม่ซานไปด้วยเช่นกัน ถึงอย่างไรเขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ แต่ทันใดนั้นเธอก็เรียกซีเหมินเฟิงให้หยุดเอาไว้แล้วพูดว่า “ช่างเถิด วันนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พวกเราค่อยไปพรุ่งนี้แล้วกัน แล้วพาพวกท่านปู่ไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยด้วย”
“ได้สิ เช่นนั้นข้าจะไปบอกโม่ซานก่อนสักหน่อย ถามเขาดูว่าพอจะมีเวลาหรือไม่”
“ไปเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซีเหมินเฟิงสวมหน้ากากแล้วจากไป จึงลุกขึ้นออกไปจากห้องโถงใหญ่ด้วย ก่อนจะสัมผัสถึงห้องของเป่ยกงถังแล้วเดินไปเคาะประตู
เป่ยกงถังเปิดประตู เมื่อเห็นว่าเป็นซือหม่าโยวเย่ว์จึงให้เธอเข้ามา
“คุยกับน้องชายเจ้าจบแล้วหรือ” เป่ยกงถังปิดประตูแล้วเข้ามานั่งลงข้างเธอพลางเอ่ยถาม
“อืม แค่ตรวจร่างกายของเขาสักหน่อยน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าจะหาญาติใกล้ชิดของเจ้าพบได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การยินดีอย่างแท้จริง” เป่ยกงถังพูด
“ใช่แล้ว ข้าดีใจมากจริงๆ ยังคิดอยู่เลยว่าเขาคงประสบอันตรายเสียแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะได้พบเขาด้วย เพียงแต่ร่างกายของเขาค่อนข้างซับซ้อนน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องหาหนทางได้อย่างแน่นอน” เป่ยกงถังเอ่ยปลอบ
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “พูดความจริงเลยนะ จนถึงตอนนี้ข้ายังไม่มีวิธีขจัดมันได้อย่างสิ้นเชิงเลยจริงๆ แต่ยังมีเวลาอีกหลายปี ข้าจะต้องคิดหาวิธีได้ในช่วงนี้อย่างแน่นอน”
“หรือไม่พวกเราก็ไปลองถามพวกท่านอาจารย์ของเจ้าดูสักหน่อยดีไหม ดูว่าพวกเขาพอจะมีหนทางบ้างหรือไม่” เป่ยกงถังพูด “บนโลกนี้มีคนน่าอัศจรรย์อยู่ตั้งมากมาย จะต้องมีหนทางแน่”
“อืม” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว เหตุใดท่านแม่เจ้าจึงไม่มาด้วยเล่า นางกับน้องชายเจ้าเป็นเช่นไรบ้างแล้ว ตระกูลเป่ยกงกับวังคุนหยวนมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างหรือไม่”
“ตอนนี้ท่านแม่กับน้องชายสบายดีมาก เพราะเพิ่งจะได้รับการช่วยเหลือออกมา ดังนั้นจึงได้แต่พักผ่อนอยู่ภายในตระกูลมาตลอดหลายวันนี้” เป่ยกงถังพูด “แต่ระยะนี้ความสัมพันธ์ของตระกูลอิ่นและตระกูลเป่ยกงรวมทั้งวังคุนหยวนตึงเครียดขึ้นทุกวัน ถึงขนาดที่เรียกได้ว่าเงื้อดาบเตรียมพร้อมแล้ว เพราะเหตุนี้พวกเราจึงมาที่นี่ช้าอย่างไรล่ะ”
“พวกเขายังมิได้ลงมือกับตระกูลอิ่นกระมัง”
“ยังหรอก เพราะราชาพิราบอินทรีพักอยู่ที่บ้านตระกูลอิ่นสองวัน ดังนั้นจึงระงับความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลอิ่นกับเผ่าพันธุ์พิราบอินทรีในอดีตเอาไว้ พวกเขาก็ไม่กล้าลงมือง่ายๆ” เป่ยกงถังพูด
“เช่นนั้นก็ดี” ตอนแรกซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ได้มีความสนใจในเรื่องเหล่านี้เลย แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับคนรอบตัวของตน เธอจึงคาดหวังให้สถานการณ์เป็นไปอย่างดี
จากนั้นทั้งสองก็สนทนาเรื่องอื่นกันต่อครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเธอจึงไปแจ้งให้ทุกคนทราบว่าพรุ่งนี้จะไปพนันหิน ผู้ที่อยากไปก็ไปด้วยได้ทุกคน
ทุกคนต่างขึ้นมาจากดินแดนเบื้องล่าง ย่อมไม่รู้ว่าพนันหินคืออะไร แต่เมื่อได้ยินซือหม่าโยวเย่ว์บอกว่าเป็นเดิมพันชนิดหนึ่งที่จะได้กำไรมหาศาลหรือสิ้นเนื้อประดาตัวก็ได้จึงเกิดความสนใจขึ้นมาในทันที แล้วบอกว่าพรุ่งนี้จะติดตามไปด้วย
เมื่อได้ยินว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะไปพนันหินในวันรุ่งขึ้น ฉินโม่และโม่ซานต่างก็บอกว่าจะไปกับเธอด้วย ส่วนอูหลิงอวี่นั้นไม่ต้องพูดถึง ย่อมต้องอยากไปด้วยอยู่แล้ว
ดังนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาจึงออกจากโรงเตี๊ยมไปอย่างยิ่งใหญ่
ขณะนี้บนถนนใหญ่เต็มไปด้วยฝูงชนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นคนในสำนักวิชาหรือตระกูลเดียวกันทั้งสิ้น
เดินไปครู่ใหญ่ เจ้าอ้วนชวีจึงชี้ประตูใหญ่ที่ตกแต่งประดับประดาอย่างหรูหราแล้วพูดว่า “ตำหนักหิน โยวเย่ว์ นี่คงเป็นสถานที่พนันหินที่ผู้ดูแลบอกสินะ”
……………………………….