สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 29 คนหนึ่งลอยตัวสบายใจ อีกคนร้อนใจดั่งไฟลน
- Home
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 29 คนหนึ่งลอยตัวสบายใจ อีกคนร้อนใจดั่งไฟลน
บทที่ 29 คนหนึ่งลอยตัวสบายใจ อีกคนร้อนใจดั่งไฟ
หู อถึงกับถึงกับพูดไม่ออก นึกไม่ถึงเลยว่าลู่เงินเงินจะดันหลัง บรรดาแม่สามีทั้งสามออกมาหน้าฉาก
เอง
กลายเป็นว่านางถูกบีบให้อยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสีย
จะให้นางพูดอย่างไรได้เล่า? จะให้โพล่งออกมาว่านางไม่เคยคิดจะ เชิญแม่สามีทั้งสามกลับมามีอําานาจเลยงั้นหรือ?
หูชื่อผู้มีฝีปากคมกล้า และ ‘เจอคนพูดภาษาคน เจอผีพูดภาษาผี’ [1] มาโดยตลอดถึงกับอับจนถ้อยคําา ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลําบาก
“จะไปรบกวนท่านแม่ทั้งสามได้อย่างไรกันเจ้าคะ! ท่านแม่ล้วนมีลูก
สะใภ้กันหมดแล้ว หากยังต้องให้ท่านแม่มาเหนื่อยยากดูแลงานบ้านงาน เรือน พวกเราที่เป็นลูกสะใภ้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
ลู่เจินเจินกล่าวเสียงดั่งฟังชัดอย่างไม่แยแส
“เรื่องนี้มีอะไรต้องเกรงใจกันด้วยหรือ? ข้าเห็นว่าพวกท่านแม่ยังแข็ง
แรงกระฉับกระเฉงกันอยู่เลย อีกทั้งประสบการณ์ดูแลบ้านเรือนก็เปี่ยมล้น ย่อมต้องเก่งกาจกว่าพวกเราแน่นอนอยู่แล้ว”
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจวนโหว และเพื่อให้พี่สะใภ้ใหญ่ได้พักผ่อนบําารุงร่าง กายอย่างวางใจ วันหน้าจะได้คลอดน้องชายตัวอ้วน มาให้เยว่เจี่ยเอ๋อร์ ข้า เชื่อว่าท่านแม่ทั้งสามย่อมยินดีเหนื่อยสักหน่อยอยู่แล้ว จริงไหมเจ้าคะ?”
แววตาของจีนชื่อใหววูบ นางยกถ้วยชาขั้นบังมุมปากที่แอบยกยิ้มขึ้น มา ส่วนฉินชื่อก็กลอกตาไปมา ก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากอย่างอารมณ์ดี
“ข้าว่าสะใภ้สี่พูดได้ไม่เลว เด็กคนนี้ก็นะ…. จะมาเกรงอกเกรงใจอะไร กับพวกเรา? หากเจ้าวางใจ คนแก่ๆ อย่างพวกข้าก็ยังพอช่วยพยุงไหวอยู่” คราวนี้หูชื่อตกอยู่ในสภาพ คนใบ้กินหวงเหลียน ขมแค่ไหนก็พูดไม่
ออก· [2]
ครั้นจะปฏิเสธก็ติดที่เมื่อครู่พูดหว่านล้อมไว้เสียบดีเพื่อจะลาก
ลู่เจินเจินลงนํ้าด้วยกัน หากกลับคําตอนนี้ นอกจากจะเผยเจตนาแอบแฝง แล้ว ยังเป็นการล่วงเกินแม่สามีทั้งสามอย่างร้ายแรงอีกด้วย แต่จะให้ยอมส่ง
อ้านาจดูแลบ้านที่อยู่ในมือให้หลุดลอยไปง่ายๆ หูชื่อก็ทําใจไม่ได้จริงๆ!
ใบหน้าของนางซีดเผือด ความคิดหมุนตัวอย่างรวดเร็ว แต่คิดอย่าง ไรก็หาคําพูดมาปฏิเสธอย่างนุ่มนวลไม่ได้ คนที่นั่งอยู่ในที่นี้หาใช่คนโง่เขลา ย่อมมองออกถึงความลนลานของหูชื่อ คนที่หัวไวหน่อยก็พอจะเดาได้แล้ว ว่า วันนี้ที่หูชื่อมาขอร้องแกมบังคับลู่เงินเงินนั้น เกรงว่าจะไม่ได้หวังดีมาตั้ง
แต่แรก
หู อนั่งไม่ติด ใบหน้าแดง าน อับอายขายหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ก่อน นางรู้สึกราวกับสายตาของทุกคนแฝงแววเยาะเย้ยถากถาง เยาะเย้ยที่ นางวางแผนมาแทบตาย สุดท้ายนอกจากจะคว้าน้ําเหลวแล้ว ยังกลายเป็น ตัวตลกให้คนเขาหัวเราะเยาะเสียเปล่าๆ!
