สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 418 ข้าจะทำอย่างไรได้?
แปลผิดค้าบบบ 416 417
ก็คึอ ดัชนีเจตจำนงแห่งจิตใจของหลินหยวนตอนมาโลกนี้ คือ
10,000,000 จุด ไม่ใช่ 10,000 จุด ตก 0 ไป 3 ตัว
ก็คือ พอมี 10 ล้านจุดแล้ว ฆ่าสิ่งมีชีวิตในความว่างเปล่าระดับ 9 8 ตัว ใน
รัง ได้ เจตจำนงแห่งจิตใจมา 2 ล้านจุด รวมคือ 12 ล้านจุด
และฆ่าราชาสิ่งมีชีวิตในความว่างเปล่า จาก 12 ล้านจุด เด้งไปเป็น 20
ล้านจุด
และเกณฑ์ของระดับ 12 คือ เจตจำนงแห่งจิตใจเกิน 18 ล้านจุดซึ่งตอนที่
416 417 หลินหยวนกดไป 20 ล้าน++ แล้วค้าบ
ผมสรุปมาให้แล้ว แต่ถ้ากลัวงงรบกวนกลับไปอ่านอีกรอบนึงน้าาขออภัย
ค้าบบ
…………………….
“จ้าวพิภพจันทรา?”
หลินหยวนมองไปที่จ้าวอสูรตงอี้
เขาไม่คิดว่าจ้าวอสูรตงอี้จะมาหาเขาด้วยตัวเองเพราะวิญญาณจันทรา
และด้วยน้ำเสียงของจ้าวอสูรตงอี้ ดูเหมือนว่ามันมองวิญญาณจันทราเป็น
ศัตรูตัวฉกาจไปแล้ว
“จ้าวพิภพจันทรา…”
จ้าวอสูรตงอี้เล่าข้อมูลของจ้าวพิภพจันทราออกมาอย่างละเอียด
ย้ำ
ลี้
สิ่
ที่
โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าจ้าวพิภพจันทราเพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตในโลกที่เทพ
อสูรมองว่าเป็นอาหาร
“จ้าวพิภพจันทรา ไม่ธรรมดา”
จ้าวอสูรตงอี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แล้วพูดต่อ
“ถึงแม้เขาจะพยายามปกปิด แต่จากการสอดแนมและการอนุมานของจ้าว
อสูรเทียนจื้อ…”
“พลังที่แท้จริงของจ้าวพิภพจันทราอาจจะเหนือกว่าจ้าวอสูรระดับ 9 ขั้น
สมบูรณ์แบบอย่างพวกเรา”
“จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบตนเดียว คงไม่ใช่คู่มือของมัน”
หลังจากที่จ้าวอสูรตงอี้พูดจบ ก็มองไปที่หลินหยวน
จ้าวอสูรเทียนจื้อก็เป็นจ้าวอสูรที่มีชื่อเสียงมากในหมู่จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์
แบบ
แต่จ้าวอสูรเทียนจื้อนั้นเชี่ยวชาญด้านการสอดแนมและการอนุมาน มีชื่อ
เสียงว่าเป็นจ้าวอสูรที่มีสติปัญญาสูงสุดในบรรดาเทพอสูรทั้งหมดในความว่าง
เปล่าไร้ที่สิ้นสุด
แม้แต่จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบระดับเดียวกันก็ยังยอมรับในจ้าวอสูรเทียน
จื้อ
“แท้จริงแล้วเป็นอย่างนี้นี่เอง”
หลินหยวนมีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง พยักหน้าเล็กน้อย
ในขณะเดียวกันก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ในหมู่เทพอสูรก็มีผู้มีปัญญาเช่นกัน
เขาให้วิญญาณจันทรากดพลังเอาไว้ เพื่อที่จะได้เวลาเพิ่มมากขึ้น
แต่หารู้ไม่ว่าถูกจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบจับตามองแล้ว
รื่
นี้
รื่
ที่
จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ เทพอสูรมีพลังที่แปลกประหลาดมากมาย
ถึงแม้วิญญาณจันทราจะปกปิดพลังเอาไว้ แต่ก็ลงมือหลายครั้ง
การที่ถูกมองออกบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่อย่างน้อยจ้าวอสูรเทียนจื้อก็ไม่รู้ว่าจ้าวสุริยันและจ้าวพิภพจันทรานั้น
มาจากแหล่งพลังงานเดียวกัน
ไม่เช่นนั้นจ้าวอสูรตงอี้คงไม่มาหาเขา
“จ้าวสุริยัน ข้าอยากเชิญเจ้ามาร่วมมือกับพวกเรา ปราบปรามจ้าวพิภพ
จันทราในช่วงเวลาสำคัญ”
จ้าวอสูรตงอี้บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา
การกระทำของจ้าวพิภพจันทรานั้นกำลังสั่นคลอนรากฐานการปกครอง
ความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดของเทพอสูร
ต้องหยุดยั้ง มิฉะนั้นผลที่ตามมาจะไม่สามารถจินตนาการได้
จริงอยู่ที่ปัจจุบันสิ่งมีชีวิตในโลกที่จ้าวพิภพจันทราเพาะเลี้ยง… ยังคง
อ่อนแอมาก ไม่สามารถคุกคามเทพอสูรได้
แต่ในการอนุมานที่จ้าวอสูรเทียนจื้อทุ่มเทลงไป หากปล่อยให้เป็นแบบนี้
ต่อไป
สิ่งมีชีวิตที่เทพอสูรมองว่าเป็นมดปลวกเหล่านั้นก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดก็สามารถคุกคามการปกครองของเทพอสูร
ดังนั้นจึงต้องกำจัดเสียก่อน
“ไม่มีปัญหา”
หลินหยวนไม่ลังเล ตกลงทันที
ด้วยพลังในปัจจุบันของเขา ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณสุริยะหรือวิญญาณ
จันทรา ก็มีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบเหล่านั้น
ส่วนร่างทองคำของบรรพชนแห่งวรยุทธ์ย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าวิญญาณ
ทั้งสอง
แต่โดยรวมแล้วก็ยังอยู่ในระดับเดียวกับจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ
ยังไม่ไปถึงระดับ 10 ในตำนาน
ดังนั้นการที่วิญญาณสุริยะแฝงตัวอยู่ในกลุ่มเทพอสูรจึงเป็นทางเลือกที่ดี
ที่สุด
อย่างน้อยก็สามารถรู้แผนการของจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบเหล่านั้น เพื่อ
ให้วิญญาณจันทราตอบโต้ได้
ในเวลาที่จำเป็น วิญญาณทั้งสองสามารถร่วมมือกันสังหารจ้าวอสูรขั้น
สมบูรณ์แบบเหล่านั้นได้
แน่นอน การที่วิญญาณทั้งสองรวมกันเป็นหนึ่งเพื่อสังหารจ้าวอสูรขั้น
สมบูรณ์แบบนั้น เขาต้องมั่นใจอย่างยิ่ง
