สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 38 รอเงินไปซื้ออนุภรรยาเดี๋ยวนี้เลย
- Home
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 38 รอเงินไปซื้ออนุภรรยาเดี๋ยวนี้เลย
บทที่ 38 รอเงินไปซื้ออนุภรรยาเดี๋ยวนี้เลย
เมื่อเห็นฟูจืออี้เอาแต่จ้องมองแจกันทรงหยดน้ําคู่นั้นไม่วางตา
ลู่เจินเจินก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เสียแล้ว”
“ย้ายังนึกระแวงอยู่ในใจ กลัวว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะงัดลูกไม้อะไรมาใช้อีก
นางตบหน้าอกเบาๆ ทําไมไม่บอกกันแต่แรก ปล่อยให้นางคิดทฤษฎี สมคบคิดไปเองตั้งครึ่งค่อนวัน
อุตส่าห์ยุดเอาความรู้จากนิยายชิงไหวชิงพริบในวังหลังและในเรือน
ที่เคยอ่านเมื่อชาติก่อนออกมาทบทวน ศึกษาและวิเคราะห์ทีละเล่มอย่าง
จริงจัง
เดาไปต่างๆ นานาว่าหูชื่อจะมาไม้ไหน? ใช้กลยุทธ์อะไร?
แล้วนางต้องป้องกันอย่างไร!
แต่ผลสรุปกลับ แค่นี้เองหรือ?
ในบรรดาของขวัญที่กองพะเนิน ฟูจือ ก็แค่พอใจแจกันทรงหยดน้ํา
คู่นั้น แต่ของแบบนี้เขาก็ไม่ได้ขาดแคลนอะไร
เขาปรายตามองผ่านๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างนาง พลางเอ่ยด้วยน้า เสียงเรียบเรื่อย ทว่ากลับเป็นประโยคที่ทําเอาคนฟังแทบตกเก้าอี้… “เมื่อ วานพี่ใหญ่มาหยั่งเชิงช้า ถามว่าพวกเราสองสามีภรรยาคิดหวังในตําาแหน่ง บรรดาศักดิ์บ้างหรือไม่
ลู่เจินเจินพูดไม่ออก ไม่นึกเลยว่าบ้านใหญ่จะมีแต่คนประสาทกลับ ทั้งผัวทั้งเมียเช่นนี้
ใช้สมองส่วนไหนคิดกันนะ? ฟูจือเจี่ยนเป็นถึงหลานชายคนโตสาย ตรงของบ้านใหญ่เชียวนะ! ทั้งกฎราชสํานักทั้งจารีตประเพณีล้วนเข้าข้าง เขาหมด จะระแวงพี่สาม จือหมิงยังดูสมเหตุสมผลกว่ามาระแวงฟูจือ ตั้ง
เยอะ
“ข้าก็บอกพี่ใหญ่ไปแบบนั้นเหมือนกัน” คําพูดของฟูจืออี้ทําให้
ลู่เจินเจินเพิ่งได้สติว่า เมื่อครู่ตนเผลอหลุดปากบ่นออกมาเสียงดัง… ฟูจืออี้นอกจากจะไม่ตําหนิแล้ว ยังจะพลอยผสมโรงเห็นด้วยกับนางอีก
หรือ?
ลู่เจินเจินได้ทีก็ใสใหญ่ “ใช่ไหมล่ะเจ้าคะ! ต่อให้คนบ้านใหญ่เป็น อะไรไปรับตําาแหน่งไม่ได้ ก็ต้องตกถึงมือบ้านรอง จะมาถึงบ้านสามของ
พวกเราได้ยังไง? สมองพี่ใหญ่โดนน้ําเข้าหรือโดนประตูหนีบกันแน่?”
ที่แท้หูชื่อคิดว่านางเป็นภัยคุกคามต่อตําแหน่งฮูหยินโหวในอนาคต
ถึงใต้จ้องเล่นงานนางไม่เลิกสินะ?
ความคิดของหูชื่อก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่อนาคตหูชื่อไม่ได้เป็นฮูหยินท่าน
โหวจริงๆ นั่นแหละ แต่ทิศทางมันผิดไปหน่อยไหม?
คนที่จะสืบทอดจวนโหวในตอนสุดท้ายคือนายท่านสาม
ฟูจือหมิงต่างหาก!
