สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 35 ปากเรียกพี่ชาย แต่มือควานหาอาวุธที่เอว
- Home
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 35 ปากเรียกพี่ชาย แต่มือควานหาอาวุธที่เอว
บทที่ 35 ปากเรียกพี่ชาย แต่มือควานหาอาวุธที่เอว
อารมณ์ที่เดิมทีเบิกบานอยู่ดีๆ พลันขุ่นมัวลงทันตา นางเอ่ยเหน็บ แนมด้วยน้ําเสียงหึงหวง “ดูท่าเมื่อคืนอนุหรี่คงจะปรนนิบัตินายท่านได้ดีที เดียว วันนี้ท่านพี่ถึงได้ดูสีหน้าท่าทาง สดใสกว่าทุกวัน….”
ถือสา
ฟู่จือเจียนรู้ดีว่าหูชื่อเป็นคนขี้หึงมาแต่ไหนแต่ไร จึงทําเพียงยิ้มรับไม่
หูชื่อเองก็รู้จักกาลเทศะ ไม่กล้าพูดมากไปกว่านี้
เนื่องจากก่อนหน้านี้นางอ้างว่าตนร่างกายไม่แข็งแรงต้องพักผ่อน
บําารุง ประจวบกับอารมณ์ไม่ดี จึงถือโอกาสแจ้งลาป่วยไปเสียเลย
ฮูหยินผู้เฒ่าไปจึงอนุญาตให้งดเว้นการมาคารวะเช้าเย็นในช่วงนี้ ให้
นางพักรักษาตัวให้หาย ก่อน
สองสามีภรรยาจึงมีโอกาสร่วมโต๊ะกินมื้อเช้าด้วยกันอย่างหาได้ยาก
ฟู่จือเงี่ยนใช่ว่าจะไม่รู้เรื่องราวในเรือนหลังเสียทีเดียว เขารู้ว่าช่วง
สองสามวันมานี้ ฮูหยินของตนมีเรื่องระหองระแหงกับน้องสะใภ้สี่อยู่บ้าง
จึงฉวยโอกาสนี้เอ่ยถามไปตามเรื่อง
หูชื่อโบกมือไล่สาวใช้ที่ปรนนิบัติในห้องออกไปให้หมด เหลือเพียง
ไป่หลิงไว้เฝ้าหน้าประตู
จากนั้นจึงคีบกับข้าวให้ฟู่จือเงี่ยนด้วยตัวเอง แค่นหัวเราะแล้วกล่าว ว่า “น้องสะใภ้สี่ของเราไม่ธรรมดาเลยนะเจ้าคะ คุณหนูจากตระกูลเล็กๆ แต่ง เข้ามาได้ไม่กี่วัน ไม่เพียงแต่จะเป็นที่โปรดปรานของฮูหยินผู้เฒ่า แม้แต่ท่าน โหวผู้เฒ่ายังออกปากชมว่าเป็นหลานสะใภ้ที่ดีของสกุลฟู สะใภ้แก่ๆ อย่าง
พวกข้าเทียบไม่ติดเลย!”
ฟู่จือเงี่ยนฟังน้ําเสียงประชดประชันของหูชื่อแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้ เจ้าเป็นถึงสะใภ้ใหญ่ จะไปถือสาหาความกับน้องสะใภ้ทําไม?”
