สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 37 ข้าหาตัวรุ่มร่ามแค่กับท่านสี่คนเดียวเท่านั้น!
- Home
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 37 ข้าหาตัวรุ่มร่ามแค่กับท่านสี่คนเดียวเท่านั้น!
บทที่ 37 ข้าหาตัวรุ่มร่ามแค่กับท่านสี่คนเดียวเท่านั้น!
ไป่หลิง ฮวาเหมย และสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสี่คนหน้าซีดเผือดด้วยความ หวาดกลัว ได้แต่ก้มหน้ารับคํา ไม่กล้าปริปากพูดมากแม้แต่ครึ่งคํา
รอจนฟูจือเจียนเดินจากไป สาวใช้ทั้งสี่ถึงค่อยถอนหายใจโล่งอก แล้วเดินเข้าไปหาหูชื่อในห้อง
หูชื่อที่อยู่ด้านในย่อมได้ยินคําพูดของฟูจือเงี่ยนเช่นกัน รู้ดีว่านี่คือ
การเตือนสาวใช้ และก็เป็นการเตือนนางไปในตัว
ก่อนหน้านี้ สองสามีภรรยาพูดคุยกันในห้องอยู่ครึ่งค่อนวัน โดยมี ฟู่จือเจียนคอย ‘อธิบาย’ เรื่องราวตื้นลึกหนาบางในจวนให้นางฟัง หูชื่อหาใช่คนโง่เขลา เพียงแต่ก่อนหน้านี้ ถูกความดันทุรังบดบัง ปัญญาไปชั่วขณะ
พอฟูจือเจียนเตือนสติ นางถึงได้ตระหนักถึงปัญหาที่แท้จริงขึ้นมา และยิ่งเข้าใจคําพูดของแม่สามีในวันนั้น รวมถึงเหตุผลที่ฮูหยินผู้ เตาแบ่งอ้านาจดูแลบ้านของนางออกไป
หนึ่งคือเพื่อเตือนสติตน สองคือหวังดีต่อนางจริงๆ อยากให้นางรีบ ตั้งครรภ์บุตรชายโดยเร็วที่สุด นั่นต่างหากคือความมั่นคงที่แท้จริง ตอนนี้สิ่งที่สําคัญที่สุดคือการตั้งครรภ์ เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง
ขอแค่มีบุตรชาย จวนโหวแห่งนี้ย่อมตกเป็นของสองผัวเมียอย่าง
แน่นอนไม่ต้องสงสัย
ต่อให้ลู่เงินเงินจะเป็นที่โปรดปรานของผู้อาวุโสแค่ไหน ถึงเวลา อย่างมากก็ได้แค่ส่วนแบ่งจากสมบัติส่วนตัวของฮูหยินผู้เฒ่าไปนิดๆ
หน่อยๆ เท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้นก็รู้สึกปลอดโปร่ง แต่จะให้ตนที่เป็นถึงพี่สะใภ้ใหญ่
ไปขอขมาน้องสะใภ้ นางก็รู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง
แต่ฟูจือเงี่ยนก๋าลับแล้วกําชับอีก ต่อให้นางเก่งกล้าแค่ไหน ก็ไม่กล้า
ยัดค่าสั่งสามี
นางจ๋าต้องเปิดหีบ เลือกหยิบของบ้ารุงและผ้าแพรพรรณออกมา หลายอย่าง เมื่อครุ่นคิดดูแล้วก็ได้แต่กัดฟันตัดใจ รื้อค้นสินเดิมหยิบเอา ‘ แจกันเครื่องเคลือบเตาเผาหรูทรงหยดน้ํา [1] ออกมาอีกหนึ่งคู่
จัดแจงของเสร็จสรรพ ก็ให้สาวใช้ถือตามหลัง เดินขบวนไปยัง
เรือนทิ้งเบาอย่างเอิกเกริก
ทางฝั่งลู่เจินเจิน นางส่งคนคอยจับตาดูหูมามาอยู่ตลอด
ย่อมรู้ว่าหูมามาไปพบคนของบ้านใหญ่ ค้างคืนที่นั่นหนึ่งคืน เช้าตรู่
ถึงถูกแอบส่งตัวออกมา
พอกลับถึงบ้าน จับยัดใส่รถม้าทั้งครอบครัว ลากตัวไปส่งยังบ้าน สวนนอกเมืองทันที
ไม่รู้ว่าหูมามาพูดอะไรกับหูชื่อบ้าง ลู่เจินเจินจึงคอยระวังตัวและ
ระแวงหูชื่ออยู่ตลอด
ใครจะไปคิดว่า ตกบ่ายหูชื่อจะมาหาถึงเรือนด้วยตัวเอง ซ้ํายังพก
ของกํานัลมาด้วย
นี่จะมาไม้ไหนกันแน่?
