สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 21 แม้ตัวตายข้าก็ไม่ยกเจ้าให้แน่
บทที่ 21 แม้ตัวตายข้าก็ไม่ยกเจ้าให้แน่
ตอนนี้ทุกคนเหมือนจะได้ไขข้อข้องใจไปพร้อม ๆ กัน เหลียงเฟยยังคงมีความลับซ่อนอยู่อีก!
ทักษะวิชากระบี่อันเยี่ยมยอดที่ผสานเข้ากับกายาเหนือมนุษย์ของเหลียงเฟย สร้างการโจมตีที่รุนแรงประดุจคลื่นยักษ์โถมใส่อาสามจนสีหน้าของเขาเริ่มหวาดหวั่น บุรุษกำยำแห่งตระกูลโหลวรีบหลบหลีก ขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยพลังของตนออกมาเพื่อสกัดกั้นการโจมตีนี้ด้วย
อย่างไรก็ตามอาสามยังถูกโจมตีถึงสองครั้ง แขนทั้งสองข้างปรากฏรอยบาดเจ็บ เลือดแดงฉานไหลรินอาบแขนเปียกชุ่ม
“เป็นถึงจ้าวยุทธ์ แต่กลับถูกผู้ที่มีเพียงผสานกายาขั้นสูงทำร้ายได้หรือนี่?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“หากเรื่องนี้ล่วงรู้ไป คงทำให้ผู้คนขบขันจนเสียดท้องเลยกระมัง?”
“โอ้โอ้ เป็นการไม่ดีนักหนา หน้าตาตระกูลโหลวจะวางไว้ที่ใดกันในภายภาคหน้า?”
เหล่ายอดฝีมือของตระกูลเย่ไม่อาจกลั้นอารมณ์ได้ ส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังมาจากข้างสนามประลอง พวกเขาไม่กลัวตระกูลโหลวเลยแม้แต่น้อย
บางคนสนิทกับเย่ฮวาหรง ก็สามารถกลับไปบอกคุณชายผู้มีรูปงามนั้นได้แล้วว่าราชันยุทธ์ขั้นกลางอย่างเขาจะถูกเหลียงเฟยทำร้ายก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป เพราะแม้แต่จ้าวยุทธ์ของตระกูลโหลวยังถูกทำร้ายเลย ฮ่าฮ่าฮ่า!
พวกของตระกูลโหลวต่างกัดฟันแน่น รู้สึกราวกับอยากจะหายเข้าไปในรูหนู เนื่องจากอาสามทำให้ตระกูลต้องรับความอับอายขายหน้าไปถึงชั่วโคตร
“ท่านลุง อย่าออมมือ อย่าให้ใครดูถูกเป็นอันขาด!” โหลวอวี้ตี๋ร้องเรียกชายหน้าคล้ำอย่างกระวนกระวาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคืองขุ่น
เหลียงเฟยได้ยินเช่นนั้น จึงมองไปยังโหลวอวี้ตี๋ด้วยสายตาดุดัน จนเขาต้องรีบวิ่งหลบซ่อนตัวในอ้อมอกของโหลวอิงป้าอย่างรวดเร็ว!
ฮี่ฮี่ฮี่!
ไม่คาดคิดเลยว่า โหลวอวี้ตี๋ผู้แข็งแกร่งระดับราชันยุทธ์ จะกลัวเหลียงเฟยผู้ที่เป็นเพียงระดับผสานกายาขั้นสูงเท่านั้น
รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏบนริมฝีปากของเหลียงเฟย แต่เขาก็มิได้หยุดชะงัก ปลดปล่อยคมกระบี่มายาจำนวนมหาศาลจากกระบวนท่าหมื่นกระบี่ทิ้งนภาใส่อาสามแห่งตระกูลโหลวจนไม่ให้ตั้งตัวได้
ในยามนี้ แม้อาสามจะถูกกระบี่ไปสองครั้งแล้ว แต่เพราะฝีมือที่ลึกล้ำ กำลังป้องกันที่กล้าแกร่งน่าเกรงขาม อาการบาดเจ็บนี้ไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลงเลย ราวกับว่ามันไม่ร้ายแรงอะไร!
ภายใต้การเผชิญหน้ากับการคุกคามอย่างหนักของเหลียงเฟย พร้อมกับได้ยินเสียงเย้ยหยันจากทุกคน เขาเริ่มตระหนักว่าตนกำลังทำให้ตระกูลโหลวต้องรับความอับอาย จึงขบกรามแน่น สุดท้ายก็ระเบิดพลังทั้งหมดออกมา!
“พันพฤกษาผลิบาน!” อาสามตะโกนเสียงดัง ร่างกายของเขาพลันระเบิดแสงสีเขียวหม่นจนมันปกคลุมทั่วทั้งส่วนใหญ่นี้
อาสามลอยอยู่ในอากาศ เสมือนเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ไร้ที่เปรียบ!