การทำเช่นนี้มีโอกาสสูงที่จะบีบให้พลังที่แท้จริงของเทพอสูรปรากฏออก
มา
ทำให้สงครามทวีความรุนแรงขึ้น และนำไปสู่สงครามครั้งใหญ่ในความว่าง
เปล่าไร้ที่สิ้นสุด
ในกรณีนี้ หลินหยวนไม่กลัวอะไร ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายหลาย
อย่าง โดยเฉพาะ “ร่างธาตุ”
การเอาชีวิตรอดไม่ใช่ปัญหา ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดก็คือการยุติการข้ามมิติก่อน
กำหนด กลับไปที่จักรวาลหลัก
แต่การทำเช่นนี้มีโอกาสสูงที่จะส่งผลกระทบต่อการเผยแพร่เส้นทางวิ
วัฒนาการวรยุทธ์
ุ
โดยปกติแล้ว หลินหยวนยังคงเน้นการถ่วงเวลา
ตราบใดที่รอจนกว่าร่างกายที่แท้จริงของเขาจะเข้าใจกฎการหลอมรวม
กาลอวกาศระดับ 6
ไม่ว่าจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบจะทำอะไรก็ไม่มีความหมาย
“น่าเสียดาย การที่จิตสำนึกข้ามมิติมานั้นปลอดภัยอย่างแน่นอนแต่ไม่
สามารถแสดงพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้”
หลินหยวนคิดกับตัวเอง
พลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของหลินหยวนคือร่างกายที่แท้จริงใน
จักรวาลหลัก
ส่วนร่างทองคำของบรรพชนแห่งวรยุทธ์ที่ข้ามมิติมาที่ความว่างเปล่าไร้ที่
สิ้นสุด?
รากฐานนั้นแข็งแกร่งมาก
แต่ก็เทียบไม่ได้กับร่างกายที่แท้จริงในจักรวาลหลัก
ท้ายที่สุด ร่างกายที่แท้จริงในจักรวาลหลักนั้นได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลัง
ต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอย่างสมบูรณ์ และได้รับการ
เสริมพลังและการสนับสนุนมากมายทั้งทางร่างกายและวิญญาณ
เช่นการแช่ในน้ำพุแห่งนิรันดร์ การบำรุงด้วยสมบัติล้ำค่าต่างๆของ
จักรวาล
ที่สำคัญที่สุดคือ หลินหยวนในจักรวาลหลักสามารถใช้ไพ่ตายได้หลาย
อย่าง
“ดี”
“งั้นข้าจะติดต่อจ้าวสุริยันเมื่อถึงเวลา”
อี้
ที่
จ้าวอสูรตงอี้ไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่หลินหยวนตกลง
หนึ่งคือการที่เขามาเชิญครั้งนี้เป็นคำสั่งของจ้าวอสูรเทียนจื้อ
ส่วนจ้าวอสูรเทียนจื้อ?
แม้แต่จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบก็ยังให้เกียรติ ไม่กล้าทำให้ขุ่นเคือง
สองคือเทพอสูรระดับต่ำอาจจะเห็นแก่ตัวมาก แต่สำหรับจ้าวอสูรขั้น
สมบูรณ์แบบที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดแล้ว มุมมองนั้น
ต่างจากเทพอสูรทั่วไป
การกระทำของจ้าวพิภพจันทรานั้นเป็นสิ่งที่จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบทุก
ตนไม่สามารถทนได้ เว้นแต่จะไม่สามารถลงมือได้จริงๆมิฉะนั้น พวกมันจะ
ยอมรับข้อเสนอแบบนี้แทบทุกครั้ง
หากหลินหยวนปฏิเสธหรือลังเล ย่อมต้องทำให้จ้าวอสูรตงอีสงสัย
หลังจากที่มองจ้าวอสูรตงอี้จากไป หลินหยวนก็หรี่ตามอง
ด้วยการรับรู้ของเขา เขาสามารถสัมผัสได้ว่าจ้าวอสูรตงอี้ไม่ได้มาตนเดียว
ในระยะไกลยังมีจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบอีกตนที่กำลังสอดแนม
“เป็นจ้าวอสูรเทียนจื้อ?”
หลินหยวนเดาในใจ จ้าวอสูรเทียนจื้อมีชื่อเสียงด้านสติปัญญาสามารถ
ทำให้เทพอสูรตนอื่นๆ ยอมรับในสติปัญญาได้ วิธีการของมันย่อมไม่ธรรมดา
ต้องรู้ว่าจ้าวอสูรระดับ 9 แม้ว่าจะมีสติปัญญา แต่โดยพื้นฐานแล้วก็ยังบูชา
ในพลัง
ในกรณีนี้ ยิ่งจ้าวอสูรเทียนจื้อมีสถานะสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าจ้าว
อสูรขั้นสมบูรณ์แบบตนนี้ไม่ธรรมดา
ห่างจากที่หลินหยวนอยู่หลายแสนล้านลี้
นึ่
บนเนินเขาธรรมดาๆ มีร่างหนึ่งยืนอยู่
ร่างนี้สูงแค่สิบเมตร หัวมีขนาดใกล้เคียงกับร่างกาย เมื่อเทียบกับเทพอสูร
อื่นๆ ร่างนี้ไม่มีความดุร้ายเลย มีสายตาที่สงบนิ่ง
ร่างนี้คือจ้าวอสูรเทียนจื้อ เทพอสูรที่แปลกประหลาดในหมู่เทพอสูร มีชื่อ
เสียงด้านสติปัญญา
“เทียนจื้อ”
“ข้าเกลี้ยกล่อมจ้าวสุริยันได้แล้ว”
“จ้าวสุริยันก็ตกลงแล้ว จะช่วยพวกเราในเวลาที่จำเป็น”
ในเวลานี้ จ้าวอสูรตงอี้ก็เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ยืนอยู่ข้างล่างจ้าวอสูร
เทียนจื้อ แล้วพูด
จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่จ้าวสุริยันตนเดียว ตลอดทาง ภายใต้การชี้นำของจ้าว
อสูรเทียนจื้อ จ้าวอสูรตงอี้ได้ไปเยี่ยมจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบหลายตน
ในความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบมีไม่ถึงร้อยตน แต่ละ
ตนล้วนมีอำนาจมาก ปกติแล้วแม้แต่จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบตนอื่นๆ ก็ยังหา
ยาก
มีเพียงจ้าวอสูรเทียนจื้อเท่านั้นที่สามารถรู้ตำแหน่งของจ้าวอสูรขั้น
สมบูรณ์แบบส่วนใหญ่ได้โดยการสอดแนมและการอนุมาน
“จ้าวสุริยันตนนี้มีเคล็ดลับบางอย่าง ในช่วงเวลาของความว่างเปล่าไร้ที่สิ้น
สุดนี้นานนับล้านปี ไม่เคยมีร่องรอยของจ้าวอสูรตรนี้มาก่อน”
จ้าวอสูรเทียนจื้อขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดช้าๆ
“เคล็ดลับ?”
