สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 34 ข้าจะรอให้พวกนางมาอ้อนวอนขอให้ข้า
- Home
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 34 ข้าจะรอให้พวกนางมาอ้อนวอนขอให้ข้า
บทที่ 34 ข้าจะรอให้พวกนางมาอ้อนวอนขอให้ข้า
กลับไปดูแลเรือน
หูมามาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“สะใภ้ใหญ่เจ้าคะ”
“มีอะไรก็รีบพูดมา” หูชื่อกล่าวอย่างรําคาญเต็มทน
เพียงเพราะเรื่องสําคัญ’ ที่หูมามาอ้าง คืนนี้นางถึงกับยอมผลักใส ฟูจือเงี่ยนให้ไปนอนที่เรือนอนเลยทีเดียว
หากเรื่องที่ว่าไม่สําคัญแม้แต่น้อยละก็ คอยดูเถิดนางจะเล่นงานให้
หนังหลุดเลยทีเดียว!
หูมามารีบกระเก็บเข้าไปใกล้หูชื่ออย่างระมัดระวังพลางเริ่มต้นอ้อน วอนด้วยน้ําเสียงสั่นเครือดูน่าเวทนา “สะใภ้ใหญ่ ได้โปรดเมตตาช่วยชีวิต ครอบครัวบ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ ยามนี้พวกเราทั้งบ้านกําลังจะถูกสั่งเนรเทศให้ ไปอยู่บ้านสวนแล้วเจ้าค่ะ!”
“ชีวิตที่บ้านสวนนั้นลําบากแร้นแค้นแสนสาหัส ครอบครัวใหญ่ของบ่า
วจะทนรับไหวได้อย่างไร? ขอสะใภ้ใหญ่โปรดเมตตาฉุดดึงพวกเราขึ้นมาสัก ครั้งเถิดเจ้าค่ะ! พวกเราจะไม่มีวันลืมพระคุณ จะขอเป็นวัวเป็นม้าตอบแทน ท่านไปตลอดชีวิต!”
หูชื่อหรือจะมีกะจิตกะใจมาฟังเรื่องทุกข์ร้อนของบ่าวไพร่ “ที่เจ้าดั้น ดันมาหาข้าถึงนี่ ก็เพื่อจะพูดเรื่องไร้สาระแค่นี้?”
หูมามาเห็นสีหน้าหู อไม่สู้ดี นางรู้ดีว่าหากคําพูดต่อไปไม่เข้าหูหรือไม่ มีประโยชน์ พอที่จะดึงดูดใจสะใภ้ใหญ่ได้ ความหวังที่จะพึ่งพานางย่อมฟัง
ทลายลงทันที
นางจิงกัดฟันตัดสินใจลดเสียงให้เบาลงจนแทบเป็นเสียงกระชับ
“สะใภ้ใหญ่ ที่บ่าวถูกไล่ออกจากจวนโหว ถูกเนรเทศไปบ้านสวน ก็ เพราะบ่าวไปล่วงรู้ความลับของสะใภ้สี่เข้าเจ้าค่ะ….”
หูชื่อเริ่มสนใจขึ้นมาในที่สุด “ความลับอะไร?” หมามาเลียริมฝีปาก แล้วกระซิบกระซาบข้างหูสะใภ้ใหญ่อยู่นานสองนาน สีหน้าของหูชื่อเปลี่ยน
ไปมาตามคําบอกเล่าของหูมามา
ในที่สุดนางก็แค่นหัวเราะออกมา “ข้าก็ว่าแล้วเชียวว่านังนั่นมันพวก มารยาสาไถยโดยสันดาน เนื้อในคดโกงยิ่งนัก! ที่แท้ไอ้ท่าทางบ่ายเบี่ยง ปฏิเสธต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากับนายหญิงก่อนหน้านี้ก็ล้วนเสแสร้งทั้งเพ! นี่ มันคือจะใช้แผน ถอยเพื่อรุก’ ชัดๆ! ”
“ดี ดีมาก! หญิงแซ่ลู่! ชาติตระกูลก็ต่ําต้อย แต่ขวัญกล้าเทียมฟ้า เพิ่งแต่งเข้าจวนโหวแท้ๆ กลับรีอ่านวางแผนการใหญ่โตถึงเพียงนี้!”
