สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 516 พนันหิน (3)
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้จักหินแตงโม รูปลักษณ์ดูคล้ายคลึงกับแตงโม ด้านในมีเพียงแค่หินวิญญาณที่ดูคล้ายเมล็ดแตงโมจำนวนหนึ่งเท่านั้น การกะเทาะได้สิ่งนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรนัก เพราะเมล็ดแตงโมเหล่านั้นย่อมไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด ทั้งยังไม่มีมูลค่า โดยทั่วไปแล้วผู้ที่กะเทาะได้สิ่งนี้ต่างกลุ้มใจแทบตาย
คิดไม่ถึงว่าพนักงานร้านผู้นี้จะซื่อสัตย์อย่างยิ่ง มิได้ปิดบังเรื่องนี้เลย
เธอโบกไม้โบกมือไปทางเขาแล้วเอ่ยว่า “พวกเราจะเลือกกันเอง เจ้าไปเถิด”
เธอรู้เรื่องการให้บริการของพนักงานร้านเหล่านี้ว่ามีค่านายหน้าสำหรับการขายหินต้นกำเนิด ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามขายทุกคนอย่างหนักหน่วงยิ่ง แต่อย่างมากที่สุดพวกเขาก็แค่เสนอความเห็นเล็กน้อย ไม่กล้าตัดสินใจแทนแขก ไม่อย่างนั้นแขกที่กะเทาะได้หินเปล่าโทษพวกเขาขึ้นมาคงวุ่นวายแย่
“เจ้าอยากลองดูเองหรือให้ข้าช่วยเจ้าเลือกเลย” โม่ซานถาม
“ข้าลองดูเองก่อนแล้วกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นก้อนหินเหล่านี้แล้วเกิดความอยากรู้อยากลองอยู่บ้าง
สิ่งนี้แตกต่างกับบรรดาหินแร่ภายในเจดีย์วิญญาณอยู่พอสมควร เพราะตนรับสัมผัสถึงสภาพภายในของพวกมันแล้วกกะเทาะหินวิญญาณออกมาได้เลย แต่หินเหล่านี้ไม่เหมือนกัน หินแร่เหล่านี้ไม่มีความเชื่อมโยงกับตน เธอมิอาจเยี่ยมชมสภาพภายในได้ แต่ตอนนี้เธอนำสิ่งที่เรียนรู้จากในตำราเล่มนั้นมาใช้ได้ ลองดูว่าแท้ที่จริงแล้วตนเรียนรู้มาได้เป็นอย่างไรบ้าง
เธอคุกเข่าลงแล้วเลือกดูในกองหินนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า คลำอันโน้น ดูอันนี้ ในที่สุดก็เลือกหินต้นกำเนิดรูปทรงรีขนาดเท่าศีรษะคนมาได้ก้อนหนึ่ง
โม่ซานเห็นเธอเลือกหินต้นกำเนิดก้อนนั้นแล้วนัยน์ตาเป็นประกาย แต่กลับมิได้พูดอะไร
ชายที่บอกเขาว่าอย่าเลือกหินจากที่นี่ก่อนหน้านี้ชำระเงินเสร็จพอดีแล้วเตรียมตัวจะไปหาคนกะเทาะหิน เมื่อหันมาก็เห็นซือหม่าโยวเย่ว์ถือหินต้นกำเนิดก้อนหนึ่งเดินเข้ามา จึงร้องออกมาในทันใด “เฮ้… เจ้าเด็กนี่ เหตุใดจึงเลือกหินแตงโมมาเล่า!”
