สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 515 การเปลี่ยนแปลงของประตูสู่ภพ
หมื่น
เขตดาวฤกษ์ชิคุน ดาราจักรเฉินซี ดาวเคราะห์ซางหลาน
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน
หลินหยวน
“ซางหลาน”
หลินหยวนมองไปยังดาวเคราะห์ที่ไม่โดดเด่นที่อยู่ไม่ไกลออกไปด้วยความ
รู้สึกมากมายในใจ
ดาวเคราะห์ซางหลานเป็นเพียงแค่ดาวเคราะห์ที่มีชีวิตขนาดกลาง ถึง
แม้ว่าด้วยอิทธิพลของเขาจะถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นดาวเคราะห์ที่มีชีวิต
ระดับสูงแล้ว แต่สำหรับหลินหยวนก็ยังเหมือนกับฝุ่นผง
แต่ที่นี่ก็ยังคงเป็นสถานที่ที่หลินหยวนเติบโตขึ้นมา และจนถึงตอนนี้พ่อ
และแม่ยังคงอาศัยอยู่ที่ดาวเคราะห์ซางหลาน
“นานมากแล้วที่ไม่ได้กลับมา”
หลินหยวนคิดในใจ
ตั้งแต่ที่ออกจากดาวเคราะห์ซางหลานและเดินทางไปยังดาวเคราะห์หลัก
ชิคุน หลินหยวนก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย การที่ได้พบกับพ่อและแม่ก็อยู่ในโลก
เสมือนจริง
ดาวเคราะห์ซางหลาน ทวีปส่วนกลาง ภายในคฤหาสน์หมายเลข
คู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิงและลู่ฉงกำลังปลูกดอกไม้ ด้วยเทคโนโลยีของ
อารยธรรมมนุษย์แล้ว ดอกไม้แปลกประหลาดใดๆ ก็สามารถที่จะขยายพันธุ์
นั้
ที่
ออกมาได้อย่างรวดเร็ว แต่ลู่ฉงนั้น กลับชอบความรู้สึกที่ดอกไม้ค่อยๆ เติบโต
“พี่หลิน ฉันได้ยินหลายคนบอกว่าเสี่ยวหยวนได้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุด
แล้วเหรอคะ?”
หลังจากที่ลู่ฉงดูแลดอกไม้ที่ต้องดูแลเสร็จแล้ว ก็พูดออกมาอย่างรู้สึก
แปลกใจ
“เสี่ยวหยวนกลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดแล้ว?”
หลินโส่วเฉิงรู้สึกงงงวย เมื่อไม่นานมานี้เขายังคงสับสนกับการทีลูกชาย
ของตนเองโจมตีผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนหนึ่งจนต้องล่าถอย
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดไปแล้ว?
“หลอกกันหรือเปล่า?”
หลินโส่วเฉิงกล่าวออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เป็นเรื่องจริง ศูนย์กลางดาราจักรได้ออกประกาศแล้ว”
ลู่ฉงพูดในทันที โดยมีหน้าจอเสมือนจริงปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะนั้นเอง
ร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นไม่ไกลออกไป มองไปยังคู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิง
และลู่ฉงด้วยรอยยิ้ม
“เสี่ยวหยวน”
เมื่อหลินโส่วเฉิงเห็นร่างนั้น ก็ตกใจและตะโกนออกมาในทันที
เมื่อเทียบกับตอนที่ออกจากดาวเคราะห์ซางหลานแล้ว หลินหยวนในตอน
นี้แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังเหมือนเดิม มีเพียงแค่แวว
ตาและออร่าที่ดูลึกลับกว่าเดิม
สี่
“เสี่ยวหยวน ทำไมลูกถึงกลับมาได้?”
ลู่ฉงกลับเต็มไปด้วยความยินดี ถึงแม้ว่าจะพบกับหลินหยวนในโลกเสมือน
จริงเป็นประจำ แต่โลกเสมือนจริงก็เป็นเพียงแค่โลกเสมือนจริง จะสู้โลกความ
จริงได้อย่างไร
“พ่อครับแม่ครับ”
หลินหยวนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม
“เสี่ยวหยวน ในอินเทอร์เน็ตบอกว่าลูกกลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดแล้ว”
หลังจากที่ลู่ฉงพูดคุยไปได้ 2-3 คำ ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาในทันที
เมื่อพูดคำนี้ออกมา
หลินโส่วเฉิงที่อยู่ข้างๆ ก็มองไปยังหลินหยวนในทันที
“ก็ถือว่าใช่ครับ”
หลินหยวนพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม
“กลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดแล้วจริงๆ เหรอ?”