ฟูจืออี้ฟังลู่เจินเงินวิจารณ์พี่ใหญ่ของเขาอย่างสาดเสียเทเสียว่าน้ํา
เข้าสมองบ้าง โดนประตูหนีบหัวบ้าง ไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับรู้สึกว่าคํา เปรียบเปรย างตรงใจยิ่งนัก
เขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
ถ้าจะบอกว่าในจวนโหวนี้ ใครที่เป็นภัยคุกคามต่อฟูจือเจี้ยนน้อยที่ สุด ก็คือบ้านสามและตัวเขาเองนี่แหละ
แต่ฟูจือเงี่ยนดันไปเชื่อคําายุแยงตะแคงรั่วของหูชื่อ แล้ววิ่งแจ้นมา
ลองใจเขา
ช่างไร้สาระสิ้นดี!
แน่นอนว่าคําพูดพวกนี้ เขาที่เป็นลูกผู้ชายอกสามศอกพูดออกมาไม่
ได้ ได้แต่บ่นในใจเงียบๆ
ยามนี้ได้ฟังฟังลู่เจินเงินขยับปากน้อยๆ พ่นคําดูถูกสองผัวเมีย
ฟู่จือเงี่ยนฉอดๆ ฟูจืออี้ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเจอะเจอคนรู้ใจเข้าแล้ว
เขานั่งเงียบๆ อยู่ด้านข้าง คอยพยักหน้าสนับสนุนเป็นพักๆ บางครั้ง ก็เลื่อนด้วยชาให้ลู่เจินเจินจิบแก้คอแห้ง จะได้ค่าได้คล่องปากยิ่งขึ้น
ลู่เจินเจินระบายอารมณ์จนหนําใจ รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย ความรู้สึกที่มีต่อฟูจืออี้ก็ดูสนิทสนมขึ้นอีกนิด
แหม… การได้สุมหัวนินทาชาวบ้านลับหลัง มันช่วยกระชับความ สัมพันธ์ได้ นักแหละ
ความประทับใจที่มีต่อฟูจือ พุ่งสูงปรี๊ด เจ้านายคนนี้คบได้
งานน้อย เงินหนัก แถมเวลาฝ่ายเราโดนรุม ยังช่วยล่อเป้า เบี่ยง เบนความสนใจให้
ที่สําคัญที่สุด นินทาชาวบ้านกับนางได้หน้าตาเฉย ช่างดีต่อใจจริงๆ
สงสัยแต้มบุญ นางสั่งสมมาจากการเป็น ทาสบริษัท และขยัน เคาะ ‘ปลาไม้ออนไลน์’ (1) ในชาติก่อน คงจะมาสัมฤทธิผลในชาตินี้ถึงได้มา เจอฟูจืออี้นี่เอง
งานนี้เงินเดือนสูง งานสบายจนรู้สึกผิด ต้องทําผลงานให้เข้าตาสัก
หน่อยแล้ว
นางตัดสินใจว่า เอาล่ะ! พรุ่งนี้จะไปแสดงความกตัญญูต่อหลานชื่อ
แม่สามีให้เต็มที่
ช่วงนี้หลานชื่อรับหน้าที่ดูแลจวน จึงมักจะขลุกอยู่ที่โถงด้านหน้า ตัวนางเองเพื่อเลี่ยงข้อครหาจึงไม่ค่อยได้แวะเวียนไปหา… แต่พรุ่งนี้เห็นที
ต้องไปหน่อยแล้ว!”
ลู่เจินเจินตัดสินใจแน่วแน่ หมายมั่นปั้นมือว่าจะไป ‘สร้างความ
ประหลาดใจ’ ให้หลานชื่อแต่เช้าตรู่
ทว่าใครจะไปคาดคิด… ยังมิทันได้เริ่ม นางกลับต้องเป็นฝ่ายเจอ ‘ สายฟ้าฟาด’ เย้าใสหน้าเสียเอง!