มีเพียงจ้าว อคนเดียวที่มองสถานการณ์ไม่ออก ฟังคําพูดของ ลู่เจินเงินแล้วในใจก็นึกกังวลเพียงว่า หากอํานาจการดูแลบ้านตกไปอยู่ในมือ
ของแม่สามีทั้งสาม แล้วนางจะมีส่วนแบ่งในผลประโยชน์ได้อย่างไร?
นางจึงพยายามขุดหาเหตุผลออกมาจนสุดความสามารถ “ท่านแม่ทั้ง
สามอายุมากแล้ว จะให้พวกท่านมาตรากตร้าเหนื่อยยากได้อย่างไรเจ้าคะ?
ทําเช่นนั้นจะไม่ดูเหมือนพวกเราอกตัญญูและไร้ความสามารถหรือ? เรื่องดู แลบ้านเล็กน้อยแค่นี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะเจ้าค่ะ จริงไหม สะใภ้ใหญ่…
ยังไม่ทันจะพูดจบ แม่สามีทั้งสามที่ถูกยัดเยียดความ ‘แก่’ ให้โดยไม่ เต็มใจ ต่างก็หน้าตึงขึ้นมาทันที ขึ้นชื่อว่าเป็นสตรี ใครเล่าจะชอบให้คน มาตราหน้าว่าตนเองชราภาพ? โดยเฉพาะจีนชื่อ สายตาที่ตวัดมองจ้าวชื่อ
นั้นคมกริบและเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด
ทว่าจ้าว อกลับยังไม่รู้ตัว ยังคงมองหูชื่อตาแป๋วราวกับรอคําชม หูชื่อ เองก็ไม่เคยรู้สึกว่าน้องสะใภ้คนนี้ดูน่ารักเท่าวันนี้มาก่อน นางรีบอาศัย จังหวะนี้คว้าบันไดทีจ้าว อพาดมาให้แล้วไต่ลงทันที
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ ติดอยู่ก็แค่เกรงว่าจะทําให้ฮูหยินทั้งหลาย ต้องเหน็ดเหนื่อยจนเสียสุขภาพ หากเป็นเช่นนั้นจะกลายเป็นความผิดของ ข้าเสียเปล่า ๆ และตัวข้าเองก็คงไม่อาจพักฟื้นร่างกายได้อย่างวางใจ” หูชื่อ
พูดไปพลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางจีนชื่อ
จีนชื่อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางถ้วยชาในมือลงแล้วเอ่ยขึ้น “เรื่องที่ สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้สี่กังวลล้วนมีเหตุผล เด็ก ๆ ต่างก็มีความกตัญญู เราที่ เป็นผู้ใหญ่จะขัดศรัทธาก็ไม่ดี ช่างน่าลําบากใจเสียจริง”
พูดจบก็หันไปทางไป่ชื่อที่นั่งเป็นประธานเฝ้าดูเรื่องราวตรงหน้า
เงียบ ๆ “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านเชี่ยวชาญเรื่องการดูแลจัดการบ้านเรือนที่สุด ท่านเห็นว่าควรทําเช่นไร เจ้าคะ?”