คู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิงและลู่ฉงมองหน้ากัน
ลูกชายของพวกเขาได้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดแล้ว?
“เสี่ยวหยวน ได้ยินมาว่าสาระสำคัญของชีวิตของผู้แข็งแกร่งสูงสุดนั้นอยู่
เหนือแม่น้ำแห่งกาลเวลา ในตอนนี้พ่อกับแม่ ในสายตาของลูก เป็นเหมือนกับ
มดหรือไม่?”
ลู่ฉงอดไม่ได้ที่จะถาม
“ฮ่าๆๆๆ”
หลินหยวนหัวเราะออกมา
“ไม่ขนาดนั้นครับ กับพวกท่านไม่เหมือนกัน”
ตราบใดที่เป็นชีวิต ก็จะมีความรู้สึก หลินหยวนก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าพ่อแม่
ของตนเองจะอ่อนแอแค่ไหน ก็ยังคงเป็นพ่อแม่
ในขณะนั้นเอง
ฮึ่งๆๆ
ยานบินลำหนึ่งได้ลงจอดอย่างรวดเร็ว
ร่าง 2 ร่างเดินลงมาจากยานบิน ก็คือหลินอีและเซี่ยเค่อหราน
“คุณพ่อคุณแม่ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”
หลินอีเดินเข้ามาในคฤหาสน์ด้วยก้าวที่ใหญ่โต และตะโกนออกมาในขณะ
ที่กำลังเดินเข้ามา เซี่ยเค่อหรานที่อยู่ข้างๆ ก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน
เมื่อพวกเขาเข้ามาในคฤหาสน์ และเห็นหลินหยวนที่ยืนอยู่ข้างๆก็รู้สึก
สับสน
“พี่ชาย”
หลินอีอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
เซี่ยเค่อหรานยืนอยู่ข้างหลังหลินอี มองไปยังหลินหยวนอย่างุนงง ตอบ
สนองในทันที และโค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง
“เซี่ยเค่อหรานขอน้อมคารวะผู้แข็งแกร่งสูงสุด”
ตระกูลเซี่ยในฐานะที่เป็นตระกูลผู้วิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์ ได้รู้
เป็นกลุ่มแรกถึงเรื่องที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก้าวเข้าสู่ระดับ 12
และยังได้รับการยืนยันอย่างแน่นอนอีกด้วย
ที่
ซี่
ที่
ที่เซี่ยเค่อหรานและหลินอีรีบมาที่ดาวเคราะห์ซางหลานอย่างรวดเร็ว ก็
เพราะเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ต้องการที่จะบอก
ข่าวดีนี้ให้กับพ่อแม่ของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
ถึงแม้ว่าในยุคอินเทอร์เน็ต เมื่อรอให้พวกเขามาถึงดาวเคราะห์ซางหลาน
แล้ว คาดว่าคู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิงก็คงจะรู้เรื่องนี้ไปแล้วแต่การที่เดินทางมา
ด้วยตนเองก็เป็นท่าทีอย่างหนึ่ง
คู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิงในตอนนี้ ก็คือพ่อแม่ของผู้แข็งแกร่งสูงสุด
เพียงแต่เซี่ยเค่อหรานไม่ได้คิดว่าหลินหยวนก็จะอยู่ที่นี่ด้วย
“ลุกขึ้นเถอะ”
หลินหยวนยิ้ม และกล่าวอย่างสบายๆ
“ขอรับ”
เซี่ยเค่อหรานยังคงรู้สึกประหม่า เขาคิดถึงคำพูดที่บรรพบุรุษระดับ 11
ของตระกูลเซี่ยได้บอกกับตนเองก่อนที่จะมา ว่าจะต้องไม่มีพฤติกรรมที่ไม่ถูก
ต้องใดๆ ต่อหน้าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
เซี่ยเค่อหรานเห็นด้วยกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ท้ายที่สุดแล้วเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือกในตอนนี้คือผู้แข็งแกร่งสูงสุด ผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนที่ 10
ของอารยธรรมมนุษย์ สถานะสูงส่ง สูงส่งยิ่งกว่าสิ่งใด
“พี่ชายทำไมถึงมาที่นี่คะ?”