ดูสิ เมื่อครู่นางยังพูดจาออดอ้อนว่าจะตั้งใจเรียนรู้งานจากหลาน ชื่อ คอยปรนนิบัติพัดวี รินน้ําชาส่งน้ําให้อย่างขยันขันแข็ง จนหลานชื่อ หัวเราะชอบใจจนต้องเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากด้วยความเอ็นดู
จีนชื่อและจีนชื่อที่นั่งอยู่ด้านข้าง รวมถึงบรรดาภรรยาผู้ดูแลอีก หลายคนต่างพากันผสมโรงเออออ ชมเปาะเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่สามีลูก สะใภ้คู่นี้รักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งกว่าแม่ลูกแท้ๆ เสียอีก
ทว่าในตอนนั้นเอง ภรรยาของจางเสี่ยนซึ่งเป็นบ่าวสีนเติมผู้รู้ใจ
ของหลานชื่อ ก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบจนผิดปกติ บนหน้าผาก ของนางมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุด น แม้จะพยายามเก็บอาการสารวมให้ดูเป็น ปกติ แต่ก็ไม่อาจปิดความร้อนรนในใจได้
ภรรยาจางเสี่ยนย่อกายคารวะจีนชื่อและคนอื่นๆ พอเป็นพิธีตาม
มารยาท ก่อนจะรีบถลาเข้าไปโน้มตัวลงกระชิบกระซาบถ้อยค้าบางอย่างที
ข้างหูของหลานชื่อด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบาและรวดเร็ว
เพียงไม่กี่ประโยค… รอยยิ้มบนใบหน้าที่เคยเบิกบานของหลานชื่อก็
ค่อยๆ เลือนหายไป
น
จีนชื่อกับฉินชื่อรู้ทันทีว่าคงเกิดเรื่องกับบ้านสามแน่ จึงหันมาสบตา
จินชื่อเอ่ยปาก “น้องสะใภ้สาม ถ้าที่เรือนมีธุระ ก็กลับไปก่อนเถอะ!
งานที่เหลือข้ากับพี่สะใภ้รองจะช่วยกันดูให้เอง”
ริมฝีปากหลานชื่อขยับเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เงียบไป
นางลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เช่นนั้นต้องรบกวนพี่สะใภ้ทั้ง
สองแล้ว ข้าขอตัวกลับไปก่อน”
พูดจบก็พาภรรยาจางเสี่ยนรีบมุ่งหน้ากลับเรือนบ้านสาม
ลู่เจินเจินใจหายวาบ บ้านสามเกิดเรื่อง? นางจะนิ่งดูดายไม่ได้ แต่
หลานชื่อไม่ได้เรียกนาง นางก็ไม่รู้ว่าควรตามไปหรือไม่
ระหว่างที่กําลังชั่งใจอยู่นั้น ก็มีภรรยาผู้ดูแลอีกคนเดินผ่านเข้า
ประตูเรือนมาด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
พอเจอหลานชื่อก็เหมือนเจอพระมาโปรด “ฮูหยินสามเจ้าคะ นาย ท่านสามจะไปเบิกเงินแปดร้อย ตาลิงจากห้องบัญชี อ้างว่าถูกตาต้องใจแม่
นางผู้หนึ่งที่ดูแข็งแรงมีลูกง่าย ได้เอาดวงไปเทียบ และให้หมอดูหาฤกษ์
ยามเรียบร้อยแล้ว จะเอาเงินไปเป็นค่าสินสอดรับตัวนางเข้ามาเป็นอนุใน
จวนเจ้าค่ะ
“ท่านก็ทราบดี ว่าท่านโหวผู้เฒ่าเคยมีคําสั่งเด็ดขาดว่าห้ามเบิกเงิน จากห้องบัญชีไปชี้ออนุภรรยาให้นายท่านสาม นายท่านสามจึงไล่ให้บ่าวมา ขอเบิกเงินก้อนนี้จากนายหญิงสามแทน ตอนนี้กําลังนั่งรอเงินไปซื้อ คนเดี่ยวนี้เลยเจ้าค่ะ!”
สิ้นค้า ทั้งโถงรับรองเงียบกริบ
ร่างของหลานชื่อโงนเงน หน้าซีดเผือด กัดฟันแน่นแล้วเค้นเสียง
ลอดไรฟันออกมาว่า “กลับเรือนไปก่อนค่อยว่ากัน!”
บ่าวหญิงผู้นั้นคอหด แต่ยังไม่วายเอ่ยสําทับอีกประโยค “นายท่าน
สามกําาลังรอฮูหยินเอาเงินไปให้อยู่นะเจ้าคะ…”
ภรรยาจางเสี่ยนถลึงตาใส “นังบ่าวตาถั่ว ไม่ได้ยินที่นายหญิงสาม
สั่งริ ว่าให้กลับไปก่อนค่อยว่ากัน!”
