สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 30 แผนการที่วางมาทั้งหมดพังครีนไม่เป็นท่า
- Home
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 30 แผนการที่วางมาทั้งหมดพังครีนไม่เป็นท่า
บทที่ 30 แผนการที่วางมาทั้งหมดพังครีนไม่เป็นท่า
หูมามาหน้าถอดสี ละล่ําละลักอธิบาย
“สะใภ้ใหญ่ …เอ้อ… บ่าวเองก็ไม่ทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ ว่าเหตุใด สะใภ้สี่ถึงได้ทิ้งอํานาจดูแลบ้านที่ตกถึงมือไปง่าย ๆ แบบนั้น ท่านก็รู้ วันแรก ที่นางแต่งเข้ามา พอยกน้ําชาเสร็จตอนเช้า ตกบ่ายก็รีบยึดอํานาจดูแล เรือนทิงเทาไปจนหมด คนนิสัยมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นนี้ มีหรือจะยอมปล่อย อ้านาจหลุดมือ? เรื่องนี้มันประหลาดเกินไปแล้ว”
หูมามา ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเป็นคนเก่าคนแก่หรอกนะ ถึงได้ยอมเชื่อเจ้า สักครั้ง นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาหลอกข้าเช่นนี้?” หูชื่อเริ่มระแวง “หรือว่าเจ้า กับสะใภ้สี่จะร่วมมือกันวางแผนช้อนกลา? จะว่าไปเจ้าก็เป็นคนของบ้าน สาม ดูแลน้องสี่มาตั้งหลายปี ขอเพียงเจ้าไม่ทําตัวมีปัญหา น้องสี่กับสะใภ้สี่ ต้องเกรงใจเจ้าอยู่หลายส่วน เจ้าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาร่วมมือกับ คน
บ้านใหญ่อย่างข้าเพื่อเล่นงานเจ้านายตัวเองเลยนี่” หูมามาร้องโอดครวญราว กับถูกใส่ร้ายป้ายสี “สะใภ้ใหญ่เจ้าขา หากบ่าวมีจิตใจคิดคดเช่นนั้นจริง ขอให้ บ่าวหัวเป็นผี ปากเป็นหนอง ตายอย่างทุกข์ทรมานเถิด”
แน่นะ?”
ไหลกัน?”
หูชื่อฟังแล้วยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าร่วมหัวกันหลอกข้า
หูมามาสาบานเป็นมั่นเป็นเหมาะ
หูชื่อถึงได้พอฝันใจยอมเชื่อ “ถ้าไม่ใช่เจ้า แล้วใครเป็นคนทําบ่าวรั่ว
“หรือว่าอาสะใภ้สามจะระแคะระคาย เลยไปบอกสะใภ้สี่ล่วงหน้า?”
หูมามาพยายามช่วยขบคิดจนหัวแทบแตก แต่ก็มืดแปดด้าน “ข่าว
ที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะให้สะใภ้สี่ดูแลบ้าน อาจจะหลุดมาจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่าก็
ได้นะเจ้าคะ?”
หูชื่อสายหน้า “คนเรือนฮูหยินผู้เฒ่าปากหนักจะตาย ไม่ค่อยมีข่าว หลุดออกมาง่ายๆ หรอก”
“วันนั้นฮูหยินผู้เฒ่าไล่คนรับใช้ออกมาหมด แล้วให้เงินเฝ้าหน้า
ประตู ไม่มีใครเข้าใกล้ได้ เรื่องนี้มีแค่ฮูหยินผู้เฒ่ากับแม่สามีข้าเท่านั้นที่รู้ ถ้า แม่สามีไม่บอก ข้าก็คงไม่รู้เหมือนกัน …หรือว่าสะใภ้สี่จะไม่หลงใหลอํานาจ จริงๆ?”