น้ำเสียงของหลินอีก็ระมัดระวังมากขึ้นเช่นกัน คำว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดนั้น
นำมาซึ่งแรงกดดันที่มากเกินไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เพิ่งได้รับข่าวนี้ เมื่อหลินอีคิดว่าพี่ชายของ
ตนเองคือผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่อยู่เหนือทุกสิ่งในอารยธรรมมนุษย์แล้ว ก็รู้สึกสั่น
เทาในใจ
“พอดีมีเวลา ก็เลยมา”
หลินหยวนกล่าวอย่างสบายๆ
ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดนั้น หลินหยวนได้ใช้สมาธิและพลังงาน
ทั้งหมดไปกับการฝึกฝน ท้ายที่สุดแล้วหากไม่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ก็จะ
เป็นชีวิตในแม่น้ำแห่งกาลเวลา และจะต้องตายไปพร้อมกับการพังทลายของ
แม่น้ำแห่งกาลเวลา
ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ หลินหยวนจึงพยายามอย่างเต็มที่โดยธรรมชาติ
แต่หลังจากที่กลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดแล้ว หลินหยวนกลับรู้สึกผ่อน
คลายลง
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดนั้นมีอายุขัยที่ไม่มีที่สิ้นสุด ปัญหาเดียวที่ต้องเผชิญหน้าก็
คือการล่มสลายของจักรวาล แต่ด้วยพลังของหลินหยวนแล้ว ก็สามารถที่จะ
ข้ามผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
ภายในคฤหาสน์
คู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิงและลู่ฉง หลินอี เซี่ยเค่อหราน และหลินหยวนทั้ง
5 คนกำลังพูดคุยกันอย่างสบายใจ
ภายนอกคฤหาสน์ เหล่าผู้คุ้มกันที่เป็นผู้วิวัฒนาการมากมายกำลังลาด
ตระเวนอย่างเคร่งครัด
ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกแล้วคู่สามี
ภรรยาหลินโส่วเฉิงและลู่ฉงจึงได้รับการคุ้มครองจากทีมงานมืออาชีพ เพื่อ
ป้องกันไม่ให้ได้รับอันตรายใดๆ
“คุณหลินอีและคุณเซี่ยกลับมาแล้ว”
หัวหน้าทีมคุ้มกันกวาดสายตาไปยังยานบินที่ลงจอด และพยักหน้าเป็น
สัญญาณให้ปล่อยผ่าน
ระดับสถานะของคู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิงนั้นสูงมาก ห้ามบุคคลภายนอก
ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาใกล้ แต่หลินอีในฐานะที่เป็นน้องสาวของเจ้าแห่งเขต
ที่
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก็สามารถที่จะปล่อยผ่านได้ตามธรรมชาติ
หัวหน้าทีมคุ้มกันมองส่งหลินอีและเซี่ยเค่อหรานเข้าไปในคฤหาสน์ ในไม่
ช้าก็ได้ยินเสียงพูดคุยที่อยู่ข้างในอย่างเลือนราง
“หืม?”
หัวหน้าทีมคุ้มกันเหลือบมองเล็กน้อย และตกตะลึง
เพราะในตอนนี้ในคฤหาสน์นั้น นอกจากคู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิง หลินอี
เซี่ยเค่อหรานแล้ว ยังมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ในที่นั้นอย่างเงียบๆ อีกด้วย
ชายคนนี้เข้ามาโดยไม่ได้ทิ้งร่องรอยหรือบันทึกใดๆ เอาไว้หัวหน้าทีมคุ้ม
กันก็จำไม่ได้ว่ามีชายคนนี้เข้าไปข้างในเมื่อเร็วๆ นี้
“ไม่ดีแล้ว มีบุคคลที่ไม่รู้จักปรากฏตัวขึ้น มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นภัย
คุกคาม”
หัวใจของหัวหน้าทีมคุ้มกันเริ่มที่จะเต้นเร็วขึ้น หากคู่สามีภรรยาหลินโส่ว
เฉิงเกิดเรื่องอะไรขึ้นภายใต้การคุ้มครองของตนเองแล้ว เขาไม่กล้าที่จะคิดถึง
ผลที่ตามมาเลย
“เตรียมพร้อม เข้าสู่การเตรียมพร้อมสูงสุด!”
