สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 495 รวยล้นพ้นตัว
“มอบให้ข้า?”
หลินหยวนมองไปยังร่างกลมๆ
ทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะ ต้นไม้ล้ำค่าขอบเขตปกครอง 18 ต้นสมบัติลับ
ขอบเขตปกครอง 3 ชิ้น สมบัติลับขอบเขตโกลาหล 1 ชิ้น
ทั้งหมดมอบให้เขา?
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าไม่ใช่เพราะตัวตนจริงของข้าพกสมบัติส่วนใหญ่เข้าไปใน
ซากปรักหักพังไท่หยวนแล้ว ในตอนนี้สิ่งที่เจ้าจะได้รับคงมากกว่านี้ถึง 10 เท่า”
‘ชังเวยหยาง’ ร่างกลมๆ กล่าวออกมาโดยไม่สนใจอะไร
“แต่ข้ามีคำขออยู่อย่างหนึ่ง”
ร่างกลมๆ กล่าว
“ท่านผู้อาวุโส โปรดกล่าว”
หลินหยวนกล่าวในทันที
“ถ้าหากวันหนึ่งในอนาคต เจ้ากลายเป็นมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลได้
เจ้าช่วยไปยังสถานที่หนึ่ง และรับลูกศิษย์สักคนได้หรือไม่?”
ร่างกลมๆ กล่าว
“นี่เป็นเพียงแค่คำขอ ถ้าหากถึงตอนนั้นเจ้าไม่มีความสนใจ ก็ไม่จำเป็น
ต้องทำ”
“ท่านผู้อาวุโสให้เกียรติข้ามากเกินไปแล้ว”
หลินหยวนถอนหายใจ
มหาปราชญ์แห่งความโกลาหล?
มหาปราชญ์คืออะไร?
มีเพียงแต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลอย่างองค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’ และ
เจ้าหอหยกปีศาจเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะถูกเรียกว่ามหาปราชญ์
นั่นคือการดำรงอยู่ที่ยิ่งใหญ่ซึ่งสามารถแสวงหาและเข้าใกล้สิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ การมีวิธีการและความสามารถที่ไปถึงระดับที่น่าเหลือ
เชื่อ และแม้แต่หลินหยวนเองก็ยังสงสัยว่ามหาปราชญ์ทั้งสองท่านนั้นไม่ได้ดับ
สูญไปโดยสมบูรณ์
ไม่อย่างนั้นเหตุใดเส้นทางวิวัฒนาการ’เซียนฮวง’ถึงยังไม่กำเนิดผู้แข็งแกร่ง
ระดับ 12 ได้เลย?
รวมถึงเส้นทางวิวัฒนาการที่เจ้าหอหยกปีศาจได้เดินไปนั้น หลินหยวนก็ยัง
ไม่ทราบจนถึงตอนนี้ และรูปปั้นหินเซินจี๋ก็ไม่เคยบอกเรื่องเส้นทางวิวัฒนาการ
ของเจ้าหอหยกปีศาจให้กับหลินหยวนได้ฟัง
“นี่เป็นเพียงแค่คำขอของข้า เจ้าจะทำหรือไม่ ก็แล้วแต่เจ้า”
‘ชังเวยหยาง’ ร่างกลมๆ กล่าว
“ตกลง”
หลินหยวนพยักหน้า
ถ้าหากสามารถกลายเป็นมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลได้จริงการที่
สามารถโลดแล่นในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นก็เป็นเพียงแค่ความคิด
ในชั่วขณะหนึ่ง และการไปรับลูกศิษย์สักคนหนึ่งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องมากมายอะไร
“ถ้าอย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างของข้า ถือเป็นของเจ้าแล้ว”
ยิ้
นั้
ทั้
บนใบหน้าของร่างกลมๆ ปรากฏรอยยิ้มออกมา หลังจากนั้นร่างทั้งร่าง
กลายเป็นแสงที่สว่างจ้า และข้อมูลมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสมองของหลิน
หยวน
“วิชาลับ 92 บท? ทั้งหมดเป็นวิชาในขอบเขตปกครอง?”
หลินหยวนดูดซับข้อมูลทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
“วิชาลับฮุ่ยหยวน?”