ไม่นานหูชื่อก็ดึงสติกลับมาได้ “เจ้าแน่ใจนะ? ไหนเจ้าบอกเองว่านาง ระแวงเจ้า แล้วจะปล่อยให้เจ้ารู้เรื่องลับสุดยอดแบบนี้ได้ยังไง?”
แผ่นหลังหูมามาเย็นวาบเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ดวงตากลอกไปมา
ก่อนจะตอบว่า “บ่าวแอบได้ยินมาเจ้าค่ะ! สะใภ้ ระวังตัวมาก ไม่ยอมให้คน ของจวนโหวเข้าใกล้ ไว้ใจแค่สาวใช้สินเดิมของนางเท่านั้น
“นางคุยความลับกับสาวใช้คนสนิท บ่าวบังเอิญไปได้ยินเข้าพอดี! ไม่ อย่างนั้นนางจะรีบร้อนไล่ข้าออกจากจวนทําไมล่ะเจ้าคะ? ก็เพราะกลัวข้าจะ เอาเรื่องความมักใหญ่ใฝ่สูงของนางไปป่าวประกาศน่ะ…”
พูดไปพูดมา หมามาก็เริ่มเชื่อเรื่องที่ตัวเองแต่งขึ้นมาซะเอง
หูชื่อได้ฟังแล้วเห็นว่ามีเหตุผล ไม่อย่างนั้นลู่เงินเงินแต่งเข้ามาตั้ง
เดือนกว่าแล้ว หากคิดจะจัดการหูมามาคงลงมือไปนานแล้ว ไม่น่ารอมาจน ป่านนี้ ถึงเพิ่งจะลุกขึ้นมาเล่นงานกะทันหัน
ที่แท้ก็เพราะความลับรั่วไหลนี่เอง เลยพาลโกรธกลบเกลื่อนนี่เอง
แม้จะยังมีข้อสงสัยอยู่บ้าง แต่หูชื่อขี้เกียจซักใช้แล้ว ครั้นได้ข้อมูลจาก หูมามาแบบนี้ วันหน้าต้องระวังลู่เจินเงินให้มาก ป้องกันไม่ให้นางทําสําเร็จ ตามแผน!
เมื่อได้ เรื่องสําคัญ’ แล้ว หูชื่อก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่ต่อ หันหลัง เตรียมจะกลับห้อง
หูมามารีบขวางไว้ “สะใภ้ใหญ่ แล้วเรื่องครอบครัวบ่าว….”
หูขอตอบด้วยทีท่าไม่ใส่ใจ “เจ้าจะรีบไปทําไม? ตอนนี้ถึงยังไงเจ้าก็ยัง มีชื่อเป็นคนของบ้านสาม เพิ่งถูกนายหญิงสามสั่งเนรเทศหมาดๆ ยืนข้าออก หน้าขัดขวางตอนนี้ มีเท่ากับยอมรับว่าเจ้ากับข้าสมรู้ร่วมคิดกันหรอกหรือ?”