คนในตระกูลโหลวเห็นดังนั้น ก็ยิ้มริมฝีปากสูง
คนในตระกูลเย่ไม่อาจกลั้นความวิตกได้
เพราะพวกเขารู้ดีถึงฤทธิ์เดชของพันพฤกษาผลิบานนี้ว่ามันร้ายกาจนักหนา
ความน่ากลัวของมันยิ่งใหญ่จนทำให้โลกสั่นสะเทือนได้!
เซียวหนิงเสวี่ยกุมมือของตนแน่น มองขึ้นไปยังท้องฟ้าด้วยความตกตะลึง ใจหวังว่าเหลียงเฟยจะนำพาปาฏิหาริย์ และหลบหลีกคราวนี้ไปได้อีกครั้ง!
เหลียงเฟยสะบัดกระบี่แดงชาด พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของอาสามคนนี้มีมากขนาดไหน!
ไม่ว่ากายาและฝีเท้าของเขาจะลึกล้ำเพียงใด ไม่ว่าคมกระบี่ของเขาจะยอดเยี่ยมขนาดไหน เขาก็ยังคงไม่อาจเข้าใกล้อาสามได้เลย ราวกับโดนเส้นแบ่งขอบฟ้าขั้นไว้!
ร่างของอาสามยังคงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไม่หยุดจนกระทั่งถึงหมื่นจั้ง ร่างนั้นก็กลายสภาพเป็นก้อนแสงสีเขียว ทิ้งดิ่งลงมาอย่างรุนแรง!
พร้อมกันนั้นจากทุกสารทิศบนพื้นดิน ดวงแสงสีขาวก็ปรากฏขึ้นนับสิบจุดมันหมุนวนอย่างรวดเร็วและเข้าล้อมเหลียงเฟยไว้ทันที
เหลียงเฟยรีบใช้ฝีเท้าก้าววิญญาณดารา หยั่งทะยานขึ้นไปบนอากาศอย่างต่อเนื่อง หลบหนีอย่างคล่องแคล่ว แต่ก็ยังไม่พ้น ถูกแสงสีเขียวล้อมรอบในไม่ช้า
ดวงแสงที่ทรงพลังนี้วิ่งพล่านรอบตัวเหลียงเฟย มันกล้าแกร่งขนาดที่ว่าเพียงแค่สัมผัสก็สลายนั้นทิ้งไปได้เลย
อันตรายตีกรอบดักชีวิตของเหลียงเฟยเอาไว้แล้ว จะเป็นหรือจะตาย ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจครั้งนี้เท่านั้น!
โหลวอวี้ตี๋หัวเราะออกมา
เช่นเดียวกับคนจากตระกูลโหลวที่ได้เห็นสภาพเช่นนี้!
เซียวหนิงเสวี่ยร้องไห้ออกมา ริมฝีปากเล็ก ๆ กัดลงบนนิ้วมือของตนเอง!
เหลือเพียงสี่สิบกระบวนท่าเท่านั้น!
เหลียงเฟย จำต้องทนทานให้ไหว!
พลังของอาสามนั้นช่างเกรียงไกรนัก!
เหลียงเฟยไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงพยายามฟาดฟันกระบี่สีชาดไปมาเพื่อต้านพลังที่โถมเข้าหาตน พร้อมทั้งใช้วรยุทธ์อีกมากมายเพื่อทัดทานการโจมตีนี้เอาไว้
แม้จะมีแสงสีเขียวนี้เข้ากระทบตัวบ้าง แต่ด้วยกายาที่แข็งแกร่งกว่าคนปกติอยู่มาก ๆ มันทำให้เขาสามารถรับแรงโจมตีและเอาชีวิตรอดมาได้ในท้ายที่สุด!
แต่มันก็แลกมาด้วยการที่เหลียงเฟยต้องรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว ราวกับว่าชีวิตครึ่งหนึ่งนั้นได้สูญสิ้นไปแล้ว หายใจแผ่วเบา เสมือนว่าชีวิตนั้นใกล้จะดับสิ้น!
อาสามมิได้คาดคิดว่าเหลียงเฟยจะรอดมาได้ จึงได้เริ่มออกกระบวนท่าอีกครั้งเพื่อสังหารเขา
เมื่อพวกชาวตระกูลเย่เห็นดังนั้นจึงได้ก้าวออกไปพร้อมกัน!
ทว่าหลัวอิงป้ากลับรีบเคลื่อนกายออกมาก่อน และได้ห้ามอาสามไว้!
เพราะไม่ว่าพวกเขาจะอยากฆ่าเหลียงเฟยขนาดไหนก็ตาม มันก็ไม่สมควรเป็นตอนนี้ เพราะพวกยอดฝีมือของตระกูลเย่นั้นเฝ้าจับตามองอยู่ พวกเขาควรจะอดเปรี้ยวไว้กินหวาน มิเช่นนั้นได้ถูกคนของตระกูลเย่ถล่มตระกูลย่อยยับในวันนี้แน่!
ส่วนตอนนี้ เพียงหาทางกู้หน้าให้กับตระกูลโหลวได้ก็เพียงพอแล้ว!