หูชื่อกระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะด้วยความไม่พอใจทันที
“ข้านะหรือจะไปถือสาหาความนาง? ถ้านางยอมเป็นสะใภ้สี่ที่สงบ เสงี่ยมเจียมตัว ข้าก็จะเห็นนางเป็นน้องสาวแท้ๆ คอยคิดเผื่อดูแลนางทุก เรื่อง ให้สมกับเป็นพี่สะใภ้ที่ดี แต่นางเคยเห็นหัวข้าที่เป็นพี่สะใภ้ใหญ่บ้าง ไหม? ตั้งแต่วันยกน้ําชา ก็ทําตัวเด่นข้ามหน้าข้ามตาพวกข้าที่เป็นพี่สะใภ้ ตลอด”
“ข้าแต่งเข้าจวนโหวมา ดูแลบ้านเรือน มีลูกหลานให้สกุลฟู ท้าถึง ขนาดนี้ ท่านโหวผู้เฒ่ายังไม่เคยชมข้าสักคํา”
“แต่ดูสะใภ้สี่สีช่างดีเสียจริง! แค่กลับไปเยี่ยมบ้านเต็ม แล้วตัดขาดกับ ตระกูลตกอับนั่น พอกลับมาก็รวมหัวกับเจ้าสี่เป่าหูท่านโหวผู้เฒ่ากับฮูหยิน ผู้เฒ่าให้หลงเชื่อจนกวาดเอาของดีๆ ไปประเคนให้บ้าน จนเกลี้ยง
“ทําไมท่านไม่พูดบ้างเล่าว่า เป็นเจ้าสี่กับเมียที่ไม่เห็นหัวพี่ใหญ่อย่าง ท่านและพี่สะใภ้ อย่างข้าอยู่ในสายตา ผัวเมียคู่นั้น คนหนึ่งคอยประจบเอา ใจท่านปู่อยู่ข้างหน้า อีกคนก็คอยประจบเอาใจท่านย่าอยู่ข้างหลัง”
“ไม่อย่างนั้นอยู่ดีๆ ฮูหยินผู้เฒ่าจะ มาสั่งให้พวกนางมาแบ่งอํานาจ แลบ้านจากข้าไปทําไม? ดีไม่ดี นี่อาจจะเป็นแผนปูทางให้เจ้าสี่กับเมียก็ได้นะ เจ้าคะ!”
ห
“ท่านน่ะมัวแต่หลับหูหลับตาเป็นพี่ใหญ่ผู้แสนดี หารู้ไม่ว่าน้องชายตัว ของท่านน่ะ ‘ปากเรียกพี่ชาย แต่มือควานหาอาวุธที่เอว [1] กันอยู่หรือ
เปล่า!”
ทั้ง
หูชื่อยิ่งพูดยิ่งโมโห ฟู่จือเงี่ยนเองก็เริ่มหงุดหงิด โยนตะเกียบในมือ
เจ้าอย่าลืมไปว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร ระวังคําพูดของเจ้าด้วย! พูดจาเหลวไหลอะไรออกมา ต่อให้ฮูหยินผู้เฒ่าจะลําเอียงไปทางเจ้าบ้าง นั่นก็เพราะเจ้าสี่อายุน้อยที่สุด ทั้งเรื่องแต่งงานก็มีอุปสรรคมาตลอด”
“อีกอย่าง ฮูหยินผู้เฒ่าหาใช่คนเลอะเลือน? ที่ท่านทําแบบนี้ก็เพื่อ เตือนสติเจ้า! ทางที่ดีเจ้าควรกลับไปทบทวนดูให้ดีเถอะ ว่าช่วงนี้ไปทําอะไร ให้ท่านย่าไม่พอใจหรือไม่!”
พูดจบเขาก็สะบัดแขนเสื้อ เดินหนีกลับไปที่เรือนของอนุหรี่ หูชื่อโกรธจนแทบกระอักเลือด นางกัดฟันข่มความโกรธและนํ้าตา เอาไว้ สั่งคนเข้ามาเก็บโต๊ะ แล้วหนีไปร้องไห้อยู่ในห้องอยู่ครึ่งค่อนวัน
พอออกมาตาบวมเป่ง กลัวคนเห็นแล้วจะเสียหน้า จึงให้บ่าวต้มไข่ไก่
มาประคบ ถึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง กล่าวถึงฝ่ายฟูจือเจียน แม้ต่อหน้าจะดูหู ชื่อ แต่คําพูดของนางก็ทิ้งความระแวงไว้ในใจ เขาเป็นพี่ชายคนโตในบรรดา พี่น้อง สมัยที่น้องๆ ยังเล็ก เขาคือหลานชายที่ท่านปู่ไว้วางใจที่สุด
ภายหลังพอน้องๆ โตขึ้น ด้วยฐานะที่เป็นพี่คนโต เขาจึงต้องวางตัว สุขุมหนักแน่น ทําให้ความสนิทสนมกับท่านปู่ลดน้อยลง กลับกลายเป็น น้องๆ ที่เหมือนจะสนิทกับท่านปู่มากกว่า
โดยเฉพาะเจ้าสี่ แม้อายุน้อยที่สุด แต่ในบรรดาสี่พี่น้อง มีแค่เขาคน เดียวที่ท่านปู่เคยเอ่ยชมว่าเหมือนท่านปู่สมัยหนุ่มๆ มากที่สุด!