บ่าวหญิงคนนั้นถึงได้ยอมก้มหน้าสงบปากสงบค่า หลานชื่อรีบพา
คนเดินน่าออกไปอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในโถงรับรองถึงได้ผ่อนคลายลง
จินชื่อกับฉินชื่อสบตากันแล้วถอนหายใจ ‘น้องสามท่าตัวเหลวไหล
เกินไปแล้ว ในจวนนี้เขามีอนุเยอะที่สุดแล้วยังไม่รู้จักพออีก?” ‘สองปีก่อนยังประคบประหงม ว เหนียงราวกับของล้ําค่า ป่านนี้
คงลืมไปแล้ว?”
“น่าสงสารน้องสะใภ้สามจริงๆ กลุ้มใจตายเลยแบบนี้
17
ทั้งสองผลัดกันนินทาไปมา พอเงยหน้ามาสบตาดวงตาใสแจ๋วของ ลู่เจินเงินที่ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็พลันรู้สึกทําตัวไม่ถูกขึ้นมา เอ้อ.. เรื่องนี้จะโทษใครได้ หากมิใช่เพราะนายท่านสามทําตัวเหลว ไหลไม่สมกับเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เอาเสียเลย จนทําให้พวกนางเผลอลืมตัวไป ชั่วขณะว่าในห้องนี้ยังมีลูกสะใภ้ของบ้านสามนั่งอยู่ด้วยทั้งคน
การที่พี่สะใภ้สองคนมานั่งสุมหัวนินทาความเหลวไหลของพ่อสามีให้ ลูกสะใภ้เขาได้ยินเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่ากระอักกระอ่วนใจพิลึก… แต่ทว่า ต่อให้จีนชื่อกับจีนชื่อจะรู้สึกปั้นหน้า ไม่ถูกเพียงใด สําหรับลู่เงินเงินแล้ว
นางกลับไม่ได้รู้สึกรู้สาหรือกระดากอายไปด้วยเลยสักนิด
ก่อนหน้านี้เคยได้ยินให้ถึงเปรยให้ฟังว่าพ่อว่าพ่อสามี “ฟูเฮ้ออื่น’ ผู้นี้ ไม่ได้มีแค่อนุภรรยาสามคน แต่ยังมีสาวใช้ห้องข้างอีกตั้งสี่ห้าคน คนที่เขา
โปรดปรานที่สุดชื่อ ‘ ว เหนียง’ นางเคยเห็นผ่านตาไกลๆ ที่เรือนของ หลานชื่อหนหนึ่ง
เป็นสาวงามรูปร่างอวบอัดยั่วยวน
นับตั้งแต่หลานชื่อให้กําาเนิดฟูจืออี๋ ใจคอก็ทุ่มเทไปที่ลูกชายจนหมด ประกอบกับรําคาญพวกอนุและสาวใช้เหล่านี้ที่ชอบก่อเรื่องวุ่นวาย เพื่อติด
ปัญหา
‘ไม่เห็นก็ไม่กลุ้ม’ นางจึงจับพวกนั้นย้ายไปกองรวมกันอยู่ที่เรือน
หน้าเสียให้หมด
ชื้นดี
ปกติก็ไม่เรียกมาปรนนิบัติ ลู่เจินเจินจึงไม่มีโอกาสได้เจอ
ยามนี้ในใจลู่เจินเจิน ภาพลักษณ์ของนายท่านสามพังทลายไม่เหลือ
วันยกน้ําชาเห็นหน้าตาดูเป็นปัญญาชนมีการศึกษา ที่แท้ก็ตาแก่บ้า
กามดีๆ นี่เอง!
เชิงอรรถ
- ^ EXE
มุกตลกยอดอิตของชาวเน็ตจีนมาจากแอปฯ ใน มือถือที่เป็นรูป “ปลาไม้ (เครื่องเคาะจังหวะสวดมนต์) พอเอา
นิ้วจิ้ม 1 ที จะมีคําว่า “กุศล +1” (1) เติ้งขึ้นมา หนุ่มสาว วัยทํางานมักจะเล่นมุกว่า: “ด่าเจ้านายในใจแล้วบาป เลยต้องมา เคาะปลาไม้ออนไลน์ล้างซวย” หรือเรียกว่าการสะสม “บุญไช
เบอร์”