แท้จริงแล้ว วันนั้นที่ฮูหยินผู้เฒ่ากับนายหญิงใหญ่ปิดประตูกระชับ กระซาบกันที่เรือนรุ่ยเชวียน อยู่นานครึ่งค่อนวัน สาเหตุก็เป็นเพราะหลาน ชื่อคอยเพียรชมลู่เจินเจินต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าอยู่หลายครั้ง ว่านางหัวไว
สอนงานนิดเดียวก็เป็นงานแล้ว
อีกทั้งเรือนทีงเทาก็บริหารจัดการได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ดี
กว่าสมัยที่หมามาดูแลเป็นร้อยเท่า
ระบบงานในเรือนทิงเทานั้นแบ่งตามหน้าที่ ห้าคนนับเป็นหนึ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีหัวหน้ากลุ่มหนึ่งคนและรองหัวหน้ากลุ่มหนึ่งคน
ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบชัดเจน หากเกิดปัญหาขึ้น ก็ตามตัวผู้รับ
ผิดชอบได้ทันที
ทุกเช้าเมื่อเริ่มงาน ต้องไปลงชื่อเข้างานที่โม่ลี่ก่อน โดยการประทับ
ลายนิ้วมือและบันทีกเวลา
ตอนเปลี่ยนกะก็ต้องประทับลายนิ้วมือเช่นกัน
หลังเลิกงานแล้วก็ไม่ต้องเฝ้าอยู่ที่เรือนตลอดเวลา สามารถกลับบ้าน
ไปพักผ่อนได้
เพียงแค่เดือนเดียว เรือนทิ้งเทาก็พลิกโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง
นอกจากจะแบ่งอํานาจหน้าที่ชัดเจนแล้ว สวัสดิการค่าตอบแทนยัง
เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ในหนึ่งเดือน หากทํางานดีไม่มีข้อผิดพลาด ก็จะมีรางวัลให้ทุกบ่าย ยังมีนํ้าชา และขนมว่างให้รองท้อง
เทียบกับสมัยที่หูมามาดูแล บ่าวไพร่ในเรือนทิงเทาต่างรู้สึกโชคดี เหลือเกิน ที่มีนายหญิงอย่างลู่เจินเจิน
พอไปชื่อได้ยินเรื่องนี้เข้า ก็เกิดความคิดอยากจะให้หลานสะใภ้ทั้ง
สามมาช่วยดูแลกิจการภายในจวน
ประการแรก เพื่อเป็นการเตือนสติหูชื่อและบ้านใหญ่ที่ช่วงนี้ทําตัว เกินขอบเขตไปบ้าง เหตุใดจึงคอยแต่จะหาเรื่องสะใภ้ใหม่บ้านสามไม่เลิกรา?
ในฐานะว่าที่นายหญิงของจวนโหว หากมีวิสัยทัศน์และใจคอคับแคบ เช่นนี้ จะวางใจมอบจวนโหวให้ดูแลได้อย่างไร?
ประการที่สอง คืออยากให้หูชื่อได้พักผ่อนบํารุงร่างกายจริงๆ จะได้ รีบมีลูกชายเสียที
ตอนนี้ทายาทรุ่นที่สี่ในจวน ลูกคนร้องกับลูกคนที่สามต่างก็มีบุตร
ชายกันหมดแล้ว
เหลือแค่บุตรชายคนโตนี่แหละที่มีแค่ลูกสาวภรรยาเอกหนึ่งคนกับลูก
สาวอนุภรรยาอีกคน
หากยังไม่มีบุตรชายภรรยาเอกถือกําเนิดขึ้นมาอีก ยามสิ้นบุญไป แล้ว มีต้องยกทรัพย์สมบัติของจวนโหวให้คนอื่นไปหรอกหรือ?