มาตลอด
หลายปีมานี้ ท่านปู่ให้ความสําคัญกับเจ้าสี่เป็นพิเศษ เขาเองก็รู้เห็น
แม้ฟูจือเงี่ยนจะรู้ว่า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด บรรดาศักดิ์จวนโหวนี้ต้อง
ตกเป็นของเขาแน่นอน
เพียงแต่… ลึกๆ แล้วเขาก็ยังหวั่นไหวไปกับคําพูดของหูชื่อ
เขากินมื้อเช้าที่ห้องอนุหรี่อย่างลวกๆ อนุหรี่ตั้งใจจะฉวยโอกาสออด อ้อนฟูจือเงี่ยน เผื่อจะโชคดีตั้งท้องกับเขาบ้าง แต่กลับถูกฟูจือเงี่ยนที่กําลัง จิตใจว้าวุ่นผลักออก แล้วเดินตรงดิ่งไปยังเรือนหน้าทันที
ระหว่างทาง บังเอิญเห็นเงาร่างของฟูจืออี้เดินสวนมา เขาฉุกคิดบาง อย่างขึ้นได้ จึงหยุดฝีเท้ารอ
สองพี่น้องต่างทักทายเดินไปด้วยกัน ฟู่จื่ออี้มองปราดเดียวก็รู้ว่า
ฟู่จือเงี่ยนมีเรื่องจะพูด จึงส่งสัญญาณให้คนติดตามถอยออกไปห่างๆ
สองพี่น้องเดินทอดน่องกันอยู่นานกว่าจือเงี่ยนจะเปิดปาก “เจ้าสี่
พี่ชายปฏิบัติต่อเจ้าไม่เลวเลยใช่ไหม?”
ฟูจืออี้ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เอ่ยปากเข้าประเด็นทันที “พี่ใหญ่ มี อะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ ระหว่างพี่น้องเราไม่จําเป็นต้องมาหยั่งเชิงกัน
หรอก”
เลยนะ”
ฟูจือเงี่ยนยิ้มเจื่อนๆ อย่างขัดเข็น “ถ้าอย่างนั้น พี่ใหญ่จะถามตรงๆ
“ช่วงนี้ ท่านปู่ไม่พอใจอะไรพี่หรือเปล่า? พี่รู้สึกเหมือนท่านปู่กําลัง พยายามจะเตือนอะไรพี่อยู่” ฟูจือเงี่ยนยิ้มยื่น
“ไหนเจ้าลองช่วยพี่ตรองดูหน่อยสิ ว่าหมู่นี้พี่ไปขวางหูขวางตาท่านปู่
ตรงไหน?”
ฟูจืออี้แกล้งไขสือ “พี่ใหญ่ ท่านพูดอะไรของท่าน? ข้าไม่เห็นจะรู้สึกว่า ท่านปู่จะเตือนอะไรพี่เลยนี่? ก็เหมือนปกติทุกวันไม่ใช่หรือ?”