จ้าวอสูรตงอี้พูดอย่างไม่ใส่ใจ
ขั้
ที่
“พวกเราจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ ตนใดบ้างไม่มีเคล็ดลับ? ตราบใดที่ไม่
คุกคามความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดก็เพียงพอ”
เทพอสูรแต่ละตนต่างก็มีวิถีของตัวเอง จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบยิ่งเป็น
เช่นนั้น
จ้าวอสูรที่สามารถเติบโตเป็นระดับ 9 ขั้นสมบูรณ์แบบได้?
ล้วนมีเคล็ดลับ
แม้แต่จ้าวอสูรตงอี้ก็ยังรู้ว่าจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบบางตนไม่ได้เติบโตใน
ความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด
แต่มาจากส่วนลึกที่สุดของดินแดนลับในความว่างเปล่า ที่นั่นเป็นพื้นที่ที่ผู้
สร้างดินแดนลับในความว่างเปล่าเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ เต็มไปด้วยสิ่งมี
ชีวิตในความว่างเปล่าจำนวนมาก
ในช่วงเวลาอันยาวนาน พื้นที่นั้นบางครั้งก็มีรอยแยกปรากฏขึ้นเทพอสูรที่
อ่อนแอตกลงไป มีโอกาสที่จะเติบโตเป็นจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ แล้วจึงออก
มา
จ้าวอสูรเทียนจื้อก็ไม่สามารถตรวจจับร่องรอยของจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์
แบบเหล่านั้นได้เช่นกัน
“ก็จริง”
จ้าวอสูรเทียนจื้อพยักหน้า
ความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดยังคงมีเคล็ดลับมากมายที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ดิน
แดนลับในความว่างเปล่าเป็นเพียงหนึ่งในนั้น
ตราบใดที่จ้าวสุริยันไม่ทำเหมือนจ้าวพิภพจันทรา ไม่ได้เพาะเลี้ยงอาหาร
เหล่านั้น จ้าวอสูรเทียนจื้อก็ไม่อยากยุ่ง
“เทียนจื้อ พวกเราเกลี้ยกล่อมจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบได้ 13 ตนแล้ว ยังไม่
พอที่จะจัดการกับจ้าวพิภพจันทราหรือ?”
อี้
ขึ้
จ้าวอสูรตงอี้พูดขึ้น
ก่อนที่จะมาหาหลินหยวน จ้าวอสูรตงอี้ได้ไปเยี่ยมจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ
12 ตนแล้ว
บวกกับพวกเขาทั้งสอง ก็มีจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ 15 ตน
“พอแล้ว”
จ้าวอสูรเทียนจื้อพยักหน้าเล็กน้อย มองจ้าวอสูรตงอี้
“พลังของจ้าวพิภพจันทราเหนือกว่าเจ้า หากต้องการปราบปรามโดยไม่มี
ความเสี่ยงใดๆ คงต้องใช้จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบมากกว่า 10 ตน”
ในหมู่จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ วิธีการมีสูงต่ำ พลังมีแพ้ชนะ
การเอาชนะนั้นง่ายดาย การฆ่าให้ตายนั้นยากยิ่ง
แม้แต่จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบทั่วไป หากต้องการปราบปราม คงต้องใช้
จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบระดับเดียวกัน 5 ถึง 6 ตนจึงจะทำได้
พลังของจ้าวพิภพจันทราแข็งแกร่งกว่าจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบทั่วไป การ
ส่งจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบระดับเดียวกันไป 10 ตนจึงถือว่าปลอดภัย
“ข้าเข้าใจแล้ว”
จ้าวอสูรตงอี้พยักหน้าทันที
จริงๆ แล้วตามการประเมินของจ้าวอสูรตงอี้ ต่อให้พลังของจ้าวพิภพ
จันทราจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่น่าจะเกินระดับ 9 ขั้นสมบูรณ์แบบมากนัก
ตราบใดที่ไม่ใช่ระดับ 10 การใช้จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบระดับเดียวกัน 7 ถึง 8
ตนก็เพียงพอแล้ว
แต่การใช้จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ 7 ถึง 8 ตนไปปราบปรามจ้าวพิภพ
จันทรานั้นง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ที่
ขั้
เช่นการที่จ้าวพิภพจันทราต่อต้าน ทำให้จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ 2 ถึง 3
ตนได้รับบาดเจ็บ
ในกรณีนี้ ยิ่งมีจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ เพื่อความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดไม่จำเป็น
ต้องให้จ้าวอสูรตงอี้จ่ายอะไร
“แต่จ้าวสุริยันและจ้าวพิภพจันทราต่างก็ปรากฏตัวภายใน 1,000 ปี?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อมีสายตาสงสัย
หากไม่ใช่เพราะพลังที่จ้าวสุริยันและจ้าวพิภพจันทราควบคุมนั้นตรงกัน
ข้าม และตนหนึ่งอยู่ในดินแดนลับในความว่างเปล่า อีกตนอยู่ในความว่างเปล่า
ไร้ที่สิ้นสุด รูปแบบการกระทำก็แตกต่างกันมาก