ต่อให้จีนชื่ออยากจะปกป้องหูชื่อเพียงใด แต่พอเจอไปชื่อยกเหตุผล สองข้อนี้ขึ้นมาอ้าง นางก็เถียงไม่ออกแม้แต่ค่าเดียว
ทําได้เพียงเตือนหูชื่อให้เตรียมตัวล่วงหน้า ถึงเวลาให้พยายามแบ่ง
งานให้สะใภ้อีกสามคนเป็นแค่ลูกมือ ส่วนนางยังคงคุมภาพรวม อํานาจ บริหารจัดการที่แท้จริงยังต้องขึ้นกับหูชื่ออยู่ดี
แม้หูชื่อจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่ก็รู้ดีว่าในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยปากแล้ว
นี่ไม่ใช่การปรึกษาหารือ แต่เป็นคําสั่ง
แต่จะให้ยอมมอบอานาจออกไปง่ายๆ นางยังทําใจไม่ได้
นางดูออกว่าฮูหยินผู้เฒ่าลําเอียง ก่อนหน้านี้ว่าสะใภ้รองกับสะใภ้
สามแต่งเข้ามาตั้งนานแล้ว ทําไมฮูหยินผู้เฒ่าไม่เคยเอ่ยปากให้มาช่วยนาง
แลบ้านเลย?
แต่พอสะใภ้สี่เพิ่งแต่งเข้ามาได้ไม่เท่าไหร่ ฮูหยินผู้เฒ่ากลับจัดแจงให้
เสร็จสรรพ
เห็นได้ชัดว่าช่วงนี้ฮูหยินผู้เฒ่าคงโดนลู่เจินเจินเป่าหูจนหน้ามืดตา
มิว ตั้งใจจะมอบอํานาจให้ลู่เงินเงิน ส่วนอีกสองคนเป็นแค่ตัวแถม
คนทระนงตนอย่างหูชื่อจะทนได้อย่างไร?
ประจวบเหมาะกับคนของนางไปเจอหูมามาที่เมาแอ๋ พร่ําบ่นว่า
ลู่เจินเจิ้นแย่แค่ไหน เป็นพวกใจคอคับแคบ เพิ่งยกน้ําชาเสร็จก็รีบยึดอํานาจ
ดูแลเรือนหีเทาไปครอง อะไรทํานองนั้น
พอบ่าวไพร่คาบข่าวนี้มาบอก หูชื่อจึงเล็งเห็นโอกาสทันที ลู่เจินเจิ้นอ
ยากได้อ้านาจนักใช่ไหม? นางจะประเคนให้!
บ่าวไพร่ในจวนโหวใช่ว่าจะรับมือได้ง่ายๆ นางดูแลบ้านมาตั้งหลายปี บางครั้งบางคราก็ยังต้องเพลี่ยงพล้ําเสียรู้ให้พวกมามาผู้ดูแลเหล่านั้นเลย
ต่อให้ลู่เจินเจินฉลาดแค่ไหน แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ ถึงจะมีหลาน
ชื่อคอยหนุนหลัง ก็ต้องมีพลาดกันบ้าง
ถึงตอนนั้น ค่อยส่งคนเข้าไปขัดแย้งขัดขาสักหน่อย ลู่เงินเงินต้องล้ม
จะมาไม่เป็นท่าแน่!
แล้วคอยดู ว่านางจะยังมีหน้ามาดูแลบ้านอยู่อีกไหม!”