ลู่เจินเจินยังไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน นางจึงเชิญหูชื่อ เข้ามาในเรือนด้วยความมึนงงทําตัวไม่ถูกอยู่บ้าง หลังจากจัดแจงให้นั่งลง ตามตําาแหน่งเจ้าบ้านและแยกแล้ว ก็สั่งให้สาวใช้รินนํ้าชา
คนอย่างหูชื่อนั้น ไม่ว่าในใจจะเต็มใจหรือไม่ แต่เมื่อตัดสินใจมาขอ
โทษแล้ว ย่อมทําได้รอบคอบไร้ที่ติ
ต่อหน้าทุกคน นางย่อกายคารวะลู่เงินเงิน ปากก็กล่าวว่าตนหูเบา เชื่อคํายุยงของหูมามาจนหน้ามืดตามัว ทําเรื่องใจแคบหยุมหยิมลงไป ตอนนี้คิดได้แล้ว ตนเองผิดจริงๆ จึงตั้งใจมาขอขมา ขอให้ ลู่เจินเงินให้อภัย
ลู่เจินเงินไม่คิดว่าหูซื่อจะยอมลดศักดิ์ศรีลงมาขนาดนี้ บทจะขอโทษ
ก็ขอโทษได้อย่างง่ายดาย
นางรีบประคองหูชื่อให้ลุกขึ้น ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ปากก็บอกกล่าวด้วย ความเกรงใจ ว่ามิกล้ารับๆ
ทั้งสองจับมือถือแขนกัน ดูสนิทสนมกลมเกลียวราวกับพี่น้องคลาน
ตามกันมา
พูดจาตามมารยาทอยู่พักใหญ่ หูชื่อก็สั่งให้คนน่าของขอขมา วาง เรียงรายอยู่บนโต๊ะทีละชิ้น
ลู่เจิมเงินใหนเลยจะกล้ารับ ทั้งสองยื้อแย่งเกี่ยงกันไปมาเป็นสิบ
รอบ
สุดท้ายลู่เจินเจินก็พ่ายแพ้ ประสบการณ์ด้านนี้ของนางสู้หูชื่อไม่ได้
จริงๆ
หูชื่อทิ้งของขอขมาไว้อย่างผู้ชนะ แล้วก็เดินขบวนกลับไปอย่างยิ่ง
ใหญ่
ก่อนไปยังไม่ลืมเชิญชวนคู่เงินเงินที่หน้าประตูเรือน “ยามนี้ในจวนก็ เห็นจะมีเพียงเราสองคนที่ว่างงาน หากเจ้าพอมีเวลา ก็แวะไปนั่งเล่นที เรือนข้าบ้าง พวกเราจะได้พูดคุยคลายเหงากัน ดีกว่าอุดอู้อยู่ในเรือนคน เตียวให้เบื่อหน่าย”
ถ้าจะไปก็ให้สาวใช้ไปบอกล่วงหน้าสักหน่อย ทางช้ามีพ่อครัว พา มาจากบ้านเดิม ท่าขนมอร่อยมาก เจ้าต้องไปลองชิมให้ได้นะ” ลู่เงินเงินอีก ยิ้มจอมปลอมเห็นฟันครบแปด ตามมาตรฐาน “วันหลังย้าต้องหาโอกาสไป ริมฝีมือพ่อครัว เรือนพี่สะใภ้ให้ได้แน่นอนเจ้าค่ะ”
ทั้งสองร่ําลากันอย่างสนิทสนมอีกยกใหญ่ กว่าจะส่งชื่อกลับไปได้
พอหูชื่อกลับไปแล้ว ลู่เจินเจินกลับเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงบนตั่ง
เริ่มขบคิดถึงเจตนาของหู อ