จ้าวอสูรเทียนจื้อถึงกับสงสัยว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันหรือไม่
“นี่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ”
จ้าวอสูรตงอี้ที่อยู่ข้างๆ สันนิษฐาน
“พวกเราเหล่าเทพอสูร แม้ว่าจะสามารถแยกร่างอวตารออกมาได้ แต่พลัง
ของร่างอวตารก็มาจากแหล่งเดียวกันกับร่างกายหลัก และพลังของร่างอวตารก็
ด้อยกว่าร่างกายหลักมาก”
“ส่วนจ้าวสุริยันและจ้าวพิภพจันทรา…มีความแตกต่างอย่างชัดเจน”
จ้าวอสูรตงอี้กล่าว
ความสามารถต่างๆ ที่เทพอสูรควบคุมนั้นแปลกประหลาดจริงๆแต่ก็ต้อง
ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่มองไม่เห็น จ้าวอสูรตงอี้รู้เรื่องนี้ดีจ้าวอสูรเทียนจื้อก็รู้ดี
เช่นกัน
“ค่อยดูกันอีกที”
จื้
ที่
อี้
จ้าวอสูรเทียนจื้อมีแววตาเป็นประกาย จริงๆ แล้วการที่เขาให้จ้าวอสูรตงอี้
ไปเชิญจ้าวสุริยันโดยเฉพาะก็เพื่อทดสอบว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กันหรือไม่
ตามที่จ้าวอสูรตงอี้บรรยาย จ้าวสุริยันไม่ได้แสดงความผิดปกติใดๆ แต่จ้าว
อสูรเทียนจื้อก็ยังไม่ลดความระมัดระวัง
ในฐานะจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบที่มีชื่อเสียงด้าน “สติปัญญา” จ้าวอสูร
เทียนจื้อจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ หากจ้าวสุริยันยังไม่ได้แสดงพิรุธจ้าวอสูรเทียนจื้
อก็ไม่รังเกียจที่จะรอต่อไป
500 ปี?
1,000 ปี?
10,000 ปี?
หรือมากกว่านั้น?
เวลาไม่ใช่ปัญหาสำหรับจ้าวอสูรเทียนจื้อ
แม้แต่การจัดการกับจ้าวพิภพจันทราในอนาคต จ้าวอสูรเทียนจื้อก็จะคอย
สังเกตปฏิกิริยาของจ้าวสุริยันอย่างลับๆ
ความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด
วิญญาณจันทราของหลินหยวนนั่งขัดสมาธินอกโลกใบหนึ่ง
“พวกมันต้องการรวมตัวจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบหลายตนมาจัดการกับ
เรา?”
หลินหยวนรู้ดี
หากไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบมากกว่า 10
ตน หลินหยวนก็คงต้องปวดหัวอยู่บ้าง
แต่เมื่อรู้ล่วงหน้าแล้ว ก็สบายใจขึ้นเยอะ
“ด้วยความแข็งแกร่งของเจตจำนงแห่งจิตใจในปัจจุบันของเราน่าจะ
สามารถรักษาร่างอวตารที่มีพลังพื้นฐานได้ 50 ร่างพร้อมกัน”
หลินหยวนคิดกับตัวเอง
ด้วยพลังของหลินหยวน การแยกร่างอวตารออกมานั้นทำได้ง่ายมาก แค่
ใช้เจตจำนงแห่งจิตใจเพียงเล็กน้อยก็พอ
แต่หากต้องการให้ร่างอวตารนี้มีพลังในการต่อสู้ ย่อมต้องสร้างภาระให้กับ
เจตจำนงแห่งจิตใจของหลินหยวน
ก่อนการข้ามมิติครั้งที่ 10 เจตจำนงแห่งจิตใจของหลินหยวนเพิ่งจะเกิน 1
ล้านจุด
ในจักรวาลหลัก อย่างมากก็แค่รักษาร่างอวตารที่มีพลังพื้นฐานได้สองถึง
สามร่างพร้อมกัน
ตอนนี้เจตจำนงแห่งจิตใจของหลินหยวนเกิน 20 ล้านจุดแล้วจำนวนร่าง
อวตารที่มีพลังพื้นฐานที่สามารถรักษาได้ก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
ร่างอวตารไม่ใช่ร่างแยก เจตจำนงแห่งจิตใจที่ใส่เข้าไปนั้นน้อยมาก ใน
กรณีนี้ หากต้องการรักษาพลังพื้นฐาน ภาระทางจิตใจที่ต้องแบกรับก็ย่อมมาก
แน่นอนว่า การรักษาพลังพื้นฐานในที่นี้หมายถึงร่างกายที่แท้จริงของหลิน
หยวน ด้วยพลังของเขา แม้แต่ร่างอวตารที่อ่อนแอที่สุดก็สามารถปราบปรามผู้
แข็งแกร่งระดับ 9 ระดับ 10 ได้อย่างง่ายดาย
ส่วนสิ่งที่เรียกว่าพลังพื้นฐานนั้นสามารถแสดงพลังที่ใกล้เคียงกับระดับ 11
ออกมาได้
ปัจจุบันหลินหยวนยึดครองโลกไว้ 42 แห่ง แต่ละโลกมีร่างอวตารประจำ
การ ร่างอวตารเหล่านี้สามารถท้าทายจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบได้โดยอาศัยการ
เสริมพลังจากแก่นแท้ของโลก
ขั้
จ้าวอสูรระดับ 9 ขั้นสมบูรณ์แบบ ตามการแบ่งระดับของจักรวาลหลัก โดย
พื้นฐานแล้วเทียบเท่ากับระดับ 11 ช่วงที่ 4 และช่วงที่ 5
จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบและผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ช่วงที่ 4 และช่วงที่ 5 ใน
จักรวาลหลักอาจมีความสามารถที่แตกต่างกันอย่างมากแต่โดยรวมแล้วทั้งสอง
น่าจะอยู่ในระดับเดียวกัน
หากไม่ใช่เพราะร่างอวตารเหล่านี้ต้องอาศัยแก่นแท้ของโลกจึงจะแสดง
พลังระดับ 11 ช่วงที่ 4 ออกมาได้ หลินหยวนสามารถใช้พลังของร่างอวตาร
เหล่านี้ล้อมสังหารจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบได้
“ผู้สร้างดินแดนลับในความว่างเปล่า?”