นัยน์ตาที่ดูพร่ามัวของฮูหยินผู้เฒ่าไปพลันฉายประกายวูบหนึ่ง นาง
ๆ
หัวเราะเบา ๆ “แก่ปานนี้แล้วยังต้องมาตัดสินคดีความให้พวกเจ้าอีก ในเมื่อ ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผล เช่นนั้นก็พบกันครึ่งทางเถิด”
“สะใภ้สี่พูดได้ถูกต้อง นางเพิ่งแต่งเข้ามา คนในบ้านยังจําหน้าได้ไม่ ครบเลย ครั้งนี้ก็ไม่ต้องดึงนางเข้ามาเกี่ยว ให้คอยเรียนรู้อยู่ข้าง ๆ ก็พอ”
“ส่วนสะใภ้รองกับสะใภ้สาม ถึงอย่างไรก็ยังเด็ก ไม่เคยผ่านงานใหญ่ ก็แบ่งงานไปคนละนิดคนละหน่อย ให้พวกนางได้ลองฝึกมือดู
“ส่วนเรื่องอื่น ๆ พวกเจ้าสะใภ้ทั้งสามก็ไปพิจารณาจัดการกันตามสม ควรเถิด ให้ฮูหยินใหญ่รับผิดชอบภาพรวม ฮูหยินรองและฮูหยินสามคอย ช่วยเหลือ แต่ก่อนเคยปฏิบัติมาอย่างไร ตอนนี้ก็ให้เป็นไปตามนั้น
วาจาของฮูหยินผู้เฒ่าไปถือเป็นคําตัดสินเด็ดขาด นอกจากหูชื่อแล้ว
ทุกคนในที่นั้นต่างก็พอใจ โดยเฉพาะฮูหยินใหญ่จีนชื่อและฮูหยินรองฉินชื่อ
สายตาที่มองลู่เจินเจินดูสนิทสนมและเป็นกันเองขึ้นอีกหลายส่วน ส่วนจ้าว ชื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลต้นไม้ดอกไม้ในจวน แม้จะไม่ได้มีผลประโยชน์ อะไรมากนัก แต่นางก็พอใจแล้ว
เมื่อจ้าว อหันกลับมามองลู่เจินเจิน ก็นึกกระหยิ่มใจว่าอีกฝ่ายฉลาด แต่กลับพลาดท่า คิดจะถอยเพื่อรุก แต่กลับกลายเป็นถอยจนตกขอบ อ้านาจดูแลเรือนที่ควรจะอยู่ในมือก็อันตรธานหายไปสิ้น
สมน้ําหน้า
จ้าวชื่อที่กําลังนิกสมนํ้าหน้าและคิดเข้าข้างตัวเองว่าข่มลู่เจินเจินได้
แล้ว ก็เดินกลับไปอย่างอารมณ์ดี พลางวางแผนในใจว่าจะรับช่วง านาจที่ ตกมาถึงมือนี้อย่างไรดี ทางด้านชุนชื่อเดิมทีก็ไม่อยากยุ่งเรื่องวุ่นวายอยู่
แล้ว พอเห็นลู่เจินเจินพาตัวลอยอยู่เหนือปัญหาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็รู้สึก อิจฉายิ่งนัก ถ้ารู้อย่างนี้ นางไม่น่ารีบเสนอตัวรับงานดูแลเด็ก ๆ เลย สู้เดิน ตามหลังลู่เจินเจิน ป่านนี้คงลอยตัวไม่ต้องรับผิดชอบอะไรแล้ว นางถอน หายใจยาว แล้วเดินเอื่อย ๆ กลับไป
ๆ
ในเมื่อฮูหยินทั้งสามต้องกลับมาคุมอํานาจในจวนใหม่ ย่อมต้องรวม
ตัวกันเพื่อสะสางงานและจัดสรรหน้าที่ จึงนัดแนะกันไปหารือที่โถงรับรอง
ด้านหน้า ทิ้งไว้เพียงลู่เจินเจินกับหูชื่อที่ยืนอยู่เพียงลําพัง
คนหนึ่งลอยตัวสบายใจ อีกคนกลับร้อนใจดั่งไฟลน หูชื่อถึงอย่างไรก็ ดูแลบ้านมาหลายปี ไม่เหมือนจ้าวชื่อที่วู่วามตื้นเข็น แม้ในใจจะแค้นแทบ กระอัก แต่ใบหน้าตอนนี้กลับเรียบเฉยจนดูไม่ออกว่ามีสิ่งใดผิดปกติ นาง ฝืนยิ้มให้ลู่เจินเจิ้น “น้องสะใภ้สี่ ตอนนี้เหลือแค่เราสองคนที่เป็นคนว่างงาน
แล้วสิ”
ๆ