หลังจากนั้นหลัวอิงป้าก็หันศีรษะไปมองเหลียงเฟยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังค้ำยันร่างกายให้อยู่ในท่ายืนได้ด้วยกระบี่ เขาพูด “ยังเหลืออีกสามสิบหกกระบวนท่า เหลียงเฟย เจ้าจะสู้ต่อไปอีกหรือไม่”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็พูดเสริม “หากเจ้าไม่สู้ต่อไป ข้าก็ไม่บังคับ เพียงแต่เซียวหนิงเสวี่ยจะต้องอยู่ที่นี่!”
เหลียงเฟยเหลือบมองไปที่เซียวหนิงเสวี่ย
เซียวหนิงเสวี่ยสบตามองและถือโอกาสกล่าว “เหลียงเฟยเจ้าทิ้งข้าไว้ที่นี่เถิด!”
ฟังเช่นนั้นแล้วเหลียงเฟยกลับนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
แท้จริงแล้ว เขาปรารถนาจะตอบออกไปนักว่า ต่อให้ต้องตาย เขาก็จะยังคงอดทนต่อไป!
แต่ ณ เวลานี้ เหลียงเฟยได้ปลดปล่อยพลังจิตสัมผัสวิญญาณออกมาแล้ว สมองของเขาปลอดโปร่งแจ่มใส รู้สึกสบายตัวมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ไร้ซึ่งความเจ็บปวดใด ๆ ทั่วร่างกาย
หลังจากชินกับความรู้สึกนี้แล้ว ทุกกระบวนท่าวรยุทธ์ที่เขาเคยพบเห็นไม่ว่าจะเป็นจากเย่ฮัวหรง ชายงามแห่งตระกูลเย่ หรือจะเป็นชายฉกรรจ์สี่คนที่พบบนท้องถนน ต่างผุดขึ้นมาในความทรงจำทั้งสิ้น!
นอกจากการโจมตีของอาสามแห่งตระกูลโหลว พันพฤกษาผลิบาน กับฝ่ามือทลายเมฆาของเย่ฮวาหรง วิชาอื่น ๆ ล้วนสามารถเรียนรู้จนสำเร็จได้ในคราวเดียวราวอย่างไม่ยากนัก!
พลังของจิตสัมผัสสวรรค์นี้ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ!
เหลียงเฟยครั้นบันทึกวรยุทธทั้งมวลลงในใจได้ ก็เผยรอยยิ้มที่มุมปาก จากนั้นจึงตอบอย่างสงบและเยือกเย็นว่า “มาเถอะ ข้ายังมีลมหายใจ! ต้านทานไปแล้วกว่าหกสิบกระบวนท่า คิดว่าข้ายังจะเกรงกระบวนท่าอีกสามสิบกว่าท่าที่เหลืออยู่ของเจ้าอีกหรือไร?”
“ในเมื่อเจ้าปรารถนาหาความตายเช่นนี้ ก็สุดแท้แต่ใจ” ชายฉกรรจ์หน้าดำเปล่งเสียงตะโกน จากนั้นก็กระโจนตัวลอยขึ้น เตรียมที่จะปล่อยการโจมตีใส่เหลียงเฟยอีกครั้ง
“อย่า อย่า อย่า! พวกเจ้าอย่าฆ่าเหลียงเฟยนะ!” เซียวหนิงเสวี่ย เปล่งเสียงร้องออกมาอย่างปวดใจ!
แต่เหลียงเฟยกลับโบกกระบี่สีชาดในมือให้เฉียงลงด้านหลัง สายตาก็ยังคงมุ่งมั่นแน่วแน่ “อย่าเอาแต่พูดแล้วรีบลงมือเสีย!”
กล่าวจบ เหลียงเฟยก็กระโดดลอยตัวขึ้น เป็นฝ่ายทะยานบุกโจมตีก่อน!
เห็นได้ว่า เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ กวัดแกว่งกระบี่สีชาดอย่างแคล่วคล่อง ทว่ากระบวนท่ากลับแตกต่างจากวรยุทธ์ลึกลับก่อนหน้านี้
กระนั้นชนส่วนมากก็ยังคงตกตะลึงอยู่เช่นเดิม พวกเขาพากันตะลึง!
วิถีเทพ!
แถมยังเป็นวิถีเทพที่ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลโหลวใช้เสียด้วย!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!
เหลียงเฟย เวลานี้เรียนรู้วิถึเทพอันลึกลับแห่งตระกูลโหลวได้อย่างไร?
เหล่าผู้คนแห่งตระกูลโหลวต่างก็มั่นใจว่า มิได้มีผู้ใดถ่ายทอดวิถีเทพอันลึกลับให้แก่เหลียงเฟยแน่นอน!
ยามนี้พวกเขาได้กระจ่างแล้วว่าเหตุใดเหลียงเฟยจึงสามารถใช้กระบวนท่าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับวรยุทธ์ของตระกูลโหลวได้ และยังล้ำเลิศยิ่งกว่าด้วย!
โหลวอวี้ตี๋ตะลึงงันและตระหนักได้แล้วว่าพลังในการเรียนรู้ของเหลียงเฟยนั้นกล้าแกร่งเพียงใด