วิชาลับฮุ่ยหยวน เป็นวิชาลับพิเศษที่ ‘ชังเวยหยาง’ ได้รับมา ซึ่งสามารถ
ปกปิดพลังของตนเองได้ แม้ว่าผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหล หากไม่ได้สังเกต
อย่างละเอียด ก็อาจจะไม่พบ
ในข้อมูลที่ ‘ชังเวยหยาง’ ทิ้งไว้นั้น แนะนำให้หลินหยวนฝึกฝนวิชาลับฮุ่ย
หยวนนี้เป็นอันดับแรก
ท้ายที่สุดแล้วเรื่องที่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีในจักรวาลสามารถเข้าใจ
กฎแห่งความโกลาหลได้นั้น เป็นเรื่องที่น่าตกใจเกินไป และหลินหยวนที่มาจาก
จักรวาล ก็ไม่ได้มีภูมิหลังอะไร เมื่อเรื่องนี้แพร่ออกไปแล้ว สามารถมีแนวโน้ม
อย่างมากที่จะดึงดูดสายตาของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหลได้
แน่นอนว่าในสายตาเหล่านั้น อาจจะมีเจตนาดี
และย่อมต้องมีเจตนาร้ายเช่นกัน ก่อนที่จะเติบโตขึ้น ‘ชังเวยหยาง’ จึง
แนะนำให้หลินหยวนพยายามปกปิดเรื่องนี้ให้มากที่สุด
และวิชาลับฮุ่ยหยวน สามารถช่วยให้หลินหยวนปกปิดพลังแห่งความ
โกลาหลได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้หลินหยวนยังคงส่งร่างแยกออกไปสำรวจโลก
ภายนอกก็ยังปลอดภัย
“ท่านผู้อาวุโสชังเวยหยางช่างมีน้ำใจจริงๆ”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
ถึงแม้ว่าเขาจะส่งร่างแยกออกมาเพียงแค่ร่างเดียว แต่สำหรับผู้แข็งแกร่ง
ในขอบเขตโกลาหลแล้ว ก็สามารถที่จะใช้ร่างแยกเพื่อที่จะระบุตำแหน่งที่แท้
จริงของหลินหยวนได้
ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหล เข้าไปในจักรวาลไม่ได้ก็จริง แต่สามารถ
เฝ้ารออยู่ด้านนอกของจักรวาลได้
เมื่อถึงเวลาที่จักรวาลถูกทำลายครั้งใหญ่ และหลินหยวนออกมาจากข้าง
ใน
นั่นก็เท่ากับการรอจับกระต่ายที่หน้าต้นไม้
“รวมเป็นหนึ่งเดียว”
หลินหยวนเริ่มทำความเข้าใจวิชาลับฮุ่ยหยวนในทันที
【ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ เข้าใจวิชาลับฮุ่ยหยวนจนถึงระดับสูงสุด】
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่สิบลมหายใจ หลินหยวนก็ฝึกฝนวิชาลับนีจนถึง
ระดับสูงสุด
วิชาลับฮุ่ยหยวนนั้นไม่ได้ซับซ้อน มันเป็นเพียงแค่วิชาลับที่ใช้ในการเก็บ
ซ่อนพลัง นั่นจึงทำให้หลินหยวนเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
วูบๆ
เมื่อหลินหยวนคิดในใจ
พลังที่อยู่โดยรอบถูกเก็บซ่อนไว้จนหมดสิ้น และไม่มีพลังแห่งความ
โกลาหลรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย
“แค่นี้เอง?”
หลินหยวนถอนหายใจเบาๆ
นี้
ในตอนนี้คนภายนอกไม่สามารถมองออกว่าร่างกายของเขาได้รวมตัวจาก
พลังแห่งความโกลาหล
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหล หลินหยวน
สามารถเลือกที่จะสลายร่างแยกได้
เมื่อร่างแยกสลายไปแล้ว แม้ว่าจะมีพลังแห่งความโกลาหลหลงเหลืออยู่
แต่ก็ไม่สามารถที่จะระบุแหล่งที่มาของพลังแห่งความโกลาหลนั้นได้ ในความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นมีสมบัติมากมายที่สามารถดูดซับพลังแห่งความ
โกลาหลได้
แน่นอนว่าการเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหลนั้นเป็นเพียง
แค่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลนั้น ใครๆ ก็เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ในด้านใดด้านหนึ่ง
จะใช่ว่าจะเจอกันได้ง่ายๆ หรอกหรือ?