ก่อนหน้านี้เจอนางทีไร ยังเอาแต่ทําตาขวางใส่ ทําไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยน
จากหน้ามือเป็นหลังมือไปได้? คงไม่ได้มีเล่ห์นัยอะไรแอบแฝงอยู่หรอกนะ
มองดูกองของขวัญบนโต๊ะ เงินเงินไม่กล้าเก็บเข้าคลัง ตัดสินใจ วางไว้อย่างนั้นรอฟูจืออี้กลับมา ปรึกษาเขาดูก่อนดีกว่า
บ่ายวันนั้น นางกระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติดที่ คอยส่งคนไปดูที่
ทางแยกด้านหน้าเป็นระยะว่าฟูจืออี้กลับมาหรือยัง
สาวใช้เห็นลู่เจินเงินร้อนใจ ไห่ถึงจึงเสนอความคิด “สะใภ้ หากมี เรื่องด่วน มีสู้ให้เด็กรับใช้ที่ประตูชั้นสองไปดูที่เรือนหน้า เชิญท่านสี่กลับมา
เร็วหน่อยดีไหมเจ้าคะ?”
ลู่เจินเจินปฏิเสธทันที ล้อเล่นหรือไง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะไปรบ
กวนบอสใหญ่ใด้ยังไง?
แต่จะบอกความจริงกับสาวใช้ก็ไม่ได้ จึงได้แต่กล่อมพวกนางว่า “
ท่านสี่อยู่เรือนหน้าคงมีธุระสําคัญ เรื่องเล็กน้อยในบ้านแค่นี้ จะไปเรียกเขา
กลับมาให้เสียงานเสียการทําไม? ร้าร้อนใจนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก อย่าให้
เสียงานใหญ่ของท่านสี่เลย”
คําพูดนี้ทําเอาเหล่าสาวใช้ลอบนับถืออยู่ในใจท่านจริงๆ ไม่ยอมให้
นายท่านต้องลําาบากใจเลยแม้แต่น้อย
ครั้นฟูจืออี้กลับมาตอนค่ํา ทันทีที่ก้าวเข้าเรือน บ่าวไพร่ที่เจอหน้า
ต่างก็ทําสีหน้าเหมือนว่า ‘ในที่สุดท่านก็กลับมาเสีย
โม่ลี่เห็นฟูจืออี้ก่อนใครเพื่อน จึงรีบเข้าไปต้อนรับ
‘ท่านสี่กลับมาแล้ว! สะใภ้สี่รอท่านมาครึ่งค่อน วัน แล้วเจ้าค่ะ”
ลู่เจินเจินรอเขา?
ฟูจืออี้เดินเข้าห้องอย่างงุนงง ลู่เจินเจินก็พุ่งเข้ามาหา “ท่านสี่ ในที่สุดท่านก็กลับมาเสียที เร็วเข้า รีบตามย้ามา….” พูดพลางยื่นมือไปดึงมือเขา ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว ถูกลู่เงินเงินคว้า ข้อมือไว้ ตัวแข็งทื่อไปทันที
สัมผัสได้ว่า มือที่กุมมือตนอยู่นั้นช่างอุ่นนุ่มและเนียนลื่น ผิวสัมผัส นุ่มนวลหอมกรุ่นดุจหยกเนื้อดี…จนลูกกระเดือกขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว
ปากไม่วายเอ่ย าหนิ “กลางวันแสกๆ ต่อหน้าบ่าวไพร่ทําไมถึงหาตัว
รุ่มร่ามแบบนี้?