สองสามวันมานี้นางเตรียมคนและแผนการไว้พร้อมสรรพ รอแค่วันนี้
ที่จะอุ้มลู่เจินเงินขึ้นหิ้งเท่านั้น
ใครจะไปคิดว่าลู่เจินเจิ้นดันเล่นผิดแผน ทําเอาแผนการที่วางมาทั้ง
หมดพังครืนไม่เป็นทา
ช้ายังต้องปล่อยอ้านาจในมือออกไปอีก กลายเป็นสะใภ้รองกับสะใภ้
สามพลอยได้ลาภลอยไปเฉยๆ
หูชื่อแค้นจนแทบจะกัดฟันแตก พอหันไปเห็นหน้าซื่อๆ ทําท่าไม่รู้
เรื่องรู้ราวของหูมามาก็ยิ่งโมโหจนควันออกหู
นังคนไร้ประโยชน์! มิน่าเล่าพอสะใภ้สีแต่งเข้ามาถึงโดนยึดอํานาจไป
หมด
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว นางทําได้แต่เพียงยืนดูไปก่อน
ส่วนหูมามา แม้จะไม่ได้เรื่อง แต่ก็ยังเป็นคนของเรือนทิงเทา เก็บไว้ ก่อนเผื่อวันหน้าเผื่อวันหน้าจะได้ใช้ประโยชน์บ้าง
ห้อง
นางโบกมือไล่อย่างรําคาญใจ ให้หูมามาไสหัวออกไป
หูมามาเดินคอตกออกมา เดินเลาะก๋าแพงลับๆ ล่อๆ จนลับสายตาไป
หารู้ไม่ว่า ทันทีที่นางก้าวออกไป แล้วไป่หลิงเข้าไปปรนนิบัติหูชื่อใน
เงาร่างเล็กๆ สายหนึ่งก็แวบออกมาจากใต้หน้าต่าง มองซ้ายมองขวา จนแน่ใจว่าปลอดคน ก็เดินกลับเข้าห้องพักตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตกบ่าย นางหาข้ออ้างออกมาจากเรือนของหูชื่อ เดินมุ่งหน้าไปทาง สวนดอกไม้ บังเอิญไปเจอรุ่ยเชียงผู้เป็นลูกพี่ลูกน้อง ทั้งสองกระซิบกระ
ชาบพูดคุยกันอย่างสนิทสนมครู่หนึ่ง ถึงค่อยแยกย้าย
อะไรไว้
รุ่ยเชียงรู้ ก็เท่ากับลู่เจินเงินรู้ ลู่เงินเงินถึงได้เข้าใจว่าหูชื่อวางแผน
ช่างน่าขบขันระคนสมเพช หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ไม่แน่ว่า ชื่ออาจ
จะทําสําเร็จไปแล้ว
เพราะอ้านาจการดูแลบ้าน แม้จะเป็นเพียงน้อยนิด แต่สําหรับสตรี ในเรือนหลัง มันช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก แต่สําหรับนาง มันคือตัวปัญหาใหญ่ ชีวิตตอนนี้นางแสนจะสุขสบาย จะหาเรื่องใส่ตัวไปทําไม? แค่ดูแลเรือนทิงเทาก็ได้เงินเดือนตั้งสืบตําลึง แล้วฟูจืออี้ยังให้เพิ่ม
อีกสิบ าลัง รวมเป็นเดือนละยี่สิบตําลึง
คอยอยู่คุยเป็นเพื่อนหลานชื่อ หลานชื่อก็มือเติบ ให้ของดีๆ นางทุก
สามวันห้าวัน
แค่นอนเฉยๆ ทําตัวเป็นปลาเค็มตากแห้งใช้ชีวิตหรูหราสุขสบาย แล้ว จะดิ้นรนไปทํางานล่วงเวลาทําไม?
อ้านาจดูแลบ้านแค่นิดเดียว แต่เรื่องจุกจิกวุ่นวายเพียบ ต่อให้มีช่อง ทางหาเศษหาเลยได้ แต่ก็เสี่ยงจะไปยัดยาคนอื่น มันคืองานที่เพิ่มภาระแต่ไม่
เพิ่มค่าจ้างชัดๆ!
กว่า!
คนโง่เท่านั้นแหละที่จะทํา
นางไม่ได้โง่นะ นางยอมเป็นปลาเค็มที่ว่างจนขึ้นราอย่างมีความสุขดี
ขณะที่นางกําลังหัวเราะต่อกระซิกกับสาวใช้อย่างสนุกสนาน ฟูจืออี๋ก็
เลิกม่านเดินเข้ามา
เขาโบกมือไล่สาวใช้ออกไป แล้วเปิดปากถามประโยคแรกทันทีว่า “
ทําไมเจ้าถึงไม่อยากดูแลบ้าน?”