หลังส่งเสียงร้องจบเขาก็นึกเสียใจขึ้นมา เพราะเสียงของเขาทำให้คนจำนวนไม่น้อยมองมาทางนี้
เขากดเสียงต่ำลงแล้วพูดว่า “ขอ… ขอโทษด้วย แต่ถ้าหากเจ้าเลือกก้อนนี้ ต่อให้เปิดออกมาก็มีเพียงแค่เมล็ดแตงโมจำนวนหนึ่งเท่านั้น ไม่คุ้มหรอก หินก้อนนี้มีราคาตั้งหนึ่งหมื่นมณีผลึกขั้นกลางเชียวนะ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดไม่ถึงว่าจะได้พบคนที่มีใจกระตือรือร้นเช่นนี้ที่นี่ ถึงแม้ว่าเขาจะดึงดูดความสนใจของผู้คนไม่น้อยมา แต่เขาก็ใจดี เธอจึงไม่โกรธแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก ข้าเลือกหินนี่เป็นครั้งแรก ถือเสียว่าเป็นการลองมือแล้วกัน”
พอพูดจบเธอก็แย้มยิ้มให้ชายผู้นั้นก่อนจะเดินตรงไปทางโต๊ะคิดเงินริมทะเลสาบเล็ก
ชายผู้นั้นเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ยืนกรานการเลือกของตนจึงไม่อยากพูดอะไรอีก แต่เขากลับมิได้จากไป เขาถือหินต้นกำเนิดของตนเอาไว้แล้วติดตามอยู่ด้านหลังซือหม่าโยวเย่ว์ อยากจะเห็นว่าในท้ายที่สุดแล้วซือหม่าโยวเย่ว์จะได้ผลลัพธ์เช่นไร
ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น คนอื่นๆ จำนวนไม่น้อยก็อยากเห็นเรื่องน่าขันของซือหม่าโยวเย่ว์เช่นกัน หลายปีมานี้ การดูผู้อื่นกะเทาะหินก็ถือเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์วางหินต้นกำเนิดลงบนโต๊ะ หญิงสาวผู้คิดเงินเห็นเธอเลือกหินแตงโมมาก็ตกใจอยู่บ้าง โดยเฉพาะเมื่อครู่ยังได้ยินคนเตือนเธอแล้วว่านี่คือหินแตงโม คิดไม่ถึงว่ายังจะเลือกมันอยู่
“คุณชาย ท่านแน่ใจหรือเจ้าคะว่าจะซื้อก้อนนี้” หญิงสาวผู้คิดเงินถามขึ้นด้วยสัญชาตญาณ
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ก้อนนี้แหละ”
“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ หินต้นกำเนิดก้อนนี้ราคาหนึ่งหมื่นแปดพันมณีผลึกขั้นกลางเจ้าค่ะ” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบบัตรแก้วผลึกออกมา ถอนออกไปหนึ่งหมื่นแปดพัน
หญิงสาวใช้สองมือส่งมอบบัตรให้เธอพลางถามด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ว่า “คุณชาย ต้องการกะเทาะหินหรือไม่เจ้าคะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
หญิงสาวชี้ไปทางบริเวณกะเทาะหินแล้วพูดว่า “ท่านไปทางนั้นก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
“ได้เลย” ซือหม่าโยวเย่ว์ถือหินต้นกำเนิดแล้วตรงไปยังบริเวณกะเทาะหิน
ที่นี่มีปรมาจารย์กะเทาะหินอยู่สองคน ทั้งสองคนต่างกำลังกะเทาะหินให้คนอื่นอยู่ เธอจึงถือก้อนหินของตนยืนดูอยู่ข้างๆ พร้อมพูดคุยกับชายหนุ่มสามคนข้างกายเป็นระยะๆ
“เจ้าว่าก้อนหินในมือเขาจะกะเทาะหินออกมาได้หรือไม่” โม่ซานใช้ข้อศอกกระทุ้งแขนซือหม่าโยวเย่ว์แล้วเอ่ยถามขึ้น
ปรมาจารย์กะเทาะหินผู้นั้นลงมีดโดยไม่รอให้ซือหม่าโยวเย่ว์พูด เขาเจาะลงไปตรงตำแหน่งหนึ่งในสามตามที่คนผู้นั้นต้องการ เศษเล็กๆ ร่วงหล่นลงสู่พื้น ภายในเต็มไปด้วยสีขาวโพลน ไม่มีสีเขียวเลย อีกส่วนที่ใหญ่หน่อยมีสีเขียวโผล่ให้เห็นรำไร
“สีเขียวโผล่มาแล้ว!” ผู้คนในที่นั้นอุทานเสียงเบา มิได้เสียงดังเหมือนข้างนอก (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“มีดต่อไปเจาะจากตรงนี้” เจ้าของหินก้อนนั้นชี้ตรงอีกด้านหนึ่งของก้อนหิน
ซือหม่าโยวเย่ว์มองหินก้อนนั้นแล้วพูดว่า “น่าเสียดายนัก…”
“เสียดายอะไรหรือ” พวกเจ้าอ้วนชวีเข้ามาร่วมวงด้วยแล้วได้ยินคำพูดเธอเข้าพอดีจึงเอ่ยถามขึ้น