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลจริงๆ ด้วยฐานะของอีก
ฝ่าย ย่อมไม่ชายตามองหลินหยวนแม้แต่น้อย
“ต่อมาก็หลอมรวมแกนกลางควบคุมของที่พำนักนี้”
หลินหยวนมองไปยังผลึกรูปทรง 12 ด้านที่ไม่ไกล
หลังจากที่รอยประทับของ ‘ชังเวยหยาง’ สลายไปแล้ว แกนควบคุมของที่
พำนักนี้จึงอยู่ในสถานะที่ไม่มีเจ้าของแล้ว นั่นเท่ากับว่าหลินหยวนสามารถ
หลอมรวมมันได้อย่างง่ายดาย
วูบๆๆๆ
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง
หลินหยวนก็หลอมรวมแกนควบคุมของที่พำนักนี้ได้สำเร็จ
ในทันที
ที่
ที่
นี้
หลินหยวนควบคุมที่พำนักที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางนับล้านกิโลเมตรนี้
ได้ทั้งหมด
“ต้นไม้ล้ำค่าขอบเขตปกครอง 18 ต้น?”
เมื่อหลินหยวนคิดในใจเล็กน้อย ก็ออกจากพระราชวังที่อยู่ตรงกลาง และ
มายังหน้าต้นไม้ล้ำค่าทั้ง 18 ต้นที่อยู่รอบๆ
ต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นนี้ เป็นสิ่งที่ ‘ชังเวยหยาง’ ได้ลงทุนอย่างมากเพื่อที่จะบ่ม
เพาะขึ้นมา
ต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นนี้ ในทุกๆ 10 ล้านปี จะผลิตผลออกมา และผลแต่ละ
ผลนั้นสามารถมีมูลค่าเทียบเท่ากับอาวุธขอบเขตบุกเบิกวิถี 1 ชิ้น
และในตอนนี้ ผลบนต้นไม้ล้ำค่าทั้ง 18 ต้นนั้น เมื่อนำมารวมกันแล้ว กลับมี
มากกว่า 1,000 ผล นั่นหมายความว่า มีอาวุธที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี 1,000
ชิ้น
และอาวุธขอบเขตบุกเบิกวิถีชนิดนี้ สามารถงอกออกมาอีกได้ในทุกๆ 10
ล้านปี
เวลา 10 ล้านปีนั้น ไม่ว่าจะสำหรับ ‘ชังเวยหยาง’ ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง
ขั้นสูงสุด หรือแม้แต่สำหรับหลินหยวนที่อยู่ในระดับ 11 ก็ถือว่าไม่นาน
“เสียดายที่ผลที่เกิดจากต้นไม้ล้ำค่า เมื่อผ่านช่วงเวลาไปแล้วก็จะร่วงหล่น
ลงมา ถ้าหากไม่เก็บไว้ มันต้องสลายไป”
หลินหยวนถอนหายใจ
บนพื้นดินของต้นไม้ล้ำค่าทั้ง 18 ต้นนั้น ไม่รู้ว่ามีผลร่วงหล่นลงมาเท่าไหร่
หากผลเหล่านั้นยังคงอยู่ ก็อาจจะเพียงพอต่อการบริโภคสำหรับหลินหยวนใน
การฝึกฝน ‘ร่างจักรวาล’ ในระดับ 12 ได้แล้ว
“ต้นไม้ล้ำค่าเหล่านี้ ถือเป็นต้นไม้เงินที่ให้ผลผลิตทุกๆ 10 ล้านปี”
หลินหยวนได้ตัดสินเกี่ยวกับต้นไม้ล้ำค่าทั้ง 18 ต้นนี้
ที่
หลังจากที่สำรวจสภาพของต้นไม้แต่ละต้นเสร็จ หลินหยวนก็คิดในใจเล็ก
น้อย และกลับมายังพระราชวังที่อยู่ตรงกลางอีกครั้ง
วูบๆๆ
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ มีอาวุธ 3 ชิ้นปรากฏอยู่ตรงหน้า
อาวุธที่อยู่ตรงกลางนั้นเป็นน้ำเต้า ขนาดครึ่งเมตร มีสีแดงเหลืองโดยทั่ว
แต่กลับกำลังแผ่อานุภาพที่น่ากลัวออกมา คล้ายกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้กลับมา
สู่พลังแห่งความโกลาหล
อาวุธที่อยู่ด้านซ้ายและขวานั้น มีอานุภาพอ่อนแอกว่าเล็กน้อยแต่ความน่า
กลัวที่มันแผ่ออกมานั้น ยังนับว่าน่ากลัว อาวุธเหล่านี้ยังถือว่าเหนือกว่าอาวุธ
ประจำเผ่าพันธุ์ของกองกำลังเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดต่างๆ ในจักรวาลหลักอยู่มาก
“สมบัติลับขอบเขตปกครอง สมบัติลับขอบเขตโกลาหล”
หลินหยวนมองดูอย่างตั้งใจ
“ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเรา ไม่สามารถกระตุ้นสมบัติลับ
ขอบเขตปกครองได้เลย นับประสาอะไรกับสมบัติลับขอบเขตโกลาหล”
ในใจของหลินหยวนรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย
ด้วยภูมิหลังในตอนนี้ของเขา สามารถกระตุ้นอาวุธและสมบัติลับขอบเขต
บุกเบิกวิถีได้ ก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว
แต่สมบัติลับขอบเขตปกครองนั้น?