ฟูจือเงี่ยนเริ่มร้อนรน “จะไม่เตือนได้อย่างไร? หลายวันมานี้ท่านปู่ เอาแต่พร่ําบ่นกรอกหูพี่ทุกวัน เรื่องพี่น้องต้องรักใคร่ปรองดองกันบ้างล่ะ
เรื่องพี่น้องร่วมใจตัดทองได้ขาด 121 บ้างล่ะ ท่านยังย้ําอีกว่า…. ตระกูลใหญ่
อย่างเรา ต่อให้ศัตรูภายนอกเข้มแข็งเพียงใดก็มิอาจทําลายล้างได้! ที่น่ากลัว ที่สุดคือ คนกันเอง าหั่นกันเอง จนรากฐานเน่าเฟะจากภายในต่างหาก…. ถ้า นี่ไม่ใช่การเตือนแล้วจะเรียกว่าอะไร?”
“ปัญหาคือพี่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ําว่าทําผิดที่ตรงไหน ท่านถึงได้ออกโรง เตือนขนาดนี้ เจ้าว่า พี่ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่เล่า?” ฟู่จือเงี่ยนบ่น
กระปอดกระแปด
ฟู่จื่ออี้จ้องมองฟูพี่ชายคนโตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเนิบๆ ว่า “
พี่ใหญ่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไขสือ?”
ฟู่จือเงี่ยนหัวเราะแก้เก้อ “เฮ้อ… ถ้าเจ้าหมายถึงเรื่องจุกจิกหลังบ้าน
ระหว่างพี่สะใภ้เจ้า
กับน้องสะใภ้ล่ะก็ นั่นมันเรื่องเล็กน้อย จะมาสั่นคลอนความสัมพันธ์
พี่น้องเราได้ยังไง?”
“พี่สะใภ้เจ้าก็ไม่รู้ไปฟังคํายุยงใครมา วันๆ ก็คอยแต่ระแวงว่าเจ้ากับ น้องสะใภ้จะมาฮุบสมบัติส่วนตัวของท่านปู่ท่านย่า พี่ก็ต่อว่านางไปแล้ว พี่บอ กว่าให้เลิก เอาใจคนถ่อยไปวัดใจวิญญูชน (3) เสียที!
“น้องสะใภ้สี่เป็นคนยังไงพี่ไม่รู้ แต่สําหรับน้องสี่ พี่เชื่อว่าเจ้าไม่ใช่คน เช่นนั้นแน่! ข้าบอกนางไปแล้วว่าให้ฟังคําพูดเหลวไหลของคนนอกให้น้อย ลง อย่าให้มาทําลายความสัมพันธ์พี่น้องเรา….
ทําไม?”
ฟูจืออี้พูดขัดจังหวะขึ้นมา “ในเมื่อพี่ใหญ่ก็รู้อยู่แล้ว จะมาลองใจข้า
“หรือต้องให้ข้าสาบานว่าไม่มีใจคิดแย่งชิงบรรดาศักดิ์และสมบัติจวน
โหว พี่ใหญ่ถึงจะเชื่อใจ?”
ฟูจือเงี่ยนรีบโบกมือปฏิเสธ “พี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น! เจ้าสี่อย่า
เข้าใจผิด พี่… พี่ก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น”
ฟูจืออี้ทําสีหน้าจริงจัง “ในเมื่อวันนี้พี่ใหญ่พูดออกมาแล้ว งั้นข้าขอยืน ยันอีกครั้งว่า เราสองสามีภรรยาไม่มีความคิดจะแย่งชิงบรรดาศักดิ์และ
อ้านาจดูแลบ้านของจวนโหวอย่างแน่นอน”
เชิงอรรถ
- MG HERE, BIOTEA เป็นการเปรียบเปรยถึงคนที่หน้า
ไหว้หลังหลอก หรือปากปราศรัย ใจเชือดคอ
2.^ #XCERT สื่อถึงพลังความสามัคคี
- ลํานวนนี้หมายความว่า อย่าเอาความคิดต่ําทรามของตัวเองไป ตัดสินคนดี / อย่าเอาใจคนถ่อยไปวัดใจวิญญูชน