ง่าย
แต่ขากลับซื่อสัตย์ยิ่งนัก เดินตามลู่เงินเงินเข้าห้องชั้นในไปอย่างว่า
เงินเงินรู้นิสัยปากไม่ตรงกับใจของเขาดี จึงตอบรับส่งๆ ไป ” เจ้าค่ะๆ ไว้ครั้งหน้าเป็นตอนกลางคืน ข้าค่อยทําาตัวรุ่มร่ามนะเจ้าคะ”
นางไม่ได้หันหลังกลับไปมอง จึงไม่เห็นว่าใบหูของฟูจืออี้แดงเชือก
ไปหมดแล้ว
เขากระแอมไอ ปรับลําคอให้โล่ง “ทําตัวรุ่มร่าม….” สองคํานี้ ลู่เจินเจินฟังชินชาจนหูจะด้านแล้ว ขอแค่นางพูดจา สนิท ขยับเข้าไปใกล้ จับมือ ตบไหล่ โอบหลังนิดหน่อย ฟูจืออี้ก็ต้องพูดคํานี้ออกมาทุกที นางไม่เก็บมาใสใจแม้แต่น้อย รีบเออออไปตามเรื่อง ” เจ้าค่ะ ช้า
มันคนรุ่มร่าม! แต่ย้าก็หาตัวรุ่มร่ามแค่กับท่านสี่คนเดียวเท่านั้น
ไปที่โต๊ะ
พูดจบทั้งสองก็เข้ามาในห้องพอดี ลู่เจินเจินปล่อยมือฟูจืออี้ แล้วชี้
“ดูของพวกนี้สิเจ้าคะ”
สัมผัสนุ่มนิ่มหอมกรุ่นหายวับไปในพริบตา ฟูจือ รู้สึกถึงมือที่ว่าง
เปล่า หัวใจก็พลอยโหวงเหวงตามไปวูบหนึ่ง
เขากันมองมือที่เพิ่งถูกลู่เจินเจินกุมไว้เมื่อครู่อย่างแนบเนียน เผลอ ขยับนิ้วถูไถไปมาเบาๆ เหมือนยังอาลัยอาวรณ์ความอบอุ่นนั้น
สายตาที่มองแผ่นหลังลู่เจินเจิน พลันมืดมนและลึกล้าขึ้นชั่วขณะ
แต่คําพูดของลู่เจินเจินทําให้แววตากลับมาใสกระจ่างและเรียบเฉย อย่างรวดเร็ว เขากวาดตามองกองของบนโต๊ะแล้วเลิกคิ้วถาม “ใครส่งมา?
พี่สะใภ้ใหญ่?”
ลู่เจินเจินเบิกตากว้าง “ท่านรู้ได้ยังไงว่าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่?”
พอถามจบ นางก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ทัน ท่านไปพูดอะไรกับ ทางพี่สะใภ้ใหญ่หรือเจ้าคะ?”
ฟู่จ๊อ รับคําในลําคอเบาๆ พลางก้มหน้ามองแจกันรูปทรงหยดน้ํา เคลือบสีเขียวไข่กา จากเตาเผาหรูที่ล้ําค่าที่สุด พร้อมกับพยักหน้าในใจให้
อย่างเสียมิได้ นับว่าบ้านใหญ่ยังมีความจริงใจอยู่บ้าง ถึงกับยอมควักเอา ของดีขนาดนี้ออกมาให้
เชิงอรรถ
- เตาเผาหรู หรือ หรูเหยา (XE – Ra ydo) : คือหนึ่งใน 5 ยอดเตาเผาหลวง ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ประกอบ ด้วย จวิน, หรู, กวน, เกอ, ติ้ง) เครื่องเคลือบจากเตาเผาหรูขึ้น ชื่อเรื่องความงดงามและหายากที่สุด มีเอกลักษณ์คือเนื้อเคลือบ
สีเขียวอมฟ้า