หลินหยวนมองไปยังส่วนลึกของความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด ด้วยความเข้าใจ
ในกฎการหลอมรวมกาลอวกาศ เขาสามารถมองเห็นโลกชั้นในอันกว้างใหญ่ที่
ตั้งอยู่ในส่วนลึกที่สุดของความว่างเปล่าได้อย่างเลือนราง
วิญญาณสุริยะออกผจญภัยในดินแดนลับในความว่างเปล่ามา 300 ถึง
400 ปี จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พบร่องรอยของผู้สร้างดินแดนลับในความว่างเปล่า
นี่เป็นเหตุผลที่หลินหยวนไม่ได้เปิดเผยตัวตนกับจ้าวอสูร ด้วยพลังใน
ปัจจุบันของหลินหยวน หากวิญญาณทั้งสามรวมกันเป็นหนึ่งแม้ว่าจะยังไม่
เข้าใจกฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 6 ซึ่งไม่สามารถกวาดล้างทุกสิ่งใน
ความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดได้
แต่การฆ่าจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ 10 ถึง 20 ตนนั้นไม่ใช่ปัญหา
แต่การทำเช่นนี้มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสที่จะบีบให้ผู้สร้างดินแดนลับใน
ความว่างเปล่าลงมือ หากเป็นเช่นนั้น แม้ว่าหลินหยวนจะไม่ตาย แต่แผนการ
เผยแพร่วรยุทธ์ในความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดในช่วง 300 ถึง 400 ปีก็อาจจะได้
รับผลกระทบ
ดังนั้นหลินหยวนจึงรอจนถึงตอนนี้ เวลานั้นอยู่ข้างเขา
ยิ่งเวลายืดเยื้อออกไป ศัตรูที่เทพอสูรต้องเผชิญก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
มื่
นั้
ที่
“เมื่อเทพอสูรเหล่านั้นคิดจะลงมือกับเราอย่างเต็มที่ เราก็ไม่จำเป็นต้อง
ระมัดระวังอีกต่อไป”
หลินหยวนตัดสินใจแล้ว
ในช่วง 300 ถึง 400 ปีที่ผ่านมา วิญญาณจันทรายึดครองโลกทีละโลก
พยายามทำตัวให้ไม่โดดเด่น ไม่อยากดึงดูดความสนใจของเทพอสูรตนอื่นๆ
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการทำเช่นนี้จะไม่มีประโยชน์ จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์
แบบกำลังปรึกษาหารือกันว่าจะจัดการกับเขาอย่างไร ต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องทำ
เหมือนเดิมอีกต่อไป
“ตอนนี้เราสามารถรักษาร่างอวตารที่มีพลังพื้นฐานได้ 50 ร่างดังนั้นเรา
สามารถยึดครองโลกได้ 50 แห่ง แล้วจึงส่งร่างอวตารไปประจำการ”
หลินหยวนมองไปยังความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด
หลังจากที่ร่างอวตารเข้าไปในโลกแล้ว สามารถเข้ามาแทนทีกฎเกณฑ์ของ
โลกได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เมล็ดพันธุ์ของต้นอสูร และได้รับการเสริมพลังจาก
แก่นแท้ของโลก
ทำให้พลังการต่อสู้พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ไปถึงระดับของจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์
แบบ ตราบใดที่อยู่ในโลก จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบก็ไม่กล้าบุกเข้าไปในโลกได้
ง่ายๆ
ร่างอวตารที่เพิ่งไปถึงระดับของจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่คู่มือของ
ร่างอวตารของจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบรุ่นเก๋า อย่างมากก็แค่ท้าทายได้ หาก
ต่อสู้กันจริงๆ ก็ต้องพ่ายแพ้
แต่ภายในโลก จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบต้องกังวลเกี่ยวกับวิธีการทำลาย
ล้าง เช่นการควบคุมโลกให้พังทลาย พลังทำลายล้างนั้นไม่ถึงกับสามารถฆ่า
เทพอสูรระดับ 9 ขั้นสมบูรณ์แบบได้ แต่ก็สามารถสร้างบาดแผลสาหัสได้
ในกรณีนี้ ตราบใดที่จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบไม่โง่ ก็จะไม่ทำอะไรโดยไม่
ไตร่ตรอง
นึ่
ทางออกแห่งหนึ่งของดินแดนลับในความว่างเปล่า
จ้าวอสูรเทียนจื้อและจ้าวอสูรตงอี้ปรากฏตัวขึ้น
“เรื่องต่อไปนี้ข้าฝากเจ้าก็แล้วกัน”
จ้าวอสูรเทียนจื้อมองจ้าวอสูรตงอี้ แล้วพูด
ตอนนี้การรวมตัวจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบตนอื่นๆ เสร็จสิ้นแล้วเรื่องที่
เหลือก็ให้จ้าวอสูรตงอี้จัดการก็เพียงพอแล้ว
“ฝากข้า?”
“เทียนจื้อ เจ้าจะไปทำอะไร?”
จ้าวอสูรตงอี้ตกตะลึงเล็กน้อย รีบถาม
“ข้ารู้สึกว่าการที่จ้าวพิภพจันทรายึดครองโลกทีละโลกเพาะเลี้ยงมดปลวก
ในโลกเหล่านั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้วยังมีวรยุทธ์อีก? ระบบการฝึกฝนแบบนี้
แตกต่างจากการเติบโตของพวกเราเทพอสูรมาก มันสามารถทำให้มดปลวก
เหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้นได้เรื่อยๆ…”
จ้าวอสูรเทียนจื้อพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเล็กน้อย
จริงๆ แล้ว ตอนที่รู้ว่าจ้าวพิภพจันทรายึดครองโลกทีละโลก จ้าวอสูรเทียน
จื้อก็ไม่ได้สนใจ
จ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบ การยึดครองโลกหลายสิบแห่ง หลายร้อยแห่ง จะ
เป็นเรื่องใหญ่อะไร?
ต่อมาเมื่อรู้ว่าจ้าวพิภพจันทราเพาะเลี้ยงมดปลวกในโลกเหล่านั้น จ้าวอสูร
เทียนจื้อก็ยังไม่สนใจมากนัก
มดปลวกในโลกเหล่านั้นมีพรสวรรค์และคุณสมบัติที่ด้อยกว่าเทพอสูรมาก
เจ้าคิดว่าการเพาะเลี้ยงนั้นง่ายอย่างนั้นหรือ?