“เจ้าไปกบดานอยู่ที่บ้านสวนสักพัก รอเรื่องเงียบ ฮูหยินสามหาย โกรธ ข้าค่อยหาทางย้ายเจ้ากลับมาจากบ้านสวนก็สิ้นเรื่อง”
ได้ค้ารับรองเช่นนี้ หูมามาก็ซาบซึ้งจนน้ําตาไหลพราก คุกเข่า โยกศีรษะให้หูชื่อทันที
หูชื่อทิ้งไป่หลิงไว้เฝ้าหน้าประตู ส่วนตัวเองเดินกลับห้องไปพักผ่อน
ไป่หลิงก้า บหูมามาสองสามคํา ให้เก็บตัวเงียบๆ ในห้องอย่า เพ่นพ่าน ตอนนี้ประตูชั้นนอกชั้นในลงกลอนหมดแล้ว ทั้งมีเวรยามเดิน ตรวจตรา ออกไปไม่ได้แน่นอน
ให้หูมามาอดทนหน่อย พรุ่งนี้เช้าจะมาปล่อยตัวให้ออกจากจวนไป สั่งเสร็จก็ใส่กุญแจห้องจากด้านนอก แล้วกลับไปรายงาน ชื่อ
พอกลับถึงห้องชั้นใน หูชื่อหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ใส่แค่คลุมเสื้อตัว นอกครุ่นคิดใต้แสงตะเกียง ว่าจะจัดการลู่เงินเงินอย่างไร ให้นางยอมเป็น สะใภ้สี่ที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวในจวนโหว
ไป่หลิงเดินเข้ามาเยี่ยไส้ตะเกียง อดไม่ได้ที่จะถาม “สะใภ้ใหญ่ ท่าน คิดจะย้ายครอบครัวหูมามา กลับมาจริงๆ หรือเจ้าคะ? นี่ยังไม่ต้องเอ่ยถึง เรื่องที่จะได้ไม่คุ้มเสียที่ต้องไปล่วงเกินบ้านสามเลย… ลําพังแค่ตัวยายเฒ่าหู ที่เป็นพวก หมาป่าตาขาว’ [1] เห็นแก่ผลประโยชน์ ส่วนตนเพียงเล็กน้อยก็ พร้อมจะทรยศเจ้านาย คนพรรค์นี้พวกเรา จะชุบเลี้ยงไว้ไม่ได้เด็ดขาดนะเจ้า คะ หลายปีมานี้ยายเฒ่าหูอาศัยชื่อว่าดูแลท่านสี่ กอบโกยไปตั้งเท่าไหร่ เลี้ยง ดูได้ทั้งบ้าน ได้ดีขนาดนี้ยังไม่รู้จักพอ ขึ้นมาติดตามท่าน แล้ววันหน้าเกิด โลภมากเรียกร้องหนักข้อขึ้นมาจะทํายังไงเจ้าคะ?”
หูชื่อแค่นยิ้ม “บ่าวที่ทรยศเจ้านายแบบนี้ ตีให้ตายยังไม่น่าเวทนา! ข้า ไม่ได้โง่นะ จะไปผิดใจกับบ้านสามเพราะบ่าวคนเดียวทําไม? ก็แค่รับปากสง เดชไปงั้น กันไม่ให้หมาจนตรอกอย่างนางอาละวาดจนขายหน้ากันไปหมด
เท่านั้นแหละ”
“รอพรุ่งนี้ฟ้าสาง เจ้าคอยดูนางออกไปแล้วส่งตรงไปที่บ้านสวนเลย ถึงตอนนั้นต่อให้นางร้องโวยวายก็ไม่มีใครสนใจแล้ว
ไป่หลิงได้ยินดังนั้นก็เบาใจ “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องถึงมือสะใภ้
ใหญ่หรอกเจ้าค่ะ พรุ่งนี้เช้าบ่าวจะให้คนไปส่งนางที่บ้าน รอจนเห็นนางถูก
คุมตัวไปแล้วค่อยกลับมารายงาน
เห็นหูชื่อเริ่มง่วง ไป่หลิงจึงรินน้ําแกงสงบจิตที่อุ่นไว้บนเตามา
ปรนนิบัติให้ดื่ม
หูชื่อดื่มน้ําแกงเสร็จ อดบ่นพึมพําไม่ได้ “หญิงแซ่ลู่นั่นพื้นเพมาจาก ตระกูลต่ําต้อย เล่ห์เหลี่ยมไม่ถึงขั้น ทั้งยังไร้บารมี! ยายเฒ่าหูก่อความวุ่น วายผลาญสมบัติในเรือนถึงเพียงนั้น นางกลับอดทนมาได้จนถึงวันนี้ มิหนํา ซ้ํายังปล่อยให้บ่าวไพร่แอบฟังความลับในมุ่งไปได้อีก เห็นทีว่าต่อให้ฉลาด เพียงใด ก็คงมีขีดจํากัดแค่นี้กระมัง”
อีกใจหนึ่งนางก็รู้สึก ‘เกลียด เหล็กไม่ยอมเป็นเหล็กกล้า’ [2] “ถ้า เป็นข้านะ ยึดอํานาจเสร็จตั้งแต่วันแรกก็ไล่ยายเฒ่าหูให้กลับบ้านเก่าไปเลี้ยง หลานแล้ว จะเก็บไว้ให้รกหูรกตาทําไม?”