หัวหน้าทีมคุ้มกันแจ้งให้เหล่าผู้คุ้มกันที่เป็นผู้วิวัฒนาการทุกคนทราบใน
ทันที
ในทันทีเหล่าผู้คุ้มกันที่เป็นผู้วิวัฒนาการจำนวนมากก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
ภายนอกคฤหาสน์ จับตามองภาพภายในคฤหาสน์อย่างใกล้ชิด
“หัวหน้า”
ในขณะที่หัวหน้าทีมคุ้มกันกำลังพิจารณาถึงการกระทำต่อไป ก็มีเสียงดัง
มาจากข้างๆ
“เจ้าต้องการที่จะพูดอะไร?”
หัวหน้าทีมคุ้มกันมองไปยังอีกฝ่าย
“เขา เขาเหมือนจะเป็นเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
ผู้คุ้มกันที่เป็นผู้วิวัฒนาการที่กำลังพูดนั้นพูดตะกุกตะกัก
การที่จะได้เป็นผู้คุ้มกันที่นี่ ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์มากมายแต่ภายใต้
แรงกระแทกขนาดใหญ่ที่ได้เห็นเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกด้วยตาของ
ตนเองแล้ว ก็ยังคงสับสน
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก?”
หัวหน้าทีมคุ้มกันตกอยู่ในความเงียบ
เขาตรวจสอบภายในคฤหาสน์อีกครั้ง พบว่าชายคนนั้นมีความคล้ายคลึง
กับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเป็นอย่างมาก
เมื่อรวมกับน้ำเสียงที่คู่สามีภรรยาหลินโส่วเฉิง หลินอี เซี่ยเค่อหรานทั้ง 4
คนกำลังพูดคุยกันอยู่ หัวหน้าทีมคุ้มกันก็รับรู้ในทันทีว่าตนเองอาจจะเข้าใจผิด
จริงๆ
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก นั่นคือเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือก?”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร?”
ในทันทีก็เกิดความโกลาหลขึ้นในทีมคุ้มกัน เหล่าผู้คุ้มกันที่เป็นผู้
วิวัฒนาการมากมายมีสีหน้าที่เบิกบาน พวกเขาไม่เคยได้เจอผู้แข็งแกร่งสูงสุด
เลยตลอดชีวิต ในวันนี้กลับได้เจอแล้ว
แถมยังเป็นเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกอีกด้วย?
หมื่นเผ่าพันธุ์ในห้วงอวกาศ
ล้วนแล้วแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะหลินหยวนก้าวเข้าสู่
ระดับ 12
อาณาเขตเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำ
ดาวเคราะห์ธรรมดา
สมาชิกเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำจำนวนมากกำลังอพยพ
เพื่อที่จะต้อนรับการสะสางบัญชีและการลงทัณฑ์ที่กำลังจะมาถึงของเจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก เหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดทั้ง 11 เผ่าพันธุ์รวมถึง
เผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำจึงต้องละทิ้งอาณาเขตส่วนใหญ่
“ท่านพ่อท่านแม่ พวกเราต้องออกจากที่นี่จริงๆ หรือ?”
สมาชิกเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำที่ยังเด็กกล่าวด้วยความอาลัยอาวรณ์ ถึงแม้ว่า
ผู้แข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำจะอธิบายให้พวกเขาฟังแล้วว่าการเดินทาง
ไปยังแกนกลางของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำนั้นจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น
แต่ที่นี่ก็เป็นที่ที่พวกเขาใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก
รูปแบบการใช้ชีวิตของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำนั้นคล้ายคลึงกับอารยธรรม
มนุษย์ และมีความผูกพันกับบ้านเกิด
“ใช่ ต้องจากไป”
สมาชิกเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำที่สูงวัยที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าและกล่าว
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้วหากพวกเรา
ไม่จากไป ตอนที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกมาถึงแล้ว ก็จะจากไปไม่ได้
แล้ว”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกน่ากลัวขนาดนั้น น่ากลัวกว่าจักรพรรดิ
ของพวกเราอีกหรือ?”
สมาชิกเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำที่ยังเด็กอดไม่ได้ที่จะกล่าว
สมาชิกเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำที่สูงวัยที่อยู่ข้างๆ ได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่ได้ตอบ
อะไร
เขาไม่รู้ว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกกับจักรพรรดิของเผ่าพันธุ์ผู้
ถูกจองจำ ใครแข็งแกร่งกว่ากัน แต่เมื่อมองจากการทีเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำกำลัง
ถอยทัพครั้งใหญ่ในตอนนี้แล้ว แน่นอนว่าต้องเป็นเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือกที่แข็งแกร่งกว่า
ไม่ได้มีแค่เผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำ เผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์ เผ่าพันธุ์หยู่เผ่าพันธุ์โจว
และเผ่าพันธุ์อื่นๆ อีกมากมายก็เริ่มที่จะถอยทัพครั้งใหญ่
หลินหยวนเพียงแค่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ยังไม่ได้ลงมือเลย ก็ทำให้เหล่าเผ่า
พันธุ์ระดับสูงสุดมากมายทำเช่นนี้ ก็สามารถที่จะจินตนาการได้ว่ามีอาณุภาพ
มากขนาดไหน
ดาวเคราะห์ซางหลาน
หลินหยวนพูดคุยกับพ่อแม่ของตนเองอย่างสบายๆ สักพัก และกวาด
สายตาไปยังภายนอกคฤหาสน์
ด้วยการรับรู้ของเขาแล้ว แน่นอนว่าเขาสามารถที่จะควบคุมทุกสิ่งทุก
อย่างที่อยู่นอกคฤหาสน์ได้ และทั้งเขตดาวฤกษ์ชิคุนและแม้แต่อารยธรรม
มนุษย์ก็อยู่ภายใต้สายตาของเขา
เหล่าผู้คุ้มกันที่เป็นผู้วิวัฒนาการเหล่านั้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากหลิน
หยวนก็ขี้เกียจที่จะห้ามปราม
ตั้งแต่ที่เขาก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว หากตนเองไม่ได้ติดต่อก่อนเทพีทั้งสาม
และเครือข่ายโลกเสมือนจริงก็ไม่สามารถที่จะครอบคลุมเขาได้ เหล่าผู้คุ้มกันที่
เป็นผู้วิวัฒนาการที่อยู่รอบๆ คฤหาสน์ก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ล่วงหน้าว่าตนเอง
มา
“ผมขอตัวกลับก่อน”
หลินหยวนกล่าวลาพ่อแม่และน้องสาว และร่างก็หายไปในที่
ภายใต้ห้วงอวกาศ
ขึ้
รั้
ร่างของหลินหยวนปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“ประตูสู่ภพหมื่น”
จิตใจของหลินหยวนสั่นสะเทือนเล็กน้อย
หลังจากที่การก้าวกระโดดครั้งสุดท้ายสำเร็จแล้ว นอกจากน้ำเต้าลึกลับที่
เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ประตูสู่ภพหมื่นก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่น
กัน
เมื่อเทียบกับน้ำเต้าลึกลับแล้ว การเปลี่ยนแปลงของประตูสู่ภพหมื่นนั้น
รางเลือนและคลุมเครือ ราวกับว่าถูกปกคลุมไปด้วยหมอก
หลินหยวนสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าแหล่งพลังที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่าง
มาก ได้เชื่อมต่อกับภาพประตูสู่ภพหมื่นที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
และในตอนนี้
หลินหยวนสังเกตเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของประตูสู่ภพหมื่นได้สิ้นสุดลง
อย่างสมบูรณ์แล้ว
เมื่อตั้งสติได้แล้ว หลินหยวนก็จมจิตสำนึกลงไปยังส่วนลึกของจิตใจใน
ทันที
และมองไปยังประตูสู่ภพหมื่นที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง
“นั่นมัน?”
รูม่านตาของหลินหยวนหดตัวลงเล็กน้อย