การกระทำของจ้าวพิภพจันทราในตอนแรก ในสายตาของจ้าวอสูรเทียน
จื้อ เป็นเพียงงานอดิเรกในยามว่างเท่านั้น
จนกระทั่งจ้าวอสูรเทียนจื้อได้เห็นระบบการฝึกฝนวรยุทธ์
หลินหยวนยึดครองโลกทีละโลก เผยแพร่ระบบการฝึกฝนวรยุทธ์จ้าวอสูร
ขั้นสมบูรณ์แบบอย่างจ้าวอสูรเทียนจื้อ ตราบใดที่ต้องการ ก็สามารถเห็นระบบ
การฝึกฝนวรยุทธ์ได้อย่างง่ายดาย
แต่เมื่อเห็นแล้ว ทำให้จ้าวอสูรเทียนจื้อตกใจ มันตระหนักได้ถึงศักยภาพ
ของระบบการฝึกฝนวรยุทธ์ หากสามารถฝึกฝนระบบการฝึกฝนนี้ได้ถึงขีดสุด ก็
จะไม่ด้อยไปกว่าจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบอย่างพวกมันเลย
เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?
ด้วยเหตุนี้
จ้าวอสูรเทียนจื้อจึงเริ่มสังเกตจ้าวพิภพจันทราอย่างจริงจังสุดท้ายก็สรุปได้
จากการลงมือหลายสิบครั้งของจ้าวพิภพจันทราว่าอีกฝ่ายกำลังปกปิดพลังเอา
ไว้ พลังที่แท้จริงอาจจะเกินความคาดหมายของเทพอสูรทั้งหมด
“หลังจากจัดการกับจ้าวพิภพจันทราแล้ว ก็ฆ่าผู้ฝึกวรยุทธ์ทั้งหมดก็
พอแล้วไม่ใช่หรือ?”
จ้าวอสูรตงอี้กล่าวทันที
ตอนนี้ผู้ฝึกวรยุทธ์ยังคงอ่อนแอมาก เมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตทั่วไปแล้ว ยัง
อร่อยกว่าสำหรับเทพอสูร
“ข้าก็ยังมีกังวลอยู่บ้าง”
“ดังนั้นข้าจึงคิดว่าต่อไปจะลองอนุมานดู พยายามหาต้นกำเนิดของวร
ยุทธ์”
จ้าวอสูรเทียนจื้อพูดอย่างจริงจัง
“ดี”
จ้าวอสูรตงอี้พยักหน้า
“ถ้ามีอะไรก็ติดต่อข้าได้เลย”
จ้าวอสูรตงอี้ไม่ได้มีความเห็นอะไรกับการตัดสินใจของจ้าวอสูรเทียนจื้อ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ร้อยปีผ่านไปในพริบตา
โลกเทียนชิง
ส่วนลึกของวิหารวรยุทธ์
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
รอบๆ ตัวเขา พลังของการหลอมรวมของกาลอวกาศก่อตัวเป็น
“แม่น้ำแห่งสวรรค์” อันกว้างใหญ่
แม่น้ำไหลเอื่อย คลื่นแต่ละลูกทำให้เกิดความผันผวนของกาลอวกาศ
จำนวนมาก แต่ความผันผวนของกาลอวกาศทั้งหมดถูกบีบอัดไว้ในวิหารวร
ยุทธ์
“การหลอมรวมของกาลอวกาศ อะไรคือการหลอมรวมของกาลอวกาศ
ที่แท้จริง?”
หลินหยวนลืมตาขึ้น ครุ่นคิด
ตอนที่เพิ่งเข้าใจกฎการหลอมรวมกาลอวกาศ หลินหยวนรู้สึกว่าเขาเข้าใจ
ความลับพื้นฐานของกาลอวกาศอย่างถ่องแท้แล้ว
แต่เมื่อฝึกฝนและทำความเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ กฎการหลอมรวมกาล
อวกาศระดับ 2 ระดับ 3 ระดับ 4 จนถึงระดับ 5 หลินหยวนกลับรู้สึกสับสนกับ
กฎการหลอมรวมกาลอวกาศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ การพยายามทำความเข้าใจกฎการหลอมรวม
กาลอวกาศระดับ 6 ยิ่งทำให้หลินหยวนหยุดอยู่แค่นี้
จากกฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 3 ถึงระดับ 5 หลินหยวนใช้เวลา
เพียง 100 ปี
แต่จากกฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 5 ถึงปัจจุบัน หลินหยวนใช้เวลา
300 ปีก็ยังไม่สามารถก้าวเข้าสู่กฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 6 ได้
“มิติที่เราอาศัยอยู่คือกาลอวกาศ เวลาที่เราประสบก็คือกาลอวกาศ แม้แต่
แม่น้ำแห่งกาลเวลาที่เราเคยเห็น ก็เป็นเพียงด้านเดียวมันไม่ได้มีแค่เวลา แต่ยัง
มีมิติด้วย ควรเรียกว่าแม่น้ำแห่งกาลอวกาศ”
ความเข้าใจมากมายแวบเข้ามาในหัวของหลินหยวน
ในช่วงที่ทำความเข้าใจวิชาลับ《แม่น้ำแห่งสวรรค์》 ความเข้าใจในกฎการ
หลอมรวมกาลอวกาศระดับ 6 ของหลินหยวนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากไม่มีวิชาลับ
นี้ หลินหยวนคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 เท่าจึงจะมาถึงระดับนี้ได้
นี่ก็ยังเป็นเพราะความเข้าใจท้าทายสวรรค์
หากไม่มีความสามารถในการเข้าใจที่เหนือธรรมชาติ
อย่าว่าแต่หลินหยวนที่เป็นแค่ระดับ 10 เลย แม้แต่สิ่งมีชีวิตระดับ 11 ก็ไม่
สามารถเข้าใจกฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 6 ได้
【ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ การทำความเข้าใจวิชาลับ《 แม่น้ำแห่ง
สวรรค์》ทำให้ความเข้าใจในกาลอวกาศเพิ่มขึ้นอีก…】