ลู่เจินเจินยิ้มตอบอย่างร่าเริง “นี่ไม่ใช่สิ่งที่พี่สะใภ้ใหญ่ร้องขอมาเอง หรือเจ้าคะ? ท่านจะได้ฉวยโอกาสนี้พักผ่อนให้เต็มที่ บํารุงร่างกายให้แข็ง แรง แล้วคลอดหลานชายตัวอ้วนมาให้พวกเราไว ๆ ยังไงเล่าเจ้าคะ!” หูชื่อถูกตอกกลับจนจุกอก พูดไม่ออกจนหน้าตึงขึ้นมาทันที ก่อนจะ พาขบวนสาวใช้สะบัดหน้าเดินจากไปราวกับพายุพัด ลู่เจินเจินเองก็ไม่รีบ
ร้อน นางเดินรั้งท้ายเอื่อยเฉื่อยกลับเรือนทิ้งเทาอย่างสบายอารมณ์
ในเมื่อหลานชื่อต้องไปจัดการงานที่เรือนหน้า ลู่เจินเจินจึงไม่ต้องไป เรียนรู้งานที่เรือนของนาง จู่ ๆ ก็ว่างขึ้นมา เป็นช่วงเวลาแสนสบายที่หาได้ ยากยิ่งนัก พอกลับถึงเรือนทิงเทา นางก็เอากล่องสมบัติส่วนตัวออกมาลูบ คลิาพลางนับใหม่อีกรอบ รู้สึกว่าชีวิตดีงามหาใดเปรียบ
งาน…
พลันได้ยินเสียงรุ่ยเชียงร้องบอกจากด้านนอกว่ามีเรื่องสําคัญจะราย
รุ่ยเชียงขยับเข้ามาใกล้ “มีสาวใช้รุ่นเล็กจากเรือนสะใภ้ใหญ่มาด้อม ๆ มอง ๆ แล้วเรียกหูมามาออกไปเจ้าค่ะ บ่าวให้คนสะกดรอยตามไป พบว่าหูมา มาทําท่าลับ ๆ ล่อ ๆ เดินมุ่งหน้าไปที่เรือนสะใภ้ใหญ่เจ้าค่ะ”
ไปที่เรือนหูชื่องั้นหรือ? ลู่เจินเจิ้นรู้สึกเสียดายนิดหน่อย เพราะถ้า
เป็นเช่นนั้นนางคงยากจะรู้ว่าพวกนางแอบวางแผนอะไรกัน
รุ่ยเชียงกลับกระชิบเสียงเบาต่อว่า “สะใภ้สี่ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ บ่าวมี ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งเป็นสาวใช้กวาดลานอยู่ที่เรือนสะใภ้ใหญ่ บ่าวบอกให้ นางคอยจับตาดูแล้ว หากหูมามาเข้าไปคุยกับสะใภ้ใหญ่ที่ด้านใน ให้ลูกพี่ลูก น้องบ่าวแอบฟังดู เผื่อว่าจะพอจับใจความสําคัญได้สักประโยคสองประโยค
เจ้าค่ะ”
ลู่เงินเงินไม่นึกว่ารุ่ยเชียงจะมีเส้นสายแบบนี้ จึงพยักหน้าพลางก๋า บ ว่า “ได้ยินก็ดี ไม่ได้ยินก็อย่าฝัน อย่าให้ลูกพี่ลูกน้องเจ้าถูกจับได้ล่ะ มันจะไม่ คุ้มกัน หากได้ยินอะไรที่มีประโยชน์จริงๆ ข้าไม่ปล่อยให้ลูกพี่ลูกน้องเจ้าเสีย
แรงเปล่าแน่”
รุ่ยเชียงพยักหน้ารับค่าอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม หากช่วยสืบข่าวสําคัญ
ให้สะใภ้สี่ได้ มีหรือเจ้านายที่แสนใจกว้างคนนี้จะไม่ตกรางวัลให้นางเป็น พิเศษ? นางจึงรีบปลีกตัววิ่งไปรอฟังข่าวทันที
ณ เรือนของหูชื่อ สาวใช้นามว่าไป่หลิงยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเรือน ไม่ ยอมให้ใครเข้าใกล้ ภายในห้อง หูชื่อแค่นหัวเราะพลางคาดคั้นหูมามา “นี่นะ หรือที่เจ้าบอกว่านางต้องติดเบ็ดแน่?”
เชิงอรรถ
1.^TARHAE, WE เป็นสํานวนจีนที่เปรียบเปรยถึง คนที่มีไหวพริบในการเจรจา รู้จักพลิกแพลงคําพูดไปตามสถาน การณ์หรือคู่สนทนา
^
- หวงเหลียน (#) : สมุนไพรจีนชนิดหนึ่งที่มีรสขมจัด ความ หมาย: เปรียบเปรยถึงคนที่ได้รับความทุกข์ระทม หรือถูกบีบคั้น ให้เสียเปรียบ แต่กลับไม่สามารถเอ่ยปากบอกใคร หรือร้องเรียน
ความอยุติธรรมนั้นได้ (คล้ายสํานวนไทย: น้ําท่วมปาก)