“เมื่อดูจากภายนอก หินต้นกำเนิดก้อนนี้น่าจะให้หินวิญญาณออกมาได้ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดด้านในจึงไม่มีของดีอยู่เลย” ซือหม่าโยวเย่ว์อธิบายให้พวกเขาฟังเสียงเบา
“จริงหรือ”
“อืม” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า เธอแน่ใจอย่างยิ่งว่าหินก้อนนี้จะได้หินวิญญาณแก้วใสออกมา
หินวิญญาณแก้วใสก็หมายถึงหินวิญญาณที่กะเทาะออกมานั้นมีเพียงแค่ชั้นบางเบาเท่านั้น หินวิญญาณชนิดนี้แม้จะมีคุณภาพดีก็ไม่คุ้มราคาแต่อย่างใด
ชายที่คุกเข่าอยู่บนพื้นหันกลับมาถลึงตาใส่ซือหม่าโยวเย่ว์โดยมิได้พูดอะไร แต่หญิงนางหนึ่งที่อยู่ข้างเขากลับตวาดใส่ซือหม่าโยวเย่ว์ว่า “ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็อย่าพูดจาเหลวไหลสิ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์คิดว่าทุกคนให้ความสนใจแต่กับการกะเทาะหินกันหมด แต่กลับยังมีคนได้ยินคำพูดของเธอด้วย
ไม่พูดก็ไม่พูดสิ ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเธออยู่แล้ว
แต่ก็เหมือนที่ซือหม่าโยวเย่ว์พูด ก้อนหินที่ทำให้คนมองว่ายอดเยี่ยมในตอนแรกนั้นกะเทาะออกมาได้เพียงแค่หินวิญญาณบางๆ ชั้นเดียวเท่านั้นจริงๆ สีสันนั้นไม่เลวก็จริง แต่เพราะบางเกินไป พลังวิญญาณที่เจืออยู่ในนั้นจึงไม่มากนัก ดังนั้นจึงมิได้มีประโยชน์สักเท่าไร
เจ้าของหินก้อนนั้นยังนับได้ว่ามิได้ใส่ใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วปัดเศษหินที่ติดอยู่ตามร่างกาย หญิงข้างกายเขาผู้นั้นชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
“ท่านต่อไป” ปรมาจารย์กะเทาะหินผู้นั้นตะโกน
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าไม่มีใครไปจึงเดินเข้าไปแล้ววางก้อนหินในมือตนลงบนแท่นกะเทาะหิน
“หินแตงโมหรือ” ผู้คนในที่นั้นเห็นก้อนหินของเธอแล้วพากันหัวเราะ หญิงสาวคนเมื่อครู่ยิ่งหัวเราะดังเข้าไปใหญ่
เมื่อเห็นท่าทางสงบนิ่งถึงเพียงนี้ของเธอ ปรมาจารย์กะเทาะหินจึงเอ่ยว่า “คุณชายมาพนันหินเป็นครั้งแรกหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
ก่อนหน้านี้เธอเคยแต่ดูผู้อื่นมาตลอด ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกของเธอจริงๆ
“คุณชายเคยได้ยินเรื่องหินแตงโมหรือไม่”
“เคยได้ยิน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แต่ข้าเลือกหินก้อนนี้มาแล้ว เงินก็จ่ายไปแล้ว คงมิอาจนึกเสียใจภายหลังได้หรอก”
ปรมาจารย์ในตอนแรกผู้นั้นส่ายศีรษะแล้วรับก้อนหินมาคลำดูอย่างละเอียดครู่หนึ่ง
“คิดจะกะเทาะหินวิญญาณออกมาจากแตงโมลูกหนึ่งอย่างนั้นหรือ ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเลยจริงๆ!” หญิงสาวผู้นั้นพูดอย่างเย้ยหยัน
“น้องหญิงสาม อย่าเสียมารยาทสิ!” ชายหนุ่มผู้นั้นตวาด
“ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ นี่ ผู้อื่นก็บอกเขาแล้วว่าหินแตงโมนั่นกะเทาะเอาหินดีๆ ออกมามิได้หรอก แต่เขาก็ยังไม่เชื่อ จะกะเทาะมันให้ได้ ข้ากล้าลงพนันเลยว่าเขากะเทาะหินวิญญาณดีๆ ออกมาไม่ได้แน่! ถ้าหากกะเทาะออกมาได้ ข้าจะเขียนชื่อข้ากลับด้านเลย” หญิงสาวผู้นั้นพูดอย่างไม่พอใจ
“คุณชายอยากจะกะเทาะเช่นไรดี” ปรมาจารย์กะเทาะหินถาม
“ท่านปรมาจารย์รอสักครู่” ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืนมองหญิงสาวผู้นั้นแล้วพูดว่า “เจ้าจะพนันกับข้าอย่างนั้นหรือ”
“ถูกต้อง!” หญิงสาวผู้นั้นก้าวขึ้นมาข้างหน้าก้าวหนึ่งพลางมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างดูแคลน “ถ้าหากเจ้ากะเทาะหินวิญญาณดีๆ ออกมาได้ ข้าจะให้ราคาเจ้าสองเท่าเลย!”
………………………….