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด กลับยังต้องใช้ความ
พยายามอย่างมากในการกระตุ้นสมบัติลับขอบเขตปกครอง
การที่สมบัติลับขอบเขตปกครองแสดงพลังออกมาแต่ละครั้งนั้นมันจำเป็น
ต้องกลืนกลินพลังอย่างน่ากลัว จักรวาลภายในของผู้แข็งแกร่งในขอบเขต
บุกเบิกวิถีธรรมดาๆ นั้น สามารถถูกสูบพลังจนหมดได้ ภายในการโจมตีเพียง
ครั้งเดียว
นี้
“รอจนกว่าเราจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 12 เพียงเท่านี้ เราก็น่าจะ
สามารถกระตุ้นสมบัติลับขอบเขตปกครองได้”
หลินหยวนคิดในใจ
ส่วนสมบัติลับขอบเขตโกลาหลนั้น ระดับสูงเกินไป แม้แต่ ‘ชังเวยหยาง’ ที่
เป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด กลับยังมีสมบัติลับขอบเขตโกลาหล
เพียงแค่ 3 ชิ้นเท่านั้น
ซึ่ง 2 ชิ้นนั้น เขาได้นำติดตัวไปด้วย ส่วนน้ำเต้าที่เหลือนี้ ก็เป็นเพราะเขาไม่
ได้ใช้แล้ว จึงได้เก็บไว้ในที่พำนัก
สมบัติลับขอบเขตโกลาหลที่ ‘ชังเวยหยาง’ นำติดตัวไปด้วยนั้นหนึ่งเพื่อ
การโจมตี และหนึ่งเพื่อการป้องกัน การที่มีน้ำเต้านี้เพิ่มขึ้นมาอีก ก็ไม่ได้ช่วย
อะไร
“ยังมีอาวุธลับขอบเขตบุกเบิกวิถีอีกบางส่วน”
หลินหยวนตรวจดูสมบัติมากมายในที่พำนัก
‘ชังเวยหยาง’ กล่าวถึงเพียงแค่สมบัติลับขอบเขตปกครอง 2 ชิ้นสมบัติลับ
ขอบเขตโกลาหล 1 ชิ้น
รวมถึงต้นไม้ล้ำค่าขอบเขตปกครอง 18 ต้นที่อยู่ด้านนอก
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในที่พำนักนั้นจะมีเพียงแค่สมบัติเหล่านี้
นอกจากนี้ก็ยังมีสมบัติอื่นๆ อีก แต่ ‘ชังเวยหยาง’ ก็ขี้เกียจที่จะพูดถึง
“อาวุธลับขอบเขตบุกเบิกวิถี 7 ชิ้น”
ดวงตาของหลินหยวนเป็นประกาย เมื่อเทียบกับสมบัติลับขอบเขต
ปกครองและสมบัติลับขอบเขตโกลาหลที่ไม่สามารถที่จะใช้ได้ในตอนนี้แล้ว
อาวุธลับขอบเขตบุกเบิกวิถีทั้ง 7 ชิ้นนี้ หลินหยวนสามารถกระตุ้นและใช้
มันได้โดยพื้นฐาน
ที่
นั้
และอาวุธลับขอบเขตบุกเบิกวิถีที่ ‘ชังเวยหยาง’ ได้เก็บไว้ในทีพำนักนั้น ถือ
เป็นอาวุธลับขอบเขตบุกเบิกวิถีที่ระดับสูงสุด โดยมีพลังมากกว่าอาวุธประจำ
เผ่าพันธุ์ของกองกำลังเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดต่างๆในจักรวาลหลัก
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหยวนนั้น สามารถใช้พลังของ
อาวุธขอบเขตบุกเบิกวิถีที่อยู่ในระดับสูงสุดเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่
“ยังมีเส้นทางวิวัฒนาการระดับ 12 ที่ท่านผู้อาวุโส ‘ชังเวยหยาง’ ได้ทิ้งไว้”
เมื่อหลินหยวนคิดในใจเล็กน้อย ก็ทำความเข้าใจมันคร่าวๆ และจากนั้นก็
ส่ายหน้า
“น่าเสียดายที่เส้นทางวิวัฒนาการนี้มีผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดใหม่ไปแล้ว”
ตัวตนจริงของ ‘ชังเวยหยาง’ ไม่รู้ว่าได้ดับสูญไปนานเท่าไหร่แล้วและเส้น