ไป่หลิงรีบเอ่ยผสมโรงว่า “สะใภ้สี่พื้นเพแบบนั้น ยายเฒ่าหูยัง ปรนนิบัติรับใช้ท่านสี่มาตั้งหลายปี นางจะไปมีบารมีเหมือนสะใภ้ใหญ่ได้ อย่างไรเจ้าคะ? ลําพังแค่ยกยายเฒ่าหูขึ้นหิ้งบูชาไว้ได้ก็นับว่าดีถมไปแล้ว! หากเปลี่ยนเป็นพวกใจเสาะ ดีไม่ดีป่านนี้อํานาจดูแลเรือนก็คงยังตกอยู่ในมือ ยายเฒ่าหูนั่นแหละเจ้าค่ะ”
หู อรู้สึกว่าตนจับจุดอ่อนของลู่เจินเจินได้แล้ว ภายในใจพลันบังเกิด ความลําพองใจลึกๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง… ที่แท้ลู่เจินเจินก็มีดีแค่นี้แหละ กระนั้นยังไม่วายจะค่อนยอดต่อ “ถึงว่าเล่า ตระกูลใหญ่อย่างเรา การ แต่งงานกับคนที่ฐานะทัดเทียมกันนั้นดีที่สุด ไม่อย่างนั้นรับพวกลูกสาว
ตระกูลต่ําต้อยเข้ามา แม้แต่พวกมามาดูแลบ้านก็ยังคุมไม่อยู่เลย” พูดไปก็แอบล้าพองใจไปพลาง ไป่หลิงรีบผสมโรง “จริงเจ้าค่ะ! จวน โหวของเรายังโชคดีที่มีสะใภ้ใหญ่คอยคุม ไม่อย่างนั้นป่านนี้วุ่นวายไปหมด แล้ว! สะใภ้รองทําตัวสูงส่งไม่ข้องแวะทางโลก ส่วนสะใภ้สามก็ซุ่มซ่ามใจร้อน สะใภ้สี่ก็มาจากตระกูลเล็กไร้บารมี งานบ้านงานเรือนยังไงก็ต้องพึ่งสะใภ้
ใหญ่เจ้าค่ะ”
คําพูดนี้ถูกอกถูกใจหูชื่อยิ่งนัก “เจ้าพูดถูก! แต่ก่อนข้าดูแลจวนไม่ เคยขาดตกบกพร่อง ผู้คนต่างคิดว่างานดูแลบ้านเรือนเป็นเรื่องง่ายดาย หา
รู้ไม่ว่าข้าต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากเพียงใด! ครานี้จะได้ให้พวกนางได้ เห็นฤทธิ์เดชของพวกบ่าวอาวุโสในจวนโหวเสียบ้าง ปล่อยให้ขายหน้ากันสัก หลายหน ให้โดนพวกบ่าวไพร่หัวหมอเหล่านั้นปั่นหัวเล่นเสียให้เข็ด จะได้ ชาน งถึงความยากลําบาก!”
“ถึงตอนนั้น ข้าจะรอให้พวกนางมาอ้อนวอนขอให้ข้ากลับไปดูแล เรือนด้วยตัวเอง”
เมื่อคิดได้แล้ว หูชื่อก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจนัก ประจวบกับฤทธิ์ยา ของนํ้าแกงสงบจิตเริ่มออกผล นางจึงล้มตัวลงนอนและเข้าสู่ห้วงนิทราไป
อย่างรวดเร็ว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หูชื่อตื่นมาอย่างกระปรี้กระเปร่าเพราะได้หลับสนิท อย่างที่หาได้ยาก ทว่าครั้นมองออกไปกลับเห็นนายท่านใหญ่ ฟูจือเงี่ยน
เดินหน้าตาระรื่นออกมาจากเรือนของอนุภรรยา
เชิงอรรถ
- หมายถึงคนเนรคุณ, คนอกตัญญู, คนเลี้ยงไม่เชื่อง
- กร#4-47-52 3หมายถึง ขัดใจที่อีกฝ่ายไม่เก่งหรือไม่พัฒนาอย่าง
ที่หวังไว้