ความเข้าใจมากมายปะทุขึ้น “แม่น้ำแห่งสวรรค์” แห่งกาลอวกาศที่รวมตัว
กันรอบๆ ตัวหลินหยวนก็เริ่มเกิดคลื่น ความผันผวนของกาลอวกาศที่น่าสะพรึง
กลัวสั่นสะเทือน แต่ก็สงบลงในทันที
“เรารู้สึกได้ว่าเราอยู่ไม่ไกลจากกฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 6 แล้ว”
หลินหยวนยิ้มออกมา การฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลา 100 ปี ในที่สุดเขาก็
เห็นหนทางเข้าสู่กฎการหลอมรวมกาลอวกาศระดับ 6 แล้ว
“ต่อไป”
หลินหยวนมีกำลังใจขึ้นมาก หากสามารถเข้าใจกฎการหลอมรวมกาล
อวกาศระดับ 6 ได้ภายใน 200 ปีข้างหน้า การข้ามมิติในครั้งนี้ถือว่าสมบูรณ์
แบบ
แม้ว่าจะไม่ได้ หลินหยวนก็ยังได้กำไรมหาศาล ความเข้าใจในกฎการหลอม
รวมกาลอวกาศระดับ 5 ขั้นสูงสุด และเจตจำนงแห่งจิตใจเกือบ 24 ล้านจุด
หากเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 11 คนอื่น แม้แต่สิ่งมีชีวิตพิเศษที่มีพรสวรรค์โดด
เด่น ก็ต้องใช้เวลาหลายหมื่นล้านปี หลายแสนล้านปีหรือแม้แต่หลายล้านล้านปี
จึงจะทำได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจตจำนงแห่งจิตใจ 24 ล้านจุด นั้นเพียงพอที่จะทำให้
สิ่งมีชีวิตระดับ 11 ทุกตนสิ้นหวัง
ในเวลาเดียวกัน
นอกโลกเทียนชิง
มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ
ร่างนี้สูงสิบเมตร หัวมีขนาดใกล้เคียงกับร่างกาย ดวงตาสงบนิ่งในตอนนี้
กำลังมองโลกสีฟ้าครามที่อยู่ไกลออกไปด้วยความจริงจัง
“ร้อยปีที่ผ่านมานี้ ข้าใช้ความพยายามอย่างมากในการอนุมานและ
สอดแนม ในที่สุดก็ล็อกตำแหน่งนี้ได้จากร่องรอยต่างๆ ที่จ้าวพิภพจันทราทิ้ง
เอาไว้”
จ้าวอสูรเทียนจื้อรู้สึกซาบซึ้งใจ มีเพียงตัวมันเองเท่านั้นที่รู้ว่าต้องจ่ายอะไร
ไปบ้างเพื่อค้นหาที่นี่
นั้
“หากการอนุมานของข้าถูกต้อง โลกใบนั้นก็คือต้นกำเนิดของวรยุทธ์
ระบบการฝึกฝนวรยุทธ์ที่จ้าวพิภพจันทราเผยแพร่นั้นมีต้นกำเนิดมาจากที่นี่”
จ้าวอสูรเทียนจื้อรู้สึกตื่นเต้น แม้ว่าจะไม่รู้ว่าทำไมจ้าวพิภพจันทราถึงเผย
แพร่วรยุทธ์ แต่เมื่อพบต้นกำเนิดของวรยุทธ์แล้ว ก็มีโอกาสที่จะหยุดยั้งการเผย
แพร่วรยุทธ์จากต้นตอ
เมื่อเป็นเช่นนี้ สถานะการปกครองของเทพอสูรในความว่างเปล่าไร้ที่สิ้น
สุดก็จะไม่สั่นคลอนอีกต่อไป
“ตงอี้และเจ้าอสูรตนอื่นๆ กำลังถ่วงเวลาจ้าวพิภพจันทราอยู่ในช่วงเวลานี้
ข้าสามารถสำรวจโลกใบนี้ได้อย่างอิสระ”
จ้าวอสูรเทียนจื้อระมัดระวังมาก แม้ว่าจ้าวพิภพจันทราจะกลับมาในเวลา
อันสั้นไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้คิดที่จะใช้ร่างกายที่แท้จริงเข้าไปในโลกเทียนชิง แต่
มันแยกร่างอวตารออกมา ร่างกายที่แท้จริงซ่อนตัวอยู่ไกลๆ ควบคุมร่างอวตาร
ไปสำรวจโลกเทียนชิง
วูบ
ในไม่ช้า
ร่างอวตารของจ้าวอสูรเทียนจื้อก็เข้าไปในโลกเทียนชิงอย่างรวดเร็ว
สำหรับจ้าวอสูรขั้นสมบูรณ์แบบอย่างจ้าวอสูรเทียนจื้อ การบุกรุกโลกที่มี
ขนาดเท่าโลกเทียนชิงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวอสูรเทียนจื้อยัง
เชี่ยวชาญด้านสติปัญญา จึงสามารถเข้าไปในโลกเทียนชิงได้อย่างง่ายดาย
“หืม?”
“โลกใบนี้ไม่มีอะไรพิเศษ”
จ้าวอสูรเทียนจื้อสำรวจเล็กน้อย เมื่อเทียบกับโลก 50 แห่งที่จ้าวพิภพ
จันทรายึดครอง โลกที่แข็งแกร่งที่สุดในนั้นใหญ่กว่าโลกเทียนชิงหลายสิบเท่า
จากนั้น
จื้
สิ่
ริ่
จ้าวอสูรเทียนจื้อก็กลมกลืนไปกับสิ่งมีชีวิตในโลกเทียนชิง เริ่มสืบหาทุก
อย่างเกี่ยวกับโลกใบนี้จากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
“โลกใบนี้ก็มีวรยุทธ์แพร่หลายเช่นกัน”
จ้าวอสูรเทียนจื้อก็ได้รับทุกอย่างที่มันอยากรู้ในไม่ช้า
นั่นคือต้นกำเนิดที่แท้จริงของวรยุทธ์
“บรรพชนแห่งวรยุทธ์?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อมีสีหน้าจริงจัง นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้ยินชื่อนี้
ก่อนหน้านี้ มันได้สำรวจโลก 50 แห่งที่จ้าวพิภพจันทรายึดครองได้ตรวจ
พบเพียงระบบการฝึกฝนวรยุทธ์และผู้ฝึกวรยุทธ์
ส่วนบรรพชนแห่งวรยุทธ์?
ไม่เคยได้ยินจากผู้ฝึกวรยุทธ์คนใด
“บรรพชนแห่งวรยุทธ์คือต้นกำเนิดของวรยุทธ์ เป็นบรรพชนแห่งวรยุทธ์ที่
เผยแพร่วรยุทธ์?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อครุ่นคิดอย่างจริงจัง
“บรรพชนแห่งวรยุทธ์นี่คือผู้ใดกันแน่? หรือว่าจะเป็นจ้าวพิภพจันทรา?”
“บรรพชนแห่งวรยุทธ์อาศัยอยู่ในวิหารวรยุทธ์ของโลกเรือนยอดไม้”
จ้าวอสูรเทียนจื้อสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม
เรื่องที่ว่าบรรพชนแห่งวรยุทธ์อยู่ที่ไหนนั้นไม่ใช่ความลับในโลกเทียนชิง
โดยพื้นฐานแล้วตราบใดที่เป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ย่อมต้องรู้
นั่นคือวิหารวรยุทธ์
ที่
นึ่
ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่ง มหาปุโรหิตของวิหารวร
ยุทธ์จะทำพิธีบูชาบรรพชนแห่งวรยุทธ์ นำสิ่งมีชีวิตทั้งหมดมากราบไหว้บรรพ
ชนแห่งวรยุทธ์
“วิหารวรยุทธ์?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อตัดสินใจไปสำรวจความจริงของบรรพชนแห่งวรยุทธ์
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันเป็นแค่ร่างอวตาร แม้ว่าจะพบเจออันตรายจริงๆ
ก็จะไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่าจ้าวพิภพจันทราจะกลับมาตอนนี้ ก็ทำอะไรมันไม่ได้
วู่ม
ไม่นาน
จ้าวอสูรเทียนจื้อก็มาถึงทวีปเรือนยอดไม้
แม้ว่านี่จะเป็นแค่ร่างอวตารของจ้าวอสูรเทียนจื้อ แต่ขอบเขตของร่างกาย
หลักก็อยู่ที่นั่น ตลอดทางจึงไม่มีผู้ฝึกวรยุทธ์คนใดพบมัน
“ต้นไม้โบราณต้นนี้ก็เป็นเทพอสูรด้วย?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อเหลือบมองต้นอสูรบรรพกาล แม้ว่าจะได้รับการหล่อ
เลี้ยงจากโลกเทียนชิงมาหลายแสนปี แต่พลังของเทพอสูรก็ไม่สามารถ
เปลี่ยนแปลงได้
“ที่นี่คือวิหารวรยุทธ์?”
ในไม่ช้า จ้าวอสูรเทียนจื้อก็มาถึงหน้าวิหาร
พลังที่แผ่ออกมาจากที่นี่นั้นหนักแน่น ทำให้จ้าวอสูรเทียนจื้อหยุดฝีเท้า
“บรรพชนแห่งวรยุทธ์อยู่ในส่วนลึกของวิหารวรยุทธ์?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้ทำอะไรโดยไม่ไตร่ตรอง
นี้
จื้
มาถึงตอนนี้ จ้าวอสูรเทียนจื้อก็รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
“ข้าจะดูว่าบรรพชนแห่งวรยุทธ์นี่คือผู้ใดกันแน่ เป็นจ้าวอสูรตนใดที่แกล้ง
ทำตัวเป็นเทพเจ้า?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อรวบรวมความคิด ใช้พลังของมันฉายภาพต่างๆภายในวิ
หารวรยุทธ์ออกมา
สิ่งที่จ้าวอสูรเทียนจื้อถนัดที่สุดคือการอนุมานและสอดแนม การอนุมาน
และสอดแนมเป็นความสามารถสองด้าน ส่วนด้านหลังทำให้จ้าวอสูรเทียนจื้
อสามารถเห็นความลับมากมายในโลก
วูบ
ภาพต่างๆ เริ่มปรากฏขึ้นในดวงตาของจ้าวอสูรเทียนจื้อ ล้วนเป็นฉาก
ต่างๆ ภายในวิหารวรยุทธ์
ภาพเริ่มเคลื่อนไปยังส่วนลึกของวิหารวรยุทธ์ จ้าวอสูรเทียนจื้อเห็นปุโรหิต
ของวิหารวรยุทธ์ และผู้ฝึกวรยุทธ์และผู้ศรัทธาจำนวนมากที่กำลังกราบไหว้
ภาพที่จ้าวอสูรเทียนจื้อเห็นในที่สุดก็มาถึงส่วนลึกที่สุดของวิหารวรยุทธ์
ที่นี่ไม่มีผู้ใดอยู่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากบรรพชนแห่งวรยุทธ์มิฉะนั้นก็
ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาที่นี่
วิหารว่างเปล่า มีบรรยากาศที่เคร่งขรึม
“หืม?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อมองไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง พบว่ามีร่างหนึ่งนั่งขัด
สมาธิอยู่ที่ปลายวิหาร
“นั่นคือบรรพชนแห่งวรยุทธ์?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อตกใจ รีบสอดแนมต่อไป
จื้
ภาพขยายเข้าไปใกล้ จ้าวอสูรเทียนจื้อต้องการดูบรรพชนแห่งวรยุทธ์ให้
ชัดเจนยิ่งขึ้น
ในเวลานี้
บรรพชนแห่งวรยุทธ์ที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้นอย่างเงียบงัน
“นี่?”
จิตใจทั้งหมดของจ้าวอสูรเทียนจื้อในตอนนี้ถูกดวงตาคู่นั้นดึงดูด
ตูม!
ในวินาทีถัดมา
ร่างอวตารของจ้าวอสูรเทียนจื้อที่กำลังสอดแนมระเบิด
ห่างจากโลกเทียนชิงอย่างมาก
พลังสะท้อนกลับที่มองไม่เห็นพุ่งลงมาตามความเชื่อมโยงระหว่างร่างกาย
หลักและร่างอวตาร
พลังของจ้าวอสูรเทียนจื้อสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว
“นั่นคือบรรพชนแห่งวรยุทธ์?”
จ้าวอสูรเทียนจื้อรู้สึกหวาดกลัว ความกลัวอย่างมากเกิดขึ้นในใจ
มันพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยไม่ลังเล
หนีไปยังที่ห่างไกลออกไปอย่างบ้าคลั่ง