ทางวิวัฒนาการที่เขาฝึกฝนก็ไม่ใช่ความลับอย่างแน่นอนและยังถูกผู้ที่มาทีหลัง
ยึดครองตำแหน่งสูงสุดไปนานแล้ว
แต่หลินหยวนไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ไม่ได้เดินตาม
เส้นทางวิวัฒนาการของ ‘ชังเวยหยาง’ และเมื่อได้รับรู้ถึงแก่นแท้และข้อดีของ
เส้นทางวิวัฒนาการนี้แล้ว หลินหยวนก็เก็บอาวุธลับทั้ง 3 ชิ้นไป
“หินแห่งความโกลาหล”
หลินหยวนยกมือขวาขึ้น มีหินที่กำลังแผ่พลังแห่งความโกลาหลบริสุทธิ์
ออกมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
หินแห่งความโกลาหล เป็น ‘สกุลเงิน’ ที่ใช้กันโดยทั่วไปในความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล คล้ายกับผลึกแห่งจักรวาลในจักรวาล
แหล่งที่มาของหินแห่งความโกลาหลนั้น มาจากผู้แข็งแกร่งในขอบเขต
โกลาหล ที่ทำการกลั่นพลังแห่งความโกลาหลจำนวนมากทีรวมกัน พลังแห่ง
ความโกลาหลที่อยู่ในหินแห่งความโกลาหลนั้นสามารถดูดซับได้โดยตรง
ที่
และพลังแห่งความโกลาหลที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลนั้น ก็มีอานุภาพและพลังงานต่างๆ ปะปนอยู่ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งใน
ขอบเขตโกลาหล ก็ไม่สามารถดูดซับมันได้โดยตรง
เพราะคุณค่าของตัวหินแห่งความโกลาหลนั้นเอง จึงทำให้มันกลายเป็น
สกุลเงินที่ใช้ในการหมุนเวียนในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
โดยปกติแล้ว ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล หินแห่งความโกลาหล
100 ก้อน สามารถแลกเปลี่ยนกับอาวุธลับขอบเขตบุกเบิกวิถีทั่วไปได้
และในพระราชวังแห่งนี้ กลับมีหินแห่งความโกลาหลเหลืออยู่มากกว่า 1
หมื่นก้อน
หินแห่งความโกลาหลกว่า 1 หมื่นก้อนนั้น สามารถซื้ออาวุธลับขอบเขต
บุกเบิกวิถีทั่วไปได้ 100 ชิ้น แต่นั่นไม่ใช่จำนวนที่สามารถซื้อสมบัติลับขอบเขต
ปกครองได้เลย ดังนั้น ‘ชังเวยหยาง’ จึงไม่ได้กล่าวถึง
“เรารับรู้ได้ว่า การดูดซับพลังแห่งความโกลาหลที่อยู่ในหินแห่งความ
โกลาหลนั้น มีประโยชน์ต่อโลกภายในร่างกายมาก”
ดวงตาของหลินหยวนมีประกาย
แน่นอนว่าในตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่ร่างแยก จึงไม่ต้องการสิ้นเปลืองหิน
แห่งความโกลาหล และวางแผนที่จะส่งกลับมายังจักรวาลหลัก เพื่อให้ตัวตน
จริงได้ลองใช้
“การสำรวจความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลในครั้งนี้ ช่วยเราได้เยอะ
จริงๆ”
หลินหยวนมีสีหน้าที่สดใส ไม่ต้องพูดถึงสมบัติลับขอบเขตปกครอง 2 ชิ้น
สมบัติลับขอบเขตโกลาหล 1 ชิ้น รวมถึงต้นไม้ล้ำค่าขอบเขตปกครอง 18 ต้น
เพียงแค่อาวุธลับขอบเขตบุกเบิกวิถีระดับสูงสุด 7 ชิ้น รวมถึงวิชาลับใน
ขอบเขตปกครอง 98 บทเพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้ความแข็งแกร่งของหลิน
หยวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก